ทลายภพสยบหมื่นดารา

    ตอนที่ 36 ลางเลือด

    คำว่า “พบระดับพลังแล้ว” ไม่เคยลอยมาถึงโม่เหอทว่าผลของมันมาถึงก่อนรุ่งสาง

    เสียงหมาหอนดังจากเรือนฝั่งเหนือเพียงครึ่งคำแล้วขาดหาย

    เยี่ยซิงเหอลืมตาในยุ้งหิน รากฐานทองคำใต้ท้องน้อยยังหมุนช้า ๆรอยร้าวสามสายเจ็บแปลบตามจังหวะหัวใจ เขาเพิ่งก่อเกิดรากฐานได้ไม่ถึงหนึ่งคืนร่างกายควรต้องสงบปราณอย่างน้อยหลายวันแต่กลิ่นคาวซึ่งลอดช่องประตูเข้ามาทำให้เขาวางมือจากเข่า

    ไม่ใช่กลิ่นเลือดสด

    มันเย็นจัด คล้ายเลือดซึ่งถูกดูดความอุ่นออกจนหมด

    ผู้เฒ่าโม่ใช้ไม้เท้ากดบ่าเขาก่อนจะลุก “นั่งต่อ”

    “ข้างนอกมีบางอย่างตาย”

    “เพราะเหตุนั้นเจ้าจึงต้องนั่ง” ชายชรามองผงขี้เถ้ารอบเสื่อวงชั้นนอกมีรอยขาดตรงทิศเหนือ “คลื่นจากรากฐานเจ้าหลุดไปเมื่อคืนสิ่งที่ตามคลื่นมาอาจกำลังรอให้เจ้าก้าวออกจากวงนี้”

    เสียงฝีเท้ากระแทกหิมะ อาเหวินผลักประตูเข้ามาใบหน้าซีดจนแทบไม่มีสี “ลุงโม่ กวางสองตัวตายตรงคอกแพะ ไม่มีแผลสักแห่งแล้วหมาของบ้านข้าก็...”

    เขาพูดต่อไม่ออก

    เยี่ยซิงเหอลุก คราวนี้ผู้เฒ่าโม่ไม่ห้ามเพียงหยิบถุงขี้เถ้าและกล่าวว่า “ห้ามหมุนปราณเกินสามรอบ”

    “ถ้าศัตรูอยู่ในหมู่บ้าน?”

    “สองรอบ”

    “ท่านต่อราคาได้ผิดเวลาเสมอ”

    “ข้าต่อกับความดื้อของเจ้า ไม่ได้ต่อกับศัตรู”

    พวกเขาออกจากยุ้งพร้อมกัน ฟ้ายังมืดหิมะซึ่งควรขาวกลับมีจุดดำกระจายทั่วทางเดิน นกกระจอกหลายสิบตัวตกเรียงใต้ชายคาดวงตาเปิดค้าง ปลายกรงเล็บชี้ไปทางเดียวกัน—ไหล่เขาด้านเหนือ

    ชาวบ้านยืนรวมกันกลางลาน ไม่มีผู้ใดกล้าแตะซากผู้ใหญ่บ้านใช้คบเพลิงส่องกวางหน้าคอก หนังของมันไม่แตกแต่เส้นเลือดใต้ผิวกลายเป็นสีเทา ราวกับโลหิตทั้งร่างถูกเผาจากภายใน

    อาเหวินถาม “โรคระบาดหรือไม่”

    ผู้เฒ่าโม่คุกเข่า ใช้ปลายไม้เท้าเขี่ยหิมะใต้ท้องกวางด้านล่างมีจุดแดงเล็กเท่าเม็ดข้าวเจ็ดจุดเรียงเป็นครึ่งวง “โรคไม่วาดค่ายกล”

    ความกลัวแล่นผ่านฝูงคนเร็วกว่าลม

    เยี่ยซิงเหอมองรอยเท้าบนหิมะ สัตว์ทุกตัวเดินมาจากต่างทิศแต่ก่อนตายกลับหันหัวเข้าหาหมู่บ้าน หากมีผู้ใช้พวกมันเป็นเสาหมายคนผู้นั้นกำลังวัดแนวผนึกและประตูทุกแห่ง

    เขาหันไปหาผู้ใหญ่บ้าน “คืนนี้จะไม่มีใครออกจากบ้าน”

    “แต่ฟืนฝั่งตะวันตกเหลือไม่ถึงครึ่งวัน” ชายผู้หนึ่งแย้ง“คอกแพะก็ต้องย้าย”

