ข้าหนีออกมาได้สำเร็จ
ระหว่างที่ข้ากำลังเดินแกว่งมือไปมาเพื่อหาทางกลับวังนั้น
ข้าบังเอิญเจอกับแม่ทัพเกา ข้าโกหกเขาไปว่าข้าเพียงหนีมาเที่ยวในตลาดเท่านั้นข้าเองเดาไม่ออกว่าแม่ทัพเกาเชื่อข้าหรือไม่ เขาให้ข้ารอครู่หนึ่งก่อนจะมีรถม้ามารับข้ากลับ
เมื่อมาถึงตำหนักของข้า หลิวเฉิงเจี๋ยก็ก้าวเท้ายาวๆ ของนางมายังข้าด้วยความเร่งรีบเสียจนข้ากลัวว่านางจะสะดุดล้มข้าคิดว่าข้าคงโดนนางดุเป็แน่
เดิมทีข้าไม่ชอบนางเพียงเพราะว่านางเป็คนของหลี่เสี่ยวหานเท่านั้น แต่เมื่อชาตินี้ข้าเลือกที่จะเปลี่ยนแล้ว ข้าก็ควรเริ่มจากการทำดีกับนางสินะ
"เฉิงเจี๋ยย"ข้าตรงเข้าไปกอดนางราวกับเด็กที่กำลังอ้อนขอกินนมแม่
หลิวเฉิงเจี๋ยมองข้าราวกับเห็นคนถูกผีสิงนางอยู่กับข้ามานานอย่าว่าแต่กอดเลย แม้แต่ข้าจะสนทนาดี ๆ กับนางสักครั้งยังไม่เคย
"พระชายา พระองค์ทรงไปที่ใดมาเพคะหม่อมฉันเป็ห่วงพระองค์นัก" ปากหลิวเฉิงเจี๋ยตำหนิ ทว่าสองมือของนางกลับรินน้ำชาให้ข้าดื่ม
"ข้าผิดไปแล้ว ข้าก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วนี่ไง"ข้ายิ้มให้นาง
นางมีสีหน้าใอีกรอบหนึ่งอะไรกัน! ข้าทำดีด้วยหน่อยจะใอะไรหนักหนา! ทำราวกับปกติข้าเป็ั์เป็มารเช่นนั้นแหละ
เดิมในอดีตชาติข้ามิได้เป็คนเลวร้ายอะไรเพียงแต่ข้าเลือกที่จะทำดีด้วยผิดคนเท่านั้นเอง หากจะโทษ ก็โทษหลี่เสี่ยวหานเถิดหากเขาห่วงใยข้าบ้างสักนิด ไม่เอาแต่หาเื่ข้า ข้าก็คงไม่เกลียดเขาหรอก
หลิวเฉิงเจี๋ยนิ่งงันไปครู่หนึ่งราวกับกำลังคิดไม่ตกว่าควรจะเอ่ยกับข้าหรือไม่ ชั่งใจไม่นานในที่สุดนางก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงเชื่องช้าซึ่งเป็เอกลักษณ์ของนาง
"พระชายาเพคะ รัชทายาททรงประชวรเพคะ"
ข้าเลิกคิ้วเล็กน้อยหลี่เสี่ยวหานน่ะหรือป่วย ข้าเป็ชายาเขามาหากนับรวมชาติอดีตแล้วก็เท่ากับสามปีพอดี ข้าไม่เคยได้ยินว่าเขาป่วยสักคราข้าจำได้ว่าครั้งหนึ่งข้าแสร้งชวนเขาไปดูหิมะเป็เพื่อนข้าเขาตอบตกลงข้าทันทีโดยหารู้ไม่ว่าข้าแอบวางยาสลบในน้ำชา
แต่ยาสลบนั่นกลับไม่ออกฤทธิ์สักนิดเมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายของคนอย่างหลี่เสี่ยวหาน!
