ไม่ทันได้ตั้งตัว ยานรบของสหพันธ์เปิดฉากโจมตีทันที
บึ้ม ตู้ม!
ยานรบดัดแปลงสิบลำถูกทำลายในไม่กี่วินาที กว่าเจ้าของเสียงทุ้มต่ำจะได้สติเขาก็เหลือยานรบไม่ถึงครึ่ง
“ถอย!!” รู้ว่าสู้ไม่ได้เพราะจำนวนมันต่างกันเกินไป ยานของกองกำลังสหพันธ์กว่าสามร้อยลำโอบล้อมพวกเขา เจ้าของเสียงทุ้มต่ำไม่มีทางเลือกมากนักจึงสั่งให้ยานรบทุกลำกลับมาที่ยานบัญชาการ
แต่กว่าจะกลับเข้ามาก็สูญเสียยานรบไปอีกสิบกว่าลำ เจ้าของเสียงทุ้มต่ำรู้สึกเจ็บปวดใจ ยานรบเหล่านี้เขาใช้เวลาและเงินไปเกือบทั้งหมดกว่าจะสร้างพวกมันได้ห้าสิบลำ
“บัดซบ!! พวกสหพันธ์!!” เขาคำรามด้วยความโกรธแค้น
“แก…ครั้งหน้าเราจะได้เห็นดีกัน!!” เจ้าของเสียงทุ้มต่ำตะคอกใส่โจ ก่อนจะปิดการสื่อสารและเตรียมตัวหนี
“จะหนี?” โจหรี่ตา เขาไม่เชื่อว่าพวกมันจะสามารถหนีไปได้
อย่างไรก็ตามยานบัญชาการของเจ้าของเสียงทุ้มต่ำเกิดการกระเพื่อมก่อนจะหายไปต่อหน้าต่อตา
“เทคโนโลยีการกระโดด?” โจประหลาดใจ นี่เป็นเทคโนโลยีการกระโดด
ความสามารถของเทคโนโลยีนี้จะทำให้ยานอวกาศสามารถกระโดดไปในระยะทางสั้นๆได้ ตามปกติเมื่อต้องการเดินทางไปยังระบบดาวอื่นจะเป็นการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสงเป็นเส้นตรง แต่เทคโนโลยีการกระโดดจะเป็นการคำนวณมิติอวกาศให้มีลักษณะคล้ายพื้นดิน โดยยึดเอาพื้นที่อวกาศส่วนหนึ่งให้เป็นพื้นและยานอวกาศเป็นสิ่งมีชีวิตและกระโดดไปข้างหน้า ด้านข้างหรือด้านหลังก็ได้ นี่เป็นข้อดีของมัน
อย่างไรก็ตามมันมีข้อเสียอยู่เช่นกัน เมื่อใช้เทคโนโลยีนี้จะทำให้ยานอวกาศเกิดเสียหายเพราะเทคโนโลยีการกระโดดถูกออกแบบมาเพื่อบังคับให้ยานอวกาศไปในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกับสภาพของยาน
ยานอวกาศไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อให้สามารถกระโดดได้ ตอนนี้ยังไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนสามารถสร้างยานอวกาศที่รองรับเทคโนโลยีนี้ได้ ดังนั้นการใช้งานมันจึงมีความเสี่ยงสูง
อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีนี้เป็นของเผ่าพันธุ์คูนินที่สร้างมันขึ้นมา แต่โจไม่คิดหรอกว่าคนสวมหน้ากากจะเป็นเผ่าพันธุ์คูนิน เพราะเทคโนโลยีนี้ไม่ได้เป็นความลับและมีวิธีการสร้างอยู่ในเครือข่ายของสหพันธ์
……
ณ ระบบดาวแห่งหนึ่ง ส่วนหนึ่งของพื้นที่อวกาศได้เกิดการกระเพื่อมและยานบัญชาการของคนสวมหน้ากากเสียงทุ้มต่ำได้ปรากฏ แต่สภาพของยานตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ส่วนหนึ่งของยานแตกออกและมีกระแสไฟฟ้าลัดวงจรหลายจุด
“บัดซบ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าพวกมันจะตามมาฉันคงไม่ใช่วิธีนี้หนีออกมาหรอก!!” เสียงทุ้มต่ำกลายด้วยความโกรธ เขาไม่มีทางเลือก หากใช้วิธีเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสงจะถูกตามได้ง่ายๆ เขาจึงต้องใช้วิธีนี้เพื่อทำให้พวกสหพันธ์ไม่สามารถจับตำแหน่งของเขาได้
“นายท่าน ส่วนที่สิบ เก้า แปดและหก เสียหายอย่างหนัก คนที่ประจำการในส่วนนั้นถูกดึงออกไปนอกอวกาศและเสียชีวิตนับร้อยครับ” ลูกน้องของเขารายงานความเสียหาย
“เวรๆๆๆๆ” ชายสวมหน้ากากเสียงทุ้มต่ำกรีดร้องด้วยความโมโห เขาอยากบีบคอโจให้แหลกคามือ
ทั้งลูกน้องกว่าร้อยชีวิตที่ตายไปและยานอวกาศที่เสียหาย คราวนี้เขาสูญเสียมหาศาล
“เพราะเจ้านั่น ถ้ามันไม่เซ้าซี้ให้ฉันต้องออกไปสู้กับพวกมนุษย์ ฉันคงไม่สูญเสียขนาดนี้หรอก ลูกแก้วแห่งไซโล…หึ ไม่คุ้มเลย” เขารู้สึกเศร้าและโกรธในเวลาเดียวกัน
รู้ว่าคร่ำครวญต่อไปก็ไม่ได้อะไรเขาจึงถามลูกน้องของตนว่า “ไปถึงดาวคันไยไหวไหม?”
