'ข้าต้องรีบแข่งกับเวลา' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเองอย่างรีบร้อน หลังจากปลีกตัวจากกลุ่มคนได้สำเร็จ
งานประมูลยังต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะเริ่ม นี่ราวกับเป็นพิธีกรรมบางอย่าง เซี่ยซีหานไม่เข้าใจ ทำไมพวกเอ็งต้องรอพระจันทร์เต็มดวง พวกเขาถึงจะเริ่มประมูลทาส ช่วยไม่ได้เซี่ยซีหานรู้จักกลุ่มผู้วิเศษน้อยเกินไป
แต่ถ้าหากให้เขาพูดเรื่องเหล็กและไฟที่หน้าเตาหลอม รวมถึงชีวิตของเหล่าช่างเหล็ก ที่ทำไมหลังหลอมศาสตราเสร็จ พวกเขามักวุ่นวายอยู่แต่กับหญิงสาวที่ไม่ดี
เซี่ยซีหานเขาก็คงพูดมันได้เป็นวันๆ และอธิบายอัตชีวิตของคนเหล่านี้ได้อย่างละเอียดยิบ เพราะเขารู้จักชีวิตของช่างหลอมยุทธภัณฑ์ดีจนเกินไป
'มาถึงแล้ว' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง เขามาถึงหน้าปากถ้ำเล็กๆ และอยู่ห่างไม่ไกลจากทางเข้า ที่นี่มีคนยืนคุมเป็นเวรยามอยู่สองคน มันไม่ได้เข้มงวดมากนัก นั่นเพราะที่นี่ไม่ได้มีสิ่งที่มีค่าอย่างแท้จริง เช่นห้องประมูลสมบัติ ส่วนขายอัญมณีและสมบัติวิเศษ ที่นี่ใหญ่โตมาก และนั่นทำให้เวรยามไม่อาจจะมีมากพอที่จะตรวจการได้อย่างทั่วถึง
"!!!ใคร" เสียงชายคนหนึ่งดัง เวรยามอีกคนก็รีบหันมอง ทีท่าเขาดูเลิ่กลั่กเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไร
"อยู่เงียบๆ และอย่าต่อต้าน" เซี่ยซีหานพูดเสียงขรึม พร้อมเหล่ารากไม้เลื่อยหมุนมัดรอบตัวคนทั้งสอง ปลายรากไม้แหลมจิ้มไปที่คอของพวกเขาราวใบมีด เซี่ยซีหานไม่ต้องการฆ่าใครถ้าไม่จำเป็น
คนเหล่านี้ไม่เห็นเซี่ยซีหานแม้แต่ลงมือเสร็จ นี่คือความต่างอย่างใหญ่หลวงของผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้หรือนักรบ และเหล่าผู้วิเศษ ผู้วิเศษมีลูกเล่นมากมายในการทำสิ่งต่างๆ
ในขณะที่เหล่านักรบ อุบายใดๆ ของพวกเขา ต้องเกี่ยวกับหมัดและเท้าของพวกเขาทั้งนั้น
ชายสองคนยังมีความหวังพวกเขาจึงเงียบ รากไม้ห่อหุ้มพวกเขาราวกับโลงศพ และรากพวกเขาจมลงไปสู่ใต้พื้นดิน เซี่ยซีหานบอกกับพวกเขาว่า พวกเขาจะรอดหากไม่ทำอะไรโง่ๆ
ทั้งสองเป็นเพียงคนธรรมดาชั้นดี พวกเขาคือผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ แต่พวกเขายังไม่แข็งแกร่ง แม้แต่การทดสอบของนักรบเพื่อรับสัญลักษณ์แห่งเกียรติ เช่นตราสัญลักษณ์ดาบเล่มแรก ดังนั้น เมื่อพวกเขาพบผู้วิเศษ พวกเขาจะไม่ขัดขืนจนเกินไป หากพวกเขารู้ว่าตัวเองมีโอกาสรอดชีวิต และการกระทำโง่ๆ จะทำให้พวกเขาตาย
หน้าปากถ้ำเซี่ยซีหานเห็นประตูไม้บานใหญ่ ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นการขังคนธรรมดา ดังนั้น ประตูใหญ่ที่ทำด้วยไม้จึงนับว่าเหมาะสม มือของเซี่ยซีหานนิ้วชี้ของเขาเลื่อยไปตามรูกุญแจ
