ราเชนอยู่ในดอกบัวสีทอง ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะพาไปไหน แต่เขารู้สึกว่า เจ้าดอกบัวสีทองที่มันพาเขาลอยมานั้น มันน่าจะแบบน้ำหนักตัวของเขาเอาไว้มาก ทำให้มันมีเสียงออดๆ แอดๆ ดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้บินช้ากว่าที่มันเคยทำได้ จนในที่สุดเจ้าเหยี่ยวยักษ์กับลามะ ก็บินมาทันดอกบัวสีทอง
แคว๊ก !!
กรงเล็บเหยี่ยว ตะปบเข้ามาที่ดอกบัวสีทองจนขาดเป็นชิ้น มันเสียศูนย์ แล้วก็ค่อยๆ ร่วงสู่พื้นทันที
“ ไอ้บ้าเอ้ย เราจะตายแบบนี้ไม่ได้”
ราเชนจับดอกบัวสีทองแน่น จนกระทั่งมันตกลงไปค้างกับกิ่งไม้ใหญ่
ส่วนราเชนนั้นร่วงตุบ ลงมาสู่พื้นดินโชคดีที่กระทบกิ่งไม้ก่อน ไม่อย่างนั้น ร่างเขาคงได้แหลกเหลวแน่ๆ
แต่ไม่ทันจะขยับตัว เจ้าเหยี่ยวยักษ์ก็มาขยุ้มร่างของเขาเอาไว้ ไม่อาจขยับตัวได้เลย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าจะหนีรอดไปได้อย่างนั้นเหรอ?”
“ เดี๋ยวก่อน ปล่อยข้าไป แล้วข้าจะมอบแผนที่ขุมทรัพย์ของจริงให้กับเจ้า”
ราเชนเอ่ยต่อรอง
“ อะไรนะ แผนที่ขุมทรัพย์ของจริง?”
“ ใช่แล้ว นี่ไง”
ราเชนนำแผ่นหนังที่เป็นแผนที่อีกแผ่นมาไว้ในมือ ลามะเหยี่ยวฟ้า รีบดึงไปดูอย่างตื่นเต้น
“ โอ้ นี่มันของจริงหรือเปล่านี่”
“ จริงซิ ข้าไม่กล้าโกหกท่านอยู่แล้ว”
ราเชนตอนนี้ ขยับตัวไม่ได้ ถูกเจ้าเหยี่ยวยักษ์ ใช้กรงเล็บของมันกดร่างของเขาเอาไว้
“ นี่มันแผนที่ในป่าลับแลอีกแล้ว เจ้าหลอกข้าแน่ๆ เลยใช่ไหม”
ลามะเหยี่ยวฟ้าสั่งให้นกยักษ์ถอยไป แล้วกระชากคอเสื้อของราเชนขึ้นมาใกล้ๆ แต่ราเชนกลับยิ้มให้ แล้วยิงเข็มฟ้าพิฆาตออกไป ทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!
เข็มฟ้าพิฆาต ปักเข้ากลางอกของ ลามะเหยี่ยวฟ้านับสิบๆเล่ม
แต่ทว่าลามะเหยี่ยวฟ้ากลับไม่เป็นอะไร ลามะเหยี่ยวฟ้า นำฉาบใหญ่ออกมาจากหน้าอกสองอัน มันทะลุฉาบอันแรก แต่ไม่สามารถทะลุฉาบอันที่ 2ได้
ราเชน ยกมือจะยิงอีกครั้งแต่คราวนี้ช้าไป ถูกลามะเหยี่ยวฟ้าใช้ฉาบสะบัดเข็มฟ้าพิฆาตออกไปจนหมด จากนั้นฉาบก็พุ่งเข้ากระแทกเข้ากลางอกของราเชนจนกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น จุกจนลุกไม่ขึ้น ราเชนยังคงยิ้มอยู่ในมือมีผงสลายพลังบวกกับ ยาสลบ รอให้มันเข้ามาใกล้กว่านี้ จะซัดผงพิษทั้งสองใส่มัน
แต่ว่าเจ้าเหยี่ยวยักษ์ดันเข้ามาตะปบราเชนเอาไว้ ทำให้แขนของเขาถูกตรึงเอาไว้อีกครั้ง ไม่อาจปล่อยผงพิษออกไปได้
