ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน

    71. ชีวิตหลังแต่งงาน (ตอนต้น)

    วันต่อมา

    หลังจากที่หญิงสาวเตะส่งเจ้าบ่าวออกห้องหอไปเมื่อวาน วันนี้นางก็ต้องชดใช้ผลกรรมที่ทำไปเมื่อวาน โดยการนอนอืดอยู่บนเตียงเพราะเหนื่อยจนลุกไม่ขึ้น ในขณะที่คุณสามีผู้ซึ่งออกแรงมาทั้งคืนกลับไม่ได้เหน็ดเหนื่อยจนลุกไม่ขึ้นอย่างนาง แต่เขากลับกันเขาช่างดูมีเรี่ยวแรงมากมายเหลือเกิน

    หญิงสาวนอนมองร่างของสามีด้วยสายตาคาดโทษ เนื่องจากเมื่อวานนี้หลังจากที่นางไล่เขาออกไปรับแขก เขาก็กลับเขามาในสภาพเมาแอ๋ก่อนที่เขาจะกลายร่างเป็นหมาป่า แล้วจับนางกินทั้งคืนจนนางไม่หลับได้นอนแถมยังปวดไปทั้งตัวอีก

    “หนิงเอ๋อร์ ท่านพ่อบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยไปหาพวกท่านก็ได้ท่านไม่ว่าหรอก” ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวหลังจากสั่งงานบ่าวรับใช้เสร็จ

    “....”

    “หนิงเอ๋อร์ยังโกรธพี่อยู่หรือ^^”

    “ (-_-) ”

    “เจ้ายังโกรธเรื่องเมื่อคืนอยู่จริงๆ รึ”

    “....”

    ชิงหลงมองภรรยาที่นอนหันหลังให้ด้วยรอยยิ้มจนใจ พร้อมกับคิดว่าต้องทำอย่างไรนางจึงจะหายโกรธเขา เนื่องจากเมื่อคืนนี้ตนดื่มหนักไปหน่อยจึงทำให้ตอนที่เข้าหอกับนางเผลอรังแกมากไปหน่อยก็เท่านั้นเอง จึงทำให้ภรรยาต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียงในวันที่ต้องยกน้ำชาให้พ่อแม่อย่างในวันนี้

    “หนิงเอ๋อร์อย่าโกรธสิ พี่ผิดไปแล้วครั้งหน้าพี่จะเชื่อฟังเจ้าดีหรือไม่?”

    “ยังจะมีครั้งหน้าอีกหรือ หากท่านกล้ารังแกข้าเยี่ยงสัตว์ป่าอีกข้าจะแยกเรือน” หญิงสาวพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดปนอับอาย เพราะเรื่องนี้นางเองก็ส่วนเกี่ยวที่เผลอไปคล้อยตามอีกฝ่าย จนทำให้ตนต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้

    “ภรรยาไม่เอาไม่แยกเรือน สามีสัญญาว่าครั้งหน้าจะไม่รังแกเจ้ามากเกินไป ดังนั้นเจ้าห้ามพูดว่าแยกเรือนเด็ดขาด” พอได้ยินว่าภรรยาโกรธจนอยากแยกเรือน เขาก็รีบให้สัญญาทันทีว่าจะไม่ทำอีก เพราะจะให้เขาที่พึ่งได้สัมผัสกับชีวิตแต่งงานได้ทันถึงเดือน แล้วภรรยาขอแยกเรือนขึ้นมาเช่นนี้แล้วตนจะไม่โดนตาเฒ่า (พ่อ) นั้นหัวเราะเยาะหรอกหรือ

    “ท่านพูดแล้วนะ ห้ามหรือเด็ดขาดล่ะ” หญิงสาวหันมามองชายหนุ่มด้วยแววตาจริงจัง

    “แน่นอนสามีสัญญา”

    “อื้มดี ถ้างั้นตอนนี้ท่านออกไปได้แล้ว ข้าจะนอน” หญิงสาวเอ่ยไล่ชายหนุ่มออกไป เพราะนางต้องการนอนต่ออีกหน่อย

