ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่206 ยังพอมีโชค

    กำแพงเมืองรอบทิศเต็มไปด้วย ความเงียบสงัด ฝูงชนหลายๆ คนมองไปที่ ตงหยางด้วยความเดือดดาลแววตาดุร้าย อยากทราบความจริงจากปากของ นายกองตงหยาง สายตาหลายพันคู่จับจ้องกดดันไปที่ตัวเขา จนตัวเขาถึงกับต้องก้มหน้า ไม่กล้าสบตาเหล่าผู้คน เขาไม่คิดเพียงคำพูดของทหารไม่กี่คนจะทำให้เขาถูกกดดันจนมาอยู่จุดนี้ได้ ตงหยางกำหมัดแน่นจนนิ้วมือแทบหักมีเลือดไหลซึมออกมา



แต่ในทันใดเขาก็ยกยิ้มคลายโทสะลง เมื่อเห็นผู้นำแคว้นตง ผู้บัญชาการ ตงฟางชิงชาง บินทะยานมายังหน้ากำแพงเมือง มองลงไปที่เหล่าอนุชนด้วยสายตามืดทะมึน ไม่คิดเหล่าอนุชนจะรอดพ้นจากเหล่าศัตรูกลับมาได้ ดวงตาของเขาบ้าคลั่งในทันใด คิดฆ่าสังหารปิดปากเหล่าอนุชนทิ้งเสีย



ผู้บัญชาการ ตงฟางชิงชาง ตะโกนก้อง"เปิดค่ายกลป้องกันเมืองเสีย"



   ทันใดที่ค่ายกลป้องกันเปิดออก พวกอนุชนต่างดีใจเตรียมที่จะเดินเข้าไปภายในกำแพงเมืองแคว้นจ้าว แต่ในทันทีที่ พวกเขาเห็นผู้บัญชาการ ตงฟางชิงชาง บินทะยานออกมา ระเบิดปราณพลังเทวะเข้ามากดดันที่พวกเขา ต่างพากันถอยร่นไปหลายก้าว กายาแสบร้อนผิวหนังในทันใด
มือขนาดใหญ่สีทอง ก่อรูปขึ้นมากลางท้องฟ้าปกคลุมพวกเขาทั้ง50คนไว้ในทันที รอบบริเวณถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์



อี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึนไม่คิด ขนาดพวกเขาอยู่ด้านหน้าเมืองแท้ๆ กลับจะถูกสังหาร ไม่มีแม้แต่คำพูดใดเอ่ยพูดออกมาสักคำ



พวกเขาหลายๆ คนต่างเดือดดาล ซีเผิง ซีเอ๋อร จางเล่ย คำรามก้อง"เจ้าๆ ไอ้หมาแก่ เจ้าคิดจะปิดปากพวกเรางั้นหรือ" เสียงของพวกเขาไม่สามารถส่งออกไปภายนอกได้แม้แต่น้อย



"เจ้า เจ้า อย่าคิดว่าคนอื่นจะไม่รู้ในสิ่งที่เจ้าทำลงไปนะ"



   หลายๆ คนกระอักเลือดออกมาคำใหญ่จากแรงกดดัน เหมือนโดนหินหลายหมื่นหลายแสนจิน กดทับร่างอย่างไรอย่างนั้น

หัวเข่าของหลายๆ คน เริ่มทรุดลงกับพื้นคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง กระดูกในกายาลั่นไปทุกข้อต่อ บางส่วนถึงกับแตกร้าว ราวกับลูกไก่ที่ถูกบีบอยู่ในกำมือ เลือดไหลซึมออกมาจากปากไม่หยุดจากแรงกดดันอันมหาศาล



    อี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึน รู้สึกเสียใจไม่น้อย เขาไม่มีอะไรให้ใช้ต่อกรกับ เหล่าจอมยุทธขั้นพลังเทวะที่อยู่เบื้องหน้าอีกต่อไป ตอนนี้เขาเหลือเพียงไฟเทพ หากใช้ในยามนี้ตัวเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว ถึงเขาจะได้พลังครึ่งเทพมาใช้ชั่วระยะเวลาหนึ่งก็ตาม แต่หลังจากนั้นตัวเขาอาจตายตกถูกไฟเทพเผาผลาญจนตายก็เป็นได้ ถึงจะรอดตายจากไฟเผาผลาญ ตัวเขาก็จะเป็นได้แค่เพียงสามัญชนคนธรรมดาเท่านั้น เมื่อไร้ซึ่งปราณพลัง ทำให้เขาครุ่นคิดอย่างหนัก ทนรับกับความเจ็บปวดจากร่างกายที่ จอมยุทธขั้นพลังเทวะส่งลงมากดดันอย่างบ้าคลั่ง



