ตอนที่แปดสิบหก ก้าวสู่โลกกรูเม่ต์
อาหารไม่สามารถเล่นมุก”ใส่เกลือสลับกับน้ำตาล”ได้แบบแนวอนิเมะฮาเร็มเพราะคิงคองเงินไม่ใช่สาวน้อยน่ารักหน้าอกโต ซุ่มซ่ามใส่แว่น
แต่เขาคือคนที่นอนกลางดินกินกลางทรายทำอาหารเลี้ยงน้องๆมาตั้งแต่เด็กแม้จะไม่ได้เก่งอย่างเชฟตามภัตตาคารแต่ฝีมือก็ระดับที่ทำให้น้องๆแต่ละคนสามารถทานได้
และไม่ใช่เรื่องของการไหม้ไฟ
เพราะนามูนั้นควบคุมพลังไฟได้สมบูรณ์แบบดีมาก
องค์ประกอบหลักยังคงเป็นเนื้อ
ความเหนียวของเนื้อไม่ใช่ปัญหาเพราะผมสามารถเคี้ยวได้อย่างสบายด้วยร่างกายที่ก้าวผ่านร่างเซียนแล้ว
เนื้อนั้นคาวและเหนียวแต่ว่า
ให้ความรู้สึกเหมือนทานเนื้อจริงๆ
อาหารอย่างอื่นไม่ให้ความรู้สึก”จริง”เท่านี้
ลิ้นของผมแยะแยะรสชาติอาหารต่างๆได้ดียิ่งขึ้นตั้งแต่ฝึกบ่มเพาะพลัง
แต่อาหารจากเนื้อสัตว์อสูรนั้นมีรสที่”ลึกล้ำ”และ”จริง”มากกว่าอาหารอื่นๆ
มันให้ความรู้สึกหากเปรียบเทียบกันไม่ใช่อร่อยกว่าแต่อย่างอื่นเปรียบเหมือนสายไหมน้ำตาล
ละลายลิ้นด้วยความรวดเร็วแต่ไม่รู้สึกอิ่มหรือจริงจัง
อาหารเนื้อสัตว์อสูรให้ความรู้สึก”อิ่ม”ได้มากกว่า
เนื้อหัวใจและหน้าอกที่ธรรมดาก็คงเหนียวจนคนท้อใจเพราะหากใช้มีดยังฟันไม่เข้าคนธรรมดาจะกินเนื้อพวกนี้ได้อย่างไร?
แต่นั่นไม่มีปัญหาสำหรับคนที่มีพลังการบ่มเพาะชั้นสูง
สามารถเคี้ยวได้อย่างง่ายดายและสามารถดูดซับพลังปราณที่แฝงอยู่ในเนื้อสัตว์อสูรที่มีมากกว่าสัตว์ธรรมดา
สร้างความรู้สึกร่อยกว่าทานยาตามปรกติและรู้สึกมีความสุขมากกว่าด้วย
“โอ้ อร่อยมากจริงๆขอบคุถณมากคิงคองเงินและนามู”
เนื้อเหนียวแต่ผมเราสามารถเคี้ยวได้ก็กลายเป็นรสชาติเนื้ออย่างชัดเจน
เลือดบางส่วนที่มีอยู่ก็ข้นไหลลงไปในคอที่ทำให้รู้สึกถึงเหล็กและพลังงาน
แม้แต่กระดูกก็ยังสามารถเคี้ยวทานไขมันและพลังงานที่แฝงอยู่ในกระดูกต่างๆได้
อาหารที่มีพลังปราณ ไม่มีส่วนไหนที่ใช้การไม่ได้
สักพักพวกเราก็ทานกันจนหมด
“ฟู่”
ผมถอนหายใจออกมาอย่างมีความสุขมองท้องฟ้ายามราตรี
ที่ผู้จัดการเจียงยังมองผมอย่างตกใจ
ผมลองปั่นไขกระดูกทำเป็นมิลก์เชคให้ผู้จัดการที่ท่าทางจะทานเนื้อที่แข็งแกร่งราวกับยางรถยนต์ไม่ได้
ผู้จัดการหน้าแดงขึ้น
“โอ้ ไอ้หนูลูกพ่อ พ่อมได้เจอหน้าเจ้ามานานแล้ว”
ผู้จัดการเจียงเกิด”ตรงนั้น”ที่คึกคักขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านอ้าวป้าหม่าได้โปรดเถอะมีสิ่งนี้เท่าไรผมซื้อหมด”
ตามหลักการของชาวแดนจงหยวน
เราทุ่มเททุกอย่างไปกับการสร้างยาโด๊ปมานับแต่ครั้งบรรพกาล