บทที่ เจ็ด
นางไม่แน่ใจแล้วว่าเวลานี้หากมีคนใช้ไม้ตีขาทั้งสองนางจะยังรู้สึกเจ็บอยู่ไหมท่ามกลางห้องมืดสนิทอากาศเย็นชื้นพื้นหินแข็งหยาบสตรีทั้งสามคนถูกขังมาในห้องนี้นานค่อนคืนแล้วยังไม่พอพวกนางถูกสั่งให้คุกเข่าเช่นนี้หลายชั่วยามด้วยต้นเหตุทั้งหมดก็คงไม่ใช่อะไรนอกจากการกลั่นแกล้งต้นเหตุจากการได้รับความโปรดปรานที่ไม่รู้ที่มาที่ไปจากเทียนหลงฮ่องเต้
ทั้งหลิวชิงเซียงไม่รู้เวลานี้เป็ยามใดรู้เพียงว่าด้านนอกนั้นมืดสนิท ส่วนการคุกเข่านี่ไม่ใช่เพียงตนที่โดนลงโทษสองนางกำนัลที่ติดตามมาด้วยก็อยู่ด้านหลัง ั้แ่กลางวันลากยาวมากลางคืนพวกนางถูกเรียกตัวมาั้แ่ตะวันคล้อย เดิมที่ก็ไม่ได้อยากข้องเกี่ยวกันถ้าอีกฝ่าฐานะเท่าเทียบคงปฏิเสธไปแล้วแต่อีกฝ่ายกลับเป็ถึงสนมขั้นผินแม้จะระดับขั้นเดียวนางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงถูกเรียกตัวมาก็ต้องยอม
ตอนมาถึงหลิวชิงเซียงก็พยายามระวังตัวแต่เพียงคำแรกที่ออกจากปากก็ผิดเสียแล้ว นางใช้คำนำหน้าไม่ถูกต้อง ‘ข้าหลิวชิงเซียง’ แค่นี้ก็ถูกส่งมาคุกเข่าหนึ่งคืนสำหรับผู้ฝึกยุทธ์คุกเข่าเท่านี้ไม่นับเป็อะไรนักหนาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าก็เมื่อยเป็แต่ยิ่งสำหรับอิงหลานฟ่านหรูนั้นคงใกล้จะไม่ไหวแล้วพวกนางเป็สตรีพึ่งเข้าวังมาเป็นางกำนัลใหม่ๆ การลงโทษขนาดนี้คงเป็ครั้งแรก
“ไหวไหม?”
“ไหว..เ้าค่ะหลี่กุ้ยเหริน” ฟ่านหรูตอบเสียงสั่นเล็กน้อยเพราะการคุกเข่าอย่างน้อยก็ไม่ถึงตายถ้าถูกโบยเฆี่ยนตีการเป็นางกำนัลตัวเล็กตายไปก็ไม่มีใครใส่ใจแน่
“อืมครั้งหน้าข้าจะไม่พาพวกเ้ามาแล้ว โดนอะไรจะได้โดนคนเดียว”
เดิมทีก็กลัวว่าไม่คุ้นเคยเลยอยากจะให้ตามติดมาแต่พอเจอแบบนี้ก็นึกเสียใจหลิวชิงเซียงเงยหน้ามองเพดานบ้างมองกำแพงบ้างหรือหน้าต่างบานเล็กบ้างแต่ก็เล็กเกินไปมองไม่เห็นดวงจันทร์ด้วยซ้ำ พลันก็มีเสียงโครกครากจากท้องที่ว่างสิ่งที่เสียใจอย่างที่สองก็คงเป็ไม่ได้ทานอาหารเย็นมาก่อนที่มาที่นี่
“ไว้ตอนเช้าเราคงถูกปล่อยตัวแล้วหม่อมฉันจะเอาข้าวเมื่อวานมาต้มเป็อาหารเช้าให้หลี่กุ้ยเหรินก่อนนะเพคะ”