    “รวมคนไว้ในเรือนกลาง เผาเครื่องเรือนเก่าก่อน หากจำเป็น”เยี่ยซิงเหอตอบ “ปิดประตูและหน้าต่างด้วยเกลือผสมขี้เถ้า อย่าแตะเลือดอย่าเดินตามเสียงเรียกจากนอกเรือน แม้จะเป็นเสียงคนรู้จัก”

    หญิงชราคนหนึ่งกอดหลานแน่น “แล้วกลางวันเล่า”

    “จนกว่าเราจะรู้ว่ามีผู้ใดอยู่บนเขา คืนนี้ยังไม่จบ”

    ผู้ใหญ่บ้านมิได้ถามซ้ำ เขาแบ่งคนเป็นสามกลุ่มทันทีกลุ่มหนึ่งเก็บน้ำ อีกกลุ่มขนคนเจ็บ และอีกกลุ่มรื้อไม้จากยุ้งร้างชาวบ้านบางคนยังกลัว แต่ความกลัวมีงานให้ทำจึงไม่แตกกระจาย

    ผู้เฒ่าโม่เดินตรวจซากจากเหนือไปใต้ ทุกแห่งมีจุดแดงเจ็ดจุดบางแห่งหายไปหนึ่ง บางแห่งกลับหัว ลวดลายไม่สมบูรณ์โดยจงใจ

    “มันไม่ได้ตั้งค่ายกลเต็มวง” เยี่ยซิงเหอกล่าว

    “มันถามคำถาม”

    “ถามว่าผนึกหมู่บ้านตอบสนองตรงใด”

    ผู้เฒ่าโม่พยักหน้า“และถามว่าคนที่ปล่อยคลื่นทองเมื่อคืนจะออกมาตรวจด้วยตนหรือไม่”

    “ข้าออกมาแล้ว”

    “เช่นนั้นมันได้คำตอบแรก”

    ชายชราแทงไม้เท้าลงข้างซากนก ปราณสีหม่นแผ่ออกเพียงคืบเดียวจุดแดงใต้หิมะดับไปสามจุด แต่จุดที่สี่กลับสว่างบนไหล่เขาไกลออกไป

    เงาดำเคลื่อนผ่านต้นสน

    เร็วเกินกว่าจะเป็นสัตว์

    เยี่ยซิงเหอชักกระบี่เงาดารา เสียงโลหะกังวานต่ำรากฐานทองคำตอบสนองทันที ปราณหนึ่งวงพุ่งขึ้นตามแขน ก่อนเขาจะกดมันไว้เหลือเพียงสายบางหุ้มคมกระบี่

    ผู้เฒ่าโม่เห็นแล้วกล่าว “หนึ่งรอบ”

    “ข้ายังไม่ได้โจมตี”

    “รากฐานไม่สนใจข้อแก้ตัว”

    บนเขา เงาดำหายเข้าแนวสนจุดแดงตามซากสัตว์เริ่มติดสว่างจากเหนือไปตะวันออก หากปล่อยให้ครบวงมันอาจเชื่อมถึงเส้นโลหิตใต้หมู่บ้าน

    เยี่ยซิงเหอไม่ไล่ทันที เขามองทางลาด หิมะใหม่ปิดรอยเท้าเก่าหน้าผาด้านเหนือสูงชันและมีทางแคบสองสาย สายหนึ่งวกลงเรือนชาวบ้านอีกสายออกนอกหุบเขา นักฆ่าจงใจปรากฏบนทางซึ่งล่อให้เขาห่างจากหมู่บ้าน

    “อาเหวิน” เขาเรียก “เอากระดิ่งแพะแขวนตามแนวร่องเกลือห้ามตามข้าขึ้นเขา ถ้ากระดิ่งดังจากด้านใน ให้ทุกคนย้ายไปเรือนกลางถ้าดังจากด้านนอก อย่าเปิดประตู”

    “แล้วเจ้าเล่า”

    “ข้าจะไม่ไล่ตามทางที่มันเลือก”

    เยี่ยซิงเหอเดินอ้อมไปฝั่งตะวันตก ผู้เฒ่าโม่ตามมาโดยไม่ถามแทนที่จะขึ้นทางแคบ พวกเขาใช้ร่องน้ำแข็งซึ่งชาวบ้านขุดไว้เมื่อคืนลมสวนแรงจนรอยหายใจกลายเป็นเกล็ดขาว

