โจวเย่ แทบจะบ้า เพราะจ้าวหยางมักจะจ้องเขาด้วยความเกลียดชังอยู่ตลอดเวลา
ซีเว่ย ! ทำไมคนรักของเจ้าไม่พูดกับเจ้าเลยล่ะ ? จ้าวหยางถามทันทีด้วยสายตาดูถูกเล็กน้อย
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ โจวเย่ก็เหลือบมองจ้าวหยาง และพูดกวนส้นตีนเบาๆ "ข้าไม่ชอบพูดเกี่ยวกับเรื่องขอผู้อื่น และในขณะกินข้าว พ่อและแม่ของข้าได้สอนว่าห้ามพูดขณะกินข้าว
ฮ่าๆ ๆ !
ทันทีที่โจวเย่พูดแบบนี้ เถียนซีเว่ยก็หัวเราะลั่นและกล่าวว่า พี่เย่ของข้าช่างเป็นคนตลกยิ่งนัก
แต่ในขณะนี้ใบหน้าของ จ้าวหยางและคนอื่นๆน่าเกลียดเป็นอย่างมาก
น้องชาย เจ้าควรเก็บปากของเจ้าไว้กินซะดีกว่า ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสได้กินของอร่อยเหล่านี้อีกในอนาคต” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดด้วยความโกรธและความดูถูกในดวงตาของเขาไม่ได้ปกปิดเป็นความลับ
ซีเว่ย ! เจ้าไปเจอเขามาจากไหน เจ้าไม่อายเหรอ? ดูสภาพของเขาสิ เขามีอะไรดีกว่าพี่หยางของข้า นายน้อยอีกคนพูดด้วยความรังเกียจ
เมื่อฟังคำดูถูกของคนเหล่านี้ โจวเย่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร และเพิกเฉยต่อมันโดยสิ้นเชิง
เจ้ามีสภาพที่น่าดูตายล่ะ ! เถียนซีเว่ย พูดด้วยความรังเกียจ จากนั้นเธอดึงแขนของโจวเย่และพูดว่า "พี่เย่ ไปกันเถอะ ข้าจะพาพี่เย่ไปกินอาหารที่อื่น! ข้าไม่อยากกินอาหารที่นี่แล้ว!
เถียนซีเว่ย ทนไม่ได้ที่เห็นพวกนายน้อยเหล่านี้ประจบประแจงจ้าวหยาง ซึ่งเธอไม่ชอบจ้าวหยางเลย สิ่งนี้ทำให้อารมณ์ที่ดีของเธอถูกทำลายลง ยิ่งไปกว่านั้นการดูถูกโจวเย่ทำให้เธออารมณ์หงุดหงิดขึ้นไปอีก
โจวเย่ ข้าไม่ให้เจ้าไป” เมื่อเห็นเถียนซีเว่ยและโจวเย่ต้องการจากไป จ้าวหยางก็พูดอย่างไร้อารมณ์
ถ้าข้าอยากไป! เจ้าจะทำอะไรข้าได้ โจวเย่ตอบโต้ด้วยอารมณ์หงิดหงิเ ตอนนี้เขาเริ่มอารมเสียแล้ว คนเหล่านี้รบกวนการกินอาหารของเขา และได้ยั่วยุเขาตลอดเวลา
จ้าวหยางหัวเราะเยาะ เจ้าหนุ่มน้อย ! หากข้าต้องการสังหารเจ้า เจ้าคิดว่าใครจะหยุดข้าได้ !
