การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 124 ระลึกเอาไว้ว่าเคยเป็นใครมาก่อน

    บทที่ 124 ระลึกเอาไว้ว่าเคยเป็นใครมาก่อน


    เทพมารเผยรอยยิ้มหยักลึกอย่างที่ชิว เหวินเจี้ยนไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่คาดคิดเลยว่าปีศาจที่ตนเคยปิดผนึกเอาไว้จะร้ายกาจเช่นนี้ บาดแผลที่ต้นแขนนั้นไม่เจ็บสักนิด หากแต่เขากลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดาแล้ว ถ้าจะเสียเลือดเช่นนี้นานเกินไปก็จะแย่เอาได้


    ชิว เหวินเจี้ยนมองกำแพงไฟที่สลายตัวไปอย่างเชื่องช้า ไอน้ำหนายังคงลอยวนอยู่รอบกายเพราะเวทน้ำที่เขาเสกขึ้นมาเพื่อต้านทาน ไอเปลวเพลิงร้อนฉ่ายังคงเหลือให้รู้สึก แม้จะเข้ามาที่มิตินี้เพียงจิตใจ ชิว เหวินเจี้ยนก็รับรู้ถึงมันได้ เทพมารยืนนิ่งเพราะเหมือนตนจะชนะไปเกินกว่าครึ่งแล้ว


    วงเวทสีแดงฉานส่องสว่างราวอาทิตย์ที่เฉิดฉาย มันบิดมวนราวกับมีชีวิตอยู่ภายใน ไม่ต้องใช้ความรู้ในการคาดคิดใดๆ หากชิว เหวินเจี้ยนไม่สามารถหลบมาจากมันได้ เขาจะต้องตกตายอยู่ที่นี่ การกลับมาเกิดครั้งนี้จะสูญเปล่า อันที่จริงเขาก็อยากจะใช้ชีวิตสงบสุข แต่สุดท้ายเพราะกงล้อแห่งโชคชะตานำพา สุดท้ายแล้วเล่าจักพรรดิเช่นเขาก็วนกลับมาเจอกับศัตรูเก่า ทั้งที่อยากปกปิดตัวตนเพียงใด ในที่สุดก็จะมีแต่คนรู้จักเขาโผล่มาเต็มไปหมด


    เทพมารนั้นจดจำเขาได้ พลังแข็งแกร่งที่อัดแน่นอยู่ภายในไม่ได้เปลี่ยนไป เทพมารคิดจะโจมตีในครั้งเดียว เวทนั่นวัดผลกันไปเลยว่าใครจะรอดหรืออยู่ ชิว เหวินเจี้ยนก็รู้ดีว่าการเค้นพลังใช้เวทสร้างวงเวทขนาดนั้นจะต้องเสียพลังงานในร่างไปขนาดไหน


    “จงดับสูญ...” เสียงเย็นเยียบเปล่งออกจากริมฝีปากของเทพมาร ฉับพลันเสียงระเบิดกัมปนาทดังเกินกว่าจะทัดทานก็เกิดขึ้นทั่วบริเวณแห่งนั้น


    ตู้มมมม!!!


    เทพมารโผกระโดดหลบไปอีกทางที่ตนเว้นไว้ เบื้องหน้ากลายเป็นนรกบนดินขนาดใหญ่ วงเวทกลายเป็นระเบิดนับร้อย พวกมันพุ่งเข้าหาชิว เหวินเจี้ยนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก่อนจะระเบิดออก หมายทำลายร่างของเขาให้แหลกละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลวเพลิงโหมไหม้อย่างรุนแรง เทพมารหวังเหลือเกินว่าร่างของชิว เหวินเจี้ยนจะแหลกสลาย จักพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะแพ้พ่ายให้กับเขา


    เทพมารหัวเราะดังสนั่น รู้สึกถึงชัยชนะที่เฝ้ารอมาหลายร้อยปี บัดนี้เขาสามารถแก้แค้นให้ตนเองได้แล้ว หลังจากทนกับความอัปยศอดสูมานาน เทพมารจดจ้องไปที่พื้นที่ลุกเป็นไฟ เพ่งสายตาเพราะเห็นไฟกลุ่มหนึ่งเคลื่อนตัวอย่างแปลกประหลาด สักพักเสียงหัวร่อก็จางหาย เหลือไว้แต่ใบหน้าที่ไม่เชื่อสิ่งที่ตนเห็นเท่านั้น


