หลังจากที่เดินมาได้สักระยะ
บึ้ม เปี๊ยะ!
นาราที่กำลังต่อสู้อยู่กับสัตว์อสูรรูปร่างประหลาดอยู่ ซึ่งดูเหมือนกับสิงโตเพียงแต่หัวของมันเป็นนกเท่านั้น ทั้งยังโจมตีโดยใช้กรงเล็บฟันออกไปเป็นทางยาว
คว้ากกกก!
นารากระโดดหลบออกไปได้อย่างฉิวเฉียด ดูเหมือนว่าในตอนนี้นั้นนาราเริ่มจะชินกับสภาวะของที่นี่ทำให้ความเร็วของนางเพิ่มขึ้นด้วย
นี่เป็นการต่อสู้ครั้งที่สิบของนาราแล้วและทุกครั้งก็จบลงด้วยการปิดฉากจากไทก้าในทุกครั้ง
ไทก้าได้แต่ยืนดูทั้งยังถอนหายใจ ในตอนนี้ดูเหมือนตัวเองจะเป็นพี่เลี้ยงที่คอยช่วยในการฝึกของนาราไปซะแล้ว มีหลายครั้งไทก้าคิดจะปล่อยให้นาราสู้จนต้องบาดเจ็บดูซะบ้าง แต่ว่าด้วยความใจอ่อนของไทก้าจึงได้ ออกมือช่วยนาราในช่วงวิกฤตทุกครั้งไป และดูเหมือนว่าครั้งนี้ก็คงจะเป็นอย่างเดิมอีกตามเคย เพราะในตอนนี้นาราเริ่มที่จะเสียเปรียบอีกแล้ว เนื่องจากอสูรตนนี้กลับใช้อาคมผสานได้ ซึ่งเป็นอาคมน้ำและดินที่ทำให้เกิดโคลนพุ่งเข้าโจมตีนาราอย่างต่อเนื่อง
ครืนนนน!
บังเกิดคลื่นโคลนไหลเข้าโจมตีนาราอย่างต่อเนื่อง สลับกับการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของสัตว์อสูรที่ใช้กรงเล็บในการจู่โจม
คว้ากกกกก!
กรงเล็บที่ฟาดเข้ามานั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก จนไทก้าเองรู้สึกว่าคงถึงเวลาที่ตนต้องลงมือซะแล้ว แต่ในเสี้ยวเวลานั้นเอง นาราได้ปรับเปลี่ยนท่าร่างและได้ใช้สายฟ้าคลุมร่างก่อนจะเคลื่อนที่หลบออกไปด้วยความเร็ว
ฟุบ!
ไทก้าที่เห็นอย่างนั้นจึงได้หยุดมือลง
"รอบนี้ข้าไม่ให้เจ้าจัดการหรอก"นารายิ้มออกมาเบาๆ หลังจากที่หลบหลีกออกไป จากนั้นจึงพุ่งกลับเข้ามาทั้งยังส่งลูกบอลสายฟ้าออกไปโจมตียังสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่อง
ตู้ม ตู้ม เปรี้ยง!
ด้วยความรุนแรงของสายฟ้า ทำให้สัตว์อสูรกระเด็นออกไป นาราไม่รอช้าใช้ความเร็วจากสายฟ้าที่คลุมร่างอยู่นั้นรวมมาไว้ที่แขนหนึ่งข้างก่อนจะสร้างเป็นลูกธนูสายฟ้าที่เข้มข้นและยิงออกไปยังสัตว์อสูรอย่างเต็มแรง
เปรี้ยง!
ลูกธนูสายฟ้าปักเข้าไปยังกลางลำตัวของสัตว์อสูรตนนั้นอย่างเต็มแรงก่อนจะทำการช๊อตอีกหนึ่งรอบ
เปรี้ยง!