เจ้าหนุ่ม ! อย่าหยิ่งจนเกินไปและอย่าทำให้พี่หยางขุ่นเคือง เจ้าควรรู้ผลที่ตามมา” นายน้อยคนหนึ่งตะโกนด้วยความโกรธ
ใช่แล้ว ! เจ้าไม่รู้เหรอว่า พี่หยาง กำลังได้เข้าร่วมกองทัพอัคคีเหล็กแล้ว
ฮึ! น่ารำคาญ พี่เย่เราไปกันเถอะ! เถียนซีเว่ย ตะคอกอย่างเย็นชา เธอหันหลังกลับและควงแขนของโจวเย่เพื่อจากไป
จ้าวหยาง ที่อยู่ด้านข้างมองไปที่ สมาชิกในกลุ่มแล้วขยิบตา หลังจากที่อีกฝ่ายเข้าใจเขาก็ไม่ลังเลที่จะเคลื่อนไหว
ฐานการฝึกฝนของชายคนนั้นอยู่ในระดับที่แปดของอาณาจักรนักยุทธ์ เขาควบแน่นพลังอย่างรีบเร่งและกระแทกหมัดไปที่หลังของโจวเย่โดยเต็มกำลังของเขา.
ปัง!"
โจวเย่ สังเกตเห็นการเคลื่อนไหว ของชายคนนั้นได้ตั้งแต่แรก เขาจึงรีบควบแน่นพลังชีวิตสร้างเป็นโล่คุมกันทันที พลังหมัดไม่สามารถสั่นคลอนโจวเย่ได้
เขาสามารถป้องกันการโจมตีของข้าได้!” นายน้อยผู้โจมตีแอบตกใจ
เขาพอมีความสามารถอยู่บ้าง จ้าวหยาง ขมวดคิ้วและพูดอย่างลับๆ เขาเห็นว่าความแข็งแกร่งของโจวเย่นั้นไม่เหมือนกับระดับที่หกขั้นปลายของอาณาจักรนักยุทธ์ ทั่วๆไป
มีอะไรก็พูดมา ! ทำไมต้องใช้วิธีน่าสมเพชด้วย โจวเย่พูดเบา ๆ
เถียนซีเว่ยในขณะนี้ตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของโจวเย่ และหลังจากฟื้นคืนสติเธอก็พูดด้วยความโกรธว่า ตั๋วหมิง ! ทำไมเจ้าถึงไร้ยางอายเช่นนี้ !
นายน้อยผู้โจมตี เมินเฉยต่อเถียนซีเวยโดยสิ้นเชิง เขาจ้องมองไปที่โจวเย่ด้วยดวงตาที่ดุร้าย และต่อยโจวเย่อีกครั้ง
ปัง!"
ดวงตาของโจวเย่เฉียบคมมาก ในขณะที่ตั๋วหมิงเคลื่อนไหว เขาก็ชกหมัดออกไปกระแทกหน้าอกของตั๋วหมิงด้วยเสียงปัง! และทำให้ตั๋วหมิงถอยหลังกระเด็นออกไป
หมัดนี้ทำให้คนอื่นๆ ตกใจมาก ตั๋วหมิง มีพลังยุทธ์อยู่ในระดับที่แปดของอาณาจักรนักยุทธ์ เขาไม่สามารถต้านทานการโจมตีของโจวเย่ที่มีพลังยุทธ์อยู่ในระดับที่หกขั้นปลายของอาณาจักรนักยุทธ์ได้อย่างไร ?
ไม่ใช่เพราะตั๋วหมิงอ่อนแอ แต่โจวเย่แข็งแกร่งเกินไป
พี่เย่! ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม ? ” เถียนซีเว่ย กล่าวด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นว่าโจวเย่ สามารถต่อสู้กับตั๋วหมิงได้
ใบหน้าของจ้าวหยาง โกรธถึงขีดสุดแล้วในขณะนี้ เขาโกรธที่เถียนซีเว่ยเป็นห่วงโจวเย่มาก
ข้าขอเตือนพวกเจ้าทุกคน อย่ามายุ่งกับข้า! ข้าไม่อยากทำร้ายคน ! โจวเย่ตะโกนอย่างเย็นชา แม้ว่าจ้าวหยางจะมีพลังยุทธ์ในระดับที่สามของอาณาจักรคุรุยุทธ์ โจวเย่ก็ไม่กลัว เขายังมีไป๋หมิงไพ่เด็ดของเขาอยู่
พี่เย่ เราไปกันเถอะ ! เถียนซีเว่ยกล่าวกับโจวเย่และขวงแขนเขาออกไปทันที
ตั๋วหมิง อยากจะตามไป แต่ถูกจ้าวหยางขัดขวางไว้
พี่หยาง จะปล่อยเขาไปแบบนี้เหรอ?” ตั๋วหมิง กล่าวอย่างไม่เต็มใจ
จ้าวหยางหัวเราะเยาะ "มีโอกาสอีกมาก แต่ความแข็งแกร่งของชายคนนั้นมันไม่ธรรมดาเลย เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา และข้าไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนนี้ เพราะคนอื่นจะหัวเราะเยาะข้า ถ้าข้ารังแกคนที่อ่อนแอกว่า แต่ข้าจะฆ่าเขาแน่นอน กล้าดียังไงมาแย่งซีเว่ยไปจากข้า!”