    “ทำได้เท่านี้หรือ จักสังหารข้าเจ้าต้องเก่งกว่านี้หลายเท่านัก” เสียงนั้นเป็นเสียงของชิว เหวินเจี้ยนไม่ผิดเพี้ยน เทพมารตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตอนที่เห็นร่างของชายเจ้าของเสียงที่เดินฝ่าเปลวเพลิงออกมาทั้งมือเปล่าเช่นนั้น


    ชายหนุ่มยังคงไร้ร่องรอยแผลไหม้หรือโดนเผาตายไปอย่างที่เทพมารเข้าใจ ร่างของเขานั้นปลอดภัย หากสังเกตดีๆ จะเห็นแสงสีขาวโอบล้อมร่างกายของชิว เหวินเจี้ยนเอาไว้ นั่นคงเป็นพลังที่ทำให้ชิว เหวินเจี้ยนสามารถรอดพ้นจากเปลวเพลิงนั่นมาได้ เบื้องหลังสีแดงฉานนั้นไม่ได้ทำให้ชิว เหวินเจี้ยนสะทกสะท้าน


    “เจ้า...เป็นไปไม่ได้” เทพมารชี้หน้าชิว เหวินเจี้ยนอย่างโกรธแค้น นึกเจ็บใจนักเหตใดจึงไม่สามารถโค่นล้มบุรุษตรงหน้าได้ ทำไมแม้จักกลับมาเกิดใหม่ก็ยังแข็งแกร่ง


    “แผลนี้จะถือว่าเป็นเครื่องเตือนใจว่าข้าสะเพร่าเพียงใด” ชิว เหวินเจี้ยนพูดแผ่วเบาราวกับจะกล่าวกับตนเองเสียมากกว่า เขาทอดมองต้นแขนของตนที่พลาดท่าให้กับเทพมาร แต่คราวนี้กลับกลายเป็นรอยยิ้มของชิว เหวินเจี้ยนเองที่น่ากลัวกว่า เทพมารถอยหลังไปหนึ่งก้าวยามเมื่อรู้สึกถึงมวลพลังที่แผ่มาจากชายตรงหน้า


    “ข้าจะไม่ยอมแพ้เจ้าอีกแล้ว” เทพมารพูดขึ้น คราวนี้เปลวเพลิงด้านหลังของชิว เหวินเจี้ยนเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตขึ้นมา พวกมันเชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นนายตอนที่เทพมารชี้นิ้วไปเบื้องหน้า เปลวเพลิงก็ต่างลุกโหมและเข้าล้อมร่างกายของชิว เหวินเจี้ยนทันที


    ชิว เหวินเจี้ยนไม่มีทางหลีกหนี ห้องแคบๆ แห่งนี้ถูกล้อมด้วยไฟไปหมดแล้ว ทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากสถานการณ์ตรงนี้ไปได้นั้นมีแต่ต้องกำจัดเทพมารหรือไม่ก็ยอมแพ้ไปเสีย ชิว เหวินเจี้ยนเร่งพลังในกายของตน แสงสีขาวที่โอบล้อมรอบกายนั้นเปล่งประกายเรืองรอง เทพมารรู้ดีว่าชิว เหวินเจี้ยนนั้นเก่งกาจขนาดไหน เขาขว้างขวานไฟไปข้างหน้าแต่ไม่ได้หมายจะตัดหัวเขา

    ขวานนั้นร่อนไปทั่วห้องทำลายเสาจนหมดสิ้น เพดานที่อยู่ด้านบนถล่มลงมา ชิว เหวินเจี้ยนเบี่ยงตัวหลบ ไฟเหล่านั้นพยายามจะทำร้ายเขาให้ได้แต่ก็ไม่เป็นผล เวทบางอย่างที่หุ้มร่างของเขาทำให้ปลอดภัยจากเวทไฟของเทพมาร ยามเมื่อมิติแห่งนี้ถูกทำลายสิ้นซึ่งห้องโถง ความมืดก็ปกคลุมทั่วทั้งมิติ ร่างของชิว เหวินเจี้ยนและเทพมารลอยอยู่บนอากาศ


    “เจ้าหมดลูกเล่นแล้วงั้นหรือ” ชิว เหวินเจี้ยนแหงนมองเทพมารที่จับขวานไฟไว้ในมือ อีกฝ่ายกัดฟันกรอดยามเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็เกลียดมันไม่เปลี่ยนแปลง


    “หากคิดว่าข้าทำได้เพียงนี้...” เทพมารยกมืออีกข้างที่ว่างเปล่าขึ้นมา ชิว เหวินเจี้ยนจดจ้องมัน ในตอนที่แสงสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาฉายแสงร้อนแรง เมื่อนั้นก็คล้ายกับดวงตาเขามืดบอดไป แสงที่จู่ๆ ก็สว่างวาบทำให้ดวงเนตรของชิว เหวินเจี้ยนดับไป…