“ พามันกลับไป” เจ้าเหยี่ยวยักษ์เหมือนเข้าใจภาษามนุษย์ ใช้กรงเล็บ ขยุ้มร่างของราเชนขึ้นมา แล้วกำลังจะบิน ราเชนได้โอกาสปล่อยผงยาสลายพลังและยาสลบไปพร้อมๆ กัน แต่ว่าถูกลามะเหยี่ยวยักษ์ รู้ทันใช้ฉาบสะบัดผงพิษทั้งสองออกไปได้
“ ไอ้อ้วน ยังมีลูกเล่นอะไรอีก”
ราเชนคิดว่ารอให้มันมาใกล้ๆ แล้วจะหาทางกินเลือดมัน เพื่อจะให้ตัวเองกลายเป็นมารโลหิต แต่ทว่ามันไม่เข้าใกล้ กลับลอยตัวขึ้นไปบนหลังเหยี่ยวยักษ์ แล้วบินขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังออกมาจากป่าด้านล่าง มีตัวอะไรบางอย่างกระโจนลอยตัวเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แล้วปล่อยลูกไฟออกมา ถูกปีกเจ้าเหยี่ยวยักษ์ไหม้ไป 1 ข้าง มันบินถลาร่อนลงราวกับนกปีกหัก จนต้องปล่อยราเชนลงมาที่พื้น
ลามะเหยี่ยวฟ้าหมุนตัวไปดูว่ามันคืออะไร
แล้วก็พบว่า เจ้าตัวที่พ่นลูกไฟได้นั้น มันคือสัตว์ประหลาดยักษ์ หัวเป็นสุนัขแต่มีขนพองราวกับราชสีห์มีเขาอยู่สองเขา ลำตัวของมันมีเกล็ดสีทอง มีเปลวไฟท่วมทั้งตัว เหมือนกิเลนไฟ หางของมันแหลมคมคล้ายกับหอก
มันกระโจนเข้ามาใกล้เจ้าเหยี่ยวยักษ์ แล้วสะบัดหางอันคมกริบพุ่งเข้าไปปักเข้าที่กลางลำตัวจนทะลุร่างของเหยี่ยวยักษ์ ดวงตาถึงกับมีเลือดไหลทะลักออกมา ตายไปในลักษณะไม่ยินยอมพร้อมใจ
“ เหยี่ยวยักษ์ลูกพ่อ” ลามะเหยี่ยวฟ้าร้องออกมาเสียงดัง ดึงสร้อยปะคำออกมาแล้วเหวี่ยงไปใส่เจ้าสัตว์ประหลาด
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
ลูกประคำระเบิด หลายครั้งแต่ทว่าเจ้าสัตว์ประหลาดหาเป็นอะไรไม่ พุ่งเข้ามาใกล้แล้วพ่นไฟออกไป เผาร่างของลามะเหยี่ยวฟ้า กลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที
ราเชนถึงกับตกใจ ทำท่าจะวิ่งหนี แต่ไม่ทันแล้ว มันกระโดดเข้ามาคร่อมร่างของราเชนเอาไว้ แล้วมันก็ทำในสิ่งที่ราเชนคิดไม่ถึง
มันสะบัดตัวไปมา เปลวไฟในร่างของมันก็หายไป แล้วก็ใช้ลิ้นของมันเลียที่ใบหน้าและตามตัวของราเชน จนเปียกชุ่มไปหมด แล้วร่างเจ้าสัตว์ประหลาดก็ค่อยๆ หดตัวกลายเป็นเจ้าหมาอ้วน
“เจ้าโมโม่?”
ราเชนอุ้มมันขึ้นมา แล้วกอดมันอย่างดีใจ นึกว่าเขาต้องตายเพราะสัตว์ประหลาดเสียแล้ว
“ เจ้ากลายเป็นสัตว์ประหลาดไปได้ยังไงเนี่ย?”
เจ้าโมโม่ มันยกสองขาขึ้นมา แล้วเห่าๆ ออกมาพยายามอธิบายตามภาษาสุนัข แต่ราเชนกลับไม่รู้ว่ามันพูดอะไร จนกระทั่งมันอ้าปากกว้าง มีแสงของบางอย่างออกมาจากปากของมัน ราเชนมองเข้าไป พบว่าในปากของมันมีลูกแก้วกิเลนไฟ ฝังอยู่ข้างในลำคอ
“ นี่เจ้ากินลูกแก้วกิเลนไฟเข้าไป?”
