หลังจากนั้นไม่นานเถ้าแก่ร้านก็กลับมาพร้อมลูกเป็ดที่อยู่ในตะกร้าทั้ง 10 ตัวแล้วจึงส่งมอบมันให้กับนาง “ได้แล้วๆ ขอรับนายน้อย”
ฟางเซียนเออร์หยิบเงิน 25 ตำลึงเงิน ที่นางได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ให้กับเถ้าแก่ร้าน “ขอบคุณมากขอรับท่านลุง ไว้ข้าจะบอกกับท่านแม่ว่าเถ้าแก่ร้านนี้ใจดีมาก วันหน้าข้าจะนึกถึงร้านของท่านก่อนเป็นอันดับแรกเลยขอรับ”
เถ้าแก่ร้านได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มอย่างยินดี “เป็นบุญวาสนาของร้านเล็กๆ ของข้าแล้วจริงๆ ขอรับนายน้อย” พร้อมกับรับเงิน 25 ตำลึงเงินมาถือเอาไว้ ด้วยความยินดี
“ไปกันเถอะขอรับพี่หวังเจี้ยน” นางถือตระกร้าลูกเป็ดเอาไว้ทั้งสองมือ ส่วนพี่หวังเจี้ยนก็หิ้วตะกร้าที่บรรจุไก่ไข่ไว้ทั้งหมดตามหลังนางมา เขารู้ว่าอาจารย์น้อยของเขานั้นมีเงินมากแต่ก็ไม่คิดว่านางจะจ่ายเงิน 25 ตำลึงเงินโดยไม่ลังเล “อาจารย์น้อย ไก่พวกนี้ท่านจะทำอย่างไรกับมันกันหรือขอรับ ข้าว่าอากาศแบบนี้ไม่เหมาะเท่าไหร่กับการเลี้ยงไก่” หวังเจี้ยนยังคงเดินตามนางไปโดยไม่สนใจรอบข้างของเขา จนไม่ทันได้สักเกตว่ารอบข้างของเขาเริ่มไม่มีผู้คนเดินสวนกันไปมาแล้ว
ฟางเซียนเออร์เดินลึกเข้าไปในตรอกหนึ่งเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดอยู่ภายในบริเวณนี้นางจึงหยุดเดินแล้วยื่นมือไปจับมือพี่หวังเจี้ยน “เข้ามิติ” หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็หายวับไปกับตา
หวังเจี้ยนที่ไม่ทั้นได้ตั้งตัวเขายืนตะลึงอ้าปากค้างมองอาจารย์น้อยที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันมองไปยังรอบๆ ข้างของเขา แล้วสลับกับมองอาจารย์น้อยที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง ความรู้สึกครั่นเนื้อขั้นตัวก็ถาโถมเข้ามาอย่างกระทันหัน แข่งขาอ่อนแรงหวังเจี้ยนรีบคุกเข่าลงทันที “ข้า ข้า ข้า” หวังเจี้ยนเหมือนจะติดอ่างไปซะแล้ว
ฟางเซียนเออร์มองพี่หวังเจี้ยนอย่างขำๆ ก่อนจะนึกคำโกหกดีดี “พี่หวังเจี้ยน ทำให้ท่านตกใจแล้ว ในเมื่อท่านเป็นลูกศิษย์ของข้า ข้าก็จะไม่ปิดบังท่าน ที่ท่านเห็นอยู่นี้ คือมิติที่อยู่ในกำไลของข้าเอง มันเรียกว่ามิติย่อยสามชั้นฟ้า ในอนาคตข้าต้องพึ่งพาท่านแล้ว ข้าจึงไม่อยากปิดบังท่าน พี่หวังเจี้ยนยินดีที่จะติดตามข้าหรือไม่” เมื่อพูดจบนางก็จ้องมองพี่หวังเจี้ยนที่ยังคงคุกเข่าอยู่ตรงหน้านาง
หวังเจี้ยนที่ได้ยินแบบนั้น เขามองอาจารย์น้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยความเคารพมากยิ่งขึ้น ในชีวิตนี้เขาได้บังเอิญพบกับอาจารย์น้อยและยังเป็นผู้ที่ครอบครองของวิเศษอีก จากนั้นจึงคิดถึงสิ่งที่เขากังวลเมื่อสักครู่นี้ เขาช่างกังวลไปอย่างเสียปล่าวจริงๆ “ข้ายินดีขอรับอาจาย์น้อย” ถึงแม้เขาจะอายุ 14 ปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะพบเจอกับผู้ประเสริฐเช่นนี้