จนกระทั่งร่างของสัตว์อสูรไหม้ดำและสลายไป กลายเป็นแกนอสูรทันที
นาราเดินเข้าไปเก็บแกนอสูรก่อนจะยิ้มเล็กน้อย
"หึ เห็นฝีมือข้ารึยัง จริงๆแล้วเจ้าไม่จำเป็นต้องช่วยข้าก็ได้"นาราหันไปกล่าวกับไทก้าด้วยรอยยิ้มอันมั่นใจ
"จ้าๆ" ไทก้าถอนหายใจเล็กน้อย "ถ้างั้นเราไปกันต่อเถอะ นี่ก็ใกล้จะถึงปราสาทแล้ว แต่มันก็น่าแปลกมากที่เราต่างเดินเข้ามาตั้งนานและไม่มีผู้คนเลย"
"เจ้าไม่รู้มันก็ไม่แปลกหรอก ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาที่ป่านี้กันหรอกนะ เพราะที่นี่ไม่ได้มีสมบัติใดๆ ส่วนใหญ่จะไปที่เขตปราสาทเขาวงกตกัน เนื่องจากที่นั่นเต็มไปด้วย สมบัติวิเศษ และยาโบราณที่ใช้เลื่อนขั้นพลังจิตได้"นารากล่าวขึ้นทั้งยังหันมองไปยังไทก้า
"แล้วทำไมเจ้าไม่บอกข้าแต่แรกเล่าจะได้เปลี่ยนเส้นทาง เฮ้อ"ไทก้าพึมพำเล็กน้อย
"ก็เจ้าไม่ถามนี่ ข้าจะไปรู้งั้นหรือ หึ"นารากล่าวทั้งยังมองค้อนไปทางไทก้า
"เฮ้อ เอาล่ะ ข้าผิดเอง เราไปดูที่ปราสาทด้านหน้ากันก่อนค่อยไปยังที่ๆเจ้าบอกก็แล้วกัน"ไทก้าได้แต่ถอนหายใจอีกรอบก่อนจะเดินลึกเข้าไปต่อ
นาราที่เห็นท่าทีไร้โต้ตอบของไทก้าก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เพราะยิ่งเห็นไทก้ายอมฟังที่นางพูดยิ่งทำให้นางรู้สึกว่าสามารถเอาชนะไทก้าได้บ้าง
ทั้งสองคนเดินลึกเข้ามาจนกระทั่งมาพบแม่น้ำแห่งหนึ่ง ในขณะที่ไทก้าและนารากำลังยืนอยู่ริมแม่น้ำเพื่อหาทางข้ามไปอยู่นั้นก็ได้มีบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็วจนทั้งสองต้องกระโดดไปด้านหลัง
ฟุบ ฟุบ!
ฟึ่ม ซ่าๆ!
ร่างอันใหญ่โตของสัตว์อสูรคล้ายกับงูยักษ์ชนิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาเหนือน้ำ ทั้งยังจ้องมองไปยังทั้งสองคน
"สัตว์อสูรอย่างนั้นเหรอ "นาราที่เห็นสัตว์อสูรตนหนึ่งกำลังโผล่ขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็วจึงได้ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ ทั้งยังพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ฟุบ!
"นาราถอยออกมา" ไทก้าที่เห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวออกไป แต่ว่าในตอนนี้กลับไม่ทันกาลซะแล้ว
สัตว์อสูรตนนั้นที่เห็นนาราพุ่งเข้ามาจึงรับรู้ได้ถึงภัยอันตรายในทันที มันได้อ้าปากออกมาก่อนจะส่งไฟอันร้อนแรงพุ่งตรงไปยังนาราในทันที
พรึบ ฟู่ว์วววววว!
นาราที่กำลังพุ่งเข้าไปอยู่นั้นถึงกับชะงักร่างไปในทันใด และใช้จังหวะนี้รีบกระโดดหลบไฟอันร้อนแรงนั้นออกไปด้านข้างในทันที
ฟุบ!
แม้ว่านาราจะหลบพ้นอย่างฉิวเฉียด แต่เมื่อสัตว์อสูรตนนั้นมองเห็นว่านาราหลบไปอีกทางจึงได้ใช้หางของมันฟาดไปที่นาราอย่างรวดเร็วและรุนแรงเป็นอย่างมาก
ฟ้าววว!
เสียงลมที่เกิดขึ้นจากการฟาดหางออกมา ทำให้นาราที่กำลังจะเข้าไปใกล้ถึงกับสั่นไปทั้งตัว เนื่องจากหางขนาดใหญ่ของมันที่ฟาดมานั้นทรงพลังเป็นอย่างมากสามารถบดขยี้หินขนาดใหญ่ได้ด้วยการโจมตีเดียวด้วยซ้ำ จนนาราคิดว่าหากโดนการโจมตีนี้เข้าไปคงต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน
ไทก้าไม่รอช้ารีบใช้ท่วงท่าย่นระยะพร้อมหน่วงอาคมหมัดทลายภูผาขนาดใหญ่ออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
หมัดทลายภูผาลอยเข้าปะทะกับหางของสัตว์อสูรตนนั้นอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงสะท้อนดังกังวาลไปทั่วบริเวณ
สายน้ำรอบๆ กระจายออกเป็นวงกว้างก่อนที่ไทก้าจะรีบโอบนาราและย่นระยะถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว
ตุบ!