ก่อนที่ไม้ธาตุที่พลิ้วไหวนี้จะเติมเต็มรูกุญแจโดยสมบูรณ์ เซี่ยซีหานบิดและเขาก็เปิดประตูนี้ได้อย่างง่ายดาย ผู้วิเศษช่างดีจริงๆ นี่คือความคิดของเซี่ยซีหาน
เมื่อเริ่มเดินเข้าไป เซี่ยซีหานไม่กล้าประมาท เขาไม่รู้ว่าภายในมีอะไร ดังนั้น เขาจึงเลือกใช้พลังวิเศษธาตุไม้ของเขา สร้างรากไม้เล็กๆ เลื่อยยาวนำหน้าตัวเขาไปก่อน ปลายลากไม้ แม้เซี่ยซีหานอาจจะมองไม่เห็น แต่เขาก็สามารถรับรู้หลายสิ่งหลายอย่าง ผ่านรากไม้เหล่านี้ได้ มันคล้ายๆ กับดวงตา จมูกและปาก แต่ไม่ใช่
ภาพที่เหล่าต้นไม้มองโลก ไม่ใช่ภาพสีสันแบบมนุษย์
"ไม่มีคนที่เป็นอันตราย" เซี่ยซีหานพูดกับตัวเองอย่างดีใจ แบบนี้จะทำให้มันประหยัดเงินไปได้มาก เป้าหมายของเซี่ยซีหานคือ ช่วยทุกคนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่หากช่วยทั้งหมดไม่ได้ เขาก็จะเลือกช่วยเด็กๆ ที่มีโอกาสในการใช้ชีวิตที่ดีและจิตใจบริสุทธิ์ให้มากที่สุด
...
ในถ้ำที่คุมขังทาส ภายในที่ดินคฤหาสน์หรูของกุ่ยหราน
"พี่สาวข้าคิดถึงท่านแม่จังเลยเจ้าคะ นอกจากนั้นยังพี่จื้อเพ่ยอีก" จื้อเยว่เด็กหญิงนางร้องไห้ ใบหน้านางสดใส นางมีใบหน้าที่น่ารักราวกับตุ๊กตา มองออกได้ตั้งแต่ทีแรก ว่านางคือเด็กหญิงที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี นางอายุราว 5 ถึง 6 ขวบเท่านั้น
"จื้อเยว่เจ้าจงอย่าได้ร้องไห้ไปเลย แม่ของเจ้านั้นทั้งกล้าหาญและมีสติปัญญา ส่วนพี่ชายของเจ้าก็ได้รับความเฉลียวฉลาดของมารดาเจ้ามา ทั้งสองต้องไม่เป็นอะไร"
"เจ้าคะพี่หญิง"
อีฝานหญิงสาวร่างอวบใหญ่ นางรู้สึกว่านางกำลังโกหกเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ แต่นางก็ไม่สามารถทำสิ่งอื่นได้ไปมากกว่านี้ อีฝานนางไม่ใช่หญิงสาวที่ฉลาด แต่จิตใจของนางนั้น มักคิดถึงคนอื่นอยู่เสมอ หลังการล่มสลายของอาณาจักร นางสูญเสียสิ่งต่างๆ มากมาย พ่อซึ่งเป็นทหารของอาณาจักรของนางไม่กลับบ้าน
นาง แม่ และน้อง ตัดสินใจออกจากอาณาจักรที่ตายแห่งนั้น แต่ในระหว่างที่พวกนางเดินทาง นางได้ออกเดินทางไปกับคณะของกองกำลังกลุ่มหนึ่ง ที่พวกเขาอ้างตัวว่าเป็นอดีตทหารของอาณาจักร นางและครอบครัวไว้ใจพวกเขา มองพวกเขาเป็นสหายของบิดาของนาง
พวกเขาบอกกับนางและครอบครัวว่า พวกเขามีเส้นสายกับอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งเป็นอย่างดี และพวกเขามีเส้นสายที่จะทำให้ทุกคนมีบ้าน และเริ่มต้นอาชีพใหม่ที่ดินแดนในอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งได้อย่างสงบสุข
น่าเสียดายที่สุดท้ายนั้นเป็นเรื่องหลอกลวง
แม่และน้องชายของนางตายต่อหน้านาง ด้วยการกระทำที่โหดร้าย ส่วนสำหรับเด็กหญิงจื้อเยว่อีฝานรู้ว่านางจะไม่มีวันได้เห็นมารดาอีก แต่นางกลับไม่สามารถบอกความจริงนี้ต่อเด็กหญิงเช่นจื้อเยว่ได้ ในระหว่างที่ทั้งสองถูกจับเด็กหญิงหมดสติไปก่อน ทำให้เด็กหญิงจื้อเยว่ไม่เห็นภาพที่โหดร้ายของเหล่าเดนมนุษย์