หลิวชิงเซียงนึกไปถึงอาหารที่แอบซ่อนไว้ความจริงนอกจากข้าวแล้วนางมีทั้งหมั่นโถวผักดองแป้งทอดไส้ถั่วแดงอีกด้วยแต่เพียงว่านางซ่อนเก็บไว้ให้ขันทีน้อยผู้หนึ่ง เห็นทีเวลานี้ถ้าไปกลับไปนางจะกินเองให้หมดเลย
่เวลาถูกลงโทษสิ้นสุดลงในตอนเช้าแสงสลัวลอดผ่านเข้ามาในช่องเล็กๆ ที่แท้จริงแล้วแทบจะเรียกว่าหน้าต่างไม่ได้อากาศยามรุ่งสางหนาวว่าค่ำคืนเสียอีก เหมือนน้ำค้างลงหัวมาทั้งคืนหลิวชิงเซียงเวลานี้รู้สึกยิ่งไม่ชอบเมืองหลวงที่นี่ทั้งหนาวแต่กลับอากาศชื้นด้วยยิ่งห้องต้องสงสัยแห่งนี้นางถูกจับมาขังไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หนาวขนาดนี้ ผ้าคลุมที่นำมาด้วยก็ถูกยึดไปหลายครั้งภาวนาให้ตะวันรีบฉายแสงจะได้อุ่นขึ้นสักนิด
ประตูทางเข้าออกหนึ่งเดียวถูกดันเปิดออกหญิงสูงวัยผู้หนึ่งก็เดินนำเข้ามาก่อนถึงตามมาด้วยนางกำนัลอีกสี่นาง
“หลี่กุ้ยเหรินได้รับการอบรมแล้วจากนี้คงสามารถอยู่ในกฎได้แล้วนะเพคะ”
“หึ..” อบรมอะไรกันการถูกสั่งให้มาคุกเข่าแบบนี้ไม่เห็นจะเกี่ยวกับอบรม “อบรมมิใช่ต้องกล่าวทางวาจาหรือสั่งสอนให้เข้าใจพวกเ้าให้คุกเข่าเช่นนี้ข้าคงเข้าใจกฎเกณฑ์มากขึ้นได้อย่างไร?” จะว่านางปากกล้าก็ได้แต่วิธีนี้ไม่ใช่การอบรมสักนิด นางทั้งเมื่อยทั้งหิวทั้งหนาวมาค่อนคืนสงบอารมณ์ได้ขนาดนี้ก็นับว่าเก่งแล้ว
“หรือหลี่กุ้ยเหรินไม่พอใจการอบรมเช่นนี้หม่อมฉันจะไปแจ้งต่อเฉินผินให้เอง”
“เดี๋ยวๆ ไม่ต้อง” หลิวชิงเซียงพึ่งรู้ตัวว่าทำผิดพลาดอีกแล้วทำไมไม่สงบสติอารมณ์ให้มากกว่านี้ “ข้าได้รับการอบรมเพียงพอแล้ว”
“เข้าใจแล้วเพคะจากนี้หม่อมฉันก็ขอเริ่มสอบถามหลี่กุ้ยเหรินบ้างเื่ หวังว่าจะได้รับคำตอบนะเพคะ” เสียงไม่น่าไว้ใจของหญิงสูงวัยคนนี้ทำเอาหลิวชิงเซียงคิ้วกระตุกแต่แค่นั้นไม่เพียงพอ หลังวาจานั้นเอ่ยจบถังน้ำใหญ่ก็ถูกยกเข้ามาในห้องถังใหญ่ขนาดนี้..หรือว่านางจะถูกจับอาบน้ำ
“พวกท่านจะทำอะไรหลี่กุ้ยเหริน” อิงหลานฟ่านหรูเห็นถังน้ำก็ทนไม่ไหวรีบถลาตัวเข้ามาเกาะแขนนายหญิงคนละข้างถังน้ำใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่เื่ดีแน่