“ดี ท่านลุกขึ้นเถอะพี่หวังเจี้ยน ข้ายังคงต้องพึ่งพาครอบครัวของพวกท่านอีกหลายๆ เรื่องเลยทีเดียว ท่านดูซิภายในมิติของข้า ข้าสามารถเพราะปลูกพืชได้ตามที่ข้าต้องการได้ตลอดทั้งปี ถ้าท่านและครอบครัวของท่านช่วยข้า ข้ารับรองได้ว่าครอบครัวของท่านจะไม่มีทางอดอยากแน่ๆ”
“ขอรับอาจารย์น้อย ข้าตกลง” หวังเจี้ยนกล่าวด้วยความเคารพ เขามองดูสภาพแวดล้อมที่อยู่ตรงหน้าเขา “เช่นนี้ท่านอยากให้ข้าทำอย่างไรบ้างหรือขอรับอาจารย์น้อย”
“ยังไม่รีบ เดี๋ยวพอกลับไปถึงหมู่บ้านเมื่อไหร่ข้าจะช่วยท่านในการเดินลมปราณเพื่อเปิดจุดลมปราณของท่านก่อน ท่านจะได้ฝึกวิธีการรวบรวมลมปราณขั้นพื้นฐานได้”
“ขอบคุณขอรับอาจารย์น้อย” หวังเจี้ยนรีบคุกเข่าแล้วทำท่าจะคำนับนางด้วยความตื่นเต้น เขาจะได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้วถ้าเขาติดตามนางไปเรื่อยๆ วันข้างหน้าท่านพ่อและพี่ชายของเขาต้องสุขสบายแน่ๆ
“ท่านไม่ต้องคำนับข้า มัันเป็นสิ่งที่ข้าควรจะสอนท่านอยู่แล้วพี่หวังเจี้ยน ท่านไม่ต้องคำนับข้าทุกครั้งก็ได้นะเจ้าคะ เรารีบออกไปข้างนอกกันเถอะเจ้าค่ะ ของพวกนี้ทิ้งเอาไว้ในนี้ก่อน แล้วกลับไปถึงบ้านแล้วค่อยจัดการอีกทีหนึ่งเจ้าค่ะ” หวังเจี้ยนรีบลุกขึ้น แล้วพยักหน้าให้ด้วยความซาบซึ้งใจ “ออกมิติ”
หลังจากออกมาจากมิติแล้วฟางเซียนเออร์และพี่หวังเจี้ยนก็ตรงกลับไปยังเกวียนที่ท่านลุงซีเหมาจอดรอพวกเขาอยู่ นางทิ้งไก่และเป็ดรวมถึงเมล็ดพันธุ์เอาไว้ในมิติ และนำเนื้อที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้ออกมาเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเมื่อกลับไปถึงหมู่บ้านถ้าพวกชาวบ้านเห็นเกรงว่าจะยุ่งยากมากกว่านี้เป็นแน่
เมื่อมาถึงท่านแม่และท่านป้าซีเจาก็รอพวกเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว “ท่านแม่ท่านซื้อของที่ต้องการเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” นางรีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ของนางทันที “ข้าซื้อของเสร็จแล้ว เจ้าได้อะไรมาบ้าง” ฟางเหมยลีถามบุตรสาวของนาง
“ไม่มีอะไรมากเจ้าค่ะ แค่เนื้อหมู่ไม่กี่ชั่งเจ้าค่ะ”
“ในเมื่อซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเรารีบเดินทางกันเถอะ”ซีเจาบอกกับฟางเหมยลี
บ้านตระกูลหลิน หลินฟางภรรยาใหญ่ที่ออกมาจ่ายตลาดบังเอิญเห็นฟางเหมยลีที่อยู่ในตลาดพอดีจึงรีบตรงกลับบ้านแล้วเข้าไปรายงานกับฮูหยินผู้เฒ่าทันที “ท่านแม่ท่านทายซิว่าข้าไปเห็นอะไรมาตอนที่เข้าไปในตลาดวันนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่าที่กำลังนั่งจิบชาอยู่บนโต๊ะมองสะใภ้ใหญ่ด้วยความลำคาญ “มีอะไรก็ว่ามา”
