เทียนคงเพิ่งได้มีเวลาดูดาบเล่มนี้ที่ซื้อมาอย่างจริงจังก็ตอนนี้แม้จะมอบดาบตัวจริงให้เอวันไปแล้ว แต่ข้อมูลที่สแกนไว้นี้ก็แทบเก็บข้อมูลทางกายภาพของดาบมาไว้หมดแล้วทุกอณู
เขาหมุนภาพโฮโลแกรมขยายเข้าออกอยู่พักใหญ่ จากนั้นจึงหลับตาเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลใหม่ที่มีกับข้อมูลที่บันทึกในคลังความรู้ของเขาว่ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกันหรือไม่
แม้เทียนคงจะสามารถนำข้อมูลบางส่วนในหัวออกมาได้แล้วอัพโหลดไว้ที่เอวัน แต่นั่นก็เพียงส่วนหนึ่ง ประมาณ 1 ใน 100 ส่วนที่เขามีเขาจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องทบทวนด้วยตัวเองอีกครั้ง และไม่นานเขาก็พบว่า ข้อมูลเรื่องอัญมนีที่เขามีนั้นไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมจากเอวันมากนัก
ดูเหมือนว่าเรื่องอัญมณีนพเก้านี้ในช่วงเวลาของการบันทึกข้อมูลที่เขามีก็ยังเป็นเรื่องใหม่ดังนั้นจึงยังไม่มีข้อมูลอะไร สิ่งที่มีจึงมีเพียงแค่ว่าอัญมณีนพเก้านี้มีอะไรบ้าง และสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นข้อมูลที่เทียนคงได้รับมาจากยุคปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ
เทียนคงจึงได้แต่ถอนหายใจเพราะเรื่องนี้เขาคงจะต้องใช้เวลาในการศึกษาด้วยตัวเองเสียแล้ว แต่ก็เอาเถอะเขาคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรและก็เป็นอย่างนั้น
เทียนคงใช้เวลาในการศึกษาเรื่องอัญมณีอยู่ราวเดือนเศษตอนนี้เขาสามารถสร้างอาวุธติดอัญมณีได้แล้วและก็พบว่าการติดตั้งอัญมณีลงไปในอาวุธนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยแต่ส่วนที่ยากนั้นคือการหาอัญมณีที่มีคุณสมบัติตามความต้องการของอาวุธและผู้ใช้มากกว่า
อย่างที่ทราบกันคือ ผู้ใช้พลังนั้นแบ่งออกเป็นสามสาย คือ ส่งเสริม ควบคุม และรักษา ซึ่งแน่นอนว่าอัญมณีเองก็สามารถแบ่งออกเป็นสามสายนี้ได้เช่นเดียวกันโดยเทียนคงได้รวบรวมข้อมูลแล้วจัดหมวดหมู่ได้ดังนี้
1. เพชร สีขาวใส สายส่งเสริม เสริมความแข่งแกร่ง
2. ทับทิม สีแดงสด สายส่งเสริม เสริมกำลัง
3. ไพฑูรย์ หลากสี สายส่งเสริม คุ้มครอง
4. บุษราคัม สีเหลืองใส ควบคุม ทำให้หลงไหล
5. เพทาย สีแดงสลัว ควบคุม เตือนภัย
6. โกเมน สีแดงแก่ รักษา เพิ่มอายุขัย
7. ไพลิน สีหมอก รักษา เพิ่มพลังชีวิต
8. มรกต เขียวใส รักษา สร้างชีวิตใหม่
9. มุกดาหาร สีไข่มุก ทั้งสามสาย พลังบริสุทธ์
จะเห็นว่าไม่ใช่ทุกอัญมณีจะเหมาะกับการตีใส่อาวุธบางอัญมณีเหมาะกับการตีใส่ชุดเกราะมากกว่า และบางอัญมณีเหมาะที่จะใช้ประโยชน์โดยตรง โดยที่ไม่ต้องไปตีใส่อะไร
ซึ่งแต่ละอัญมณีก็ใช่ว่าจะมีความสามารถเพียงแค่ในรายการอย่างเช่น เพทาย ที่นครวิหคครามใช้เป็นอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และบันทึกภาพที่ความสามารถทั่วไปคือการ เตือนภัย