ไทก้ามองไปยังด้านหน้าทั้งยังขมวดคิ้วแน่น แน่นอนว่าสัตว์อสูรเบื้องหน้านั้น ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา และรูปลักษณ์ของมันนั้นเป็นที่จดจำสำหรับไทก้าเป็นอย่างมากเนื่องจากบนหัวของมันมีหงอนสูงแหลมออกมาด้วย ใช่แล้วนี่คือสัตว์อสูรนาคา งูยักษ์ที่มีหงอนอยู่ด้านบนหัว ที่ไทก้าเคยสู้ด้วยที่ด้านบนสุดของหอทดสอบเข้าเป็นศิษย์ชั้นกลาง ทั้งยังไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลยเนื่องจากความแข็งของผิวหนังชั้นนอกของมัน
อสูรนาคาใช้ดวงตาสีแดงจ้องมองไปที่ไทก้าและนารา ก่อนที่จะเปลี่ยนร่างของตนเป็นมนุษย์กึ่งอสูรช้าๆ และยืนอยู่บนผิวน้ำ
วูป!
"เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้ สัตว์อสูรระดับจิตโลกา"นาราอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ หากไทก้าช้ากว่านี้อีกเพียงนิดเดียว นาราอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน
ไทก้าพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะจ้องมองไปทางอสูรนาคา ดูท่าเจ้านี่น่าจะแข็งแกร่งกว่าตัวที่อยู่ด้านบนของหอทดสอบ
หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวอสูรนาคาจึงได้ใช้มือร่ายอาคมขึ้นมาก่อนจะปรากฏเป็นน้ำวนขึ้นกลางฝ่ามือและส่งออกไปยังจุดที่ไทก้ายืนอยู่
วูมมมมม! ซ่าๆ!
บึ้ม!
เห็นดังนั้นไทก้าจึงรีบบอกให้นาราถอยห่างออกไป ก่อนจะใช้เสาแห่งความโกฬาหลสามต้นส่งเข้าไปปะทะกับอาคมน้ำอย่างรุนแรงเพื่อต้านรับเอาไว้
ตู้ม !
แรงปะทะกระจายออกไปอย่างรุนแรง ไทก้าไม่สามารถพุ่งไปต่อสู้ระยะประชิดได้เนื่องจากไทก้าไม่รู้ว่าสัตว์อสูรนาคาสามารถยืนบนน้ำได้อย่างไรจึงได้ใช้เพียงอาคมระยะไกลเข้าปะทะ
ไทก้าไม่รอช้าร่ายอาคมกระบี่พิรุณขึ้นมาทั้งหมดสิบสี่เล่มในทันทีและส่งเข้าไปจู่โจมอย่างรวดเร็ว
ฟุบ ฟุบ ฟุบ!
แม้ว่ากระบี่พิรุณจะมีอานุภาพจัดการสัตว์อสูรได้ในการโจมตีเดียว แต่ว่ามันกลับไม่สามารถเข้าไปโจมตีอสูรนาคาได้เลย สำหรับอสูรนาคานั้นทำเพียงยกมือขึ้นและสร้างม่านน้ำขึ้นมาป้องกันเพียงเท่านั้น นี่เป็นข้อบ่งบอกถึงความต่างในด้านพลังจิต
ฉึก ฉึก !
กระบี่พิรุณปักเข้าไปที่ม่านน้ำก่อนจะสลายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอสูรนาคาที่ทะลุม่านน้ำพุ่งเข้ามาหาไทก้าอย่างรวดเร็ว
ไทก้าตั้งท่าเตรียมต่อสู้ระยะประชิดขึ้นมาในทันทีทั้งยังหน่วงอาคมธาตุเวลาเอาไว้อย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูพลังจิต
เปรี้ยง!
อสูรนาคาส่งหมัดที่ห่อหุ้มไปด้ายเพลิงเข้าไปยังด้านหน้าของไทก้าอย่างรวดเร็ว แม้ว่าไทก้าจะสามารถตั้งรับได้ แต่ด้วยความต่างของพลังทำให้ไทก้านั้นกระเด็ดออกไปอย่างรุนแรง
ครืดดดดดด!
แรงชกนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก ส่งไทก้าลอยออกไปราวๆ เกือบสิบเมตร ก่อนไทก้าจะค่อยๆ ใช้เท้าหยัดยืนบนพื้นได้ พร้อมกับแขนที่มีลักษณะบิดงอเล็กน้อย ใบหน้าของไทก้าแสดงความเจ็บปวดออกมาชั่วครู่ก่อนจะใช้อาคมเวลารักษาแขนอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่อสูรนาคาที่เห็นยังรู้สึกตกใจ
อสูรนาคาไม่ปล่อยให้ไทก้าได้ตั้งหลักใช้อาคมไฟส่งไปยังไทก้าอย่างต่อเนื่อง
พรึบ พรึบ!
ตู้ม ตู้ม !
