จารึกที่ 270 : ราชโองการแห่งสูญตา : บัญชีเลือดที่ต้องชำระ
ตะวันบนฟากฟ้าเหนือทวีปผู้แสวงมรรคเคลื่อนคล้อยบดบังด้วยเมฆดำทะมึน กลิ่นอายความกดดันแผ่ปกคลุม 'ยอดเขาอัสนีสวรรค์' อันเป็นที่ตั้งสาขาหลักของสำนักอัสนีบาต
ยอดเขาแห่งนี้สูงตระหง่านเสียดฟ้า ถูกห่อหุ้มด้วยค่ายกลอัสนีบาตบรรพกาลที่ส่องประกายสายฟ้าแปลบปลาบตลอดเวลา ทว่า ณ ลานกว้างหน้าตำหนักใหญ่ที่เคยกว้างขวางและศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลับถูกแปรสภาพให้กลายเป็นลานประหารที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายและความโศกเศร้า
ณ กึ่งกลางลานประหาร 'เสาทัณฑ์อัสนีมารโลหิต' เสาเหล็กสีดำที่สลักอักขระมารและอาบด้วยสายฟ้า ถูกตั้งตระหง่านขึ้น บนยอดเสานั้น มิใช่ร่างของมนุษย์ที่มีชีวิต ทว่าคือ โกศศิลาเก่าๆ และป้ายวิญญาณสลักชื่อ 'ปู่หลิน' ที่ถูกโซ่ตรวนอัสนีมัดตรึงไว้อย่างอัปยศ!
เบื้องล่างเสาทัณฑ์ ผู้คนจากหอสุวรรณดารานับ 100 ชีวิตถูกบังคับให้คุกเข่าหมอบกราบอยู่บนพื้นศิลาที่ถูกลนด้วยไฟมาร พวกเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกทหารยามของสำนักอัสนีบาตใช้หอกจ่อคอหอยไว้
บนบัลลังก์ศิลาหน้าตำหนักใหญ่ ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าดุดันและสวมชุดคลุมลายอสนีบาตสีทอง นั่งไขว่ห้างด้วยท่วงท่าที่โอหังที่สุด กลิ่นอายที่แผ่พุ่งออกจากร่างของมัน บิดเบือนมิติอากาศรอบกายให้กลายเป็นรอยแยกเล็กๆ... นี่คือ 'ประมุขสำนักอัสนีบาต' ผู้ซึ่งบัดนี้ก้าวล่วงวิถีเต๋า บรรลุระดับ 'วิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์' อย่างแท้จริง!
ข้างกายของประมุขอัสนีบาต ขนาบซ้ายขวาด้วยผู้แทนจาก 2 ขั้วอำนาจใหญ่ หนึ่งคือยอดคนสวมชุดคลุมแดงเลือดนกจาก 'นิกายมารโลหิตพันธนาการ' และอีกหนึ่งคือผู้อาวุโสสวมชุดไหมสวรรค์สีเงินจาก 'วิหารศัสตราสวรรค์' การรวมตัวของขั้วอำนาจทั้ง 3 บ่งบอกถึงความป่าเถื่อนที่หวังจะเหยียบย่ำผู้เกี่ยวข้องกับอาเจียให้จมดิน
"ไอ้เด็กขยะอาเจีย..."
ประมุขอัสนีบาตเอ่ยเสียงก้องกังวานด้วยปราณวิญญาณแรกเริ่ม เสียงนั้นดังก้องไปทั่วหุบเขา "ดวงตะวันใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว เจ้าคงกลายเป็นปุ๋ยอยู่ในรอยแยกมิติไปแล้วจริงๆ... วันนี้ข้าจะใช้เถ้ากระดูกปู่ของเจ้าเป็นเชื้อเพลิงสังเวยแก่ค่ายกลมาร เพื่อประกาศให้ทั่วทวีปได้รู้ว่า ใครก็ตามที่กล้าต่อต้านอัสนีบาต แม้แต่คนตายก็อย่าหวังจะได้ผุดได้เกิด!"
"ทำลายพวกมันซะ!"
ตัวแทนจากนิกายมารโลหิตตวาดลั่น มันสะบัดมือ ปล่อย 'เพลิงมารหลอมวิญญาณ' สีดำอมแดง พุ่งเข้าแผดเผาโกศศิลาและป้ายวิญญาณของปู่หลิน! เพลิงนี้มุ่งลบหลู่และทำลายสายใยวัฏจักรของคนตายโดยตรง!
