เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นภรรยาชาวสวนผู้กล้าหาญ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 5 บทที่ 139 ตะลึง

            ปกติแล้วหลิวจือโม่จะกลับบ้านทันทีหลังเลิกเรียน เขาแทบไม่อ้อยอิ่งอยู่ในสถานศึกษาเลย

            แม้จะต้องเตรียมตัวสอบก็กลับบ้านตามปกติ

            วันนี้เมื่อเขาเก็บหนังสือเสร็จและเดินไปถึงประตูสถานศึกษา ก็ถูกอาจารย์ถงเรียกไว้

            “ท่านอาจารย์...” เขาทักทายอย่างสุภาพ “มีอะไรหรือ”

            อาจารย์ถงมองประเมินหลิวจือโม่ และพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

            นักเรียนของเขาโดดเด่น ไม่น่าแปลกใจที่ลูกสาวของเขาตกหลุมรัก แถมยังบอกให้ตนลองทดสอบนิสัยโดยตรง

            "ข้าเจอหนังสือที่คิดว่าเหมาะให้เจ้าอ่าน แต่วันนี้ข้าลืมเอามา กลับไปเอาที่บ้านกับข้าหน่อยสิ!"

            เขาทำได้เพียงหาข้ออ้างเพื่อลูกสาวที่รักของเขา

            เขาพอใจกับหลิวจือโม่มาก ถ้าได้เป็นลูกเขยย่อมดีที่สุด

            หลิวจือโม่ไม่สามารถปฏิเสธอาจารย์ถง จึงพยักหน้าและตามเขากลับไปบ้าน

            เมื่ออาจารย์ถงพาหลิวจือโม่เข้าห้องหนังสือ เซี่ยเหอสาวใช้ของถงว่านหรงก็วิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว

            "คุณหนู… คุณหนู…”

            "เอะอะโวยวายอะไร” ตงเหมยเหลือบมอง และตำหนิด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

            ตงเหมยและเซี่ยเหอต่างก็เป็นสาวใช้ชั้นหนึ่งของถงว่านหรง ตงเหมยนิสัยสุขุม แต่เซี่ยเหอออกจะตรงกันข้าม

            เซี่ยเหอเม้มปาก ลดฝีเท้า เรียกคุณหนูเสียงเบา

            ถงว่านหรงวางพู่กันในมือ เดินไปล้างมือ รับผ้าเช็ดหน้าที่ตงเหมยยื่นให้จึงพูดช้าๆ “มีอะไร ทำไมตื่นเต้นเช่นนี้”

            “คุณหนู ทายสิว่าใครอยู่ที่นี่” เซี่ยเหอรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง

            เมื่อเห็นเซี่ยเหอเล่นหูเล่นตา ถงว่านหรงก็พลันนึก หรือว่า…?

            หัวใจของนางเต้นเร็วขึ้น นางกำผ้าเช็ดหน้าแน่นแล้วถามอย่างใจเย็นว่า "ใครหรือ"

            ถามไปก็รู้สึกประหม่า

            เซี่ยเหอกระแอมและหัวเราะ "คุณชายหลิวมา ข้าเห็นอาจารย์พาเขาเข้าไปในห้องหนังสือ”

            จริงๆ สินะ…

            รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนหน้าถงว่านหรงทันที

            เด็กสาวเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งด้วยความตื่นตระหนก นั่งลงและแตะผม "เซี่ยเหอ ช่วยข้าหวีผม” นางเฝ้ารอมาตลอด ในที่สุดก็มาแล้วสินะ

            คราวนี้นางต้องทำให้เขาประทับใจ และจำนางให้ได้

            "เจ้าค่ะ..." เซี่ยเหอตอบ เดินกระฉับกระเฉงไปช่วยแก้ผมทรงเดิม และหวีผมอีกครั้ง "คุณหนู ผูกเป็นมวยผมดีหรือไม่"

            "ดี…"

            เซี่ยเหอรีบหวีอย่างรวดเร็ว ถงว่านหรงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

            นางเปลี่ยนเป็นชุดสีขาวอีกครั้ง ยืนขึ้นอย่างสง่างาม และพาเซี่ยเหอไปห้องหนังสือ

            ณ ห้องหนังสือ

            อาจารย์ถงหยิบหนังสือจากชั้นวางให้หลิวจือโม่ หลิวจือโม่เหลือบมอง มันเป็นบันทึกการเดินทาง แม้จะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่แสดงสีหน้า เขาเอื้อมมือไปรับและกล่าวขอบคุณ

            “ไม่สงสัยหรือว่าทำไมข้าถึงให้บันทึกการเดินทาง”

            "ขอคำชี้แนะด้วย"

            อาจารย์ถงลูบเคราและหัวเราะ "เดินทางหลายพันลี้ดีกว่าอ่านหนังสือเป็นพันๆ เล่ม ตอนนี้เจ้าไม่มีโอกาสนั้นก็ทำได้เพียงสัมผัสผ่านหนังสือ" เขานั่งบนเก้าอี้ เชิญให้หลิวจือโม่นั่งแล้วพูดต่อ "อ่านบันทึกการเดินทางมากๆ จะทำให้เจ้ามีแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการเขียนบทความ"