เจ้าโมโม่เห่า และพยักหน้าออกมา
“ เจ้าแปลงร่างเป็นสัตว์ประหลาดอีกได้ไหม?”
เจ้าโมโม่ มันอ้าปากสะบัดตัวอย่างเร็ว และรุนแรง แล้วร่างของมันก็ขยายใหญ่กลายเป็น สัตว์ประหลาด ราเชนเห็นแล้วต้องถอยไปหลายก้าว แต่เจ้าโมโม่ กลับพุ่งเข้ามาเลียเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เปลวไฟไม่ทำให้เขาร้อนแต่กลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นเท่านั้น
“ หรือว่า น้ำลายของเจ้าป้องกันไฟได้?"
เจ้าโมโม่พยักหน้า
ราเชนมองซากศพของ ลามะเหยี่ยวฟ้าที่เหลือแต่เถ้าถ่าน แล้วคิดว่า หากพาเจ้าโมโม่ไปช่วยท่านแม่รั่วหลาน น่าจะดีกว่า จากนั้นก็เอาไม้เขี่ยบัวสีทองจนตกมาสู่พื้น มันก็กลายเป็นดอกบัวสีทองดอกเล็กๆ เท่าฝ่ามือ แต่ว่ามันมีรอยฉีกขาด ด้านข้างกลับมีกล่องสีดำอยู่ 1 กล่อง ราเชนลองเก็บดอกบัวสีทองเอาไว้ในแหวนมิติ เพื่อหาคนที่จะซ่อมมันในอนาคต แล้วลองเปิดกล่องสีดำออกดู พบว่าด้านในมีตำราอยู่ 1 เล่ม
“ ตำราพิชัยยุทธ์หยางเยว่ ข้าจะเอาไปทำอะไรได้” ราเชนได้แต่เก็บเอาไว้ในแหวนมิติ แล้วกระโดดขึ้นหล้งเจ้าโมโม่ แล้วรีบกลับบ้านตระกูลเมิ่งทันที
พอมาถึง พบเห็นคนของเกาจิ้งอัน ล้วนตายกันเกลื่อน และยังมีทหารบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เห็นแม่รั่วหลาน หรือ เกาจิ้งอันเลย
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ราเชนเข้าไปจับตัวทหารที่บาดเจ็บคนหนึ่ง เพื่อสอบถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ มีจอมยุทธ์คนหนึ่งเข้ามาช่วยฮูหยินหยางไปแล้ว”
“ อะไรนะ จอมยุทธ์ อย่าบอกนะว่าซากศพที่ตายนี่ เป็นฝีมือคนที่ช่วยท่านแม่ของข้า”
“ ใช่แล้ว ข้าได้ยินพวกเขาเรียกจอมยุทธ์ท่านนั้นว่า จ้าวศาสตราวุธลู่ปัง”
“ ลุงลู่ปัง”
ราเชนจำได้ถึงเรื่องของลุงลู่ปัง จากแม่รั่วหลานได้
“ ก็ดี ท่านลุงลู่ปังนี่ฝีมือร้ายกาจจริงๆ ทหารนับพัน ยังสามารถจัดการได้ ท่านแม่ต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน” ราเชนสบายใจขึ้นมาทันที
“ ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่รู้เรื่องอะไรกับพวกเขา แค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น”
ราเชนไม่สนใจ ใช้มีดกรีดเข้าลำคอของทหารคนนั้นตายไปในทันที
“ คนที่ทำร้ายตระกูลเมิ่งของข้า มันต้องตายทุกๆ คน”
ราเชนเอ่ยจบ ก็ให้เจ้าโมโม่กลายร่างเป็นหมาอ้วนตามเดิม แล้วเขาก็ปลอมตัวเข้าไปในเมือง เพื่อหาแผนที่ และหาซื้อยันต์เก็บเอาไว้ เพราะตอนนี้เขาออกจากสำนักมา ไม่ได้นำยันต์ติดตัวมาด้วยเลย มีแต่พู่กัน และ เลือดสัตว์ต่าง ที่เอาไว้เขียนยันต์เท่านั้น