ลูกน้องได้ยินคำถามก็รีบตรวจสอบอย่างรวดเร็วก่อนจะตอบว่า “พอไหวครับ”
“งั้นไปดาวคันไย”
จากนั้นยานบัญชาการของชายสวมหน้ากาก ส่งเสียงทุ้มต่ำก่อนที่ยานอวกาศจะหายไป
……
เทคโนโลยีการกระโดดไม่สามารถแกะรอยได้ ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงยอมแพ้
ในห้องบัญชาการบนยานบัญชาการของมนุษย์ ภาพโฮโลแกรมแสดงใบหน้าของชายที่มีหัวเป็นหนวดหมึก เขาคือยานิก พลโทแห่งสหพันธ์และมีหน้าที่รับผิดชอบเขตชายแดน
“เวรจริงทำไมต้องมาเจอกับไอ้หัวทะเลนี้ด้วย” โจพึมพำ เขตชายแดนมีมากมายแต่เขาดันซวยมาเจอกับยานิกซะได้
“ไง…พันเอกโจ สบายดีมั้ย?” ยานิกกล่าวถามราวกับไม่ได้เจอเพื่อนรักมาแรมปี
“โอ้ ไม่คาดคิดว่าท่านนายพลยานิกจะรับผิดชอบที่เขตนี้” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนบนยานมองโจกับยานิกพูดคุยกันราวกับเพื่อนสนิท แต่ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขารู้สึกถึงบรรยากาศแปรปรวนเหมือนกับว่ากำลังจะเกิดภัยพิบัติ
“ฮ่าๆๆ…” ยานิกหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะกลับมากล่าวอย่างสงบว่า “แร่ไมนาลาสที่พวกคุณค้นพบจะได้รับ 1 ใน 20 และที่เหลือจะเป็นของสหพันธ์ คุณคิดว่ายังไงพันเอกโจ?”
ใบหน้าโจมีความสับสน “แร่ไมนาลาสอะไร? ไม่มีแร่ที่ว่านั่นแถวนี้หรอก พลโทยานิก…คุณน่าจะตาฝาดไปแล้วล่ะ”
คำพูดของโจทำเอาคนบนยานอ้าปากค้าง ดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยแร่ไมนาลาสอยู่ข้างๆพวกเขา ทุกคนที่นี่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนถึงแสงระยิบระยับของแร่พวกนั้น นี่หัวหน้าของพวกเขากำลังยั่วโมโหอยู่รึไง?
ได้ยินคำพูดของโจ ยานิกหัวเราะออกมาราวกับเจอเรื่องตลกที่สุดในจักรวาล “ฮ่าๆๆๆ พันเอกโจคุณนี่ยังมีอารมณ์ขันไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“ถ้าพันเอกโจว่าเช่นนั้น ถ้างั้นในนามของสหพันธ์ผมคงต้องไปสำรวจด้วยตัวเอง แต่น่าเสียดายที่พวกคุณจะไม่ได้รับอะไรเลย” ยานิกส่ายหัวด้วยความเสียใจ
รู้ว่าการพูดเล่นคงไม่มีประโยชน์อีกต่อไป โจจึงกล่าวขึ้นมาอย่างนิ่งเฉยว่า “1 ใน 4 เป็นของมนุษย์ ที่เหลือเป็นของสหพันธ์”
ยานิกมีสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะกล่าวเสียงเย็นว่า “คิดจะกลืนมากมายขนาดนั้นระวังท้องจะแตกเอา”
“ไม่ต้องกังวลว่าพวกเราจะกลืนไม่ไหวหรอก ต่อให้ต้องท้องแตกพวกเราก็จะกลืนมัน” โจตอบกลับอย่างไร้อารมณ์
ตอนนี้ไม่มีใครมีสีหน้ายิ้มแย้มอีกต่อไป
ยานิกกล่าวว่า “ทำไมคุณถึงไม่เห็นต่อผลประโยชน์ส่วมรวมของสหพันธ์? พวกคุณจะเอาแร่มากมายขนาดนั้นไปทำอะไร?”
โจตอบทันควัน “มนุษย์เพิ่งท่องอวกาศได้เพียงสิบปี ความแข็งแกร่งยังน้อยอยู่ดังนั้นแร่เหล่านี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพัฒนาเผ่าพันธุ์มนุษย์”
แร่ไมนาลาสจำนวน 1 ใน 4 แม้ว่าจะดูเป็นตัวเลขที่น้อย แต่จริงๆแล้วมันเป็นปริมาณมหาศาลเลยทีเดียว คิดดูว่าแร่ไมนาลาสทั้งดาวเคราะห์ 1 ใน 4 สามารถทำให้เผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่งก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามเนื่องจากโจเองก็เป็นมนุษย์เขาก็ต้องเอาผลประโยชน์ให้กับเผ่าพันธุ์ตัวเอง ไม่มีทางที่เขาจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ในความคิดของเขาหากพวกกลุ่มคนสวมหน้ากากไม่มาโจมตีจนเขาไม่มีทางเลือกนอกจากขอความช่วยเหลือก็คงไม่ต้องมาแบ่งให้กับทางสหพันธ์
เขารู้ดีว่าไม่สามารถกอบโกยได้มากเกินไปไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาภายในเอาได้ เขาจึงคิดจะเอา 1 ใน 4 ไปและตามความคิดของเขานี่เป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่จะเอาไปได้