แม่ของนางงดงามและดูก็รู้ว่า เป็นหญิงสาวที่เกิดในตระกูลผู้มีเกียรติ
ต่อหน้าลูกชายของนาง โจรร้ายกระทำสิ่งที่เกินมนุษย์
อีฝานนางไม่ถูกกระทำสิ่งใด นางได้แต่ขอบคุณที่นางเกิดมามีร่างที่ใหญ่และใบหน้าเหมือนพ่อ นางดูเหมือนผู้ชายที่อยู่ในร่างหญิงสาว พวกโจรชั่วจับนางขังเพื่อขาย การให้นางเป็นทาสดูจะมีคุณค่ามากกว่าการขืนใจ
อีฝานลูบแผ่นหลังเด็กหญิง ท้องของนางร้องเสียงดัง เพราะอาหารที่ได้กินนั้นช่างน้อยนิด เมื่อเทียบกับขนาดตัวของนาง
นางรู้สึกได้ว่าเด็กหญิงก็หิวเช่นกัน แต่เด็กหญิงอดทนและไม่บ่นถึงมันแม้แต่น้อย นางมีความอดทนตั้งแต่เยาว์วัย
จื้อเยว่เด็กหญิงเป็นอีกครั้งที่นางต้องร้องไห้และค่อยๆ หลับไป ใต้มืออันใหญ่โตของอีฝานที่ลูบแผ่นหลังของนางเบาๆ ไม่หยุด
อีฝานทอดสายตามองรอบห้องขัง ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแต่จื้อเยว่เด็กหญิงที่น่าสงสาร แต่มีเด็กหญิงและเด็กชายที่เยาว์วัยอีกนับสิบ อีฝานไม่รู้เลยว่า ชะตากรรมของนางและเด็กๆ บทสรุปสุดท้ายจะเป็นเช่นไร
ตึก ตึก ตึก มีเสียงฝีเท้าดังเบาเข้ามา
ร่างของอีฝานสั่นระริก นั่นเพราะนางรู้ว่า เมื่อมีเสียงของผู้คนดังเบาให้นางได้ยิน นั่นก็แปลว่าคนในนี้ อาจจะเป็นนางหรือเด็กคนใด อาจจะมีชะตากรรมที่แสนน่าเวทนา
มือของอีฝานสั่น และไม่ใช่แค่นาง กรงขังอื่นๆ ก็มีทีท่าเช่นเดียวกัน
ถ้ำใหญ่ที่โปร่งโล่งจนมีแสงจันทร์ทอดลงมาถึงโถงถ้ำ มันสวยงาม แต่ไม่น่าเชื่อ สถานที่เช่นนี้กับทำให้ผู้คนมากมายต้องเจ็บปวด
ในใจอีฝานได้แต่ภาวนา ให้ในโลกนี้มีใครช่วยนางและเด็กๆ ให้ไปจากนรกนี้ได้ นางจะติดตามรับใช้คนๆ นั้นไปตลอดชีวิต
"นิ... ข้ามาช่วยพวกเจ้านะ เด็กหญิงในอ้อมกอดของเจ้าคือจื้อเยว่ใช่ไหม ข้าสัญญากับจื้อเพ่ยพี่ชายของนางว่า จะมาช่วยนางออกไป" เสียงของเซี่ยซีหานอบอุ่น ปลายลากไม้เล็กๆ ของมันลากยาวไปทั่วห้องขังก่อนมาที่นี่ ดังนั้น มันจึงทันได้ยินสิ่งที่เด็กหญิงจื้อเยว่คุยกับอีฝานหญิงสาวร่างใหญ่
และด้วยการที่เซี่ยซีหานพูดถึงจื้อเพ่ยเด็กชาย นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกหายกังวล
แต่ในขณะที่เซี่ยซีหานพูดออกไปแบบนั้น อยู่ๆ แผ่นหลังมันก็หนาวสั่น
"เจ้ามาที่นี่เพื่อจะช่วยคน..."
เซี่ยซีหานหันหลังกลับเร็ว มันหรี่สายตาและเห็นชายคนหนึ่งในชุดคลุมหนังสีน้ำตาล ที่มีการลงอักขระลวดลายชั้นสูง ใบหน้าชายคนนี้ดูอบอุ่นและใจดีเช่นชายที่มีเมตตา มือของเขาข้างหนึ่งถือสิ่งที่คล้ายกับรูปปั้นนางเงือกที่งดงาม ที่สองมือของนางไขว้กันและปิดหูอยู่
ดวงตาอีฝานเป็นประกายเมื่อเมฆที่ปิดบังแสงจันทร์พัดผ่าน ใบหน้าชายคนนี้สำหรับนางก็ชัดเจนนักขึ้นทันที