“แยกพวกนางออกไป” หญิงสูงวัยที่ดูมีอำนาจสุดคนเดิมชี้นิ้วสั่งนางกำนัลอีกสี่คนทั้งสี่พร้อมใจกันกรูเข้ามาหาพวกนาง อิงหลานฟ่านหรูเห็นเช่นนี้ยิ่งไม่ยอมปล่อย เกาะตัวนายหญิงแน่นกว่าเดิมขณะนั้นเองก็ถูกดึงลากออกไปด้วยไม่นานนางกำนัลตัวน้อยที่เมื่อยล้าท้องหิวมาทั้งคืนก็สู้แรงนางกำนัลตัวใหญ่กว่าจำนวนเยอะกว่าไม่ไหวถูกพาไปมุมห้อง
“ปล่อยพวกนางนะ!” หลิวชิงเซียงไม่ทนอีกนางลุกขึ้นยืนชี้สั่งหญิงสูงวัย “เ้าเป็ใครกล้ามาทำคนของข้า”
“หม่อมฉันไม่ใช่คนสำคัญใดๆแต่ได้รับคำสั่งโดยตรงจากเฉินผิน เพียงหลี่กุ้ยเหรินตอบตามตรงข้าก็จะปล่อยพระสนมกับนางกำนัลไปแต่ถ้าปากแข็งจากนี้ขอล่วงเกินหลี่กุ้ยเหรินแล้ว”
“ก็ลองดูสิ มาร้ายขนาดนี้ข้าคงยอมหรอก” หลิวชิงเซียงกัดฟันพูดโทสะปะทุทั่วกายอาการหนาวสั่นจากน้ำค้างรุ่งสางหายเป็ปลิดทิ้ง
ท่าทางไม่ยอมคนของหลิวชิงเซียงสร้างความหวาดหวั่นในหญิงสูงวัยดวงตาของสนมคนนี้น่ากลัวไม่ใช่น้อยมองตรงมาอย่างเอาเื่ ฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ถ้าฤทธิ์มากนักหญิงสูงวัยก็ต้องเรียกผู้ช่วย “ไล่หวัน เซียวกุย เข้ามา!”
“ได้สิ” เื่อัดคนหลิวชิงเซียงกลัวที่ไหนสตรีสองคนที่เข้ามาใหม่ตัวใหญ่กำยำ ดูไม่ใช่นางกำนัลทั่วไปที่บอบบาง แสดงว่าคงมีไว้ใช้แรงงานเช่นต่อสู้ทำร้ายคนเสียมากกว่า
หลิวชิงเซียงสะบัดไล่ความเมื่อยล้าที่ต้นขาเล็กน้อยก่อนเตรียมพร้อมตั้งท่ารับกระบวนท่าต่อสู้สองนางกำนัลร่างใหญ่ก็พุ่งเข้ามาอย่างไล่เลี่ย แต่พอใกล้จะถึงตัว..
“อย่าทำหลี่กุ้ยเหรินนะ!””
“หลี่กุ้ยเหรินหลบเร็วเพคะ!”
สองเสียงลั่นห้องของนางกำนัลตัวเองอิงหลานฟ่านหรูะโอารามใพร้อมสะบัดตัวรุนแรงหมายจะเข้ามาช่วยแต่ทำอย่างไรก็ไม่หลุดจากการคุมตัวหลิวชิงเซียงได้ยินทั้งสองเรียกคนว่าหลี่กุ้ยเหรินพลันได้สติ นางเป็หลี่เสวี่ยเป็สนมของฮ่องเต้ หลี่กุ้ยเหรินไม่สมควรรู้วรยุทธ์ แต่ไหนแต่ไรมามีการคุมเข้มเื่นี้เพื่อรักษาขนบประเพณีของจินหยางที่สตรีจะต้องอยู่เหย้าเฝ้าเรือนและอีกเหตุผลคือเพื่อใช้กันการลอบทำร้ายจักรพรรดิยามเวลาส่วนตัวถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปเกรงจะลำบากทั้งนางเองและเผ่าซาเฟิง
ฉะนั้นนางจะใช้วรยุทธ์มิได้!
ไล่หวันเซียวกุยจึงเข้ามาถึงตัวหลิวชิงเซียงอย่างง่ายดายคนหนึ่งจับสองมือไพล่หลังอีกคนกดหัวนางให้ก้มต่ำ
“หลี่กุ้ยเหรินพยศเช่นนี้หม่อมฉันก็ลำบากใจพวกเ้านำพระสนมไปอบรมเสียก่อน”
“เ้าค่ะ เฉียวหน่ายเหนียง” หญิงสูงวัยคนนี้คือเฉียวหน่ายเหนียงนี่เองหลิวชิงเซียงจะจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ
หลิวชิงเซียงถูกพาไปที่ถังน้ำใบใหญ่ไม่ทันจะได้คิดว่าการอบรมนั้นคืออะไรศีรษะก็ถูกกดลงถังน้ำด้วยอารามใและไม่ทันได้ตั้งตัวนางเลยสำลักน้ำคำโตศีรษะถูกกดในน้ำทั้งเย็นทั้งทรมานจากอาการแสบจมูกนางดิ้นเพื่อให้หลุดความทรมานแต่มือก็ถูกกุมแน่นจะเอาแรงตัวเองสู้แรงสองคนยิ่งลำบาก
การอบรมครั้งแรกตามคำสั่งของเฉียวหน่ายเหนียงไม่นานหลี่กุ้ยเหรินก็ถูกดึงตัวขึ้นมาร่างกายท่อนบนเปียกชุ่ม หลิวชิงเซียงไอโขลกน้ำหูน้ำตาไหลเกิดมาไม่เคยถูกกดน้ำมาก่อนกว่าจะเงยหน้าขึ้นมาได้ก็หลายอึดใจ
“จากนี้ขอให้หลี่กุ้ยเหรินเชื่อฟังหม่อมฉันก็จะได้ปล่อยตัวพวกท่านไปเสียที”
คนที่ตาแดงเส้นเืขึ้นเป็ริ้วๆปลายจมูกแดงจัดมองจ้องหญิงสูงวัยอยากแค้นใจแต่ต้องกัดฟันข่มตัวเองเอาไว้กลัวจะขาดสติซัดอีกฝ่ายจนมอบ“ว่ามา..เฉียวหน่ายเหนียง้าอะไร?”
“มิใช่หม่อมฉันที่้าแค่ได้รับคำสั่งมาเท่านั้นเฉินผินเพียงสงสัยในตัวหลี่กุ้ยเหรินเล็กน้อยเท่านั้น” หญิงสูงวัยอาภรณ์สีเข้มค่อยๆเดินเข้ามาหาร่างที่ทรุดตัวอยู่ที่พื้น จนมาหยุดที่เบื้องหน้าห่างไปได้หนึ่งก้าว “หลี่กุ้ยเหรินตอบมาตามตรงพระสนมหลอกล่อเทียนหรงฮ่องเต้วิธีใดให้ประทานตำหนักฟู่ตงให้”
“ข้า..ไม่..ได้..ทำ” เสียงย้ำเน้นหนักทุกพยางค์แม้แต่พระพักตร์หลิวชิงเซียงยังไม่รู้เลยว่าเป็อย่างไรนางจะไปอ้อร้ออีกฝ่ายได้อย่างไร
“เช่นนั้นก็น่าสงสัยยิ่งนักหลี่กุ้ยเหรินไม่เคยเข้าถวายงานด้วยแท้ๆได้ยินมาว่าพวกคนเถื่อนนอกหัวเมืองรู้คุณไสย เื่นี้จะเกี่ยวกันไหม?”
นางกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนลับนี่เองหรือนี่จะเป็วิธีใช้สำหรับกำจัดสนมที่ได้รับความโปรดปรานเกินหน้าและนางจะถูกใส่ความว่านำคุณไสยมาใช้กับฮ่องเต้ เื่แบบนี้ใครจะยอมรับง่ายเช่นนั้นถ้านางไม่ยอมรับเห็นทีก็จะถูกทรมาน ส่วนถ้ายอมรับก็จะ..
