บทที่ 35 แองเจล่าของนายปล่อยสกิลใส่เพื่อน!
การจะคืนเงิน เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เงินที่เจ้าของร่างเดิมโกงไป ทำไมเขาต้องคืน
ดังนั้น เว่ยเสี่ยวซูจึงส่ายหน้าอย่างหนักแน่น “ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก ตอนนั้นเธอยังเด็ก คงเอาเงินไปใช้เองแล้วล่ะ”
เว่ยเสี่ยวอวี๋อึ้งไป พี่ชายของเธอยังคงหน้าด้านเหมือนเดิม
“เว่ยเสี่ยวซู! คืนเงินมา!”
“เรียกพี่สิ ไม่มีมารยาท”
“เรียกพี่กับผีสิ เอาแต่รังแกน้องสาวที่น่ารัก เรียบร้อย อ่อนโยน ฉลาดแบบนี้อยู่ได้!”
เว่ยกั๋วหัว “…”
คังมู่ชิน “…”
สองพี่น้องเริ่มทะเลาะกัน เว่ยกั๋วหัวและภรรยาส่ายหัว แต่ก็ไม่ได้ห้าม เพราะบรรยากาศแบบนี้แหละ ที่ทำให้เขามีกำลังใจในการต่อสู้
สุดท้าย เว่ยเสี่ยวซูก็ไม่ยอมรับ คดีเงินอั่งเปาหายเมื่อ 3 ปีก่อน ก็ยังคงเป็นปริศนา
เด็กหญิงทำหน้าบึ้ง ตักข้าวกินคำใหญ่ วันนี้เธอจะกินข้าวเยอะๆ กินเนื้อเยอะๆ เอาให้เนื้อของเว่ยเสี่ยวซูหายไปเลย
“เอาล่ะๆ อีกไม่นานก็จะสอบเข้ามัธยมปลายแล้ว ถ้าเธอสอบติดโรงเรียนชิงหยางหมายเลขหนึ่ง ฉันจะซื้อคอมพิวเตอร์ให้”
“คอมพิวเตอร์?” เว่ยเสี่ยวอวี๋วางชามลงทันที มองพี่ชายด้วยความไม่อยากเชื่อ
“จริงเหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเคยพูดแล้วไม่ทำหรือไง?”
“หึหึ” เว่ยเสี่ยวอวี๋ยิ้มเยาะ เธอกลับไปที่ห้อง แล้วเดินกลับมาพร้อมกับสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ
เธอเปิดสมุดบันทึกแล้วอ่านว่า “1 มีนาคม เว่ยเสี่ยวซูสัญญาว่าจะพาฉันไปเที่ยวสวนสาธารณะ แต่ก็ไม่ได้ไป”
“16 มีนาคม เว่ยเสี่ยวซูยืมเงินฉัน 5 หยวน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คืน”
“12 เมษายน ช่วยเว่ยเสี่ยวซูทำความสะอาดห้อง ค่าจ้าง 10 หยวน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้”
“5 พฤษภาคม…”
…
“พอๆๆ…” เว่ยเสี่ยวซูหน้าเสีย เขามองน้องสาว “ตกลง ครั้งนี้ฉันรับรอง พ่อกับแม่เป็นพยาน”
“ฮิฮิ” เว่ยเสี่ยวอวี๋ปิดสมุดบันทึก ยิ้มอย่างมีความสุข ดวงตากลมโตเป็นประกาย
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บๆ ก็เที่ยงวันของอีกวันแล้ว เว่ยเสี่ยวซูก็บอกลาพ่อแม่และน้องสาว แล้วเดินทางกลับไปที่เมืองชิงหยาง
ใกล้ถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เขาต้องรีบเพิ่มเลเวล
กว่าจะถึงเมืองชิงหยางก็ 6 โมงเย็นแล้ว วันนี้เขาเลยไม่ได้ไปดันเจี้ยน เรียกรถแท็กซี่ไปที่ตลาดซื้อขายไอเทม
ยังคงเป็นถนนเส้นเดิม ร้านเดิม สาวหูแมวคนเดิม แต่วันนี้เธอไม่ได้ใส่ชุดเมด แต่เปลี่ยนเป็นกระโปรงสั้นสีดำ
“น่ารักจังเลย!”
“อิจฉาผู้อัญเชิญที่สามารถอัญเชิญสาวหูแมวได้ วันที่ห้า…”
หลังจากชื่นชมความน่ารักของสาวหูแมวอยู่ครึ่งชั่วโมง เว่ยเสี่ยวซูก็เดินจากไปอย่างเสียดาย แล้วมุ่งหน้าไปที่ตลาด
วันนี้ที่เขามาดูสาวหูแมว ก็แค่แวะผ่านมาเฉยๆ จุดประสงค์จริงๆคือมาหาจางเถียตั้นเพื่อซื้อของ
หลังจากร่วมงานกันอย่างราบรื่นมาสองครั้ง เขาก็รู้แล้วว่าจางเถียตั้นมีร้านค้าขนาด 50 กว่าตารางเมตรในตลาดแห่งนี้
ประมาณยี่สิบนาที เขาก็มาถึงร้านค้าที่ชื่อว่า [ร้านเถี่ยตั้น]
ตอนนี้ในร้านมีลูกค้าหลายคน พนักงานสองคนกำลังขายของอย่างขยันขันแข็ง ส่วนจางเถียตั้นกำลังเล่นเกมส์มือถือ พลางสบถด่า
เว่ยเสี่ยวซูรู้สึกแปลกใจ จึงไม่ได้ทักทาย เดินเข้าไปในร้าน แล้วแอบมองโทรศัพท์มือถือของจางเถียตั้น
(ที่แท้ก็เล่นเกมส์อยู่ ต้องจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ?)
แต่ยังไม่ทันที่เว่ยเสี่ยวซูจะได้คิดอะไร จางเถียตั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตะโกนใส่โทรศัพท์มือถือว่า
“หลู่ปัน! เลิกเล่นได้แล้ว! ไปส่งอาหารเถอะ! แกแม่งส่งอาหารเก่งกว่าพนักงานส่งอาหารอีก!”
“หลี่ไป๋! นี่แกไปเก็บเห็ดในป่าเหรอ! ผ่านไปสิบนาทีแล้ว ยังไม่มารวมกับคนอื่นสักที!”
“เลนบน! เลนบน! เวรเอ้ย! เอาหมาไปเฝ้าเลนยังเก่งกว่าแกอีก”
“ซัพพอร์ต กดสเปล*[1]สิ! เชี่ยเอ้ย! แกต่างจากครีปตรงที่แกพิมพ์ได้เนี่ยแหละ”
…
เว่ยเสี่ยวซูตกใจมาก ไม่คิดว่าจางเถียตั้นจะเป็นแบบนี้
(นี่แกเป็นแบบนี้เองเหรอ เถี่ยตั้น?)
แต่การเจอเพื่อนร่วมทีมกากๆก็ปวดหัวจริงๆ เว่ยเสี่ยวซูเข้าใจ เพราะจางเถียตั้นด่าขนาดนี้ เพื่อนร่วมทีมของเขาคงจะกากมาก
แต่เว่ยเสี่ยวซูก็เหลือบไปเห็นผลการแข่งขันที่มุมขวาบน แค่มองแวบเดียว เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก
(เวรเอ๊ย เถี่ยตั้น แกเล่นแองเจล่า ตาย 18 ตัว ยังมีหน้ามาด่าคนอื่นอีกเหรอ?)
จากนั้น เว่ยเสี่ยวซูก็เห็นการต่อสู้ที่ฐานใหญ่ แองเจล่าของจางเถียตั้นใช้ท่าไม้ตายใส่ทีมตัวเอง เพื่อนร่วมทีมตายเรียบ โดนอีกฝ่ายบุกจนแพ้
“เวรเอ๊ย! เจอแต่ทีมกากๆ”
จางเถียตั้นทำหน้าไม่พอใจ บ่นพึมพำ แต่พอเห็นเว่ยเสี่ยวซูที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็หน้าแดง
“ เอ่อ… น้องเสี่ยวซู่ มาตั้งนานแล้วเหรอ?”
“ก็… สองสามนาที”
“นายว่า หลี่ไป๋มันไปเก็บเห็ดในป่าจริงๆหรือเปล่า?”
“แองเจล่านายนั่นแหล่ะที่กดสกิลใส่ทีมตัวเอง!”
“แล้วก็หลู่ปัน ยิงแม่นกว่าพนักงานส่งอาหารอีก”
“แองเจล่านายกดสกิลใส่ทีมตัวเอง!”
“นี่ น้องเสี่ยวซู่ เราเปลี่ยนเรื่องคุยได้มั้ย?”
“นายตาย 19 ตัว”
“…”
จางเถียตั้นหน้าชา เขาไม่กล้าคุยเรื่องนี้ต่อ จึงรีบถาม “น้องเสี่ยวซู่ วันนี้มีธุระอะไรเหรอ?”
“อืม” เว่ยเสี่ยวซูไม่ได้แซวเขาต่อ แต่พยักหน้า “ฉันอยากได้หนังสือสกิลอัญเชิญวิญญาณ นายมีไหม?”
“ของแบบนั้นมันกากจะตาย ไม่มีใครซื้อหรอก กำไรก็น้อย ร้านฉันขายของระดับสูง จะ…” จางเถียตั้นทำท่ารังเกียจ
“เล่มละ 2,000 หยวน มีเท่าไหร่ฉันเอาหมด” เว่ยเสี่ยวซูไม่อยากฟังเขาพูดมาก จึงบอกจุดประสงค์ของเขามาตรงๆ
“ได้เลย” จางเถียตั้นยิ้ม ลูบมือ “เรื่องของน้องเสี่ยวซู่ เดี๋ยวพี่จัดให้ รอก่อนนะพี่จะโทรหาคนรู้จัก”
พูดจบจางเถียตั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เว่ยเสี่ยวซูเห็นเขาโทรไปห้าหกสาย แล้วก็เดินกลับมา ทำท่าโอเค “ครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวเอาไปให้ 12 เล่ม”
“แค่ 12 เล่มเองเหรอ?” เว่ยเสี่ยวซูขมวดคิ้ว
“น้องชาย” จางเถียตั้นตบบ่าเว่ยเสี่ยวซู พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“สัตว์อัญเชิญระดับ 0 แถมยังเป็นสายโครงกระดูกอีก ตอนนี้ฉันหาให้ได้แค่ 12 เล่ม ถ้านายยังอยากได้อีก ฉันจะลองหาดู”
“ก็ได้ นายช่วยฉันหาดูหน่อยนะ ไม่ว่าจะกี่เล่ม ฉันก็รับซื้อเล่มละ 2,000 หยวน” เว่ยเสี่ยวซูพูดอย่างใจกว้าง
*[1] สเปล หมายถึง สกิลประเภทควบคุม