นักฆ่าพักงานกลับไปเรียนมัธยม

    ตอนที่ 32 ความโศกเศร้าของเอมิ

    "ไปแล้วสินะ"

    หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมา เธอลุกขึ้นนั่งอย่างรีบเร่งกวาดสายตามองซ้ายมองขวาไปทั่วห้องนอน ไม่พบเห็นชายหนุ่มแม้แต่เศษเสี้ยวของเงา จิตใจของเธอในตอนนี้รู้สึกเหมือนสูญเสียสิ่งสำคัญไป เธอร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งอยู่บนเตียงแบบนั้นเฝ้าคิดถึงชายหนุ่มอยู่เนินนาน


    "ตึก ตึก ตึก"

    เสียงอะไรบางอย่างที่ดังออกมาจากในห้องครัวมันกระตุ้นให้เอมิรู้สึกตัวหลังจากที่นิ่งอยู่สักพัก เอมิไม่รู้ว่ามันคือเสียงอะไรเธอจึงเดินเข้าไปดู เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงทางเข้าที่ทำให้เกิดเสียงมันเป็นทางเข้าห้องครัว เอมิเงยหน้าขึ้นมองอย่างเอื่อยเฉื่อยมองเข้าไปในห้องครัว วินาทีต่อมา ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างกับสิ่งที่พบเห็น


    "อ...อาเบล"

    เอมิร้องเรียกชายหนุ่มเบาๆอย่างแปลกใจ เธอนิ่งไม่ขยับอยู่แบบนั้นหลังจากเรียกอาเบล ความคิดในช่วงเวลาตอนนี้ของเธอสับสนวุ่นวายไปหมด ชายที่คิดว่าหนีหายไปจากชีวิตของเธอแล้ว กลับยังอยู่ตรงนี้ด้วยกันกับเธอไม่ได้จากไปไหน เธอได้แต่ตื่นเต้นดีอกดีใจอยู่ภายในใจตัวเอง


    "อ่ะ รอสักครู่นะ ใกล้จะเสร็จแล้ว เธอไปอาบน้ำก่อนก็ได้"

    อาเบลที่ได้ยินเสียงของคนเดินเข้ามาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นเอมิ เขาหันมาพูดกับเธอเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปตั้งใจทำอาหารต่อ เอมิได้ยินสิ่งที่อาเบลบอกเธอก็ยืนงงสักพัก


    "หืม เป็นอะไรไปหรอ ไปอาบน้ำสิ อาหารใกล้จะเสร็จแล้วนะ"

    อาเบลงุนงงเล็กน้อย เอียงคอมองอย่างสงสัยว่าทำไมเธอถึงยืนนิ่งไม่ขยับอยู่อีก เขาจึงหันไปพูดกับเธออีกครั้ง ครั้งนี้มันทำให้เธอรู้สึกตัวได้จึงทำตามที่อาเบลบอก หญิงสาวหันหลังกลับเดินไปห้องอาบน้ำทันที ไม่นานนักเธอก็เริ่มอาบน้ำแต่งตัว


    "เสร็จแล้ว อะ มาแล้วหรอ อาหารกำลังร้อนๆเลยครับ นั่งสิ"

    อาเบลยกอาหารจานสุดท้ายมาวางไว้บนโต๊ะกินข้าว พร้อมกับหญิงสาวที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยดีแล้วกำลังเดินมาพอดี อาเบลจึงเดินไปที่เก้าอี้ของเธอก่อนจะดึงเก้าอี้ออกมาเชื้อเชิญให้เธอนั่งลงกินอาหาร


    "นี่ครับ อาหารกำลังร้อนๆเลย ผมทำสุดฝีมือเลยนะ"

    อาเบลตักอาหารจานหลักให้เธอ เอมิได้แต่งุนงงกับการกระทำของอาเบล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะกลิ่นอาหารมันทำให้เธอรู้สึกอยากกินแล้ว เธอจึงยื่นมือไปหยิบช้อนก่อนจะตักอาหารเข้าปากไปหนึ่งคำเต็มๆ


    "อ้ำ"

