ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 160 ศัตรูระดับ 5

    นาฟเหลียวมองช่วงแขนที่คุ้นเคย จากนั้นก็หยิบขวดสุราในมือนางขึ้นมาดื่มใจก็อยากเอ่ยว่า 

    “ดื่มเก่งขึ้นเพราะเจ้านั้นแหละ!” แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเอื้อนเอ่ย แก้เขินด้วยการดื่มไปเรื่อยๆ

    เมญ่าเข้าใจความรู้สึกชายหนุ่มเบื้องหน้าถึงกับหัวเราะแล้วเอ่ย

    “เจ้าล่ะ เป็นยังไงบ้าง พอจะนึกถึงเรื่องราวของตัวเองได้บ้างรึยัง”

    นาฟยิ้มให้กับเมญ่าแล้วส่ายหน้า

     “ช่วงเวลาที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นมากมายแต่ข้าก็ยังไม่สามารถนึกถึงอะไรได้เลย”

    เมญ่าค่อยๆ เอื้อมมือมาจับไหล่นาฟ  “ข้าจะช่วยเหลือเจ้าเอง”

    นาฟจ้องมองหญิงสาวในดวงใจในระยะใกล้สัมผัสถึงความห่วงใยที่มาจากใจอย่างแท้จริงของนาง เอื้อมมือไปจับมืออันบอบบางที่ไหล่ตนแล้วคว้ามือแสนอบอุ่นมากุมไว้เบื้องหน้า

     “ข้าก็คิดถึงเจ้า!”

    ค่ำคืนนั้นชายหนุ่มและหญิงสาวถึงจะพูดคุยกันไม่มากแต่ความรู้สึกที่มีอยู่ในใจก็ต่างเติมเต็มด้วยกันทั้งคู่

    ในวันต่อมา เมืองฝั่งตะวันตกทั้งเมืองยังคงกระหึ่มไปด้วยเสียงพูดคุยเกี่ยวกับนักแข่งเยาวชนในรถคันสีแดงที่เพิ่งชนะการแข่งขันสุดหฤโหดในโลกมิติ

    ข่าวสารการแข่งถูกแพร่สะพัดไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นในร้านค้ามุมถนนหรือแม้แต่ในตลาดแลกเปลี่ยนสินค้า ทุกคนต่างพูดถึงทักษะการขับขี่อันเก่งกาจของนักแข่งนาม

    “พายุโลหิต”

    ที่สถานศึกษาเวสเทริน์ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคักตื่นเต้น เพราะนาฟได้สร้างชื่อเสียงให้สถานศึกษาเป็นอย่างมากนักศึกษาแต่ละแผนกและอาจารย์ต่างพากันพูดถึงการแข่งขันและชัยชนะของนาฟเมื่อวานนี้

    บางกลุ่มก็ไปเฝ้ารออยู่หน้าแผนกของนาฟ เพื่อรอชมการมาถึงของชายหนุ่มบางคนถือป้ายชื่นชม บางคนเตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อมอบให้กับฮีโร่ของพวกเขา

    ทำให้บรรยากาศภายในสถานศึกษาดูคึกคักเป็นพิเศษ

    แม้ว่าทั่วเมืองจะเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและการเฉลิมฉลองความสำเร็จของนาฟแต่ชายหนุ่มกลับไม่ปรากฏตัวที่สถานศึกษา นาฟเลือกที่จะหลบหนีความวุ่นวายและความสนใจทั้งหมดไปยังที่ที่เงียบสงบแทน

     

    ณ เขตงานก่อสร้างชุมชนเมืองใหม่ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงหยุดดำเนินการชั่วคราวมีเพียงเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนที่เฝ้าอยู่ในสถานที่นี้

    มีชายหญิงคู่หนึ่ง พวกเขาเดินเท้าไปตามเส้นทางเล็กๆที่มีสิ่งปลูกสร้างที่กำลังก่อสร้าง เป็นบ้านเรือนเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เสียงลมพัดเอื่อยๆและเสียงนกร้องเบาๆ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลาย

    นาฟเดินเคียงข้างเมญ่า ทั้งคู่ต่างไม่พูดอะไรมากแต่ความรู้สึกอุ่นใจและความสบายใจที่มีต่อกันกลับสื่อถึงกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด

    เมญ่ามองไปรอบๆสถานที่ก่อสร้างสลับกับมองหน้าชายหนุ่ม สีหน้าบ่งบอกถึงความสุขเป็นอย่างมาก

    “เมญ่า ตอนข้าอยู่แดนนอกเจ้ากลับมาหาข้าใช่หรือไม่!”

    หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มแล้วอมยิ้มพยักหน้า

    “แล้วทำไมเจ้าไม่มาพบข้า”

    “ข้าเห็นสิ่งที่เจ้าทำแล้ว ข้าไม่อยากพาตัวเองไปทำให้เจ้าเสียสมาธิกับสิ่งที่เจ้าทำอยู่”

    “ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้นบางทีการมีเจ้าอยู่เคียงข้างอาจทำให้ตัวข้ามีแรงผลักดันทำในสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ”

    “นาฟ..สิ่งที่เจ้าทำเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สร้างสิ่งอัศจรรย์และคอยปกป้องผู้คนเป็นจำนวนมากทุกคนต่างยกย่องและศรัทธาในตัวเจ้า ทุกการกระทำของเจ้าล้วนอยู่ในสายตาผู้คนข้าแค่อยากส่งเสริมเจ้าอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว”

    “แต่ยังไงข้าก็อยากให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้านะ”นาฟเอ่ยพร้อมจ้องมองด้วยสายตาห่วงหา

    เมญ่ายิ้มและเข้าใจในสิ่งที่นาฟเอ่ย หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินไปยังจุดชมวิวบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองทั้งเมืองจากระยะไกล

    นาฟหันมามองเมญ่า ทั้งสองยิ้มให้กันและรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง

    "บางครั้งการได้หนีไปจากทุกสิ่งมันก็ดีเหมือนกันนะ"ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยเสียงเบาๆ

    "ใช่บางครั้งการได้อยู่กับสถานที่ที่เงียบสงบมันก็พอแล้ว"

    ทั้งสองนั่งลงที่ขอบหิน มองดูพระอาทิตย์สองดวงที่ค่อยๆลับขอบฟ้า สีส้มและชมพูของท้องฟ้าผสมผสานกันอย่างงดงาม นาฟกับเมญ่านั่งเคียงข้างกันรู้สึกถึงความอบอุ่นและความสงบสุขที่ไม่มีอะไรมาเทียบเคียงได้

    ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ นาฟนั่งมองทิวทัศน์พร้อมกับเมญ่าที่อยู่เคียงข้างกันสายลมอ่อนๆ พัดผ่าน ทำให้ใบไม้สั่นไหวเบาๆ นาฟเอื้อมมือไปจับมือเมญ่าสัมผัสที่อบอุ่นและนุ่มนวลของมือเธอทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้น

    เมญ่าหันมามองนาฟด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความอบอุ่น

    นาฟจ้องมองหญิงสาวที่ตนเฝ้าคำนึงหาอยู่ทุกค่ำคืนและกำลังจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่งแต่ทันใดนั้น

    “เอ๊ะ!”

    “มีอะไร” เมญ่าเห็นความผิดปกติของนาฟจึงเอ่ยถาม

    ทั้งคู่ต่างยืนขึ้นพร้อมกัน นาฟหันมองไปรอบๆ แล้วเอ่ย

    “มีผู้ใช้พลังระดับ 5 เคลื่อนตัวมาทางนี้ด้วยความเร็วสูงจาก สามทิศทาง”

    เมญ่ามองนาฟและอดไม่ได้ที่จะทึ่งในพลังสัมผัสของนาฟที่กล้าแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

    “คงไม่ได้มาดีแน่!” เมญ่าเอ่ย

    นาฟพยักหน้า แต่สีหน้ากลับเคร่งเครียดเป็นอย่างมากในใจกลับรู้สึกผิดที่ไม่น่าประมาทพาเมญ่าออกมาเจอสถานการณ์อันตรายนี้เลย

    นาฟขยับตัวเหลียวมองทั้งสามทิศ“ปิดเส้นทางหลบหนีของเราจากสามตำแหน่งอย่างนั้นรึ” นาฟนึกในใจ

    นาฟยกมือกางออกขวางเมญ่าไว้

    “เจ้ามาอยู่ข้างหลังข้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

    เมญ่ามองชายหนุ่มด้านข้างนึกถึงเรื่องราวในอดีตอดยิ้มไม่ได้ เอื้อมมือไปจับแขนชายหนุ่มแล้วก้าวเข้ามายืนเคียงข้าง

     “ถ้าเป็นแต่ก่อน ข้าต้องเป็นคนบอกให้เจ้ามาอยู่หลังข้า”

    เมญ่าที่แววตามุ่งมั่นและจริงจังอย่างที่สุด

     

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน