“อย่าคิดมากเลยครับคุณหนู เื่บางเื่ก็ยากเกิดที่จะเลือกและตัดสินใจได้ หากเราตัดสินใจไปแล้ว ก็ไม่ควรที่จะไปเสียใจกับมันครับ เอาเวลาไปแก้ไขเหตุการณ์ข้างหน้าจะดีกว่าครับ เชื่อลุงเถอะครับ” ลุงปลอบเขาอย่างนุ่มนวล เขาเองก็รักคุณลุงเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเสมอมา
เขาฟังแล้วก็หลับตา ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงตักตัวเอง คล้ายกับว่าจะตัดอารมณ์ที่ผ่านมาทิ้งไป มาเริ่มกันใหม่
“ครับลุงผา ผมแค่เสียใจนิดหน่อย ตอนนี้เริ่มดีขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงยังไงผมก็ดีใจที่ได้เจอเขา เขาคงอยู่ไม่ไดลจากแถวนี้ เราคงได้เจอกันอีกเป็แน่” เขาเริ่มมองโลกในแง่บวกขึ้นมาบ้างแล้ว ลุงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันหน้าไปขับรถต่อไป
ไม่นาน รถคันงามก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ลุงผาขับเลี้ยวเข้าไป วิ่งลัดเลาะเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นอย่างชำนาญเส้นทาง เหมือนเคยขับเข้ามาบ้างแล้ว
“ทำไมลุงถึงขับได้ชำนาญเหมือนรู้เส้นทางไปบ้านพี่หมีได้ล่ะลุง?” ชายหนุ่มพูดเล่นๆ ลุงหันมามองคุณหนูที่กระจกมองหลัง
“ไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่เลยขอรับ ลุงเคยมาสองสามครั้งแล้ว” ลุงเผลอพูดบางสิ่งออกไป ทำเอาชายหนุ่มเอะใจ
“ลุงมาทำอะไรครับ? คุณพ่อก็ไม่เคยสั่งให้เข้ามาทำอะไรในนี้นะ ลุงมาทำอะไร? บอกผมมาซะดีๆ” ชายหนุ่มเริ่มเค้นความจริงจากคนขับรถคนสนิท
เมื่อได้ยินคำถาม ทำเอาลุงเกิดอาการเลิกลั๊ก ลุกลี้ลุกลน ตอบอย่างขอไปที
“ลุงไม่ได้หนีงานมานะขอรับ ลุงๆ ลุงมีญาติแถวนี้จึงมาเยี่ยมในวันหยุดนะครับ ไม่มีอะไรแน่นอนขอรับคุณสิงห์” ลุงตอบออกไป แต่ไม่เนียนเท่าไหร่ พอดีรถวิ่งมาถึงหน้าสถานที่ที่จะมาพอดี
“ถึงบ้านพี่หมีแล้วครับคุณหนู คุณหนูจะลงเลยมั้ยขอรับ?” ลุงเปลี่ยนเื่พูดทันที ชายหนุ่มยังติดใจเื่ที่ลุงแอบมาเที่ยวที่นี่
“ลงเลยครับ แต่เื่นั้นเรายังคุยกันไม่เคลียร์นะ เดี๋ยวกลับบ้านไป ผมจะถามลุงอีกที” เขาลงจากรถแล้วเดินเข้าไปบ้านหลังงามที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลัง
จากถนนใหญ่ ถ้าหากใครจะมาพบบุคคลท่านนี้ ต้องผ่านตัวสำนักงาน ผ่านส่วนต่างๆของพื้นที่ที่ตัวเ้าของจัดไว้เป็ส่วนๆอย่างชัดเจน กว่าจะเข้ามาถึงตัวบ้านจริงๆ นั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากมีซอยมากมายทั้งซ้ายและขวา ถ้าหากเลี้ยวผิดละก็…หลงแน่นอน
สิงห์เดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังนั้น มีพนักงานต้อนรับสาวสวยอยู่สองสามคน พาเขาเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับแขกด้านในซึ่งจัดไว้ได้หรูหราสมกับตัวบ้านจริงๆ
เขานั่งบนโซฟาหลุยส์ตัวงาม หันมองไปรอบๆ ทุกอย่าง ออกแบบมาได้อย่างสวยงาม หมดจดและลงตัวจริงๆ พี่ชายคนนี้ เป็คนคลั่งศิลปะทางต่างชาติ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่บ้านหลังนี้จะถูกตกแต่งสไตล์ยุโรปแทบจะทั้งหมด
“เป็ไงบ้างไอ้น้องชาย? ไม่ได้เจอกันนานหลายปี บ๊ะ…มันหล่อขึ้นเยอะเลย” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะอารมณ์สุนทรีในการมองดูภาพหมีดำที่วาดตามสไตล์ยุโรปนั้นอย่างสิ้นเชิง
ชายหนุ่มหันมามองชายคนนั้นอย่างเต็มตา เขาดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มมากขึ้น กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นมามากเลย สงสัยเกิดจากการออกกำลังกายเป็ประจำของชายคนนั้น ผิวที่คลำแต่ดูดี เนียน ไม่มีจุดด้างดำใดๆ
สิงห์ยิ้มอย่างจริงใจ พูดทักทายเ้าของบ้าน
“พี่หมีก็เหมือนกันครับ ยังคงหล่อเข้ม กล้ามเนื้อแน่นเหมือนเดิม สาวๆคงติดกันเกรียวนะพี่?” สิงห์แกล้งเย้าพี่ชายที่นับถือกันมานาน
สิงห์ได้เจอกับชายที่ชื่อว่า “หมี” ครั้งแรกตอนอยู่ ม.ต้น พี่หมีอยู่ ม.ปลายแล้ว ด้วยความที่มีนิสัยส่วนตัวคล้ายๆกันจึงสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว ไปมาหาสู่กันเป็ประจำ จนเมื่อเขาต้องไปเรียนนอกมาสี่ปีและกลับมาทำงานที่บ้านอีกเกือบสองปี พวกเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้มาเจอกันสักครั้ง อาจจะมีโทรคุยกันบ้าง
มาครั้งหลังเมื่อสิงห์กลับมาจากนอกใหม่ๆ ได้ข่าวว่าพี่หมีเขาได้ทำกิจการใหม่ วันนี้โอกาสดีถึงมาเยี่ยมเยียนและถือโอกาสชวนไปเที่ยวแถวๆชนบทเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานมายาวนานหลายปี
“เห้ย เื่นั้น มันผ่านมานานแล้ว อย่าพูดถึงเลย พี่เลิกเ้าชู้แล้ว ไอน้อง มาๆ เอาไวน์สักแก้วมั้ย? น้องรัก” พี่หมีพูดแก้เขินไปแบบน้ำขุ่นๆ
“มันจะดีหรือพี่? แต่เช้าเชียว” สิงห์เองก็พูดไปอย่างนั้น ความจริงก็เปรี้ยวปากเหมือนกัน ไม่ได้กินนานแล้ว
“หื้อ…ไม่เป็ไรน่า นานครั้ง พี่เองก็ไม่มีโอกาสกินสักที ทำแต่งาน วันนี้ น้องรักมาเยือนทั้งที ขอต้อนรับด้วยไวน์นอกชั้นดีสักแก้วสองแก้วจะเป็ไรไป”