....
ไฟเทพคงเป็นวิธีสุดท้ายที่อี้เฉินจะใช้มัน เขาคิดจะใช้มันในยามที่ ตนเองอยู่ขั้นพลังเทวะขั้นสุด หากใช้ยามนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากฆ่าตัวตาย แต่หากไร้ทางเลือกจริงๆ เขาก็จะใช้มันอย่างไม่ลังเล คิดใช้ชีวิตนี้ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่เยว่ฉานยอมเสียสละเพื่อตัวของเขา
....



ด้านหน้าประตูเมืองเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด หลายๆ คนเริ่มทนรับกับแรงกดดันไม่ไหวอีกต่อไป กระอักเลือดออกมาไม่หยุด กายาเริ่มมีรอยแตกร้าว ราวถ้วยแก้ว พร้อมที่จะแตกสลายลงในทุกเมื่อ



ตงหยางมองลงมายังเบื้องล่างด้วยความสะใจเมื่อเห็นอี้เฉินเจ็บปวดทรมาน
เหล่าทหารที่อยู่บนกำแพงสูง ที่มองลงมายังเบื้องล่าง ยังใจสั่นสะท้านไม่คิด ผู้บัญชาการ ตงฟางชิงชาง จะเลือดเย็นถึงเพียงนี้ไม่คิดถามไถ่แม้แต่น้อย



มีหลายๆ คนที่อยู่บนกำแพงกำหมัดแน่นเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า บางคนเป็นสหาย บางคนเป็นเพื่อนร่วมสำนัก แต่ก็ไม่อาจตรวจสอบตัวตนของพวกเขาเวลานี้ได้



ไม่มีใครกล้าเอ่ยพูดคัดค้านคำใดออกมา ในเมื่อเหล่าจอมยุทธขั้นพลังเทวะ ที่อยู่บริเวณนี้ 4-5นาย ยังเงียบนิ่ง พวกเขาเหล่าทหารชั้นผู้น้อยหรือจะกล้าปริปากพูด พวกเขาไม่มีใครคิดเข้าไปก้าวก่าย ผู้บัญชาการ ตงฟางชิงชาง แม้แต่คนเดียว พวกจอมยุทธ ขั้นพลังเทวะ มองเหล่าอนุชนพวกนี้เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น ไร้ค่าภายในสายตาของพวกเขา พวกเขาถือเป็นผู้ยืนอยู่บนหัวเต่ามังกรที่แท้จริง เป็นผู้ชี้ชะตาของสงคราม ไม่ใช่เด็กรุ่นหลังที่จะมาพูดจาโอหังต่อหน้าพวกเขาเฉกเช่นนี้



ทันใด หน้าประตูเมืองก็มีเสียงฝีเท้าของหลายๆ คน เหยียบลงมาจากกลางท้องฟ้า อากาศรอบๆ บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนจะมีกลุ่มคนโผล่ออกมา แม่ทัพใหญ่กับเหล่าผู้อาวุโสชรา หลายๆ คนเดินออกมา จากภายในอากาศที่แตกสลายราวๆ 10คน พวกเขาทุกคนล้วนอยู่ขั้นพลังเทวะทั้งสิ้น



"ดูนั้นเร็วเหมือนแม่ทัพใหญ่จะมาจัดการด้วยตัวเอง"รอบบริเวณเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย พวกเขาต่างหันมองขึ้นไปบนฟ้าสูงอย่างไม่วางตา อยากรู้เหตุการณ์จะจบลงเช่นไร



เจ้าสำนักเซียนเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ตงฟางชิงชาง ยั้งมือก่อน เหตุใดเจ้าไม่ตรวจสอบก่อนเล่า"