ผู้คนจากหอสุวรรณดาราต่างร้องไห้ระงม ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองความโหดร้าย ดาบเล่มโตของเพชฌฆาตถูกเงื้อขึ้นเหนือลำคอของพวกเขา เพื่อเตรียมสังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์!
ทว่า... ในเสี้ยวอึดใจที่เพลิงมารกำลังจะเลียสัมผัสโกศเถ้ากระดูกนั้นเอง!
"เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!"
เสียงกัมปนาทที่รุนแรงยิ่งกว่าอสนีบาตเบิกฟ้า ดังก้องมาจากสุดขอบฟ้าเบื้องบน! ท้องฟ้าเหนือยอดเขาอัสนีบาตที่เคยกว้างใหญ่ พลันถูก ฉีกกระชากห้วงมิติ ออกเป็นรอยแยกสีดำขนาดยักษ์! ค่ายกลป้องกันระดับวิญญาณแรกเริ่มของสำนักอัสนีบาต สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะระเบิดเป็นเศษผุยผงประหนึ่งกระจกที่ถูกก้อนหินอุกกาบาตพุ่งชน!
"เกิดอะไรขึ้น!" ประมุขอัสนีบาตผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
จากรอยแยกมิติสีดำทะมึนนั้น ปรากฏป้อมปราการโลหะขนาดยักษ์ ที่มีหัวเป็นกะโหลกอสูรบรรพกาล พุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุลงมาประหนึ่งเทพอสูรที่เหยียบย่ำสวรรค์! ลวดลายอักขระสีเงินอมแดงบนตัวถังแผ่กลิ่นอายที่เก่าแก่ ดิบเถื่อน และฝืนลิขิตฟ้าจนทำให้กฎเกณฑ์รอบยอดเขาอัสนีบาตบิดเบี้ยว!
มหาราชรถแห่งสูญตา!
"ใครกล้ามาแตะต้องเถ้ากระดูกปู่ข้า!"
เสียงตวาดที่ดุดัน เย็นเยียบ และแฝงไปด้วยความโกรธาที่แผดเผาทุกสัจธรรม ดังก้องลงมาจากแท่นบัญชาการของราชรถ! มันมิใช่ปราณวิญญาณแรกเริ่ม ทว่ารังสีสังหารนั้นกลับกดทับลงมาจนศิษย์สำนักอัสนีบาตนับ 10000 คนบนลานประหาร ต้องทรุดเข่ากระอักเลือดพร้อมกัน!
วูบ!
เงาร่างในเสื้อคลุมสีดำขาดวิ่น ร่วงหล่นลงมาจากแท่นราชรถด้วยความเร็วที่เนตรมนุษย์ไม่อาจจับจ้อง! ชายหนุ่มมิได้พุ่งไปหาประมุขอัสนีบาต ทว่าเขาพุ่งตรงดิ่งไปยัง 'เสาทัณฑ์อัสนีมารโลหิต' ที่กำลังจะแผดเผาโกศศิลาของปู่หลิน!
"บังอาจ! เพลิงมารของข้าไม่มีสิ่งใดดับได้!" ตัวแทนมารโลหิตคำราม รีบเร่งไฟให้ลุกโชน
ทว่า ชายหนุ่มในชุดดำเพียงแค่เหลือบตามอง นัยน์ตาสีเงินยวงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ก้นบึ้ง วงแหวนสีเงินยวง 3 ชั้นหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง!
"เนตรสูญตาขั้นที่ 3... ดับสูญสัจธรรม!"