    เมื่อถึงสันต่ำ ซากสัตว์อีกหลายตัวปรากฏ กวาง จิ้งจอก กระต่ายกระทั่งนกอินทรี ทุกตัวตายโดยไม่มีบาดแผลและหันหัวเข้าหาโม่เหอจุดแดงใต้ซากต่อกันเป็นเส้นโค้งล้อมหมู่บ้านสามด้าน

    เยี่ยซิงเหอคุกเข่าแตะหิมะโดยไม่แตะเลือดรากฐานทองคำในร่างสั่นไหว ปราณจากจุดแดงเคลื่อนสวนกระแสธรรมชาติมันไม่ไหลจากภูเขาลงหุบ แต่ไหลจากซากทุกตัวขึ้นหน้าผา

    “คนควบคุมอยู่สูงกว่าเรา” เขากล่าว

    ผู้เฒ่าโม่มองรอยหน้าผา “และต้องมองเห็นทุกเส้นพร้อมกัน”

    ทั้งสองเงยหน้าขึ้น

    บนชะง่อนหินเหนือเมฆหิมะ เงาหนึ่งยืนอยู่ ผ้าคลุมดำไม่ไหวตามลมหน้ากากครึ่งหน้ามีลายแดงเจ็ดจุดเช่นเดียวกับรอยใต้ซาก

    นักฆ่ายกมือ

    จุดแดงทั่วไหล่เขาสว่างพร้อมกัน

    เลือดเย็นในซากสัตว์พุ่งออกเป็นเส้น มิได้พุ่งใส่เยี่ยซิงเหอแต่พาดข้ามศีรษะเขาไปยังโม่เหอ หากเส้นทั้งหมดตกถึงหลังคามันจะเปลี่ยนบ้านทุกหลังเป็นหลักค่ายกล

    เยี่ยซิงเหอก้าวตัดทาง กระบี่เงาดาราวาดครึ่งวงปราณทองชั้นแรกไหลผ่านคมกระบี่ เส้นเลือดขาดไปห้าสายแต่แรงสะท้อนจากค่ายกลกระแทกกลับ รอยร้าวในรากฐานสว่างขึ้นหนึ่งสาย

    เขารู้สึกเหมือนก้นทะเลปราณถูกกรีด

    ผู้เฒ่าโม่สะบัดขี้เถ้าขึ้นลมขี้เถ้าเกาะเส้นเลือดที่เหลือแล้วทำให้มันหนัก ตกลงก่อนถึงหมู่บ้านแต่ชายชราถอยครึ่งก้าว สีหน้าซีดลง

    นักฆ่าบนหน้าผาหายไป

    เสียงกระดิ่งดังจากป่าสนด้านหลัง

    มิใช่กระดิ่งในหมู่บ้าน หากเป็นเสียงเลียนแบบเหมือนกันทุกประการจนผู้ไม่รู้ยากจะแยก

    เยี่ยซิงเหอหลับตาชั่วพริบตา เขาไม่ตามเสียง แต่ฟังหิมะเสียงเลียนแบบเดินทางตามลม ทว่าฝีเท้าจริงกดหิมะเป็นจังหวะทวนลมอยู่ต่ำกว่าสันเขาสามจั้ง

    เขาแทงกระบี่ลงพื้น

    ปราณทองไหลไปตามชั้นน้ำแข็ง มิใช่เพื่อโจมตีตรง ๆแต่ทำให้ผิวหิมะแข็งตัวฉับพลัน

    เสียงแตกดังใต้ก้อนหิน

    นักฆ่าซึ่งกำลังลอดเงาเสียหลักเพียงครึ่งก้าวพอให้เยี่ยซิงเหอเห็นปลายเท้าดำ เขาพุ่งลงทางลาด กระบี่กวาดต่ำ ไม่หวังศีรษะแต่ตัดทางหนีเข้าสู่เงาสน

    คมดาบสั้นสีแดงรับกระบี่เงาดารา

    แรงปะทะส่งทั้งคู่ไถลบนหิมะ นักฆ่ามีพลังลึกกว่าชัดเจนปราณสีโลหิตกดลงมาราวกับภูเขา ทว่าพื้นลาดทำให้เขาไม่อาจลงน้ำหนักเต็มเท้าเยี่ยซิงเหอใช้ไหล่รับ มิฝืนชนตรง ๆ เขาปล่อยแรงผ่านกระบี่ลงพื้นแล้วหมุนหลบ

    กระบี่เงาดาราสั่นหนักกว่าเดิม มันรับภาระของเขาแต่แรงสะท้อนกัดข้อมือจนชา

    นักฆ่าเอ่ยหลังหน้ากาก “รากฐานจริง”