    “ยังไม่ได้หรอก ภรรยาลุกขึ้นมากินข้าวก่อนแล้วค่อยนอน เจ้าไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วไม่ใช่หรือ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกหญิงสาว เนื่องจากว่าตอนนี้ได้เวลามื้อเที่ยงพอดี ตนจึงอยากให้นางได้กินอะไรก่อนแล้วค่อยนอน

    “อื้ม” นางไม่ได้คัดค้านเรื่องกินข้าว เพราะพอเขาพูดถึงข้าวนางก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา นางจึงยอมรับข้อเสนอของเขาอย่างว่าง่าย

    ชิงหลงช่วยพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบเสื้อผ้ามาช่วยนางเปลี่ยน แต่นางหยุดเขาไว้แล้วบอกว่าอยากอาบน้ำ เขาจึงสั่งให้สาวใช้ไปเตรียมน้ำมาให้นางอาบแทน

    หลังจากหนิงหนิงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จนางก็ไปกินข้าวต่อ หญิงสาวพยายามฝืนเดินให้เป็นปกติ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่อับอาย แต่สุดท้ายนางก็ต้องอายเพราะชายหนุ่มอุ้มนางแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะภายใต้การจ้องของสาวใช้ ทำให้นางรู้สึกเขินอายเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจอะไร เขายังคงคอยดูแลเอาใจใส่นางเหมือนปกติ

    หลังมื้อเที่ยงหญิงสาวที่ตั้งใจว่าจะนอน สุดท้ายแล้วนางก็นอนไม่หลับ นางจึงไปหยิบงานที่ทำค้างไว้มาทำต่อ ซึ่งงานนี้ก็เป็นผลงานวิจัยพืชกลายพันธุ์ที่ช่วงนี้นางกำลังศึกษาอยู่ หญิงสาวนั่งทำงานอยู่ในสวนเพียงลำพัง ไม่ไกลจากศาลาที่นางพักนั้นก็เป็นบรรดาสาวใช้ที่คอยมองอยู่ห่างๆ เนื่องจากนายหญิงน้อยต้องการความสงบ พวกนางจึงทำได้คอยรับใช้อยู่ห่างๆ

    หนิงหนิงผู้ซึ่งกำลังตั้งใจเขียนสรรพคุณของพืชชนิดใหม่อยู่นั้น ไม่ได้สังเกตเลยว่าในศาลามีคนเพิ่มเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยน่ารัก ผู้มีใบหน้าน่ารักดุจตุ๊กตา ดวงตากลมโตดุจกระต่ายจ้องมองผู้เป็นพี่สะใภ้ด้วยความสนใจ


    หนานกงเยว่ฉีหนูน้อยวัยสามขวบ จ้องมองผู้เป็นพี่สะใภ้ด้วยความสนใจ ก่อนที่สายตาของนางจะถูกต้นไม้แปลกๆ ที่อยู่บนโต๊ะดึงดูดไป ต้นไม้ที่มีดอกไม้รูปร่างเหมือนปากนั้น ทำให้หนูน้อยจ้องมองมันตาไม่กะพริบ กลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ทำให้หนูน้อยเริ่มรู้สึกหิว นางจึงละสายตาจากต้นไม้แล้วหันไปจ้องของว่างบนโต๊ะ

    จ๊อก...

    เสียงท้องร้องทำให้หญิงสาวที่กำลังตั้งใจทำงาน ละสายตาจากกระดาษแล้วมองหาที่มาของเสียง นางก็ได้เจอเข้ากับหนูน้อยน่ารักที่มีใบหน้าเหมือนสามีของตน เด็กน้อยน่ารักในชุดสีเหลืองอ่อนกับทรงผมซาลาเปาคู่ที่ประดับด้วยผีเสื้อ มือน้อยๆ ของนางกำลังกุมท้องแล้วเงยหน้ามองนางตาแป๋ว

    หนิงหนิง: โอ้แม่สาวน้อยน่ารักอย่ามองพี่แบบนั้นสิ พี่ใจไม่ดี ฮึก

    “น้องสาวอยากกินขนมไหม” หนิงหนิงมองสาวน้อยน่ารักเบื้องหน้าด้วยความเอ็นดู เพราะนี่คงเป็นน้องสาวคนเล็กที่ชายหนุ่มพูดถึง

    “กินได้หรือเจ้าคะ?”