ไม่มีแม้แต่คลื่นพลังปะทะ! พริบตาที่สายตาอันมืดมิดนั้นจ้องมองไปยังเพลิงมารหลอมวิญญาณและโซ่ตรวนอัสนี... สัจธรรมแห่งไฟและการพันธนาการทั้งหมด พลัน 'เลือนหาย' ไปจากกฎเกณฑ์ฟ้าดินประหนึ่งมันไม่เคยมีอยู่จริง! เพลิงมารดับวูบ โซ่ตรวนสลายเป็นอากาศธาตุ ปลดปล่อยโกศเถ้ากระดูกให้ร่วงหล่นลงมา
อาเจียทะยานเข้าไปรับโกศศิลาและป้ายวิญญาณของปู่หลินไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มือที่เคยตระหนี่ถี่เหนียวที่สุดใน 3 ภพ บัดนี้กลับสั่นเทา ชายหนุ่มค่อยๆ ปัดฝุ่นออกจากป้ายชื่ออย่างเบามือ
"ปู่หลิน... ข้า... ข้ามาพาปู่กลับบ้านแล้ว..." อาเจียเอ่ยเสียงสั่น นัยน์ตาสีดำสนิทที่เคยเยือกเย็น บัดนี้แฝงไปด้วยความร้าวรานและโกรธแค้นขั้นสุด "พวกมันพังสุสานของท่าน... ข้าจะใช้ซากสำนักของพวกมันเป็นสุสานใหม่ให้ท่านเอง"
ชายหนุ่มค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนตรง แผ่นหลังของเขาตั้งตระหง่านประหนึ่งขุนเขาที่แบกรับความโกรธาของทั้งโลกเซียน เขี้ยวเล็บแห่งมัจจุราชหน้าเงิน ถูกเปิดเผยออกอย่างสมบูรณ์แบบ!
"อาเจีย! เป็นเจ้าจริงๆ!" ประมุขอัสนีบาตเบิกตากว้าง แม้จะตกใจกับการทำลายค่ายกล ทว่าเมื่อสัมผัสได้ว่าระดับพลังของชายหนุ่มหยุดอยู่เพียง 'แก่นทองคำขั้นสมบูรณ์' มันก็ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง!
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าก็นึกว่ายอดคนจากที่ใด! ที่แท้ก็เป็นเพียงมดปลวกระดับแก่นทองคำที่รอดตายมาได้! เจ้าคิดหรือว่าการทำลายค่ายกลด้วยของวิเศษแปลกประหลาดนั่น จะทำให้เจ้ามีสิทธิ์มาต่อกรกับข้าผู้เป็นถึง 'วิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์' ได้!"
ประมุขอัสนีบาตชี้หน้าเย้ยหยัน "วันนี้สวรรค์ส่งเจ้ามาตายถึงที่! ข้าจะจับเจ้า บดขยี้กระดูกของเจ้าให้แหลกไปพร้อมกับเถ้ากระดูกของตาแก่นั่น และยึดของวิเศษบินได้นั่นมาเป็นของสำนักข้า!"
"สวรรค์ไม่ได้ส่งข้ามาตาย..."
อาเจียหันขวับไปเผชิญหน้า นัยน์ตาสีดำสนิทไร้ก้นบึ้งสาดประกายความตายที่เยือกเย็นที่สุด "แต่สวรรค์ส่งข้ามาเพื่อ 'เก็บดอกเบี้ยเลือด' จากสุนัขรับใช้อย่างพวกเจ้าต่างหาก!"
"มิตรสหายของข้า... กวาดล้างลานประหาร! สังหารศิษย์อัสนีบาตและพวกมารให้สิ้นซาก! อย่าให้พวกมันหนีรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว!"
สิ้นคำสั่งแห่งราชัน! เงาร่างอีก 5 สายก็พุ่งทะยานลงมาจากมหาราชรถดุจห่าฝนดาวตก!
"กระบี่นิรันดร์... ตัดสัจธรรม!"
ฉินมู่หลาง พุ่งเข้าปะทะกับตัวแทนจากวิหารศัสตราสวรรค์ เจตจำนงกระบี่ที่อาบไปด้วยความตายจากนรกภูมิ ปะทะเข้ากับอักขระแสงศักดิ์สิทธิ์ ดังกึกก้องกัมปนาท!
"เพลิงอัคคีบรรพกาล... ผลาญวิญญาณ!"
เฟิงอี้หราน หัวเราะร่า ปลดปล่อยทะเลเพลิงสีทองแดงเข้ากวาดล้างศิษย์สำนักอัสนีบาตนับ 100 ในคราเดียว เปลวไฟที่กลืนกินแม้กระทั่งความร้อน ทำให้พวกอัสนีบาตถูกเผาไหม้โดยไม่อาจต้านทาน!
"เขตแดนเหมันต์พฤกษานิรันดร์!"
หลินชิงเสวี่ย และ เย่ปิงอวิ๋น ประสานพลังแช่แข็งมิติอากาศและหยั่งรากไม้วิญญาณทะลวงร่างพวกมารโลหิต เลือดของพวกมันถูกแช่แข็งและดูดซับเป็นปุ๋ยให้แก่ต้นไม้แห่งความตาย!