คนแข็งแรงเช่นนั้นหรือจะป่วย
“พระชายา”หลิวเฉิงเจี๋ยเอ่ยอีกครั้ง นางเป็เช่นนี้มานานแล้วพยายามที่จะให้ข้ากับหลี่เสี่ยวหานรักใคร่กันแต่ถึงพยายามอย่างไรก็ไม่เป็ผลเสียที
ข้าหยิบขนมขึ้นมากัดคำโตพลางครุ่นคิดถึงเื่ราวในอดีต
เอ...หากในอดีตข้ารักกับหลี่ลู่เหอแล้วถูกหลี่เสี่ยวหานฆ่า
แล้วถ้าชาตินี้ข้ารักหลี่เสี่ยวหานบ้างข้ามิต้องถูกหลี่ลู่เหอฆ่าบ้างเหรอ
ไม่สิๆ ในอดีต การที่ข้ากับหลี่ลู่เหอรักกันมันเป็เื่ผิด
ที่สำคัญ หลี่ลู่เหอเองก็ไม่ได้จริงใจต่อข้า ชาตินี้หากข้า้าเอาชีวิตรอด นอกจากทำดีกับคนใกล้ตัวข้าข้าก็ควรเลือกข้างใหม่
ข้าควรเลือกหลี่เสี่ยวหาน
ข้าจำคำหนึ่งของเ้าผีไร้หน้าได้ว่าสิ่งใดที่เคยเป็ของข้า
ข้าจะต้องรักษาเอาไว้ หากข้ารักษาไว้ไม่ได้ก็เท่ากับเปลี่ยนชะตาชีวิตข้าไม่ได้
“เฉิงเจี๋ย!”
หลิวเฉิงเจี๋ยใแทบวิ่งเมื่ออยู่ดีๆ ข้าก็ลุกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่
มีขลุ่ย ข้ายิ้มให้นางอีกครั้ง ทว่าดูเหมือนรอยยิ้มของข้าครั้งนี้ดูซุกซนยิ่งนักนางมองด้วยแววตาหวาดระแวงว่าข้าจะมาไม้ไหนอีก
ข้าไม่สนใจท่าทีของนางแต่เอ่ยคำสั่งที่ทำให้นางมองราวกับข้าโดนผีเข้า
“แต่งตัวให้ข้าทีให้ข้างามที่สุดจนนางฟ้านาง์ยังยอม
ศิโรราบให้กับข้าเข้าใจหรือไม่!”
หลิวเฉิงเจี๋ยกระพริบตาปริบ ปริบ
“แล้วรัชทายาท...”
“ก็ข้ากำลังจะไปหาเขาอย่างไรเล่าพวกเ้ารีบเข้ามาแต่งตัวข้าเร็วเข้า!” ข้าะโเรียกนางกำนัลหน้าประตูเพียงไม่กี่อึดใจพวกนางก็รีบกรูกันเข้ามาหาข้า และจับข้าแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างงดงามเสียจนข้าเองยังคิดว่านี่ข้ากำลังจะไปแต่งงานกับหลี่เสี่ยวหานอีกครั้งหรืออย่างไร
แต่นั่นแหละที่ข้า้า
ข้าอมยิ้มอย่างคนมีแผนจะไปเยี่ยมสามีที่ป่วยทั้งที หากไปแบบธรรมดาเขาจะมีกำลังใจหายป่วยได้อย่างไรกันเล่า!
ข้าให้นางกำนัลช่วยหอบของเยี่ยมไข้มาจนเต็มไม้เต็มมือพวกนางเสียหมด
มีทั้งขนมดอกกุ้ยฮวาของโปรดข้าชาหวงซานเหมาเฟิงซึ่งข้าใช้ดื่มเพื่อบำรุงผิวพรรณของข้า ข้าไม่รู้หรอกว่าเขาชอบกินด้วยหรือไม่เพียงแต่...อะไรที่ข้าชอบ ก็ต้องดีที่สุดอยู่แล้ว
ส่วนข้าวของที่เหลือล้วนเป็สิ่งที่ข้าไม่สนใจที่นำมานัก
แต่เป็เพราะหลิวเฉิงเจี๋ยบอกว่าของที่ข้านำมานั้นดูไม่เหมาะสมนางจึงจัดมาให้เพิ่มเติม ข้าไม่รู้หรอกว่ามีสิ่งใดบ้าง ข้ามิได้สนใจจะเปิดดูหรือไต่ถามแต่อย่างใดเดาว่าคงเป็พวกยาบำรุงนั่นแหละ
“รัชทายาทเพคะพระชายาขอเข้าเฝ้าเพคะ” นางกำนัลหน้าห้องของเขาเอ่ยข้าแปลกใจเล็กน้อยว่าหากหลี่เสี่ยวหานป่วยหนักอย่างที่หลิวเฉิงเจี๋ยบอกข้า ยามนี้เขาก็คงนอนเป็ผักอยู่บนเตียง
จะตอบกลับมาได้เช่นไร
ทว่าไม่ทันที่ข้าจะถือวิสาสะเดินเข้าไปนั้นเสียงะโของผู้ที่น่าจะ ‘ป่วย’ ก็ดังเล็ดลอดออกมาเสียงดังฟังชัด
“ไล่นางกลับไป!”