    “กินได้สิ น้องสาวอยากกินไหม” นางหยิบขนมชิ้นนึงมายื่นให้หนูน้อย ซึ่งนางก็รับไว้ก่อนจะเงยหน้ามองนางแล้วมองขนมในมือ เมื่อเห็นว่านางไม่ได้ว่าอะไรหนูน้อยก็ค่อยๆ เอาขนมเข้าปากกา

    “...” แม่หนูน้อยเยว่ฉีผู้ถูกเหล่าพี่ชายงดขนมหวานมาหลายวันเพราะกินมากจนน้ำหนักขึ้น เมื่อนางได้ลิ้มรสขนมหวานที่ไม่ได้กินมาหลายวัน ก็รู้สึกว่าขนมในมือนั้นอร่อยมากแม้มันจะไม่ได้หวานมากเหมือนขนมที่นางชอบแต่มันก็อร่อยมาก เลยทำให้นางใช้เวลากินไม่นานขนมในมือก็หมดแล้ว แม่หนูน้อยจึงเงยหน้ามองพี่สะใภ้อีกครั้ง

    “*^*”

    “อยากกินอีกหรือ?”

    “ (-.-) (._.) (-.-) (._.) ”

    “งั้นก็มานั่งกับพี่สาวสิ” ว่าจบนางก็เห็นแม่หนูน้อยเดินข้างนางแล้วพยายามปืนขึ้นเก้าอี้ข้างๆ ด้วยความยากลำบาก เมื่อเห็นแบบนั้นนางจึงลุกขึ้นไปอุ้มเด็กน้อยขึ้น จากนั้นก็ว่างร่างเล็กๆ ไว้บนเก้าอี้

    หลังจากนางเห็นว่าหนูน้อยนั่งเก้าอี้เรียบร้อยแล้วนางก็นั่งลงบ้าง แล้วจากนั้นนางก็เลื่อนจานขนมให้หนูน้อย ส่วนนางก็คอยดูไม่ให้เด็กน้อยกินมากจนเกินไป ซึ่งนี่ก็คือสิ่งที่ชิงหลงเห็นเมื่อเขาเดินกลับมาหาภรรยา

    ภาพของภรรยาที่กำลังคอยดูน้องสาวด้วยความระมัดระวังนั้นมันทำให้เขาเผลอจินตนาการไปว่าน้องสาวคือลูกสาวของพวกเขา แน่นอนว่าจินตนาการก็ยังคงเป็นจินตนาการอยู่วันยังค่ำ แต่มันก็สามารถเป็นจริงได้หากตนขยันสักหน่อย ด้วยเหตุนี้หนิงหนิงผู้ซึ่งกำลังตั้งใจดูแลน้องสามีผู้น่ารัก ก็ไม่ได้รู้เลยว่าสามีของนางกำลังวางแผนจะปั้มลูกอยู่.....







    โรงละคร

    หนิงหนิง: ทำไมอยู่ๆ ถึงได้รู้สึกขนลุกกันนะ//ลูบแขน

    ชิงหลง: ไม่รู้ว่านางจะชอบลูกผู้หญิงลูกชายกันนะ//จ้อง

    เยว่ฉี: ขนมอร่อยจัง//ง้ำๆ

    ท่านเทพ: ไม่ได้เจอยัยหนูแค่พักเดียวก็โตจนแต่งงานมีลูกเสียแล้ว แบบนี้ข้าต้องมีของขวัญรับขวัญหลานใช่หรือไม่? //มองกระจก