ราเชนเข้าไปที่ร้านขายของสำหรับนักพรตเต๋า ก็สั่งซื้อกระดาษยันต์เป็นจำนวนมาก ทางร้านยังมีเลือดสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด พร้อมกับอุปกรณ์เขียนยันต์อีกมากมาย ราเชนจ่ายเงินไปจำนวนมากจนเงินที่มีอยู่เหลือไม่ถึง 1 แสนเหรียญทองแล้ว แต่แผนที่ทางไปเมืองหลวงนั้นกลับไม่มีขาย
“ ท่านซื้อยันต์มากมายแบบนี้ ท่านเป็นนักพรตใช่หรือไม่”
“ อืม” ราเชนเป็นศิษย์นักพรตทงที ดังนั้น เขาก็ต้องเป็นนักพรตด้วยเช่นกัน
“ ช่วงนี้คนตายกันเยอะ ผู้คนต้องการนักพรตทำพิธีกันไม่น้อยเลย แม้แต่ทหารฮานยังอนุญาตให้เฉพาะคนตาย ออกนอกเมืองไปทำพิธีได้เท่านั้น แต่คนทั่วไป กลับไม่อนุญาต”
ราเชนก็คิดเอาไว้เช่นกันเพราะระหว่างทางเห็นทหารฮานนั้น ตรวจตรากันอย่างเข้มงวด หากออกไปตรงๆ คงไม่ได้แน่ๆ ระหว่างที่เถ้าแก่จัดของให้กับเขาอยู่นั้น
ก็มีนักพรตแต่งชุดเหลืองรูปร่างอ้วนใหญ่เหมือนกับราเชน เดินพุงพลุ้ยเข้ามาที่ร้าน
“ เถ้าแก่ ของที่สั่งเอาไว้ เตรียมเรียบร้อยแล้วหรือยัง”
“ เรียบร้อยแล้ว ท่านนักพรต เชิญตรวจสอบได้เลยขอรับ”
นักพรตอ้วน ก็เริ่มตรวจสอบของที่สั่งซื้อ ซึ่งก็มีของใช้สำหรับทำพิธีเต๋า แทบทั้งนั้น
“ สำนักฉางซาน รับงานของตระกูลใหญ่อีกแล้วใช่ไหม ถึงได้สั่งของมากขนาดนี้”
“ ใช่ ครั้งนี้ต้องไปเชิญวิญญาณ นายท่านสี่แห่งตระกูลฟง ไปส่งที่บ้านเกิดที่เมืองหลวง ”
“ โอ้ ตระกูลฟงเชียวรึ? ข้าได้ยินมาว่านายท่านสี่ตายอย่างปริศนา ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”
“ ข้าไม่รู้เรื่องนี้ ข้ามีหน้าที่เชิญวิญญาณนายท่านสี่ ส่งไปบ้านเกิดเท่านั้น
ข้าไปก่อนละ เดี๋ยวพวกเขาจะรอนาน”
นักพรตอ้วนเอ่ยจบก็นำของย้ายเข้าไปในถุงมิติ แล้วเดินออกจากร้านไป
“ นักพรตท่านนี้คือ?” ราเชนเก็บของเสร็จ ก็เลยเอ่ยถามเถ้าแก่ร้าน
“ นี่คือนักพรตอู๋จิ้ง แห่งสำนักฉางซาน”
ราเชนมองตามหลังของนักพรตอู๋จิ้งไป แล้วเกิดความคิดขึ้นมา แล้วก็รีบเดินตามออกไปทันที
ไม่นานเขาก็ตาม นักพรตอู๋จิ้งทัน แล้วพอประสบโอกาส ก็เข้าไปใกล้ๆ แล้วปล่อยผงยาสลบเข้าไปใส่หน้าของ นักพรตอู๋จิ้งทันที
จากนั้นก็สวมรอยเป็นนักพรต ยึดเอาถุงมิติเอาไปด้วย ทิ้งให้นักพรตอู๋จิ้ง นอนสลบข้างกองขยะในสภาพเปล่าเปลือยอยู่อย่างนั้น
จนราเชนมายืนอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง แล้วแจ้งกับคนเฝ้าหน้าประตูไปว่าเขาคือ ศิษย์น้องของนักพรตอู๋จิ้ง นามว่าอู๋ติ้ง มาทำหน้าที่แทน
“ นักพรตอู๋ เชิญด้านในเลย คุณหนูใหญ่รอท่านอยู่แล้ว”..........