    ชายหนุ่มรีบหลับตาลงก่อนจะเบิกตาขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ร่างของเทพมารรุดเข้ามาใกล้เขา ขวานไฟตวัดเข้าที่ร่างของชายหนุ่มอย่างจัง ร่างของชิว เหวินเจี้ยนลอยคว้างไปยังอากาศที่ว่างเปล่า เขากระอักเลือดออกมาในเสี้ยววินาทีนั้น เทพมารก็ปรากฏกายขึ้นด้านหลัง ปีศาจฉวยจับร่างของชิว เหวินเจี้ยนมาไว้ในมือ หมายจะบีบให้แหลกทั้งกระดูก


    “ฮ่า ฮ่า รอมานานเหลือเกิน วันนี้ข้าจะได้ออกไปข้างนอกเสียที” เทพมารพูดกับชิว เหวินเจี้ยนที่อยู่ในกำมือ


    ตอนนั้นเองที่ชิว เหวินเจี้ยนยกยิ้มขึ้นอีกครา ชายหนุ่มแตะสัมผัสที่ลงมือของเทพมารก่อนจะเงยหน้ามองอย่างมิเกรงกลัว


    “ข้าต่างหากที่รอมานาน...” ชิว เหวินเจี้ยนบอกกลับไป ดวงตาของเขาประกายกร้าวพร้อมทั้งมีอักขระบางอย่างเกิดขึ้นภายใน เทพมารมองเขาอย่างไม่เข้าใจก่อนจะออกแรงสุดแขนเพื่อบีบชิว เหวินเจี้ยนหากแต่ไม่สามารถทำได้ เทพมารขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!


    วาบ… แสงสีขาวเลือนลางค่อยๆ เด่นชัดรอบกายของเทพมาร มันเป็นวงเวทขนาดใหญ่ที่มีตัวอักษรโบราณอ่านได้ยาก ฉับพลันโซ่สีขาวก็พุ่งออกมาจากมันเข้ารัดตามร่างของเทพมารที่มีร่างกายมหึมากว่าชิว เหวินเจี้ยนหลายเท่าตัว เทพมารกระตุกเฮือก จำยอมปล่อยร่างกายของชิว เหวินเจี้ยนให้เป็นอิสระ


    ชายหนุ่มหล่นลงสู่พื้น มองตราเวทที่มือของเทพมารอย่างยินดีก่อนจะคุกเข่าลงกับอากาศมืดสนิทที่ตอนนี้มีวงเวทปรากฏขึ้นโดยรอบ เขาปาดเลือดของตนลงบนวงเวทที่อยู่ใกล้สุด ร่ายคาถาด้วยเสียงแผ่วเบาในขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง


    “เจ้า...เจ้า นี่มันวิชาผนึกมาร เจ้ามันคนเจ้าเล่ห์!!!” เทพมารสบถด่า คำรามลั่นจนลำคอแข็งเกร็ง อาละวาดอย่างเดือดดาลตอนที่โซ่นั้นรัดร่างแรงขึ้นทุกครั้งที่ชิว เหวินเจี้ยนวาดนิ้วไปตามวงเวท


    “ข้าฆ่าเจ้าได้แต่แรกหากแต่ไม่ทำ เจ้ายังเป็นกำลังให้กับข้าได้ และเวทผนึกนี้จะต้องใช้เวลาในการสร้าง หากข้าไม่มีพลพรรคมากพอจะต้องใช้เลือดของตัวเอง” แสงนั้นส่องสว่าง อาบไล้ชิว เหวินเจี้ยนให้โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด ภาพของจักพรรดิซ้อนทับกันกับเขา เทพมารเองนั้นจดจำสายตาเช่นนั้นได้ดี


    สายตาของผู้ชนะ…


    “เจ้าเพียงแกล้งพลาดท่าเพื่อจะได้สร้างวงเวทไปทั่วงั้นรึ!” เทพมารกระโจนใส่แต่โดนโซ่รั้งเอาไว้ “ระลึกไว้เสียด้วยว่าเจ้าเป็นใครในตอนนี้ เวทผนึกที่เจ้าใช้ร่างมนุษย์จะไม่สามารถต้านทานได้ เจ้าจะต้องตายไปด้วย!”


    “ได้ยินหรือไม่ หลิง หนี่เฟิงโจวชิงเหอ เจ้าจะต้องตายไปด้วย!!!”



    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367