ดังนั้นเพทาย ที่พบ ไม่ใช่ว่าทุกก้อนจะสามารถบันทึกภาพ หรือจับการเคลื่อนไหวได้แต่ส่วนใหญ่ที่พบคือ สามารถเตือนภัยให้ผู้ถือได้ซึ่งคำว่าเตือนภัยนี้ก็กว้างเอามาก ๆ ที่พบได้เป็นปกติก็คือ เพทายจะส่องสว่างผิดปกติ หรือแตกร้าว เมื่อผู้ถือครองกำลังจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เพราะงั้นในธรรมชาติการจะหาอัญมณีที่มีคุณสมบัติตามที่ผู้ใช้ต้องการนั้นยากเสียยิ่งกว่ายากดังนั้นแล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจเลย ที่ดาบเล่มที่เทียนคงซื้อมานั้นจะแพงเอาเรื่องแม้ว่าจะไม่ถูกโกงราคา มันก็ยังแพงอยู่ดีเมื่อเทียบกับอาวุธธรรมดาที่ไม่ได้ตีอัญมณีเข้าไป
ขนาดว่าอัญมณีที่ตีใส่ดาบเล่มนี้นั้นคือทับทิมแต่ทับทิมที่ว่านี้ก็มีหลายระดับ และระดับที่ตีใส่ดาบนี้เป็นเพียงระดับ 1ระดับต่ำสุดที่หาได้ทั่วไป ความสามารถของมันก็ตรงตัว คือการเสริมกำลังให้กับอาวุธ
ซึ่งการเสิรมกำลังนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นผู้ใช้ระดับใดด้วยอย่างดาบเล่มนี้ เป็นอาวุธอัญมณีระดับ 1 ดังนั้นจึงเหมาะกับนักรบที่มีพลังระดับ 3หรือระดับสูง หากนักรบระดับต่ำใช้ ก็จะดึงประสิทธิภาพออกมาได้ไม่มากพอแต่หากเป็นนักรบระดับสูงกว่านั้นอาวุธเล่มนี้ก็จะไม่สามารถรองรับพลังของผู้ใช้ได้อีกต่อไป
ก็คืออาวุธเล่มนี้จะแสดงศักยภาพสูงสุดได้ที่ระดับสูงหรือมากกว่าเล็กน้อยเท่านั้นไม่ว่าผู้ใช้จะใส่พลังไปมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้จะเท่าเดิมนี่เองจึงเป็นข้อเสียของอาวุธที่ติดตั้งอัญมณีเพราะพลังที่แสดงออกมาได้จะขึ้นอยู่กับระดับของอัญมณีที่ติดตั้งด้วย
ดังนั้นแล้วการเลือกใช้อาวุธอัญมณีนั้นจึงมีความสำคัญกับนักรบเป็นอย่างมากหากว่าไม่สามารถหาอาวุธอัญมณีที่มีพลังทัดเทียมกับตัวเองแล้วล่ะก็หาอาวุธธรรมดามาใช้ยังจะดีกว่า ทั้งหาง่ายกว่า และถูกกว่าเอามาก ๆ
เมื่อเข้าใจการใช้งานอัญมนีกับสิ่งต่างๆแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการหาแหล่งอัญมณีเพื่อนำมาใช้งานเทียนคงได้ข้อมูลจากเซียนอินมาว่า ที่ดาววิหคครามนี้ เมืองที่ทำหน้าที่ในการหาอัญมณีแล้วส่งให้นครวิหคครามก็คือเมืองอัญมณีสามสี ที่เอ็ดเวิร์ดถูกพบและถูกจับนั่นเองเป็นเมืองที่อยู่ติดกับเมืองเพฌฆาตอสูรอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจากนครวิหคคราม
ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าอัญมณีจะสามารถหาได้จากเมืองอัญมณีสามสีนี้เท่านั้นเมืองอื่น ๆก็พบได้เช่นกัน เพียงแต่ว่ามันน้อยกว่ากันมากเท่านั้นเองอย่างในย่านโรงหลอมอาวุธของเมืองประกายเงินนี้ก็สามาถพบเห็นได้บ้างซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็น ไพลิน ระดับหนึ่ง ที่พบได้ทั่วไปทุกที่ของดาวเคราะห์เพราะเป็นแหล่งสะสมพลังชีวิตของดาว จึงไม่แปลกที่จะพบเห็นได้ทั่วไป
