ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังก้องทะลุแผ่นกระดานไม้จากเบื้องบน
แม้จะแ่เบา ทว่าในความเงียบสงัด กลับบีบคั้นิญญาประดุจเสียงกลองศึก
กลุ่มบุคคลปริศนากำลังตีวงล้อมเรือนพักไม้ผุพัง!
หลื่อวิ๋นซึ่งเพิ่งทรุดตัวลงนอนตะแคงข้างกายมารดา พลันเบิกตากว้าง
ั์ตาสีทองที่อ่อนแสงลง กลับมาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด
เขากัดฟันแน่นจนเืซึม ฝืนยันสังขารที่แหลกสลายและกระดูกซี่โครงที่หักร้าวลุกขึ้นนั่ง
หากพวกมันค้นพบประตูกล... หากพวกมันลงมาถึงที่นี่...
ทุกหยาดเหงื่อและโลหิตที่เขาสละไปย่อมสูญเปล่า!
"ท่านแม่..."
ฝ่ามือโชกเืสั่นเทา เอื้อมดึงผ้าห่มเก่าขาดมาคลุมร่างที่หลับสนิทของเสิ่นเยว่หลาน
"รอข้าอยู่ที่นี่"
ชายหนุ่มปราศจากความลังเล พยุงร่างอันโงนเงนก้าวเดินไปสู่บันไดศิลา
สองมือเกาะเกี่ยวผนังเย็นเยียบ ลากสังขารที่ใกล้ดับสูญปีนป่ายขึ้นสู่เบื้องบนทีละขั้น
ทุกลมหายใจที่สูดเข้าปอด ประดุจสูดเศษแก้วคมกริบเข้าไปกรีดแทงทรวงอก
ครืด...
บานประตูกลเหล็กถูกผลักปิดลงอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลื่อวิ๋นกลับขึ้นมายืนบนพื้นกระดานไม้ของเรือนพักเบื้องบนอีกครา
ปลายเท้าตวัดลากพรมหนังสัตว์หมาป่ากลับมาปูทับซ่อนรอยต่อประตูกลจนมิดชิด
และในเสี้ยววินาทีที่ภาระปกปิดเสร็จสิ้นนั้นเอง...
วูบ!
ปราณในร่างที่ถูกเค้นจนเหือดแห้งพลันตีกลับ!
ฤทธิ์โอสถระงับปวดที่หล่อเลี้ยงสังขาร สลายหายไปจนหมดสิ้น!
"อั่ก!"
ชายหนุ่มทรุดเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง มีดพร้าบิ่นงอหลุดจากมือกลิ้งหล่น
าแฉกรรจ์กลางแผ่นหลังที่ถูกดาบของอู๋เฟิงฟันจนลึกถึงกระดูก ปริแตกออกอย่างรุนแรง
โลหิตสีแดงฉานพุ่งทะลักออกจากร่างประหนึ่งเขื่อนแตก อาบย้อมพื้นไม้จนแดงฉาน
เหง่งหง่าง...
เสียงระฆังทองเหลืองดังกังวานก้องในห้วงสติ อักขระสีทองกะพริบถี่รัวราวเปลวเทียนต้านลม
【คำเตือนระดับวิกฤต】
【กฎเกณฑ์แห่งความตายเริ่มตีกลับ... าแฉกรรจ์เกินขีดจำกัด】
【อัตราการสูญเสียโลหิตเพิ่มขึ้นสามเท่า】
【คาดการณ์: กายเนื้อจะแหลกสลายภายในสิบลมหายใจ】
หลื่อวิ๋นหอบหายใจกระชั้น โลกเบื้องหน้าเริ่มมืดดับจากขอบสายตาเข้าหาศูนย์กลาง
ร่างกายของเขากำลังจะก้าวข้ามสู่ปรโลก...
ทว่าเสียงฝีเท้าเบื้องนอกกลับหยุดลงหน้าเรือนพัก พวกมันกำลังตรวจสอบร่องรอย!
"ยัง... ยังไม่ได้..."
เขากัดปลายลิ้นตนเองจนเืกลบปาก บังคับสติสัมปชัญญะที่กำลังหลุดลอยให้คงอยู่
ดวงตาสีทองตวัดมองศพของอู๋เฟิงและลูกสมุนที่นอนจมกองเื
สองมือที่สั่นสะท้านดุจใบไม้ร่วง ตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหาศพเ่าั้อย่างเอาเป็เอาตาย
กระชากถุงผ้าข้างเอวศพ ค้นหาสิ่งของทุกอย่างที่พกติดตัว
ใบหญ้าห้ามเืที่แห้งกรัง... ผงกระดูกอสูรปนเปื้อน... รากสมานเนื้อชั้นเลว...