            หลิวจือโม่ใส่บันทึกการเดินทางลงในกระเป๋าหนังสือ “ข้าจะจำไว้"

            เมื่อมองหลิวจือโม่ที่มั่นคงหนักแน่น เขาก็รู้สึกพึงพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ

            หายากจริงๆ ที่จะสุขุมได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

            เด็กคนนี้อนาคตไกลแน่

            "มาเล่นหมากรุกกับข้าสิ!" อาจารย์ถงยิ้มพลางนำกระดานหมากรุกมาให้ เรียกหลิวจือโม่ให้เล่นหมากรุกกับเขา

            หลิวจือโม่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมทำตาม

            เกมหมากรุกผ่านไปได้ครึ่งทาง เสียงของถงว่านหรงก็ดังมาจากนอกประตู "ท่านพ่อ ลูกเข้าไปได้ไหมเจ้าคะ"

            อาจารย์ถงหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะตอบว่าเข้ามา

            ถงว่านหรงเดินเข้ามาพร้อมกล่องอาหาร "ข้าทำขนมมาให้ท่านพ่อชิม” แน่นอนว่าไม่ใช่ฝีมือนาง นางแค่ใช้ขนมเป็นข้ออ้างเพื่อมาพบหลิวจือโม่

            "โอ้? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลองชิมดีๆ แล้ว”

            ถงว่านหรงมีความสุขมากที่บิดาให้หน้าแบบนี้ นางเปิดกล่องอาหารอย่างระมัดระวัง หยิบขนมข้างในออกมา

            นางเหลือบมองหลิวจือโม่จากมุมหางตา และพูดเสียงอ่อนโยน "ท่านพ่อ นี่ฝูหรงเกา ลองชิมดูสิ…”

            อาจารย์ถงยิ้ม หยิบขนมมาชิมแล้วพยักหน้า กล่าวว่าไม่เลว

            เขาหันไปมองหลิวจือโม่ “นี่ลูกสาวข้า ถงว่านหรง ลองชิมฝูหรงเกาฝีมือนางดูสิ”

            หลิวจือโม่จึงเงยหน้ามองถงว่านหรง ทันทีที่เห็นนางก็จำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีที่ขอให้เขาช่วยในสถานศึกษา

            ปรากฏว่าเป็นลูกสาวของอาจารย์นี่เอง…

            เขาพยักหน้าให้ถงว่านหรง เอื้อมมือหยิบขนมมาชิมคำเล็กๆ

            ถงว่านหรงมองเขาอย่างประหม่า เมื่อเขากินเสร็จ นางก็ถามด้วยรอยยิ้ม “ถูกปากศิษย์พี่หลิวหรือไม่"

            "ใช้ได้" หลิวจือโม่ยิ้มอย่างสุภาพ เขาคุ้นเคยกับขนมหลี่ชิงหลิงและรู้สึกว่าฝีมือของคนอื่นไม่ดีเท่าของนาง

            เมื่อเห็นลูกสาวของเขามองหลิวจือโม่ไม่ขยับ อาจารย์ถงก็กระแอมเรียกสติเบาๆ “หรงเอ๋อ ถ้าไม่มีอะไรก็ไปเถอะ ข้าจะเล่นหมากรุกกับจือโม่ต่อ”

            เขาไม่อยากให้ลูกสาวเสียหน้า

            เมื่อเห็นท่าทีแน่วแน่ของพ่อ ถงว่านหรงก็ทำได้เพียงออกมาอย่างไม่เต็มใจ

            "จือโม่ มาเลย เล่นหมากรุกต่อ"

            ทั้งสองเล่นเกมหมากรุกสามเกมติดต่อกัน แพ้หนึ่ง ชนะหนึ่ง และเสมอหนึ่ง ถือว่าเสมอกัน

            อาจารย์ถงไม่ได้คาดหวังว่าทักษะการเล่นหมากรุกของหลิวจือโม่จะสูงจนสามารถเสมอกับเขาได้

            เขาจิบชา จากนั้นมองหลิวจือโม่ด้วยรอยยิ้ม "ฝีมือหมากรุกไม่เลว เคยเรียนหรือ?”

            หลิวจือโม่หยิบตัวหมากรุกกลับเข้าตะกร้า ตอบอย่างนุ่มนวล “ท่านปู่ของข้าชอบเล่นหมากรุก ข้าเลยได้เรียนรู้มาบ้าง" ชายชราชอบเล่นหมากรุกมาก ทั้งยังชอบเอาเขาไปเล่นเป็นเพื่อน

            ฝีมือก็ฝึกออกมาเช่นนี้

            อาจารย์ถงตอบรับ ดื่มชาช้าๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ มองหลิวจือโม่แล้วพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงว่า "เจ้าอายุสิบหกปีแล้วใช่ไหม ที่บ้านได้หาคู่หมั้นหรือยัง”

            “ข้าจะแต่งงานในวันที่สิบของเดือนหน้า ถ้าอาจารย์ว่างก็มาดื่มสุรามงคลได้นะขอรับ”

            “อะไรนะ” อาจารย์ถงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับข่าวที่ออกจะกะทันหันนี้ “เจ้า… เจ้าจะแต่งงานในเดือนหน้า ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน”

            เขายืนขึ้นและเดินไปรอบๆ ห้อง “เจ้ากำลังจะสอบในปลายเดือนหน้า ทำไมถึงแต่งงานตอนนั้น” เขาแอบโกรธเล็กน้อย "พ่อแม่ของเจ้าคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงแต่งตอนนี้ ไม่ได้การ ข้าต้องไปคุยกับพ่อแม่เจ้าสักหน่อย”

            แม้ว่าเขาจะเสียใจที่หลิวจือโม่ไม่สามารถเป็นลูกเขย แต่เขาก็ให้ความสำคัญกับนักเรียนคนนี้จริงๆ เขาไม่อยากให้เรื่องอื่นมารบกวนการสอบของเขา

            ผู้ปกครองของหลิวจือโม่ก็ไม่ไหวเอาเสียเลย

            มุมปากของหลิวจือโม่กระตุก เขาไม่คิดว่าปฏิกิริยาของอาจารย์ถงจะใหญ่โตขนาดนี้

            "ท่านอาจารย์ พ่อแม่ข้าเสียชีวิตไปนานแล้ว" เขาพูดเรียบๆ "ข้าเป็นคนตัดสินใจแต่งงานในเดือนหน้าเอง"

            การแต่งงานของเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่อการสอบ เขามั่นใจพอ

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลูกตาอาจารย์ถงก็แทบถลน เขาขมวดคิ้วมองหลิวจือโม่ ดุเขาอย่างไม่พอใจ "เจ้าคิดอะไรอยู่ ทำไมตัดสินใจแต่งงานวันที่สิบเดือนหน้า สอบเสร็จค่อยแต่งไม่ได้รึ?”

            เขาไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่ของหลิวจือโม่ได้จากไปแล้ว ฟังจากที่พูดแล้ว เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวอยู่?

            รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวจือโม่จางลง เขาพูดอย่างจริงจัง “อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเรื่องนี้จะไม่กระทบกับการสอบของข้า" แม้ว่าเขาจะขอบคุณสำหรับความห่วงใย แต่ก็ไม่ยอมให้คนอื่นตั้งคำถามกับการแต่งงานของเขา “ตอนนี้ก็ดึกแล้ว ข้าควรขอตัว ครอบครัวข้าจะเป็นห่วงเอาได้”

            อาจารย์ถงมองหลิวจือโม่ เขาถอนหายใจ พยักหน้า และขอให้คนไปส่งเขา

            หลังจากหลิวจือโม่จากไป ถงว่านหรงได้ยินข่าวและกลับมาที่ห้องหนังสืออีกครั้ง

            ทันทีที่เข้าไปก็เห็นอาจารย์ถงที่สีหน้าไม่ดีนัก หัวใจพลันสะดุด หรือ… หลิวจือโม่ไม่ตกลง?

            นางเรียกพ่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            อาจารย์ถงเงยหน้าขึ้น เห็นลูกสาวแล้วถอนหายใจอีกครั้ง "หรงเอ๋อ พ่อจะเลือกลูกเขยดีๆ ให้เจ้า”

            ใบหน้าของถงว่านหรงซีดลง นางรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น? หลิวจือโม่พูดอะไร เขาไม่เห็นด้วย?

            เมื่ออาจารย์ถงเห็นลูกสาวห่วงใยหลิวจือโม่มาก หัวใจของเขาก็จมดิ่ง "เขากำลังจะแต่งงานในวันที่สิบเดือนหน้า เลิกนึกถึงเขาได้แล้ว"

            ต้องรีบดึงก่อนที่ลูกสาวของเขาจะถลำลึก

            แม้ว่าหลิวจือโม่จะดี แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเขา

            “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้อย่างไร ท่านพ่อ เขาไม่ชอบข้าเลยโกหกหรือ”

            เมื่อเห็นท่าทางหมกมุ่น อาจารย์ถงก็เข้มงวดเพื่อตัวลูกสาว "ข้าไม่ได้พูดถึงเจ้าเลย ข้าแค่ถามเขาว่าครอบครัวของเขาได้หมั้นไว้หรือยัง เขาเลยบอกข้าว่าจะแต่งงานในเดือนหน้า" เขาหยุดเล็กหน่อย “หรงเอ๋อ เขาไม่ใช่คนที่เหมาะสม เลิกคิดถึงเขาเสีย เข้าใจไหม”

            เขากลัวมากว่าลูกสาวจะทำอะไรที่เสียชื่อครอบครัว

            ถงว่านหรงรับไม่ได้ นางไม่ตอบรับคำพูดของผู้เป็นบิดา วิ่งร้องไห้ออกจากห้องหนังสือ


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นภรรยาชาวสวนผู้กล้าหาญ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570