    เธอตักอาหารพอประมาณก่อนจะอ้าปากกินอาหารเข้าไป สิ่งแรกที่ได้รับคือกลิ่นหอมของอาหารจานนี้ พร้อมกับสัมผัสแห่งความอร่อย เธอเริ่มขบเคี้ยวเบาๆละเอียดจนหมดจึงค่อยกลืนอาหารมันลงไป ความอร่อยของอาหารจานนี้แปลกใหม่สำหรับเธอมากๆ เธอไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต เธออดใจไม่ได้อีกต่อไป เริ่มลงมือตักอาหารมากินทีละอย่างสองอย่าง ด้วยความรวดเร็วที่สุดในชีวิตของเธอ


    "นี่ก็อร่อย อันนี้ก็อร่อย นี่ด้วย นี่ด้วย"

    หญิงสาวตักอาหารไม่หยุดไม่หย่อน และมันมีจำนวนมากอีกด้วย เธอจึงตักมากินทุกอย่างที่มีเลย ด้วยความรวดเร็วในการกินของเธอไม่นานอาหารที่อยู่บนโต๊ะก็ถูกหญิงสาวจัดหนักจัดเต็มจนหมดไปเลยในทีเดียว


    "อิ่มจังเลยค่ะ"

    เธอวางช้อนลงเมื่อตักอาหารช้อนสุดท้ายกินจนหมด อาเบลเห็นว่าเธอกินอิ่มเรียบร้อยดีแล้ว เขาจึงเดินมาเก็บจานเก็บถ้วยไปล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย เอมิได้แต่มองอาเบลกระทำการแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะในตอนนี้ตัวเธอแทบจะขยับร่างกายไม่ได้หลังจากจัดการอาหารจำนวนมากเข้าท้องไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว เอมิได้แต่นั่งรอให้อาเบลทำความสะอาดเสร็จให้เรียบร้อย


    "อร่อยมากเลยหรอครับ ผมทำน้อยไปหรือเปล่า ต้องไปซื้อมาเพิ่มแล้วละมั้งเนี่ย"

    อาเบลเดินออกมาในครัว ส่งยิ้มมีเสน่ห์น่าดึงดูดให้เธอก่อนจะพูดแซวเล็กๆน้อยๆออกมา


    "ค่ะ ไม่ๆ ไม่ต้อง แน่นท้องไปหมดแล้วค่ะ"

    เอมิที่นั่งพักท้องอยู่สะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรง เมื่อได้ยินอาเบลพูดขึ้นมาด้านหลัง เธอยิ้มตอบด้วยใบหน้าขึ้นสีอย่างเขินอายแบบไม่เคยเป็นมาก่อน มันเป็นครั้งแรกของเธอจริงๆที่กินอาหารจนพุงกางแบบนี้


    "งั้นผม ต้องกลับบ้านแล้วละครับ ไว้เจอกันใหม่นะ"

    อาเบลเตรียมจะหันหลังเดินออกจากประตูไป ไม่ทันได้ก้าวขาแม้แต่ก้าว เสียงที่เย็นชาเอาแต่ใจของเอมิก็ดังมาจากด้านหลังของเขา


    "ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"

    เอมิที่กำลังอารมณ์ดีก็พลันลุกขึ้นยืนหันหน้ามามองด้วยสีหน้าอารมณ์เสียสุดๆ เธอรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่อาเบลจะเดินออกจากประตูไป


    "คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น คุณเป็นสามีของฉันแล้ว เพราะงั้นคุณต้องอยู่ที่นี่"

    เอมิพูดออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง โดยที่อาเบลเงียบงันไม่พูดไม่จาอะไรเลยและก้าวขาต่อไปอีก


    "เตือนแล้วนะ อย่าหาว่าฉันใช้กำลังเลย"

    เอมิ เห็นว่าอาเบลไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเธอจึงพุ่งเข้าใส่หวังจะจับตัวเขาเอาไว้ให้ได้ เธอหยิบกุญแจมือออกมา เตรียมจะใส่ล็อคอาเบลไว้


    "ฟวับ ฟวับ"

    เอมิพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ร่างกายที่ตัวเอมิเองสามารถควบคุมแรงกายได้อย่างอิสระต่างจากก่อนหน้านี้ที่เธอไม่อาจจะคุมแรงกายอะไรได้เลย จึงทำให้เธอต้องหาพัสดุที่ทนทานมาตกแต่งสร้างบ้าน เธอพุ่งเล็งไปที่ข้อมือข้างขวาของอาเบลด้วยความเร็วสูงสุดของเธอ ถ้าเป็นตอนที่อาเบลยังบาดเจ็บอยู่ก่อนหน้านี้เขาคงหลบไม่พ้นเป็นแน่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วเขาได้พักผ่อนรักษาตัวสองวันติดต่อกัน มันทำให้เขากลับมาสู่สภาวะก่อนที่จะต่อสู้กับพวกมาเฟียสิงโตคลั่ง


    "หยุดนะ"

    เอมิตะโกนดังลั่น เธออารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิมเมื่ออาเบลหลบหลีกเธอได้ง่ายๆสบายๆ เอมิจึงทนไม่ไหวอีกแล้วเธอพุ่งเข้าใส่ทั้งตัวอ้าแขนจะกอดรัดอาเบล


    "แปะ"

    พุ่งเข้าใส่ได้ไม่ถึงตัว อาเบลก็ยื่นมือมาดันตรงหน้าผากของเธอไม่ให้เข้าใกล้เขา เอมิตกใจเป็นอย่างมากแรงกายของเธอที่ว่าเยอะอยู่แล้วกลับถูกอาเบลดันให้อยู่นิ่งไม่ขยับตัวไปข้างหน้าได้ด้วยแขนข้างเดียว เธอเอียงคอมองใบหน้าหล่อๆของอาเบลด้วยความสงสัย


    "เธอลืมไปแล้วหรอ ว่าผมก็มีปานสีดำตั้งแต่เด็กเหมือนกับเธอ ความแข็งแกร่งของผมมากกว่าคุณอีก"

    อาเบลตอบข้อสงสัยที่เธออยากจะถามอยู่พอดี คำตอบนี้มันทำให้เอมิที่หวังว่าจะจับอาเบลให้อยู่กับเธอตลอดไป ก็ถูกทำลายลงไม่เหลือชิ้นดี เธอคุกเข่าลงกับพื้นก้มหน้าก้มตาอยู่แบบนั้นนานสองนาน


    "ฮึก ฮึก ฮือ ฮือ ฮือออออออออออออ"

    หญิงสาวร้องไห้ออกมาเสียงดัง น้ำตาไหลพรากเพราะความเสียใจมันทิ่มแทงอยู่ในจิตใจของเธอ ความหวัง ความต้องการ มลายหายไปจนสิ้น การกระทำของเธอทำให้อาเบลที่ยืนอยู่ทำอะไรไม่ถูกเลย เขาได้แต่มองเอมิร้องไห้อยู่แบบนั้น


    "ไหนว่าจะอยู่ด้วยกันไง เป็นเหมือนกันหมดเลยไม่ว่าใครก็ทิ้งฉันไว้คนเดียวทำไม ทำไมละ ทำไมฉันทำผิดอะไรกัน ฮึก ฮือออออออ"

    เอมิร้องไห้ไม่หยุดเธอน้อยใจในชีวิตตัวเองที่เป็นคนไม่สำคัญสำหรับใครต่อใคร พ่อแม่รังเกียจตั้งแต่เด็กจึงถูกทิ้งให้อยู่กับยายเฒ่าคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นญาติกันเลยแม้แต่น้อย ยายเฒ่าคนนั้นก็มาตายจากเธอไปอีกคน โตมาก็ถูกชายที่คิดว่าจะรักเธอทิ้งไปทั้งสองคน เธอร้องไห้ไปคิดไปว่าตัวเองเกิดมาทำไมกัน ทำไมถึงเกิดมามีร่างกายที่ผิดแปลกต่างจากคนอื่น ทำไมถึงไม่มีใครอยู่กับเธอเลย


    "เอมิ"

    อาเบลมองหญิงสาวร้องไห้อย่างน่าสงสาร เขาก็พอจะเข้าใจว่าการถูกทิ้งมันเป็นยังไง เพราะเขาเองก็ถูกทิ้งตั้งแต่ยังเด็ก แต่เขาโชคดีที่มีพ่อบุญธรรมคอยสอนอะไรต่างๆ และมอบความรักของคนเป็นพ่อให้ ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆเขาก็ดีใจมากแล้ว อาเบลมองชีวิตของตัวเองไม่ต่างอะไรกับหญิงสาว จะต่างก็ตรงที่เธอใช้ชีวิตด้วยการถูกรังเกียจมาตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน


    "ฮืออออ ฮืออออ ฮืออออ"


    "ผมไม่ได้ทิ้งคุณไป"

    อาเบลคุกเข่าลงอ้าแขนโอบกอดร่างกายที่สั่นไหวอันปลอบบางของเอมิ อย่างอ่อนโยนเขาพยายามสื่อให้ถึงเธอว่าเขาเข้าใจความรู้สึกนี้ อาเบลโอบกอดอยู่นานสองนานจนเอมิก็สงบสติอารมณ์ได้


    "ผมไม่ได้ทิ้งคุณไป ไม่ต้องร้องนะ"


    "ไม่ นายจะทิ้งฉัน"


    "ไม่ทิ้งแน่นอน ผมแค่ต้องการกลับไปหาครอบครัวของผม เพื่อบอกกล่าวให้พวกเธอสบายใจ ไม่ได้ทิ้งคุณไปไหน"


    "แต่ๆ ฉันกลัวว่านายจะหายไปจากชีวิตฉันเลย"


    "ผมไม่หายไปจากคุณแน่นอน คุณเป็นภรรยาของผมแล้วหนิ ผมจะทิ้งภรรยาที่แสนสวยไปได้ไง จริงไหม"

    อาเบลมองใบหน้าสวยๆของเอมิ เขาเผยยิ้มออกมาให้เธออย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ หล่อเหลากระชากใจเอมิอย่างรุนแรงทำให้เธอแก้มแดงก้มหน้าหลบสายตาอาเบล


    "จริงหรอคะ?"


    "จริงสิ ผมแค่ต้องติดต่อพวกเธอ พวกเธอคงจะเป็นห่วงผมได้ เพราะผมก็หายตัวไปนานแล้วด้วย"


    "เอมิ ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณเหมือนภรรยาของผม เพราะงั้นสบายใจได้ ผมจะเป็นสามีของคุณตลอดไป"

    อาเบลยื่นมือไปคว้าจับมือเล็กๆนุ่มๆของเอมิขึ้นมากุมไว้อย่างอ่อนโยนก่อนจะนำนิ้วมือของเธอมาเกี่ยวก้อยสัญญากัน การกระทำนี้ของอาเบลก็ยิ่งทำให้เอมิที่กำลังเขินอายอยู่ยิ่งเขินอายหนักขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าทั้งใบแดงก่ำ


    "สัญญาแล้วนะ"


    "อืม ผมขอสัญญา ว่าเธอจะเป็นภรรยาผมตลอดไป"

    อาเบลยื่นมือมาทุบอกแสดงความหนักแน่นในคำสัญญาเพื่อให้เอมิเห็นว่าตัวเขาเองจริงจังแค่ไหน


    "อาเบล"


    "เอมิ"

    อาเบลมองใบหน้าของเธอที่แสดงออกถึงแววตาที่หลงไหลในตัวเขา อาเบลค่อยๆ ยื่นใบหน้าเข้าใกล้เธอทีละนิดจนชิดใกล้ ริมฝีปากสีชมพูและจูบลงไป


    "อึมมมมมม"

    อาเบลจูบเธออย่างดูดดื่ม เขาถึงขั้นสอดลิ้นของเขาไปพัวพันในช่องปากของเธอจนเอมิร้องครางเบาๆออกมา จิตใจของเธอร่องรอยไปกับรสจูบที่เร่าร้อนอันนี้


    "ผม ไปก่อนนะ นี่เบอร์โทรของผม ติดต่อได้เสมอ"

    อาเบลยื่นกระดาษที่จดเบอร์ของเขาไว้เมื่อกี้นี้ให้เอมิก่อนจะโบกมือลาเพื่อกลับบ้าน ระหว่างหันหลังเดินเขานึกคิดว่า ต้องหาเวลามาอยู่ด้วยกันกับเอมิทำความรู้จักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก

    คล้ายกับเรื่องนักฆ่าพักงานกลับไปเรียนมัธยม ที่คุณอ่าน