    คำสองคำนั้นไม่ใช่ความประหลาดใจ แต่เป็นการยืนยันรายงาน

    เยี่ยซิงเหอไม่ตอบ เขาสังเกตมือซ้ายของอีกฝ่ายกำยันต์แดงหากยันต์แตก ข้อมูลการปะทะจะถูกส่งกลับทันที

    เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากลำคอเป็นข้อมือ

    นักฆ่ารู้ทัน ดาบสั้นกรีดอากาศสามครั้งเงาคมสีเลือดพุ่งมาจากมุมต่างกัน เยี่ยซิงเหอถอยไปชิดขอบหน้าผา หนึ่งคมเฉือนไหล่อีกคมตัดชายเสื้อ ส่วนคมสุดท้ายเจาะตรงท้องน้อยหวังบังคับให้รากฐานทองคำตอบโต้เต็มกำลัง

    หากเขาปล่อยพลังศัตรูจะรู้ความลึกของทะเลปราณและตำแหน่งรอยร้าว

    หากไม่ปล่อย เขาอาจถูกแทงทะลุ

    เยี่ยซิงเหอยกฝักกระบี่รับแทน ปราณทองหมุนเป็นรอบที่สองเสริมเพียงจุดซึ่งคมเลือดกระทบ ฝักไม้แตก เงาคมเบนออกแต่แรงที่เหลือกระแทกชายโครงจนเขาไอเลือดลงหิมะ

    นักฆ่าพุ่งเข้าซ้ำ

    ผู้เฒ่าโม่เคาะไม้เท้าบนก้อนหินหนึ่งครั้ง

    เสียงก้องวิ่งไปตามหน้าผา หิมะเหนือศีรษะร่วงเป็นม่านขาวนักฆ่าชะงักเพราะสูญเสียทัศนวิสัย เยี่ยซิงเหอไม่ใช้เนตรที่ยังไม่มั่นคงเขามองเงาจากแสงแดงของยันต์ผ่านม่านหิมะ แล้วแทงกระบี่เข้าหาแสงนั้น

    คมกระบี่ทะลุแขนซ้าย

    ยันต์แดงหลุดจากมือ

    นักฆ่าส่งเสียงต่ำ ใช้ดาบสั้นตัดยันต์กลางอากาศเสียเองเปลวแดงระเบิด แรงส่งซัดเยี่ยซิงเหอถอยถึงขอบผา ขณะเดียวกันร่างดำกระโจนลงด้านล่าง

    เบื้องล่างมิใช่พื้น แต่เป็นหุบลึกซึ่งมีหมอกหิมะปิดบัง

    เยี่ยซิงเหอก้าวจะตาม ผู้เฒ่าโม่ตวัดไม้เท้าขวางอก “หยุด”

    “มันบาดเจ็บ”

    “มันเลือกหน้าผานี้ไว้ก่อนเจ้าเกิดการปะทะ”

    เยี่ยซิงเหอมองลงไป เสียงกิ่งไม้หักดังสองครั้ง แล้วเงียบหากลงตาม เขาต้องหมุนปราณรอบที่สามเพื่อประคองตัวและอาจออกห่างโม่เหอเกินกลับทันเมื่อค่ายกลทำงาน

    ไกลด้านหลัง กระดิ่งร่องเกลือดังขึ้นจริง ๆ

    สามใบทางเหนือ ตามด้วยสองใบทางตะวันออก

    จุดแดงที่เหลือกำลังเคลื่อนเข้าหาหมู่บ้าน

    เยี่ยซิงเหอกำด้ามกระบี่แน่น เขาเลือกหันหลังให้หน้าผา

    การตัดสินใจนั้นทำให้นักฆ่ารอดแต่ทำให้หมู่บ้านไม่ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง

    เขากับผู้เฒ่าโม่กลับลงเขา ระหว่างทางพบหยดเลือดดำบนหิมะเลือดทุกหยดมีไอแดงล้อมอยู่ เมื่อผู้เฒ่าโม่แตะด้วยขี้เถ้ามันกลับจมลงดินแทนที่จะดับ

    “บาดแผลของมันไม่ตื้น” เยี่ยซิงเหอกล่าว

    “แต่เลือดมิได้ไหลไปตามทางหนี”

    หยดเลือดเรียงลงสู่ชั้นดิน เหมือนมีช่องว่างอยู่ใต้ภูเขา

    ผู้เฒ่าโม่ใช้ไม้เท้าขีดวงรอบหยดสุดท้าย “อย่าตามวันนี้มันกำลังทำให้เจ้ารู้สึกว่าเป็นผู้ล่า”