คราวนี้ข้ากลับมา และได้นำยาวายุปราณกลับมา ว่ากัันว่าตระกูลโจวแห่งเมืองไป๋หนาน ดินแดนทิศตะวันตก ได้มอบสูตรยาให้กับองค์รัชทายาทแล้ว ตอนนี้กองทัพอัคคีเหล็กกำลังใช้สมบัตินี้ในการฝึกฝน ผู้ที่ได้รับต้องอยู่ในอาณาจักรนักยุทธ์เท่านั้น และยานี้ช่วยเร่งความเร็วในการฝึนถึงสิบเท่า
ยาวายุปราณเหรอ?”
เร่งความเร็วในการฝึกฝนถึงสิบเท่าเหรอ ? มียาที่ทรงพลังขนาดนี้ด้วยเหรอ?” ทุกคนตกใจมาก
หากพวกเขารู้ว่าเจ้าของสูตรยาวายุปราณคือโจวเย่ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะแสดงออกอย่างไร
พี่เย่ ! ข้าไม่คิดว่าท่านจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ตั๋วหมิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านเลย!” หลังจากออกจากร้านอาหาร เถียนซีเว่ยก็พูดอย่างตื่นเต้น
โจวเย่ยิ้มเบา ๆ และกล่าวว่า ตราบใดที่เจ้าฝึกฝนอย่างหนัก เจ้าก็สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้
ซีเว่ย ! ขอบคุณสำหรับอาหาร ข้าจะไปแล้ว”โจวเย่พูดเบา ๆ
พี่เย่ ท่านจะไปไหนเหรอ?” เถียนซีเว่ย ถามอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนเธอต้องการติดตามโจวเย่
ไปหาสถานที่เงียบสงบนอกเมืองเพื่อบ่มเพาะ โจวเย่พูดเบา ๆ
บ่มเพาะเหรอ?” เถียนซีเว่ย รีบพูดทันทีว่า พี่เย่ ! ข้ารู้จักสถานที่ดีๆ ในการบ่มเพาะ!"
โอ้? อยู่ที่ไหนเหรอ?” โจวเย่ถาม
เถียนซีเว่ย พูดอย่างจริงจัง อยู่ในภูเขาจันทราทมิฬ พลังงานแห่งสวรรค์และโลกที่นั้นเข้มข้นมาก โดยปกติแล้วไม่มีใครไปที่นั่น และข้าก็ค้นพบถ้ำที่นั่นด้วย
ไม่มีใครไปที่นั่น แล้วเจ้าไปทำอะไรที่นั่น” โจวเย่ถาม เขาดูไม่เชื่อเล็กน้อย
พ่อของข้าเคยพาข้าไปเที่ยวตอนเด็กๆ และข้าได้พลัดหลงเข้าไปในถ้ำ เรื่องนี้ข้าไม่เคยบอกผู้ใด แม้แต่ท่านพ่อของข้า เถียนซีเว่ยกล่าวอย่างนักแน่น
หลังจากหยุดชั่วคราว เถียนซีเว่ยพูดอีกครั้ง ในถ้ำนั้นมีกลิ่นอายอันทรงพลังแทรกซึมอยู่ และอาจจะมีสมบัติซ่อนอยู่ในนั้น ในเวลานั้นข้าอ่อนแอเกินกว่าจะเข้าใกล้ได้