นาฟเหลียวมองช่วงแขนที่คุ้นเคย จากนั้นก็หยิบขวดสุราในมือนางขึ้นมาดื่มใจก็อยากเอ่ยว่า
“ดื่มเก่งขึ้นเพราะเจ้านั้นแหละ!” แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเอื้อนเอ่ย แก้เขินด้วยการดื่มไปเรื่อยๆ
เมญ่าเข้าใจความรู้สึกชายหนุ่มเบื้องหน้าถึงกับหัวเราะแล้วเอ่ย
“เจ้าล่ะ เป็นยังไงบ้าง พอจะนึกถึงเรื่องราวของตัวเองได้บ้างรึยัง”
นาฟยิ้มให้กับเมญ่าแล้วส่ายหน้า
“ช่วงเวลาที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นมากมายแต่ข้าก็ยังไม่สามารถนึกถึงอะไรได้เลย”
เมญ่าค่อยๆ เอื้อมมือมาจับไหล่นาฟ “ข้าจะช่วยเหลือเจ้าเอง”
นาฟจ้องมองหญิงสาวในดวงใจในระยะใกล้สัมผัสถึงความห่วงใยที่มาจากใจอย่างแท้จริงของนาง เอื้อมมือไปจับมืออันบอบบางที่ไหล่ตนแล้วคว้ามือแสนอบอุ่นมากุมไว้เบื้องหน้า
“ข้าก็คิดถึงเจ้า!”
ค่ำคืนนั้นชายหนุ่มและหญิงสาวถึงจะพูดคุยกันไม่มากแต่ความรู้สึกที่มีอยู่ในใจก็ต่างเติมเต็มด้วยกันทั้งคู่
ในวันต่อมา เมืองฝั่งตะวันตกทั้งเมืองยังคงกระหึ่มไปด้วยเสียงพูดคุยเกี่ยวกับนักแข่งเยาวชนในรถคันสีแดงที่เพิ่งชนะการแข่งขันสุดหฤโหดในโลกมิติ
ข่าวสารการแข่งถูกแพร่สะพัดไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นในร้านค้ามุมถนนหรือแม้แต่ในตลาดแลกเปลี่ยนสินค้า ทุกคนต่างพูดถึงทักษะการขับขี่อันเก่งกาจของนักแข่งนาม
“พายุโลหิต”
ที่สถานศึกษาเวสเทริน์ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคักตื่นเต้น เพราะนาฟได้สร้างชื่อเสียงให้สถานศึกษาเป็นอย่างมากนักศึกษาแต่ละแผนกและอาจารย์ต่างพากันพูดถึงการแข่งขันและชัยชนะของนาฟเมื่อวานนี้
บางกลุ่มก็ไปเฝ้ารออยู่หน้าแผนกของนาฟ เพื่อรอชมการมาถึงของชายหนุ่มบางคนถือป้ายชื่นชม บางคนเตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อมอบให้กับฮีโร่ของพวกเขา
ทำให้บรรยากาศภายในสถานศึกษาดูคึกคักเป็นพิเศษ
แม้ว่าทั่วเมืองจะเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและการเฉลิมฉลองความสำเร็จของนาฟแต่ชายหนุ่มกลับไม่ปรากฏตัวที่สถานศึกษา นาฟเลือกที่จะหลบหนีความวุ่นวายและความสนใจทั้งหมดไปยังที่ที่เงียบสงบแทน
ณ เขตงานก่อสร้างชุมชนเมืองใหม่ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงหยุดดำเนินการชั่วคราวมีเพียงเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนที่เฝ้าอยู่ในสถานที่นี้
มีชายหญิงคู่หนึ่ง พวกเขาเดินเท้าไปตามเส้นทางเล็กๆที่มีสิ่งปลูกสร้างที่กำลังก่อสร้าง เป็นบ้านเรือนเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เสียงลมพัดเอื่อยๆและเสียงนกร้องเบาๆ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลาย
นาฟเดินเคียงข้างเมญ่า ทั้งคู่ต่างไม่พูดอะไรมากแต่ความรู้สึกอุ่นใจและความสบายใจที่มีต่อกันกลับสื่อถึงกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด
เมญ่ามองไปรอบๆสถานที่ก่อสร้างสลับกับมองหน้าชายหนุ่ม สีหน้าบ่งบอกถึงความสุขเป็นอย่างมาก
“เมญ่า ตอนข้าอยู่แดนนอกเจ้ากลับมาหาข้าใช่หรือไม่!”
หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มแล้วอมยิ้มพยักหน้า
“แล้วทำไมเจ้าไม่มาพบข้า”
“ข้าเห็นสิ่งที่เจ้าทำแล้ว ข้าไม่อยากพาตัวเองไปทำให้เจ้าเสียสมาธิกับสิ่งที่เจ้าทำอยู่”
“ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้นบางทีการมีเจ้าอยู่เคียงข้างอาจทำให้ตัวข้ามีแรงผลักดันทำในสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ”
“นาฟ..สิ่งที่เจ้าทำเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สร้างสิ่งอัศจรรย์และคอยปกป้องผู้คนเป็นจำนวนมากทุกคนต่างยกย่องและศรัทธาในตัวเจ้า ทุกการกระทำของเจ้าล้วนอยู่ในสายตาผู้คนข้าแค่อยากส่งเสริมเจ้าอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว”
“แต่ยังไงข้าก็อยากให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้านะ”นาฟเอ่ยพร้อมจ้องมองด้วยสายตาห่วงหา
เมญ่ายิ้มและเข้าใจในสิ่งที่นาฟเอ่ย หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินไปยังจุดชมวิวบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองทั้งเมืองจากระยะไกล
นาฟหันมามองเมญ่า ทั้งสองยิ้มให้กันและรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง
"บางครั้งการได้หนีไปจากทุกสิ่งมันก็ดีเหมือนกันนะ"ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยเสียงเบาๆ
"ใช่บางครั้งการได้อยู่กับสถานที่ที่เงียบสงบมันก็พอแล้ว"
ทั้งสองนั่งลงที่ขอบหิน มองดูพระอาทิตย์สองดวงที่ค่อยๆลับขอบฟ้า สีส้มและชมพูของท้องฟ้าผสมผสานกันอย่างงดงาม นาฟกับเมญ่านั่งเคียงข้างกันรู้สึกถึงความอบอุ่นและความสงบสุขที่ไม่มีอะไรมาเทียบเคียงได้
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ นาฟนั่งมองทิวทัศน์พร้อมกับเมญ่าที่อยู่เคียงข้างกันสายลมอ่อนๆ พัดผ่าน ทำให้ใบไม้สั่นไหวเบาๆ นาฟเอื้อมมือไปจับมือเมญ่าสัมผัสที่อบอุ่นและนุ่มนวลของมือเธอทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้น
เมญ่าหันมามองนาฟด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความอบอุ่น
นาฟจ้องมองหญิงสาวที่ตนเฝ้าคำนึงหาอยู่ทุกค่ำคืนและกำลังจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่งแต่ทันใดนั้น
“เอ๊ะ!”
“มีอะไร” เมญ่าเห็นความผิดปกติของนาฟจึงเอ่ยถาม
ทั้งคู่ต่างยืนขึ้นพร้อมกัน นาฟหันมองไปรอบๆ แล้วเอ่ย
“มีผู้ใช้พลังระดับ 5 เคลื่อนตัวมาทางนี้ด้วยความเร็วสูงจาก สามทิศทาง”
เมญ่ามองนาฟและอดไม่ได้ที่จะทึ่งในพลังสัมผัสของนาฟที่กล้าแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
“คงไม่ได้มาดีแน่!” เมญ่าเอ่ย
นาฟพยักหน้า แต่สีหน้ากลับเคร่งเครียดเป็นอย่างมากในใจกลับรู้สึกผิดที่ไม่น่าประมาทพาเมญ่าออกมาเจอสถานการณ์อันตรายนี้เลย
นาฟขยับตัวเหลียวมองทั้งสามทิศ“ปิดเส้นทางหลบหนีของเราจากสามตำแหน่งอย่างนั้นรึ” นาฟนึกในใจ
นาฟยกมือกางออกขวางเมญ่าไว้
“เจ้ามาอยู่ข้างหลังข้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
เมญ่ามองชายหนุ่มด้านข้างนึกถึงเรื่องราวในอดีตอดยิ้มไม่ได้ เอื้อมมือไปจับแขนชายหนุ่มแล้วก้าวเข้ามายืนเคียงข้าง
“ถ้าเป็นแต่ก่อน ข้าต้องเป็นคนบอกให้เจ้ามาอยู่หลังข้า”
เมญ่าที่แววตามุ่งมั่นและจริงจังอย่างที่สุด