ไทก้าทำได้เพียงร่ายกำแพงดินขึ้นมาป้องกันไว้เท่านั้นก่อนจะพุ่งกลับไป และใช้หอกพสุธาส่งไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งยังโจมตีหลอกล่ออย่างต่อเนื่อง
ย้ากกกกก!
ตู้ม ตู้ม เปรี้ยง
ทั้งสองฝั่งต่างโจมตีตั้งรับกันไปมาหลายต่อหลายครั้ง
นาราที่เฝ้าดูอยู่ทำได้เพียงยืนนิ่ง แม้ว่านาราต้องการจะเข้าไปช่วยไทก้าต่อสู้แค่ไหน แต่หากมองดูดีๆ แล้วระดับมันช่างต่างกันเกินไป ขนาดไทก้าที่มีความแข็งแกร่งระดับนี้ยังโจมตีสวนกลับได้เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงตัวนาราเอง หากเข้าไปร่วมด้วยคงจะโดนโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสตั้งแต่หมัดแรกแล้ว
ไทก้าใช้ย่นระยะเข้าโจมตีในหลายทิศทางอย่างต่อเนื่อง แต่กลับสร้างบาดแผลให้กับอสูรนาคาได้เพียงเล็กน้อย ทั้งความต่างทางด้านพลังยังทำให้ไทก้าเสียเปรียบเป็นอย่างมาก
เปรี้ยง!
แรงเตะของอสูรนาคาส่งไทก้าลอยออกไปอีกครั้ง
อัก!
ก่อนจะตามด้วยอาคมคลื่นน้ำรูปร่างคล้ายงูซัดไปยังไทก้าอย่างเต็มแรง
โฮกกกก!
ตู้มมมมม!
ไทก้าไม่มีเวลาให้ลังเลแม้แต่น้อยเรียกอาคมกำแพงดินขึ้นมาต้านรับไว้ถึงห้าชั้นในคราวเดียว
ครืนนนนนนนน!
ตู้มมมมม !
ไทก้าหอบหายใจเล็กน้อยแม้ว่าการใช้อาคมแห่งเวลาจะย้อนกลับพลังจิตได้ แต่มันกลับสิ้นเปลืองสมาธิเป็นอย่างมาก
"ต้องเร็วกว่านี้ และรุนแรงกว่านี้"ไทก้าพยายามรีดเค้นพลังกาย ใจ และจิตออกมาอย่างสุดกำลังก่อนจะพุ่งเข้าไปโจมตีอีกครั้ง
ย้ากกกกก!
ในตอนนี้ไทก้าได้ทุ่มพลังทั้งหมดออกมาสร้างหอกพสุธาขึ้นและส่งเข้าไปโจมตีอีกครั้ง ทั้งยังเพิ่มความเร็วมากยิ่งขึ้นจนเกินขีดจำกัดของร่างกาย
ฟิ้วว!
ความเร็วของหอกพุ่งไปยังอสูรนาคาอย่างรวดเร็ว จนอสูรนาคายังรับรู้ได้ถึงความเร็วและพลังทำลายอันมหาศาลในหอกนั้นจึงต้องหลบไปด้านข้างในทันที
ไทก้าไม่รอช้าเรียกกระบี่พิรุณออกมาหนึ่งเล่มและใช้อาคมผกผันดึงความร้อนออกจากกระบี่จนกลายเป็นน้ำแข็งที่เย็นสุดขั้วยากจะทำลาย ทั้งยังเพิ่มความเร็วของย่นระยะถึงขีดสุดใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าไปแทงกระบี่ในทันที
ฉัวะ!
กระบี่พิรุณที่มีความเย็นสุดขั้ว ได้ปักเข้าไปยังร่างของอสูรนาคา ก่อนที่มันจะร้องออกมาอย่างรุนแรงด้วยความเจ็บปวดและพยายามดึงออกอย่างสุดแรง แต่ด้วยความเย็นของกระบี่พิรุณที่ปราศจากความร้อนทำให้ตัวกระบี่นั้นทั้งแข็งและยังดูดความร้อนจากภายนอกจนไม่สามารถดึงกระบี่ออกมาได้
โฮกกกกกก!
อสูรนาคาในตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น มันได้กลับร่างเป็นงูยักษ์มีหงอนดังเดิม ทั้งยังจ้องมองไปยังไทก้าด้วยดวงตาสีแดงของมันก่อนจะทำการพ่นไฟและโจมตีไทก้าอย่างต่อเนื่อง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
พื้นที่โดยรอบต่างเต็มไปด้วยหลุมและรอยไหม้จากการโจมตีของอสูรนาคาที่กำลังอาละวาดด้วยความโกรธแค้นในทันที