ตอนที่สี่สิบสอง The Heart Break Kid 2
ในอดีต สถานที่ที่ไม่ระบุตำแหน่งแบล็กไซต์แห่งหนึ่งในประเทศ อิรัก
“อดทนเอาไว้บราเธอร์นายต้องไม่ตายอย่างนี้”
“ชั้นไม่ไหวแล้วเกลอเอ๋ยชั้นคิดถึงบ้าน”
“อดทนเอาไว้อีกนิดเดียวพวกเราจะเอาขุมทองของซัดดัมมาได้แล้ว พวกเราจะได้เอาทองคำไปแบ่งกันให้สมใจ”
“ฟัลลูจาห์ มันไกลเหลือเกิน ชั้นคงไปไม่ถึง”
นั่นคือคำกล่าวสุดท้ายที่เพื่อนคนนั้นของผมกล่าวให้ผมฟังหลังจากเสียเลือดมากเกินไปทนพิษบาดแผลไม่ไหว
เพื่อนผมไม่ควรจะตายที่ทรายสีเหลืองแห่งเมืองไร้ชื่อนั้น
เขาควรจะรอดกลับไปอเมริกาและโดนภริยาที่เป็นสาวสตริปเปอร์บาร์เปลือยฟ้องหย่าและติดเหล้าพร้อมกับพยายามฟ้องรัฐบาลเรื่องสวัสดิการแบบเดียวกับทหารที่ปลดประจำการทั่วไปว่าเท้าของเขาเสียหายหรือนับว่าเสียอวัยวะเกินกว่า30% จนเพียงพอที่จะได้รับสวัสดิการผู้ทุพพลภาพของรัฐหรือไม่
แต่เขาต้องพบจุดจบเช่นนั้นเพราะพวกเราพยายามที่จะทำสิ่งที่ต้านกระแสของโลกพยายามเอาขุมทองที่ซัดดัมเก็บเอาไว้มาเป็นของเรา
แต่สิ่งที่คนที่พยายามยื่นมือเกินไปในการไขว่คว้าหาสิ่งที่ตนเองควรจะได้นั้นจะโดนสวรรค์ลงทัณฑ์
ชาวอเมริกันชอบอ้างตำราจีนมากกว่าที่เราคิดแม้อาจจะแปลด้วยความหมายที่แปลกๆไปก็ตาม
หลังจากเสียบราเธอร์ไปความหวังของผมที่จะขนขุมทองของซัดดัมออกมาจากอิรักก็สลายกลายเป็นอากาศธาตุและลมทรายสีเหลืองไปด้วย
ผมไม่สามารถขนทองคำทั้งหมดมาได้ด้วยตัวคนเดียวและการทำงานนั้นกับคนที่ไว้ใจไม่ได้ก็ไม่ต่างกับหาที่ตาย
คนที่ขับรถบรรทุกได้มีหลายล้านคนทั่วโลก
แต่คนที่ผมจะไว้ใจให้ขับรถบรรทุกทองคำของซัดดัมออกมานั้นมีไม่กี่คนเท่านั้น
บราเธอร์ของผมไม่ได้นับอยู่ในจำนวนทหารที่เสียชีวิตภริยาของเขาจึงไม่ได้รับสวัสดิการเพราะเรานับว่าเป็น
Civilian advisor
ที่ปรึกษาเอกชน
อย่างน้อยก็อย่างเป็นทางการในเอกสารราชการต่างๆก็มองเช่นนั้น
เป็นอีกครั้งที่ผมคิดว่าความสามารถส่วนตัวของผมนั้นมีจำกัด
ดังนั้นที่ผมมาในโลกของรถไฟสายกาแลกซี่นี้จึงเป็นเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น
“นี่ค่ะ ตัวคอนเสิร์ตของชั้นช่วยมาร่วมงานคอนเสิร์ตของชั้นด้วยนะคะ”
ผมจึงรับตั๋วนั้นมาแม้รู้ว่ามันจะหมายถึงอะไรก็ตาม
ไม่มีหรอกที่งานคอนเสิร์ตไอด้อลจะจบดีดีโดยไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในแนวโชวเน็นน่ะ