“เื่ไร้สาระเช่นนี้พวกเ้ากล้านำมาคิดได้อย่างไร”
“ทำไมหลี่กุ้ยเหรินถึงพูดยากนัก” เฉียวหน่ายเหนียงส่ายหน้าให้ความดื้อรั้นก่อนจะปัดมือให้คนรับใช้ทั้งสอง“นำหลี่กุ้ยเหรินไปอบรม”
หลิวชิงเซียงจำได้ว่าการทรมานจากการถูกกดน้ำสลับข่มขู๋น่าจะเสียเวลาไปนับชั่วยามหลังได้ประเมินสถานการณ์นางพอจะรู้แล้วว่าพวกนี้ไม่กล้าจะสังหารนางโดยตรงคงหวังจะได้คำสารภาพนี้เป็โทษปะามากกว่าคงเกรงกลัวว่าถ้าทำโดยพลการเกิดฮ่องเต้ไม่พอใจจะถูกสำเร็จโทษเสียเองแล้วการกดน้ำขอเพียงนางได้ทันเตรียมตัวอาการสำลักว่าทรมานนักหนาก็เป็การแสดงเท่านั้นนางกลั้นลมหายใจได้นานอยู่แล้วไม่กลัวหรอกที่เหลือคือคิดว่าจะหลุดจากสถานการณ์นี้อย่างไร
“ถ้าหลี่กุ้ยเหรินยังดื้อรั้นเช่นนี้เห็นทีต้องอบรมวิธีอื่นเสียแล้ว”
ประตูในห้องอับชื้นถูกเปิดประตูอีกครั้งทำให้แสงสว่างในพริบตาจากที่มีเพียงแสงลอดมาจากหน้าต่างเล็กๆร่างของนางกำนัลสูงวัยในชุดสีเข้มเดินหายไปสักครู่ก่อนจะกลับมายืนเบื้องหน้านางด้วยท่าทางเยือกเย็นส่วนนางกำนัลร่างกายสูงใหญ่มีเก้าอี้มาด้วยสองคนนั้นตรงมาจับตัวหลิวชิงเซียงในสภาพที่เหนื่อยอ่อนเปียกชุ่มจนหนาวสะท้านมานั่งบนเก้าอี้แล้วเริ่มใช้ผ้าไหมเนื้อดีมัดมือนางแน่นกับเก้าอี้คงกลัวว่าถ้าใช้เชือกจะบาดผิวสินะมาขนาดนี้ยังจะกลัวต้องโทษทัณฑ์ทรมานผู้อีกอีกหรือ
“ข้าขอถามอีกครั้งหลี่กุ้ยเหรินได้ใช้ไสยศาสตร์ชั่วร้ายล่อลวงฝ่าาใช่หรือไม่!” นางกำนัลสูงวัยเอ่ยเสียงเ็าสายตาประดุจใบมีดมองจ้อง พร้อมเดินเข้ามาใกล้ จ้องลงมาราวกับกำลังจะตัดสินความเป็ความตายของนาง
“ข้าไม่เคยกระทำเื่เช่นนั้น” นางตอบทันควันหลิวชิงเซียงรู้สึกว่าเสียงตนเองกำลังสั่นเครือคิดว่าไม่นานตัวเองต้องใกล้ป่วยเติมที่ไม่ได้พักผ่อนถูกกดน้ำร่างกายรับความเย็น แต่ถึงกระนั้นในแววตายังคงความแน่วแน่
เฉียวหน่ายเหนียงหรี่ตาแคบลงก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณนางกำนัลทั้งสองไล่หวันเซียวกุยที่อยู่ข้างหลังพลันเข้ามาบีบแขนบีบข้อนิ้วนางแน่นหลิวชิงเซียงตัวชาจากเืหยุดไหลความเ็ปท่วมท้นทำให้นางเม้มปากกัดฟันแน่นไม่ยอมปริปากร้อง
“ยังดื้อรั้นไม่ยอมรับอีกหรือ เช่นนั้น…เราคงต้องเล่นบทแรงขึ้นเสียหน่อย” เฉียวหน่ายเหนียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนจะกวาดสายตาไปที่นางกำนัลร่างเล็กของนางเอกสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลครั้งนี้หญิงสูงวัยส่งสัญญาณไปที่อิงหลานฟ่านหรูนางกำนัลสูงวัยมากประสบการณ์ผู้นี้รู้ว่าทรมานนางเท่าไรก็ไม่มีทางได้สิ่งที่้านางดื้อและอดทนต่อความเ็ปเก่งเกินไป
ทันทีที่ไล่หวันเซียวกุยไปถึงตัวสองนางกำนัลติดตามของหลี่กุ้ยเหรินเสียงหวีดร้องของนางพวกนางก็ดังขึ้นทันทีทั้งสองถูกจับบีบไหล่และแขนจนแทบจะหัก ร่างบางของพวกนางสั่นสะท้านและพยายามดิ้นหนีแต่นางกำนัลร่างใหญ่นั้นก็จับตรึงไว้อย่างง่ายดายอิงหลานฟ่านหรูไม่อาจจะหลบหลีกโต้ตอบใดๆ ได้เพราะถูกมัดตรึงไว้กับผนังหิน
หลิวชิงเซียงมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เ็ปสะท้านลึกกลางอก แต่ก็ได้แต่กัดฟันทนเพราะนางรู้ดีว่าหากยอมรับผิดความโสมมทั้งหลายก็จะตกอยู่กับตนไปชั่วชีวิต อิงหลานฟ่านหรูก็จะต้องโทษและต้องตายตกไปตามกัน
“หลี่กุ้ยเหรินจะให้หม่อมฉันทำร้ายพวกมันจนตายต่อหน้าต่อตาดีหรือไม่!” เฉียวหน่ายเหนียงก้มลงกระซิบข้างหูนาง
นางกลืนน้ำลายฝืนทนต่อความเ็ปสะกดใจไม่ให้ยอมรับ มือที่ถูกมัดสั่นไหวเล็กน้อยยิ่งได้ยินเสียงทรมานของอิงหลานฟ่านหรูก็น้ำตาไหลอย่างน้อยต้องยืดเวลานี้ออกไปก่อนไม่เช่นนั้นพวกนางได้ทนไม่ไหวสิ้นใจตายแน่ “ได้..เฉียวหน่ายเหนียงนำกระดาษมาข้าจะเขียนคำสารภาพ”
นางกำนัลสูงวัยสั่งหยุดการทรมานรีบสั่งให้คนไปนำเครื่องเขียนมาทันทีไม่นานแผ่นกระดาษที่เขียนคำสารภาพก็ถูกวางต่อหน้าพันธนาการถูกปลดออกแล้วหลิวชิงเซียงหยิบกระดาษขึ้นอ่านสิ่งนี้คล้ายว่าเตรียมการไว้ก่อนแล้วเพียงรอให้นางลงชื่อเท่านั้น
หลิวชิงเซียงอ่านคำสารภาพจบแล้วก็ปากเบี้ยวขืนนางยอมรับตามนี้จริงทั้งเผ่าซาเฟิงได้ถูกกวาดล้างแน่นอน นี่แทบไม่ต่างจากฏเสียเลยใบหน้าอ่อนล้าของนางเงยมองหญิงสูงวัย “จะปลดตำแหน่งข้าเพราะริษยาความโปรดปรานก็เื่หนึ่งแต่นี่ไม่ต่างจากก่อฏเลยข้าไม่ยอม”พร้อมกับหยิบแผ่นกระดาษนั้นขึ้นมาฉีกทิ้งทันที
เฉียวหน่ายเหนียงเห็นการกระทำคนตรงหน้าก็โกรธจนโทสะพุ่งสูงสุด“นี่เ้ากล้าฉีกงั้นหรือ” ว่าจบก็ยกมือตบเข้าที่ใบหน้าของนางเต็มแรงเมื่ออีกฝั่งลืมตัวทำร้ายทิ้งร่องรอยฝ่ามือเป็รอยแดงที่แก้มด้านหลิวชิงเซียงก็ไม่แตกกันนางปล่อยฝ่ามือกระแทกกลางอกหญิงสูงวัยเต็มแรงจนร่างของนางกระเด็นไปกระแทกผนังหินก่อนจะล้มลงจนไม่อาจจะยืนขึ้นไหวทำได้แต่ชี้นิ้วออกคำสั่ง “เฆี่ยนนาง!”
ไล่หวันเซียวกุยหยิบแส้ที่ห้อยข้างเอวออกมาทันทีทั้งสองตวัดแส้ตั้งใจจะเฆี่ยนตีนางแต่หลิวชิงเซียงยังพอมีพลังเหลือถึงจะอ่อนล้าแต่ก็หลบได้ทันอีกอย่างสองนางกำนัลร่างใหญ่โตจะดูเหมือนแค่มีพละกำลังแต่ไร้วรยุทธ์แส้ถึงไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
แม้จะฟาดจะตวัดอย่างไรก็ไม่โดนเฉียวหน่ายเหนียงยิ่งแค้นใจชี้นิ้วออกคำสั่งครั้งใหม่ “เฆี่ยนนางกำนัลอีกสองคนแทน”
“หยุดนะ!” ไม่ทันขาดคำห้ามของนางแส้ก็ฟาดลงที่เนื้อตัวของอิงหลานฟ่านหรู ริ้วรอยสีแดงๆของเืซึมมาที่เสื้อตัวนอกทันที หลิวชิงเซียงถลาเข้าไปดึงไหล่นางกำนัลร่างสูงทั้งสองแล้วผลักกระเด็นจนล้ม
เรี่ยวแรงของหลี่กุ้ยเหรินดูจะมากเกินสตรีทั่วไปเฉียวหน่ายเหนียงที่สังเกตเห็นก็เริ่มจับได้เล็กน้อย “หลี่กุ้ยเหรินเป็วรยุทธ์!” ถ้าเื่ที่ทำคุนไสยไม่จริงแต่เื่นี้เป็เื่จริงนางตัวชาไม่กล้าขยับหนีอีก กลัวเผยพิรุธความแคล่วคล่องเกินอย่างสตรีน้อยในห้องหอ
ส่วนนางกำนัลร่างสูงชันตัวลุกขึ้นได้รวดเร็วไม่เหมือนเฉียวหน่ายเหนียงหลังลุกขึ้นได้ก็เริ่มฟาดแส้อีกครั้งแต่ต่างแค่ครั้งนี้หลิวชิงเซียงไม่หนีแล้วนางกอดอิงหลานฟ่านหรูเอาไว้ ใช้ตัวเป็โล่กำบัง
“อย่าเพคะหลี่กุ้ยเหริน..”