ของพรรค์นี้ไม่อาจรักษาาแระดับทะลวงกระดูก แม้แต่จะหยุดเืยังทำมิได้ด้วยซ้ำ!
เหง่งหง่าง...
เสียงระฆังไร้อารมณ์ดังขึ้นตอบรับความสิ้นหวัง
【ตรวจพบวัตถุดิบคุณภาพต่ำ】
【ไม่อาจหลอมโอสถตามวิถีแห่งแพทย์มาตรฐาน】
"วิถีมาตรฐาน..." ชายหนุ่มแค่นหัวเราะแหบแห้ง รสคาวเืคลุ้งเต็มลำคอ "ใครบอกว่าข้าจะใช้วิถีมาตรฐาน"
มือขวาคว้าด้ามมีดพร้าที่หล่นอยู่ขึ้นมา
ปึก! ปึก! ปึก!
ด้ามมีดกระแทกลงบนกองสมุนไพรขยะอย่างบ้าคลั่ง ใบหญ้าแตกละเอียด ผงกระดูกแหลกเหลว
ทว่าไม่มีวารีบริสุทธิ์ ไม่มีเตาหลอมโอสถ ไม่มีกระสายยา
หลื่อวิ๋นหยุดมือ มองดูโลหิตของตนเองที่ไหลทะลักเจิ่งนองเต็มพื้นกระดาน
หากต้องใช้กระสายยา... เขาก็มีเพียงสิ่งนี้!
ฝ่ามือกดทับาแที่แผ่นหลัง รีดเค้นโลหิตสดๆ หยดลงบนกองสมุนไพรโดยตรง
ฉ่า...
ผงกระดูกและเศษสมุนไพรดูดซับโลหิต เปลี่ยนจากกองผงสีหม่นกลายเป็ก้อนยาสีแดงคล้ำเต้นตุบๆ คล้ายมีชีวิต
เหง่งหง่าง...
【ตรวจพบการสกัดฉุกเฉิน: ดัดแปลงหยาบช้า】
【ตำรับชั่วคราว: โอสถผลาญเนื้อสร้างกระดูก】
【ผลข้างเคียง: กัดกร่อนเนื้อตายอย่างรุนแรง หากสังขารไม่อาจทนรับความเ็ป... ผู้ใช้จักตกตายทันที】
"บดขยี้มันเข้าไป!"
เขาไม่สนใจคำเตือน มือขวาคว้าก้อนโอสถสีเืที่ส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงขึ้นมา
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะกดก้อนโอสถนั้นอัดกระแทกเข้าไปในาแกลางแผ่นหลังที่กำลังเปิดอ้าโดยตรง!
ฉ่าาาาา!
เสียงเนื้อสดถูกแผดเผาดังลั่น!
ไอสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกจากาแ กลิ่นเนื้อไหม้ผสมกลิ่นสมุนไพรคละคลุ้งไปทั่วห้อง
เปลวความร้อนจากโอสถะเิขึ้นภายในร่างประดุจถูกสาดด้วยโลหะหลอมเหลว
"อ๊ากกกกกก!"
หลื่อวิ๋นตัวกระตุกอย่างรุนแรง ล้มคว่ำลงกับพื้นกระดาน
เล็บทั้งสิบจิกทึ้งลงบนร่องไม้จนเศษไม้ทิ่มตำทะลุใต้เล็บ โลหิตซึมออกจากปลายนิ้ว
ฤทธิ์ยาเถื่อนกำลังกัดกินเนื้อตาย เดือดพล่านอยู่ภายใน
มันบังคับดึงรั้งเส้นเอ็นให้สร้างเนื้อเยื่อใหม่มาประสานกันอย่างหยาบช้าและป่าเถื่อน!
ความเ็ประดับทำลายล้างิญญา กลืนกินสติสัมปชัญญะทุกอย่าง
แต่ในห้วงภวังค์ที่ใกล้ดับสูญ ภาพของมารดาที่หลับใหลอยู่เบื้องล่างกลับดึงรั้งิญญาของเขาเอาไว้
"ข้า... ยังตายไม่ได้..."
ฟันแทบแหลกละเอียดจากการขบกรามแน่น ชายหนุ่มจิกพื้นไม้ ไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมหลับ ไม่ยอมตาย!