แต่จะหาอัญมณีชนิดอื่นๆนั้นเป็นเรื่องยาก ซึ่งที่เมืองอัญมณีสามสีนั้น สามารถพบได้อีกสามชนิด คือ ทับทิมเพทาย และโกเมน เป็นอัญมีณีสีแดงทั้งหมด แต่คนละเฉดสีเมืองนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองอัญมณีสามสีในที่สุด
และพอศึกษาเรื่องอัญมณีเทียนคงจึงได้ทราบอีกเรื่องที่ไม่คาดคิด ก็คือที่จริงแล้วสาเหตุที่เมืองประกายเงินถูกเมินไปก็เพราะการค้นพบอัญมณีทั้งสามชนิดนี้ที่ดาววิหคครามนั่นเอง
แต่เดิมการตั้งรกรากที่ดาววิหคครามของมนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์ก็เพื่อแร่เงินแต่พอค้นพบอัญมณีทั้งสามชนิดนี้ ความสำคัญของแร่เงินจึงค่อย ๆลดทอนลงไป จนกลายเป็นส่วนเกินที่ไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่เพียงแค่ผลิตเพื่อส่งให้ครบกำหนดที่จักรวรรดิวิหคทองต้องการก็เพียงพอแล้วไม่ได้มีการพัฒนาอะไรเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดอีกเลยดั่งที่เห็น
คุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของอัญมณีนพเก้าที่น่าทึ่งก็คือการหลอมรวมเพื่อยกระดับ ซึ่งต้องพึ่งฝีมือของนักเล่นแร่แปรธาตุที่เป็นอีกหนึ่งวิชาชีพที่ต้องการใบรับรองอาชีพไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะรับหลอมรวมอัญมณีเพราะการหลอมอัญมณีนั้นโอกาสในการสำเร็จแต่ละครั้งน้อยมาก ๆ
จึงมีการตั้งสำนักนพเก้าขึ้นมาสำหรับการเรียนรู้และถ่ายทอดการหลอมอัญมณีโดยเฉพาะ จนในที่สุดก็กลายเป็นการออกใบรับรองให้กับผู้ใช้พลังที่ผ่านการเรียนรู้จากสำนักนพเก้าจนกลายเป็นธรรมเนียมว่า ผู้ใช้พลังที่มีใบรับรองเท่านั้นจึงจะสามารถหลอมอัญมณีได้ซึ่งเอาจริง ๆจะเป็นใครก็ได้ที่จะหลอม กฏหมายไม่ได้บังคับแต่อย่างใด
การที่จะหลอมอัญมณีนั้นจะต้องเป็นผู้ฝึกพลังสายควบคุมที่อย่างน้อยต้องมีพลังระดับเชี่ยวชาญ ถึงจะสามารถหลอมอัญมณีระดับ 1 ให้เป็น ระดับ2 ได้ และการจะหลอมอัญมณีในระดับที่สูงขึ้นไปแน่นอนว่าระดับพลังและความรู้ความเข้าใจก็ย่อมต้องมากขึ้นเรื่อย ๆ
และจากระดับพลังของผู้ใช้พลังที่ดาววิหคครามนี้การจะหาคนที่หลอมอัญมณีได้นั้น น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยนับว่าใครที่เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่มีใบรับรองจากสำนักนพเก้าล่ะก็จะเป็นคนที่ทำเงินให้กับตัวเองได้อย่างมหาศาลเลยล่ะ
ซึ่งนี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับเทียนคงไม่ใช่ว่าเทียนคงอยากที่จะร่ำรวย แต่การจะทำอะไรก็แล้วแต่ในสังคมมนุษย์จำเป็นต้องมีเงินในการขับเคลื่อน ยิ่งต้องการไปอยู่จุดที่สูงเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งใช้เงินมากเท่านั้น