เฟิงหลิงเอ๋อร์ เบิกเนตรดารา คอยบอกจุดอ่อนและตำแหน่งของศัตรูให้แก่ทุกคน ในขณะที่ เจ้าถุงเงิน และ เจ้าสัว ออกอาละวาดปล้นชิงสมบัติจากศพและบดขยี้กะโหลกศัตรูอย่างเมามัน!
ลานประหารที่เคยเป็นของสำนักอัสนีบาต บัดนี้กลับตาลปัตร กลายเป็นนรกที่คณะวิปลาสเป็นผู้กระทำอยู่ฝ่ายเดียว!
"บังอาจ!" ประมุขอัสนีบาตเดือดดาลจนเลือดขึ้นหน้า มันก้าวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กฎเกณฑ์ระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ปะทุออก! "ข้าจะบดขยี้เจ้าด้วยมรรคาแห่งสายฟ้าบรรพกาล!"
"หัตถ์อัสนีทำลายล้างโลก!"
มวลอากาศเบื้องบนแตกสลาย ฝ่ามือสายฟ้าขนาดยักษ์สีม่วงเข้ม กว้างกว่า 100 จั้ง ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าหมายจะตบอาเจียให้แหลกเป็นจุล! แรงกดดันนี้ทำให้ยอดเขาอัสนีเริ่มทรุดตัว!
อาเจียยืนตระหง่านอยู่เบื้องล่าง โกศเถ้ากระดูกของปู่หลินถูกปกป้องไว้ในโลกใบเล็กของพู่กันนิรันดร์ เขาไม่ได้หลบเลี่ยง ชายหนุ่มเพียงแค่ง้างหมัดขวา ท่อนแขนที่สลักด้วย 'อักขระมาร' สว่างวาบเจิดจ้าประหนึ่งโลหิต!
"วิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์งั้นหรือ? ในนรกภูมิ... บิดาเพิ่งจะฉีกร่างมารบรรพกาลมาหมาดๆ กะโหลกสายฟ้าจอมปลอมของเจ้า มันกระจอกเกินกว่าจะนำไปขายด้วยซ้ำ!"
"ฮ่าาาาาาา!"
อาเจียคำรามลั่น ทะยานร่างสวนทางขึ้นไปบนฟ้า หมัดเนื้อที่ห่อหุ้มด้วยเจตจำนงอักขระมาร ปะทะเข้ากับหัตถ์อัสนียักษ์อย่างจัง!
"เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!"
การปะทะกันสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งทวีป! คลื่นกระแทกวงแหวนกวาดเอาเมฆหมอกหายวับไปในพริบตา!
ในสายตาของประมุขอัสนีบาต แก่นทองคำสมบูรณ์ไม่มีทางรับมือฝ่ามือนี้ได้! ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้น กลับทำให้วิญญาณของมันหนาวสั่น!
หมัดของอาเจีย มิได้เพียงแค่ต้านทาน ทว่า 'อักขระมาร' บนแขนของเขากลับสร้างหลุมดำดูดกลืนพลังสายฟ้าทั้งหมดเข้าไป! สายฟ้าสีม่วงที่อวดอ้างว่าทรงพลัง ถูกกระดูกของอาเจียกลืนกินและย่อยสลายเป็นปราณบริสุทธิ์เพื่อหล่อเลี้ยงร่างในเสี้ยววินาที!
"นี่มันวิชาบ้าอะไรกัน! กายเนื้อของเจ้าทำไมถึงน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้!" ประมุขสำนักหน้าซีดเผือด
"วิชา... แห่งการทวงหนี้สวรรค์ไงเล่า!"
ความเร็วของอาเจียพุ่งทะลุขีดจำกัด พริบตาเดียว เขาก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าประมุขอัสนีบาต!
ชายหนุ่มตวัดพู่กันนิรันดร์ในร่างด้ามสีเงินยวงออกมา จรดปลายพู่กันลงบนหน้าอกของยอดคนวิญญาณแรกเริ่ม!
"มหาคัมภีร์ผสานอักขระ... ขั้นที่ 5... ทวนกระแสสัจธรรม!"
