ตอนที่ 42 – เงาแห่งสายเลือด (ช่วงอายุ: 14 ปี กลางฤดูใบไม้ผลิ)
พระจันทร์คืนนี้กลมโตดั่งถาดเงินที่แขวนอยู่บนฟ้า เงาไม้ไหวตามแรงลมเย็น หลี่เหวินนั่งนิ่งอยู่ในห้องด้านหลังของบ้านเรือนหลังเล็ก เสียงแมลงกลางคืนเบา ๆ เคล้าคลอเงียบงัน ทว่าในใจเขากลับเต้นระรัว
ตรงหน้าคือแม่ของเขา—อวี้จิ่ว หญิงงามผู้มีสายตาอ่อนโยนเสมอมา แต่ค่ำคืนนี้ในดวงตาคู่นั้น...มีบางสิ่งที่ต่างไป
“ลูกพร้อมหรือยัง?” นางเอ่ยเสียงเบา “สิ่งที่แม่จะเล่า ไม่อาจย้อนกลับคืนได้”
หลี่เหวินพยักหน้า “ข้าต้องรู้ความจริง”
อวี้จิ่วสูดลมหายใจลึกแล้วเริ่มเล่า...
> “ก่อนที่แม่จะได้พบพ่อเจ้า แม่เคยเป็นหนึ่งในคนของ ‘สำนักสุริยันกลางเมฆา’ สำนักสายข่าวและพลังจิตแห่งหนึ่งที่แม้จักรพรรดิยังต้องเกรงใจ ไม่ใช่เพราะพลังการต่อสู้ แต่เพราะพวกเรารู้ความลับของทุกฝ่าย…”
เธอเล่าถึงอดีตในสำนัก ที่ต้องใช้พลังพิเศษในการอ่านใจ ความสามารถของเธอที่หายาก: “เสียงสะท้อนแห่งใจ” ทำให้ได้ยินสิ่งที่อยู่ในใจผู้อื่นแม้ไม่มีการพูดออกมา
แต่เพราะเธอพบกับ “นายพราน” ผู้หนึ่ง—หลี่ชาน พ่อของหลี่เหวิน ที่ตอนนั้นเป็นเพียงชายหนุ่มผู้แฝงตัวในเงามืดของศึกในยุทธภพ ทั้งสองตกหลุมรักกันกลางสงครามสายลับ
> “เราอยากหนีชีวิตเดิม อยากมีลูก มีครอบครัวเหมือนคนธรรมดา...แต่ความลับไม่ยอมให้เราหายไปง่าย ๆ”
เธอหยิบกล่องไม้เก่าออกจากใต้พื้นห้อง กล่องที่ซีหลันไม่เคยแตะต้อง
> “ข้างในนี้คือสิ่งที่สำนักล่าตามมาหลายปี...มันเกี่ยวกับสายเลือดของเจ้า ลูกเอ๋ย”
หลี่เหวินเปิดกล่อง ชิ้นส่วนแผนที่เก่า ๆ ผนึกด้วยอักขระโบราณ และหินกลมใสส่องแสงสีฟ้าอ่อน... เขารู้ได้ทันที
“สิ่งนี้มี ‘พลังวิญญาณบริสุทธิ์’ อยู่ในตัวมัน”
แม่พยักหน้า
> “เป็นสิ่งเดียวกับที่พลังพิเศษของซีหลันปลุกให้เกิดมิติฟาร์ม มันคือเศษผลึกสวรรค์...และเจ้าก็มีมันอยู่ในเลือดของเจ้าเช่นกัน”
หลี่เหวินนิ่งงัน สิ่งที่เขารู้สึกมาตลอด—พลังภายในที่ผิดแผกจากผู้อื่น ความเร็วในการฝึก การมองเห็นผ่านกลยุทธ์แค่เสี้ยววินาที—ล้วนมีที่มา
...
คืนนั้น เขาฝันถึงเสียงสายลมที่พูดกับเขา
> “ผู้มีสายเลือดสวรรค์ หากไม่เป็นเจ้าแห่งแผ่นดิน ก็จักถูกโลกกลืนกิน”
---
รุ่งเช้า หมู่บ้านยังสงบเหมือนเดิม
แต่ในซอกมุมห่างไกล กลุ่มชายในชุดคลุมดำของ “สำนักหิมะดำ” เฝ้าสังเกต
> “พลังสะเทือนมิติเมื่อคืน เป็นฝีมือของใครกันแน่?” ชายชรากล่าว พลางส่งนกสื่อสารไป
—
ช่วงกลางวัน หลี่เหวินยังใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเดิม ทว่าเขาเริ่มเดินสำรวจเส้นทางลับรอบหมู่บ้าน ทั้งเส้นทางป่า โขดหิน และลำธารที่ซ่อนเร้น
เด็ก ๆ ที่เคยฝึกกับเขาเริ่มได้ผลลัพธ์จริงจัง หลายคนทะลุขั้นหนึ่งสู่ขั้นสอง ซึ่งผิดปกติจากธรรมดาของหมู่บ้านที่ไม่เคยมีผู้ฝึกยุทธ์ทะลุขั้นมากขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้น
> “เจ้าพี่เหวิน! ข้าฝึกได้แล้วนะ! ดูนี่สิ!” เด็กชายคนหนึ่งโชว์กระบวนท่าแม้จะยังไม่มั่นคงนัก
หลี่เหวินยิ้ม “ดีมาก ๆ...แต่คราวหน้าลองอย่าเตะต้นไม้ล้มแบบนั้นจะดี”
เสียงหัวเราะดังทั่วลานฝึกเล็ก ๆ ซีหลันแอบอยู่มุมหนึ่ง กำลังยื่นน้ำให้ทุกคน
> “นี่คือสมุนไพรเร่งปราณ ข้าเพิ่งปลูกได้ในฟาร์ม หวังว่าจะไม่ทำให้พวกเจ้าท้องเสียนะ...”
“อ๊า! เจ้าอย่าบอกแบบนั้นตอนข้ากินไปแล้วสิ!” เด็กหญิงคนหนึ่งตะโกน ทั้งลานหัวเราะอีกครั้ง
...
แต่ในเงามืดหลังรอยยิ้ม หลี่เหวินรู้ดีว่า สายเลือดของเขากำลังดึงดูดความสนใจของผู้ที่ไม่ควรรู้
เขาวางกับดักเร้นแสงรอบหมู่บ้าน เริ่มฝึกกลยุทธ์จิตขั้นที่ห้า—“ดวงเนตรหยั่งแผน” ซึ่งทำให้เห็นเส้นทางความน่าจะเป็น และคาดเดาการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ก่อนล่วงหน้า
และเมื่อค่ำลง เขากระซิบกับซีหลัน
> “เจ้าคงต้องเปิดฟาร์มในมิติให้ข้าใช้เป็นจุดลับแล้ว...เรากำลังถูกรุมล้อม”