“คืออย่างนี้นะท่านแม่ ตอนที่ข้าเข้าไปในเมืองข้าเห็นนางฟางเหมยลีที่ตลาดด้วยเจ้าค่ะ นางมากับผู้หญิงคนนึงท่าทางน่าจะเป็นคนในหมู่บ้าน ข้าเห็นนางซื้อข้าวสารกันไปหลายกระสอบเลยทีเดียวเจ้าค่ะ” ฮูหยินผู้เฒ่าเมื่อได้ยินดั้งนั้นมือที่กำลังค่อยๆ ปัดชาไล่ความร้อนอยู่ก็หยุดลง “หึ ก็แค่ข้าวสารไม่เท่าไหร่เจ้ายังจะเอาข่าวไร้สาระมารบกวนข้าอีก” ฮูหยินผู้เฒ่าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกโกรธขึ้นมาอีกครั้ง
นางยังรู้สึกเกรียดพวกนางสองแม่ลูกจริงๆ ยิ่งไม่อยากได้ยินข่าวคราวของพวกนางอีก แต่สะใภ้ใหญ่ของนางนั้นหาได้รู้ความไม่ พวกนางสองแม่ลูกจะไปอดอยากหรือไม่นั้นก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกลูของนางอีก “เจ้าก็ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ ช่วงนี้ข้าทำไมรู้สึกว่า หลินฝู ดูไม่ค่อยจะสนใจในการเรียนเท่าทีควรและเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องของเขากัน ลูกชายของเจ้ามีปัญหาอะไรหรือไม่” ฮูหยินผู้เฒ่าตำหนินางทันที
หลินฟางเมื่อได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าตำหนินาง นางก็นึกโกรธขึ้นมา “เช่นนั้นถ้าหลินฝูกลับมาจากสำนักศึกษาข้าจะลองถามดูนะเจ้าคะท่่านแม่”
“ก็ดีอย่ามัวแต่สนใจอะไรไร้สาระ ดูแลลูกชายทั้งสองของเจ้าให้ดีวันหน้าพวกเขาต้องสอบเป็นขุนนางอีก เจ้าควรจะใส่ใจพวกเขาให้มาก” ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงตำหนินาง “จะไปไหนก็ไม่อย่ามารบกวนข้า”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่”
หมู่บ้านหนานชิน หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านสักที ยามนี้ชาวบ้านต่างก็ออกมาทำกิจกรรมของตัวเองยามเมื่อพวกเขาขับเกวียนเข้ามาต่างก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนในหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก ถึงจะช่วยกันปกปิดข้าวของที่อยู่ในเกวียนก็เกรงว่าจะไม่รอดพ้นสายตาของคนในหมู่บ้าน
“โอ้วนี้มัน พี่ซีเหมากับแม่นางซีเจา แล้วก็แม่นางฟางมิใช่หรือ พวกท่านเข้าไปในเมืองมากันหรือ น่าจะบอกข้าสักหน่อยข้าก็อยากเขาไปซื้อของในเมืองเหมือนกัน”แม่ม่ายหลิวพูดพลางกวาดสายตามองข้าวของที่อยู่บนหลังเกวียนด้วยความอยากรู้และอิฉา
“นั่นซิซีเหมาเจ้าจะเข้าไปในเมืองก็ควรจะบอกพวกข้าบางพวกข้าก็อยากจะเข้าไปซื้อของเช่นกัน”คุณป้าที่อยู่อีกฝั่นหนึ่งตะโกนบอกพวกเขา
“หลังจากตอนนี้ไรท์ขออนุญาตติดเหรียญนะคะ ขอบคุณนักอ่านที่รักที่สนับสนุนไรท์”
“อย่าลืมกดติดตามให้กำลังใจ ยัยน้องกันเยอะนะคะ”