ตงฟางชิงชาง หันกลับมามองที่แม่ทัพใหญ่ด้วยสีหน้าไม่พอใจเท่าใดนัก ก่อนเขาจะลดโทสะลง ปลดปราณพลังสีทองที่ก่อรูปเป็นมือขนาดยักษ์ที่กดดันไปที่เหล่าอนุชน ออกในทันที มือสีทองใหญ่ค่อยๆ แตกสลาย แรงกดดันโดยรอบหายออกไปจนสิ้น หลายๆ คนล้มพับบาดเจ็บหนักอยู่กับพื้นดิน มีไม่กี่คนที่ยันร่างขึ้นมาได้ ปากของพวกเขาเต็มไปด้วยคราบเลือดเปรอะเปื้อนทั่วริมฝีปาก กระดูกในร่างแตกร้าวไปหลายส่วน



อี้เฉิน กับคนอื่นๆ ต่างพากันถอนหายใจยาว เหมือนพวกเขาจะยังมีโชควาสนาอยู่ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นความตายได้พรากชีวิตพวกเขาไปอย่างแน่นอน หากแม่ทัพใหญ่เทียนชาง มาช้าอีกเพียงนิดเดียว

ถึงตัวอี้เฉินจะไม่ได้บาดเจ็บมากแต่คนอื่นๆ หลายๆ คนคงต้องเอาชีวิตไปทิ้งเป็นแน่



ตงหยางที่อยู่ด้านบนกำแพงเมือง มองมาที่อี้เฉินด้วยแววตาดุร้ายไม่คิดอี้เฉินยังจะรอดพ้น ความตายไปได้อีกครั้ง เขาสบถ ด่าในใจ"ไอ้หมอนี่ มันช่างมีโชคเสียจริง"


    ตงหยาง มั่นใจในเมื่อ เจ้าสำนักเซียน เทียนชาง ออกมาด้วยตัวเอง เรื่องคงจบเพียงเท่านี้เป็นแน่ คงไม่มีเหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

รองแม่ทัพใหญ่เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ความงดงามของนางแทบจะไม่เป็นสองรองใคร ทันใดที่นางเอ่ยพูดฝูงชนต่างจับจ้องไปที่นาง ถึงนางจะดูอายุราวๆ 30กว่าๆ แต่แววตาของนางดูเหมือนผ่านโลกมาเป็นพันปี ยืนข้างกาย แม่ทัพใหญ่ เทียนชาง ที่แก่ชรา ราวกับเป็นคนที่อายุห่างกันหลายร้อยปีทั้งๆ ที่นางก็อายุไม่น้อยไปกว่าชายชราเท่าใดนัก

"พาพวกเขาเข้าไปแล้วรักษาเร็วเข้า แล้วกักตัวพวกเขาทุกคนไว้ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นสังหารพวกเขาทิ้งเสีย"




ทันที ที่เหล่าอนุชนเบื้องล่างหน้ากำแพงเมืองได้ยิน ต่างคารวะไปที่ เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ ซีเซียว กับแม่ทัพใหญ่เทียนชางในทันที

"ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตาพวกเรา" พวกเขาต่างรู้ดี หากไม่ทำเช่นนี้ฝูงชนคงไม่พอใจเป็นแน่ ไม่มีใครคาดคิดเหล่าอนุชนทั้ง50นายจะรอดพ้นพวกต่างดินแดนกลับมาได้



"เอาละ เอาละ คนที่ยังลุกไหวตาม พวกข้ามา"



ซีเอ๋อร์ กับกลุ่มคนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนเซียน ต่างติดตาม เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ ซีเซียว กลับไปยังที่พักในทันที แต่พวกเขาก็ต้องถูกกักบริเวณเพื่อความ สบายใจของเหล่าฝูงชน แต่ก็ดีกว่าตายอยู่ที่นี่

คนอื่นๆ เองก็ถูกแยกย้ายออกไปเช่นกัน



อี้เฉิน ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน หรั่นหลัน และคนอื่นๆ ของดินแดนร้อยแคว้นต่างติดตาม เจ้าสำนักเซียนไป โดยไม่ได้เอ่ยพูดคุยคำใดออกมา
บางคนที่บาดเจ็บหนัก ต่างถูกส่งแยกออกไปรักษากักตัวตามพื้นที่ต่างๆ