“หลี่กุ้ยเหรินหลบไปเถอะเพคะ”
อิงหลานฟ่านหรูพยายามสะบัดตัวหนีไม่ยอมให้ผู้เป็นายปกป้องตัวเองแต่หลิวชิงเซียงก็ไม่ยอมเช่นกัน อย่างไรนางก็เป็นักรบ นางต้องปกป้องคนของตัวเอง
แส้ฟาดลงที่ร่างหญิงสาวหลายครั้งอาภรณ์สีขาวมุกทั้งเปียกชุ่มทั้งซึมซับเืเป็ริ้วเหมือนผืนกระดาษที่แต้มสีแดงของกลีบดอกไม้ปลิวเวลานี้ความเจ็บแสบที่ผิวไม่พออาการป่วยไข้ขึ้นเริ่มรุมเร้าออกฤทธิ์แล้วหลิวชิงเซียงปวดหัวหนักจนใบหน้ายู่ข่มความเจ็บทั้งนอกและในจนร่างกายทนไม่ไหวอีก
“หลี่กุ้ยเหรินเพคะ ไม่นะๆ พระสนมเป็อะไรไปแล้ว?” อิงหลานสังเกตเห็นอาการนิ่งไปของนายหญิงะโเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่ากันไม่มีเสียงตอบกลับ
ทันใดนั้นประตูหนึ่งเดียวของห้องอับชื้นก็เปิดออกแสงทองอร่ามของดวงอาทิตย์ยามกลางวันก็สาดเข้ามาจนตาพร่าบุรุษผู้หนึ่งตรงเข้ามาช้อนตัวร่างสตรีปวกเปียกขึ้นมาแนบอก
“พระองค์..” หลี่ต้ากงที่ตามมารีบเอ่ยท้วงแต่กลับโดนสายตาพยัคฆ์ตวัดมองเลยต้องกลืนคำพูดลงคอ
“ไปนำเกี้ยวมาเดี๋ยวนี้” โม่เหวินหานออกคำสั่งพร้อมดึงผ้าคลุมัคลุมร่างสตรีตัวชุ่มน้ำที่กำลังหนาวสั่นเหมือนคนไข้ขึ้น
“หลี่กุ้ยเหรินไม่มีเกี้ยวพ่ะย่ะค่ะ” ตำแหน่งสนมอย่างกุ้ยเหรินจะมีเกี้ยวประจำตำแหน่งได้อย่างไรหลี่ต้ากงที่เอ่ยออกไปแล้วก็กลัวว่าคำตอบกลับมาเสียจริง
“เช่นนั้นก็ขึ้นเกี้ยวเรา”คนเก่าแก่อย่างหลี่ต้ากงมองแวบเดียวก็รู้คำตอบอีกฝ่ายสิ่งที่กลัวเป็จริงแล้ว หลี่กุ้ยเหรินได้ขึ้นเกี้ยวเทียนหลงฮ่องเต้ หัวหน้าขันทีได้แต่ถอนหายใจแล้วทำตามรับสั่ง
--------------------------------------------------
ฮ่องเต้เขาก็หวงคนของเขา บอกเลยว่ามีคนต้องเจ็บหลังจากนี้ ฮึๆๆ
ฝากเป็กำลังใจให้ชิงเอ๋อร์แล้วก็นข.ด้วยน้าาาา เลิฟๆ