"ท่านอ๋อง...ท่านกลับไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ" ฮวาเสี่ยวซีเอ่ยเร่งจิ้นอ๋อง"เสี่ยวซีเออร์...ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า...”
"ท่านอ๋องเอาไว้วันหลังได้หรือไม่เจ้าคะ?" ฮวาเสี่ยวซีตอบกลับเสียงนุ่มแต่หนักแน่น"ข้ายังต้องไปคารวะท่านย่าอีก มิเช่นนั้นท่านจะไม่พอใจข้าได้"
จิ้นอ๋องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงหนักแน่นของฮวาเสี่ยวซีที่เอ่ยปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว ปกติแล้วฮวาเสี่ยวซีจะอ่อนโยนและคล้อยตามเขาเสมอการที่นางแสดงท่าทีเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจและอดที่จะขุ่นเคืองใจเล็กน้อยไม่ได้
"คารวะท่านย่า..."จิ้นอ๋องทวนคำอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมของเขามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของฮวาเสี่ยวซีพยายามอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มบางเบานั้น"เหตุใดเจ้าถึงรีบร้อนนัก? หรือว่า..."จิ้นอ๋องเว้นคำพูดไปเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อย"เจ้ามีนัดหมายกับใครอื่น?"
ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงของจิ้นอ๋องนางสบตากับเขาอย่างตรงไปตรงมา แววตาของนางยังคงนุ่มนวลแต่ก็หนักแน่นเช่นเดิม
"ท่านอ๋องทรงตรัสเช่นไร?"นางเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เสี่ยวซีเออร์เพียงแต่ไม่อยากให้ท่านย่าต้องรอนานท่านก็ทรงทราบดีว่าท่านย่าทรงเป็นห่วงข้ามากเพียงใด"
คำอธิบายของฮวาเสี่ยวซีนั้นดูสมเหตุสมผลแต่ในใจของจิ้นอ๋องกลับยังคงมีความสงสัยและความไม่พอใจคุกรุ่นอยู่เขาสังเกตเห็นความกระวนกระวายเล็กน้อยในแววตาของนางแม้ว่านางจะพยายามปกปิดมันอย่างดีก็ตาม
"จริงหรือ?" จิ้นอ๋องยังคงจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตาน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง"เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเจ้ากำลังหลีกเลี่ยงข้า?"
ฮวาเสี่ยวซีถอนหายใจเบาๆนางเข้าใจดีว่าการที่นางปฏิเสธเขาในวันนี้อาจทำให้เขาไม่พอใจแต่การที่ต้องเผชิญหน้ากับอี้เฟยหลงในตอนนี้ก็เป็นสิ่งที่นางไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน
"เสี่ยวซีเออร์มิบังอาจหลีกเลี่ยงท่านอ๋อง"นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงความหนักแน่นไว้"เพียงแต่..." นางเว้นคำพูดไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง "วันนี้เป็นวันสำคัญสำหรับข้าจริงๆหากท่านอ๋องทรงเมตตา โปรดให้ข้าได้ไปคารวะท่านย่าก่อน แล้ววันหน้าเสี่ยวซีเออร์จะมาพบท่านแต่เช้าตรู่"
ฮวาเสี่ยวซีประสานมือและโค้งศีรษะให้จิ้นอ๋องอย่างนอบน้อมแววตาของนางเต็มไปด้วยความจริงใจและความเคารพ
จิ้นอ๋องมองฮวาเสี่ยวซีด้วยความรู้สึกที่หลากหลายความสงสัย ความไม่พอใจ และความสับสนยังคงวนเวียนอยู่ในใจของเขาแต่เมื่อได้เห็นแววตาที่จริงจังและท่าทีที่นอบน้อมของนาง เขาก็เริ่มลังเล
"วันสำคัญ?" เขาพึมพำกับตัวเอง "สำคัญถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
เขาจ้องมองฮวาเสี่ยวซีอีกครั้งอย่างพิจารณาก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างยอมจำนน
"เอาเถิด..."จิ้นอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "ในเมื่อเจ้ามีธุระสำคัญข้าก็จะไม่รั้งเจ้าไว้ แต่อย่าลืมวันแต่งงานของเราอีกแค่วันเดียวเท่านั้น และตอนเย็นข้าจะแวะมา"
อี้เฟยหลงในคราบจิ้นอ๋องย้ำเตือนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นเล็กน้อยดวงตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ฮวาเสี่ยวซีราวกับต้องการให้คำพูดนี้ฝังลึกเข้าไปในใจของนาง
"อย่าลืมวันแต่งงานของเราอีกแค่วันเดียวเท่านั้นเสี่ยวซีเออร์" เขาเอ่ยเน้นทุกคำราวกับต้องการให้มั่นใจว่านางตระหนักถึงความสำคัญของวันพรุ่งนี้
"ตอนเย็นข้าจะแวะมา"เขาเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงเล็กน้อยแต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความคาดหวังและความเป็นเจ้าของ
เมื่อสิ้นเสียงหนักแน่นของอี้เฟยหลงฮวาเสี่ยวซีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยของนางฉายแววซับซ้อนยากที่จะอ่านออกว่าภายในใจของเธอกำลังรู้สึกเช่นไร รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง แต่ดูเหมือนจะไม่สดใสเท่าเคย
"เพคะ ท่านอ๋อง เสี่ยวซีเออร์จำได้เจ้าค่ะ"นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อี้เฟยหลงเองก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าเป็นความสุขความคาดหวัง หรือความกังวล