หนึ่งในผู้อาวุโสชราทั้งสิบที่มาพร้อมกับแม่ทัพใหญ่เทียนชาง จ้องมองลงมาที่อี้เฉินอย่างไม่วางตาสายตามีโทสะอยู่ไม่น้อย ก่อนเขาจะเอ่ยพูดออกมา "เจ้ามากับข้า ข้าจะพาเจ้าไปกักบริเวณเอง"ก่อนเขาจะบินทะยานลงมายืนข้างกายอี้เฉิน ตัวเขาอยากรู้อี้เฉินจะมีท่าทีเช่นไรเมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะของเขา



ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน หรั่นหลัน ที่เห็นภาพเบื้องหน้าต่างกำหมัดแน่น เตรียมจะเอ่ยพูดคัดค้านออกมา แต่อยู่ๆ อี้เฉินก็ยกยิ้ม เอ่ยพูดขึ้นมาโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวในตัวของจอมยุทธขั้นพลังเทวะที่อยู่เบื้องหน้า "ข้าพร้อมเผชิญหน้ากับโทสะของท่าน เยว่เทียน"



ผู้อาวุโสเยว่เทียนมีสีหน้าเดือดดาลอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อได้ยินคำพูดของอี้เฉินทำให้เขายกยิ้มขึ้นมา "เจ้ายังโอหังไม่เคยเปลี่ยน เมื่อข้าได้เห็นความโอหังของเจ้าข้ายิ่งเดือดดาล"



แม้แต่แม่ทัพใหญ่เทียนชาง ยังส่ายหัวกับอี้เฉิน อี้เฉินไม่แม้จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขาแม้แต่น้อย เจ้าสำนักอักษร ถอนหายใจเขาจะเสียลูกศิษย์ไปอีกคนแล้วงั้นหรือ แล้วเหตุใดอี้เฉินไม่มีท่าทีขัดขืนเดินตาม ผู้อาวุโสเยว่เทียนไปดื้อๆ เหมือนพวกเขาจะมีอะไรที่ต้องพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว



ซีเผิงตะโกนไล่หลังอี้เฉินไปด้วยความเป็นห่วง เขารู้ดีชายชราคงไม่คิดทำอะไรอี้เฉินเป็นแน่ "อี้เฉินเจ้าจะเอาแบบนี้จริงๆ งั้นหรือ หากเจ้าไม่อยากไปบอกพวกเราได้"



หรั่นหลัน ซีเยว่ กงหนาน เองก็อยากเข้าไปดึงรั้งตัวอี้เฉินไว้ แต่ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของอี้เฉิน หากอี้เฉินต้องเผชิญกับโทสะของ จอมยุทธขั้นพลังเทวะ คงยากที่จะรอดพ้น หวังว่าชายชรา จะไม่บ้าคลั่งถึงขั้นฆ่าอี้เฉินลง ก่อนพวกนางจะถอนหายใจยาวออกมา



อี้เฉินเพียงยกมือโบก ขึ้นมาให้พวกเขาเท่านั้น ก่อนเดินจากไปพร้อมกับชายชรา ไม่มีแม้แต่ท่าทีลังเล ทำให้หลายๆ คนยอมใจในความกล้าของอี้เฉิน ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา



ฝูงชนต่างพากันพูดคุย จนรอบๆ เต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ นินทา มีบางคนมองไปที่ตระกูลตง แล้วเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ พวกเขาต่างรู้ดีเด็กหนุ่มผมขาวเคย ไปล่มงานแต่งงานของสองแคว้นใหญ่ แถมยังเกือบจะสังหารนายน้อย ตงหยาง ลงไปได้ ไหนจะเรื่องที่เขาแย่งชิงของจากคนดินแดนเซียน ไหนจะเรื่องที่เขาถอนตัวจากการประลองสงครามร้อยแคว้นไปดื้อๆ นั่นอีก จนทำให้ตัวของอี้เฉินเต็มไปด้วยชื่อเสียง ฉาวโฉ่



ตงหยาง ยกยิ้มเป็นปีติ เมื่อเห็น ผู้อาวุโสเยว่เทียน มีโทสะมารับตัวอี้เฉินกลับจวนไปด้วยตัวเอง เป็นไปได้ที่อี้เฉินจะตายตกภายใต้โทสะของผู้อาวุโสเยว่เทียน เขายิ้มหัวเราะในใจอย่างบ้าคลั่ง ถึงจะไม่ได้ฆ่าอี้เฉินเองกับมือก็ตาม

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน

กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.42M 516
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
6.78M 1459
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
489K 1390
จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.13M 4052
จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640