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพียงแค่มีเงินแล้วทุกอย่างจะดำเนินไปได้ และสำเร็จ แต่เงินถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบหลักที่ขาดไม่ได้ก็เท่านั้น
เมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องลงมือทันที เทียนคงไม่ปล่อยให้เวลาของตัวเองเสียเปล่า เขาจึงเตรียมตัวที่จะเดินทางอีกครั้งและในครั้งนี้เป้าหมายคือเมืองอัญมณีสามสีเขาอยากไปดูให้เห็นว่าการผลิตและการซื้อขายอัญมณีนั้นที่ดาววิหคครามทำกันอย่างไร
และเป้าหมายต่อไปคือเมืองตระกูลกัวสาขาสอง ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของสำนักนพเก้าสาขาดาววิหคคราม ซึ่งมีแค่ที่เดียวเท่านั้นที่ดาวนี้สาเหตุที่ทำไมถึงมีสาขาเดียว คงต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองถึงจะทราบได้ และแน่นอนว่าสิ่งสำคัญในการไปสำนักนพเก้าก็คือใบรับรองการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุนั่นเอง
ระหว่างที่เทียนคงเริ่มศึกษาอัญมณีนพเก้าเขาก็ใช้เวลาส่วนมากอยู่แต่ในห้องทดลองของเขาแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่แบ่งเวลาไปทีอย่างอื่นเลย แน่นอนว่าอันดับแรกสุดก็คือเขาต้องหาเวลาอธิบายเรื่องเอ็ดเวิร์ดกับเซียนอินเพราะเขาไม่ต้องการมีเรื่องปิดบังอะไรกับนาง
ดังนั้นแล้วเพียงสามวันนับจากกลับมาจากนครวิหคครามเทียนคงก็จัดแจงให้เซียนอินได้พบกับเอ็ดเวิร์ดและใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ได้พบองค์หญิงสามแห่งนครวิหคครามโดยบังเอิญจากนั้นจึงได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จนนำไปสู่การช่วยเหลือเอ็ดเวิร์ดออกมา
แน่นอนว่าเทียนคงยังคงไม่ได้พูดถึงเรื่องการทดลองหาสายเลือดผสมสมบูรณ์ของนครวิหคคราม เพราะเรื่องนี้ไม่รู้จะดีกว่าพอทุกคนได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็ได้แต่อ้าปากค้างเพราะเรื่องที่เทียนคงเล่านั้น หากเป็นคนอื่นเล่า คงไม่มีใครเชื่อแต่นี่ออกมาจากปากของเทียนคง ซึ่งก็เห็น ๆอยู่ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง
แต่แม้จะเชื่อสามพี่น้องก็มีคำถามในใจอยู่มากมายที่ไม่ได้ถามออกไป หนึ่งคือพวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะถามอะไรได้แค่ชายหนุ่มคนนี้ช่วยพวกเขาเอาไว้ทั้งสามคน ก็มากเกินพอแล้วที่เหลือเขาจะบอกหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ได้แต่คาดหวังคำตอบ แต่ไม่อาจตั้งคำถาม
แต่ไม่ใช่กับเซียนอินนางเห็นแล้วว่าเทียนคงไม่ได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง นางจึงลากเทียนคงไปยังตำหนักของนางเพื่อเค้นถามเอาอีกรอบ โดยเฉพาะเรื่ององค์หญิงสาม ....