เสียงก็ฟังดูปกติดีไม่ใช่รึ!
ข้าสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดใจนึกอยากโยนข้าวของมากมายที่ข้าอุตส่าห์หอบมาจากตำหนักตนเองทิ้งกระจายไว้ที่นี่
แต่ข้าเตือนตัวเองไว้เสียก่อนว่า ข้าต้องใจเย็น...ข้าต้องใจเย็น
หลี่เสี่ยวหานคือผีบ้าและข้าก็ไม่ควรถือสาเขา
“ได้ยินว่าพระองค์ป่วยหนักหม่อมฉันเป็ห่วงจึงมาเยี่ยม”
ข้ากัดฟันเอ่ย
หลี่เสี่ยวหาน! หากท่านไม่ป่วยหนักจริง สาบานว่าเมื่อข้าเข้าไปได้ ข้านี่แหละจะทำให้ท่านเจ็บจนลุกไม่ไหวเอง!
ข้าหรืออุตส่าห์คิดกลับตัวกลับใจเป็ชายาที่ดีของท่านนี่หากไม่เห็นว่าในอดีตชาติข้าต้องตายเช่นไร และข้าเคยรู้สึกผิดกับท่านมากเพียงใดอย่าว่าแต่ให้ท่านไล่เลย แม้นจะเฉียดกรายเข้ามาข้าก็ไม่อยากทำ!
เพียงแต่เมื่อนึกถึงสีหน้ายามที่เ้าเหวี่ยงกระบี่ใส่ข้าแล้ว...
ข้าจำเป็ต้องยอม
“ออกไป!”
หลี่เสี่ยวหานยังคงไล่ข้าข้าเริ่มได้ยินเสียงซุบซิบนินทาเบา ๆ ของเหล่านางกำนัลแต่เสียงเ่าั้ก็เงียบลงทันทีเมื่อข้าตวัดสายตาของข้าไปมองพวกนาง ข้าเดินผ่านประตูโดยไม่สนใจคำพูดของหลี่เสี่ยวหานไม่มีใครกล้าห้ามข้าแม้แต่คนเดียว
ลองห้ามดูสิข้าจะสั่งลงโทษให้หมด
เมื่อข้าเดินเข้าไปแล้วจากเดิมที่ข้าคิดว่าหากเขาไม่ป่วยหนักข้าจะต้องจัดการเขาแน่ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ว่าข้าอยากจับหลิวเฉิงเจี๋ยตียิ่งนัก!
ป่วยอะไรกันเล่า! เช่นนี้เขาเรียกคนเมาต่างหาก!
ข้ามองใบหน้าแดงก่ำด้วยพิษสุราของหลี่เสี่ยวหานด้วยอารมณ์ที่โมโหยิ่งนัก! เขากำลังนั่งชันเข่ามองมายังข้า ในมือถือจอกสุราเอาไว้อย่างไม่มั่นคงนัก
“หลิวเฉิงเจี๋ย!” ข้าหันกลับไปตวาด ทว่ากลับไร้ซึ่งเงาของนาง
เร็วนัก!
เช่นนี้อย่างไรเล่าข้าถึงได้ไม่ชอบนาง
“เ้าเข้ามาทำไมออกไป!”
คนเมายังคงะโไล่ไม่ขาดปากข้ามองสภาพของเขาด้วยแววตาเวทนายิ่งนัก นี่หรือรัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์หลี่บัดนี้ไม่แตกต่างจากชายขี้เมาที่ข้าเห็นตามตลาดเลยแม้แต่น้อย
“รัชทายาทเหตุใดพระองค์จึงดื่มจนเมามายเช่นนี้” ข้าเอ่ยตำหนิ หลี่เสี่ยวหานหรี่ตามองข้าเขามองอยู่นานราวกับจำไม่ได้ว่าเป็ใคร
“เ้าเป็ใครเหตุใดจึงมีเสียงเหมือนนางนัก”
ก็ข้าคือข้า!
มือขวาของข้าถูกยกขึ้นมากุมขมับตนเองไว้ด้วยความหน่ายใจยิ่งนักฟื้นจากความตายทั้งที เดิมคิดว่าการต้องมาง้อหลี่เสียวหานไม่ง่ายแล้วไม่คิดเลยว่าวันแรกกลับต้องมารับมือเขาในสภาพเช่นนี้
เ้าผีไร้หน้าเ้าพาข้ากลับไปทีเถอะ!