"แต่ว่า...ท่านจะมาหาข้าตอนเย็นหรือเจ้าคะ?" นางถามต่อด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูลังเลเล็กน้อย
"ใช่แล้ว เสี่ยวซีเออร์"เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด"ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้า... ก่อนที่เราจะเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน"
"เรื่องอะไรหรือคะ?" ฮวาเสี่ยวซีถามกลับ ดวงตาของนางจับจ้องมาที่เขาอย่างใคร่รู้
"ไว้ถึงตอนเย็นเจ้าก็จะรู้เอง"อี้เฟยหลงตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ ให้เธอ รอยยิ้มนั้นดูอบอุ่นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความลับบางอย่างที่ฮวาเสี่ยวซีสัมผัสได้
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยแม้จะไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบฮวาเสี่ยวซีรู้สึกถึงความไม่ปกติบางอย่างในน้ำเสียงและแววตาของจิ้นอ๋องในวันนี้มันแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
"เช่นนั้น...เสี่ยวซีเออร์จะรอท่านอ๋องนะเพคะ"นางกล่าวพร้อมกับโค้งศีรษะให้เขาอย่างนอบน้อมแต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความสงสัยและความกังวล
อี้เฟยหลงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปทิ้งให้ฮวาเสี่ยวซีจ้องมองตามหลังเขาด้วยความรู้สึกมึนงง
ฮวาเสี่ยวซีในชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายดอกไม้เล็กๆ ดูสดใสสมวัย นางอุ้มเจ้าอ้วนน้อยทารกวัยน่ารักไว้แนบอกดวงตากลมโตของเด็กน้อยจ้องมองไปรอบข้างอย่างตื่นเต้น มือเล็กๆคว้าจับชายเสื้อของมารดาอย่างซุกซน
ในใจของฮวาเสี่ยวซีไม่ได้มีความกังวลใดๆเกี่ยวกับคำละเมอที่หลุดออกมาจากปากของนางเมื่อคืนนางเพียงแค่ฝันถึงช่วงเวลาที่แสนสุขกับท่านอาหลี่...ชายหนุ่มผู้แสนอบอุ่นและอ่อนโยนที่เข้ามาเติมเต็มอีกส่วนหนึ่งของหัวใจเธอโดยไม่รู้เลยว่าคำรักแผ่วเบานั้นได้ไปกรีดลึกในใจของอีกคนที่รักนางไม่แพ้กัน
"ไปหาท่านย่ากันนะเจ้าคะเจ้าอ้วนน้อย" ฮวาเสี่ยวซีเอ่ยกระซิบกับลูกน้อย พลางหอมแก้มยุ้ยของเขาเบาๆรอยยิ้มสดใสประดับอยู่บนใบหน้าของนางความคิดถึงฮูหยินผู้เฒ่ากั๋วกงทำให้ใจของนางเบิกบาน
นางเดินออกจากเรือนพร้อมกับสาวใช้คนสนิทมุ่งหน้าไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่ากั๋วกงอย่างร่าเริงเจ้าอ้วนน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ในอ้อมกอดของมารดาเป็นระยะ สร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆให้กับฮวาเสี่ยวซีตลอดทาง
ในขณะที่ฮวาเสี่ยวซีกำลังมีความสุขกับลูกน้อยและความคิดถึงผู้เป็นย่าอี้เฟยหลงกลับจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความเจ็บปวดและความสับสนคำละเมอที่ได้ยินเมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในหูซ้ำไปซ้ำมาราวกับตอกย้ำความไม่มั่นใจในใจของเขา
"อาหลี่... ข้ารักท่าน..."เสียงหวานที่เอ่ยคำรักนั้นไม่ใช่สำหรับเขา... มันเป็นของชายอื่นชายที่ชื่อ "อาหลี่" ผู้ซึ่งเขาไม่รู้ว่าเป็นใคร มาจากไหนและมีความสำคัญกับนางมากเพียงใด
ความรู้สึกเจ็บปวดร้าวลึกราวกับถูกคมมีดกรีดแทงซ้ำๆยังคงเกาะกุมหัวใจของอี้เฟยหลงแน่นหนึบความรักที่เขามีให้ฮวาเสี่ยวซีอย่างท่วมท้นกลับกลายเป็นความทรมานเมื่อรู้ว่าในห้วงฝันอันแสนสุขของนางนั้น กลับมีชายอื่นเข้ามาแทนที่เขา
เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บซ่อนความเจ็บปวดและความสับสนนี้ไว้ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งสงบและสุขุมของจิ้นอ๋องแต่ภายในใจของเขากลับร้อนรุ่มราวกับถูกเพลิงเผาผลาญความคิดถึงวันแต่งงานที่กำลังจะมาถึงกลับกลายเป็นความกังวลและความหวาดระแวง
"อีกแค่วันเดียว...นางจะเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์... แต่หัวใจของนางเล่า? หัวใจของนางเป็นของใครกันแน่?"อี้เฟยหลงคิดอย่างเจ็บปวด เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปควรจะถามนางให้รู้เรื่องหรือควรจะเก็บความสงสัยนี้ไว้และรอคอยวันพรุ่งนี้ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ?
ความสุขของฮวาเสี่ยวซีและความเจ็บปวดของอี้เฟยหลงกำลังดำเนินไปในทิศทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงโดยที่ฮวาเสี่ยวซีเองก็ไม่รู้เลยว่าการที่นางละเมอออกมาเพียงไม่กี่คำของนางในคืนที่ผ่านมาได้สร้างรอยแผลลึกให้กับคนที่รักนางมากที่สุดอีกคนหนึ่ง