ผ่านไปหลายสิบลมหายใจอันยาวนานประดุจตกขุมนรกทั้งเป็...
เสียงฉ่าบริเวณแผ่นหลังค่อยๆ เบาลง
โลหิตที่เคยไหลทะลักแปรเปลี่ยนเป็เพียงรอยเปื้อน
เนื้อเยื่อใหม่ที่หยาบกระด้างและบิดเบี้ยวได้ถักทอปิดรอยแยกของร่างกายเอาไว้ชั่วคราว
เหง่งหง่าง...
เสียงระฆังดังกังวานขึ้นอีกครั้ง
【การสมานาแฉุกเฉิน... สำเร็จ】
【เนื้อเยื่อใหม่ยังไม่เสถียร... ห้ามใช้วรยุทธ์รุนแรง】
【ฤทธิ์โอสถฉุกเฉินคงเหลือ: ยี่สิบสามลมหายใจ】
【คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงการปะทะเด็ดขาด】
หลื่อวิ๋นหอบหายใจกระชั้น เหงื่อเย็นเยียบไหลท่วมร่าง
เขาเอื้อมมือไปคว้ามีดพร้าบิ่นงอ ใช้มันต่างไม้เท้าปักลงบนพื้น
จากนั้นค่อยๆ ฝืนยันสังขารที่แหลกเหลวขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
กึก...
เสียงฝีเท้าภายนอกหยุดลงสนิทที่หน้าประตูเรือนพัก
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบรรยากาศจนน่าขนลุก
เสียงราบเรียบไร้อารมณ์ของชายชราผู้หนึ่งดังขึ้นจากหลังบานประตู
"กลิ่นโอสถล้ำค่าตกค้าง... อยู่ที่นี่"
อีกเสียงหนึ่งตอบรับอย่างเยือกเย็น
"ตรวจสอบให้ละเอียด อย่าให้พลาดแม้แต่รอยเืเดียว"
หลื่อวิ๋นลดศูนย์ถ่วงของร่างกายลงเล็กน้อย มือที่สั่นเทากระชับด้ามมีดพร้าแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ั์ตาสีทองจับจ้องไปยังบานประตูไม้ผุพังเบื้องหน้า
ยี่สิบสามลมหายใจ...
เวลาเพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว สำหรับผู้ที่พร้อมจะลากศัตรูลงปรโลกไปด้วยกัน
ครืน...
กลอนประตูถูกยกขึ้นช้าๆ
สายลมหนาวเยือกยามวิกาลลอดผ่านช่องประตูเข้าปะทะแผ่นหลังที่ร้อนระอุ
แสงจันทร์สาดส่องกระทบเงาดำที่ก้าวล่วงเข้ามาภายใน
รองเท้าสีดำเหยียบย่างลงบนพื้นกระดาน ชายผ้าคลุมปลิวไสว...
หลื่อวิ๋นเบิกตากว้าง หัวใจพลันกระตุกเยือก
บนชายอาภรณ์ของมัน... ปักลวดลายตราสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวสีเงิน!
ภาพความทรงจำของเสิ่นเยว่หลานที่เคยเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านหวาดกลัว ผุดขึ้นมาในหัวทันที
พวกมันมิใช่กลุ่มโจรป่า มิใช่คนของตระกูลอู๋
ทว่าพวกมันคือเงาอดีตที่ตามล่ามารดาของเขามาทั้งชีวิต!
บุรุษชุดดำเบื้องหน้ากวาดสายตาเ็าผ่านกองเืและศพบนพื้น ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างโชกเืของเด็กหนุ่ม
"สามศพ..." บุรุษผู้นั้นเอ่ยเสียงเรียบ "แต่ยังมีลมหายใจอีกหนึ่ง"
หลื่อวิ๋นค่อยๆ ยกมีดพร้าบิ่นงอขึ้นขนานกับพื้น
ประกายสีทองในดวงตาสาดแสงอำมหิตทะลวงฝ่าความมืด
เบื้องหน้าบานประตู... ภายใต้แสงจันทร์เยียบเย็น... เงาดำแห่งอดีตที่ตามล่ามารดากำลังก้าวล่วงเข้ามาประชิดทีละก้าว!
และการปะทะเดือดเพื่อปกป้องลมหายใจสุดท้ายของนาง... กำลังจะเปิดม่านขึ้นในอีกไม่ช้า!
- จบตอนที่ 8 -