รอยหมึกสีเงินยวงถูกสลักลงบนเสื้อคลุมของประมุขอัสนีบาต! พริบตานั้น ปราณวิญญาณแรกเริ่มที่เคยไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งในร่างของมัน พลัน 'ไหลย้อนกลับ'! กฎเกณฑ์ที่มันบำเพ็ญมาตลอดชีวิต เกิดการตีกลับอย่างรุนแรง!
"อ๊ากกกกกก! ปราณของข้า! จุดตันเถียนของข้ามันกำลังแตก!" ประมุขอัสนีบาตกรีดร้องโหยหวน เลือดพุ่งออกจากเจ็ดทวาร
"ยังไม่จบ!" อาเจียประสานอินด้วยมือซ้าย นัยน์ตาสูญตาขั้นที่ 3 จ้องลึกเข้าไปในวิญญาณของศัตรู "ดับสูญสัจธรรม!"
วูบ!
การเพ่งมองเพียงเสี้ยววิ! กฎเกณฑ์แห่งวิญญาณแรกเริ่มที่ประมุขอัสนีบาตภาคภูมิใจ ถูกลบเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์! วิญญาณแรกเริ่มในจุดตันเถียนของมัน สลายกลายเป็นความว่างเปล่า!
จากยอดคนผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขั้วอำนาจ... บัดนี้กลายเป็นเพียงชายพิการที่สูญเสียปราณทั้งหมดในพริบตา!
"ตุ้บ!"
ร่างไร้ปราณของประมุขอัสนีบาต ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดินอย่างอนาถ นอนจมกองเลือด หายใจรวยรินอยู่แทบเท้าของอาเจียที่ร่อนลงมาอย่างสง่างาม
สมรภูมิโดยรอบสงบลงแล้ว... ตัวแทนวิหารศัสตราสวรรค์และมารโลหิต ถูกฉินมู่หลางและสหายจัดการจนสิ้นซาก ศิษย์อัสนีบาตที่เหลือต่างทิ้งอาวุธและคุกเข่าหมอบกราบด้วยความหวาดกลัวต่อปีศาจกลุ่มนี้!
อาเจียเดินเข้าไปเหยียบลงบนหน้าอกของอดีตประมุขผู้หยิ่งยโส นัยน์ตาสีเงินยวงที่กลับมาเป็นปกติ สาดประกายแห่งความเป็นพ่อค้าหน้าเงินผู้ไร้ความปรานี
"เห็นหรือไม่... วิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ของเจ้า มันเปราะบางยิ่งกว่าศิลาปราณชั้นต่ำเสียอีก"
อาเจียแสยะยิ้ม ก้มลงรูดแหวนมิติจากนิ้วของประมุขที่กำลังใกล้ตาย "ขอบใจที่ช่วยเก็บรักษาสมบัติของหอสุวรรณดาราไว้ให้ และขอบใจที่หาข้ออ้างให้ข้าได้ปล้นคลังสมบัติของสำนักอัสนีบาตอย่างชอบธรรม!"
"เจ้า... เจ้ามันปีศาจ... วิหารศัสตราสวรรค์... จะไม่ปล่อยเจ้าไว้..." ประมุขอัสนีบาตเค้นเสียงเฮือกสุดท้าย
"บอกวิหารสวะนั่นด้วยว่า... หากพวกมันรวยพอ ราชันหมื่นอักขระผู้นี้ จะไปเยือนถึงหน้าวิหารเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมพวกมันเอง!"
"ฉัวะ!"
อาเจียตวัดปลายพู่กัน ตัดลำคอของประมุขอัสนีบาตดับสูญวิญญาณไปตลอดกาล!
ยอดเขาอัสนีบาตที่เคยเป็นขุมอำนาจยิ่งใหญ่ บัดนี้พังพินาศไม่เหลือชิ้นดี! คณะวิปลาสยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง อาเจียหันกลับไปมองสหายและครอบครัวของเขา รอยยิ้มที่แท้จริงปรากฏขึ้น
"เจ้าสัว! เจ้าถุงเงิน! ขนสมบัติทุกชิ้นในคลังของพวกมันขึ้นราชรถ! เราจะไปฉลองการหวนคืนที่หอสุวรรณดารากัน!"
การชำระบัญชีเลือดจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่านี่เป็นเพียงปฐมบทของมหาสงคราม! ชื่อของ 'ราชันหมื่นอักขระ' และมหาราชรถแห่งสูญตา กำลังจะถูกจารึกและสร้างความหวาดผวาไปทั่วทั้งทวีปผู้แสวงมรรค!