    “แท้จริงข้ายังเป็นเหยื่อ”

    “หมู่บ้านต่างหากที่เป็นเหยื่อเจ้าเป็นเหยื่อล่อซึ่งเริ่มมีเขี้ยว”

    เมื่อกลับถึงโม่เหอ ชาวบ้านปิดประตูครบทุกเรือนร่องเกลือมีควันบางลอยจุดแดงสองจุดมุดเข้ามาใต้กำแพงแต่ถูกขี้เถ้ากับน้ำต้มสมุนไพรบีบให้ปรากฏอาเหวินกับคนหนุ่มใช้พลั่วตักดินส่วนนั้นใส่ไหแล้วปิดฝา

    ไม่มีผู้ใดออกมาตามเสียงกระดิ่งปลอม

    เยี่ยซิงเหอมองมือแตกของพวกเขาแล้วรู้ว่าการไม่ไล่นักฆ่าคือทางเลือกที่ถูกทว่าความถูกต้องมิได้ทำให้ความรู้สึกพ่ายแพ้เบาลง

    ผู้ใหญ่บ้านถาม “มันจะกลับมาหรือไม่”

    “มันยังไม่เคยจากไป” เยี่ยซิงเหอตอบ “วันนี้มันเพียงวัดประตู”

    พวกเขาเผาซากสัตว์นอกแนวบ้าน ควันไม่ลอยขึ้นฟ้าแต่กดต่ำราวกับถูกสิ่งมองไม่เห็นทับ ผู้เฒ่าโม่สั่งโรยเกลือรอบกองไฟแล้วพบเศษด้ายดำติดในแผลบนแขนของกวางตัวหนึ่ง

    ด้ายนั้นเปื้อนเลือดของนักฆ่า

    ชายชราดึงมันออกช้า ๆ ปลายด้ายพุ่งชี้ลงพื้น

    ใต้เท้าพวกเขาเกิดเสียงครูดแผ่วเบา

    เยี่ยซิงเหอกดฝ่ามือลงบนหิมะ รากฐานทองคำเพิ่งหมุนสองรอบแต่รอยร้าวสายแรกยังปวด เขาไม่ปล่อยปราณเพิ่ม เพียงใช้สัมผัสที่เหลือฟังแรงสั่น

    เสียงนั้นเคลื่อนจากไหล่เขา ลงลึกกว่ารากสนแล้วหยุดใต้กำแพงโม่เหอ

    ศัตรูมิได้เตรียมเข้าทางประตู

    มันกำลังหาทางใต้ดิน

    * * *

    อีกด้านหนึ่งของหน้าผา นักฆ่าชุดดำแขวนตัวอยู่เหนือรอยแยกเขาใช้มือขวากดแผลซึ่งกระบี่แทงทะลุแขนซ้าย เลือดดำหยดลงช่องหินทุกหยดถูกเส้นค่ายกลเบื้องล่างรับไป

    เงาสองเงารออยู่ในถ้ำ คนหนึ่งยื่นยาห้ามเลือดแต่อีกคนไม่สนใจบาดแผล เขารับเศษยันต์แดงซึ่งไหม้เหลือครึ่งแผ่น

    บนยันต์มีวงแสงทองบาง ๆ ติดอยู่

    “แน่ใจหรือ” เงานั้นถาม

    นักฆ่าถอดหน้ากาก เลือดไหลจากมุมปาก “ทะเลปราณเพิ่งก่อรากฐานมีรอยแตก และเขาใช้ได้ไม่เกินสองรอบก่อนแรงสะท้อน”

    “ระดับใด”

    “รากฐาน”

    ผู้ถามมองวงทองบนยันต์นานกว่าปกติ “รากฐานสีทอง?”

    นักฆ่าไม่ตอบคำสุดท้าย เขาหันมองผนังถ้ำที่นั่นมีเส้นแดงเก่าแก่ฝังลึกลงไปใต้หมู่บ้านรอยกระบี่ของเยี่ยซิงเหอทำให้เลือดเขาเชื่อมกับเส้นนั้นโดยไม่ตั้งใจ

    เขาบาดเจ็บ แต่ได้ประตูอีกบาน

    มือขวาของนักฆ่ากดลงบนพื้นหิน

    จากใต้โม่เหอ เสียงขุดครั้งแรกดังขึ้น

    รายงานของศัตรูยืนยันแล้วว่าเยี่ยซิงเหออยู่ระดับรากฐาน

    คล้ายกับเรื่องทลายภพสยบหมื่นดารา ที่คุณอ่าน