เมื่อทุกคนเข้ามาด้านในเกาเทียนก็หลอมโลหะปิดประตูหน้าต่าง
ด้านในเงียบจนเย็น ไฟที่ผับแห่งนี้ถูกตัดไปแล้วเกาเทียนจุดไฟที่ปลายนิ้วของเขา ทำให้เห็นว่าชั้นนี้เต็มไปด้วยรถเกาเทียนตรงไปที่ตู้เก็บกุญแจรถอย่างคุ้นเคย ด้านในมีรถคันใหญ่หลายคันเหมือนพึ่งถูกส่งมาอย่างที่เกาเทียนบอกเอาไว้
เขาพาทั้งสองไปที่รถคันหนึ่งตอนนั้นมีเสียงเคลื่อนไหวมาจากในมุมมืด ทั้งเสียงคำรามต่ำ ๆ
กรร กรร
ไม่นานก็ปรากฏหมาตัวใหญ่ที่เวลานี้มีเขี้ยวงอกดวงตาของมันแดงก่ำ น้ำลายไหลเป็ทางยาว ตัวของมันมีขนาดใหญ่กว่าหมาพันธุ์ปกติแม้ร่างจะซูบผอมจนเห็นกระดูก แต่ก็เห็นชัดว่าตัวมันแข็งแกร่งมาก
“เพราะพี่แจกอาหารหมาตอนนี้หมาเลยมาขอกินแล้วไหมล่ะ” เฮ่อจื่อชงโวยวาย
“...” เกาเทียน
ซือหย่าได้แต่สงสัย “อาหารแบบไหน ขนาดเรียกหมามาได้”
“ซือหย่าฝากกุญแจ แล้วเอารถคันใหญ่เข้ามิติก่อน”เกาเทียนบอก สีหน้าเคร่งขรึม ก่อนกางมือออก จนมีไฟออกมา
แม้่แรกของการระบาดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ซอมบี้จะเคลื่อนที่ช้า แต่ซอมบี้สัตว์นั้นแตกต่างจากซอมบี้คน เพราะมันยังหลงเหลือสัญชาตญาณนักล่าอยู่ยิ่งหมาเฝ้าที่ถูกเลี้ยงด้วยเนื้อสด ๆ อย่างเ้าพวกนี้
หมาตัวนั้นเคลื่อนที่หลบด้วยว่องไว กระโจนขึ้นไปเกาะที่บนผนังก่อนพุ่งเข้ามา ปากของมันอ้าปาก มีโลหะคมกริบพุ่งออกจากปากของมัน
เกาเทียนหลบไม่ทันได้แต่ใช้พลังเบนโลหะพวกนั้นออกไปด้านข้าง
ปัก !
“ซอมบี้สัตว์ธาตุเหล็ก รีบขึ้นไปบนรถ” เกาเทียนกางมือสองข้าง ไฟขนาดใหญ่ก็ก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือ เขาซัดไฟออกไปเป็คมมีดที่ตัดผ่านอากาศได้ หมาซอมบี้ก็กระโจนหลบ
ตอนนั้นซือหย่าเก็บรถทั้งหมดเข้าไปในมิติ ก่อนสองคนจะขึ้นไปบนรถที่เกาเทียนบอก
พอขึ้นรถ ทันได้เห็นว่า เกาเทียนรวมไฟขนาดใหญ่เป็กังหันไฟหมุนติ้ว ๆ พุ่งออกไป ตัดเข้าที่่คอ ไม่รู้หมาซอมบี้อีกตัวโผล่มาจากไหนมันกระโจนเข้ามาหักเหทิศทางกังหันไฟ หมาตัวแรกเลยรอดไปได้จากนั้นซอมบี้หมาทั้งสองตัว ก็แยกกันจู่โจมคนละทิศตามสัญชาตญาณ
ซือหย่าเห็นภาพนั้น เธอถึงกับเกร็งไปทั้งตัว
เกาเทียนกำลังคิดว่าด้านหนึ่งเขาจะใช้ไฟอีกด้านเขาอาจจะใช้กำแพงโลหะ แต่คิดอีกที ชนะง่ายแบบนี้ดูจะไม่เรียกคะแนนสงสารนักหรือเขาควรแกล้งลื่นล้มสักหน่อย
ขณะที่ครุ่นคิดเถาวัลย์เล็ก ๆ น่ารักที่ติดตามทั้งหมดเก็บคริสตัลมาตลอดทางก็เลื้อยมาอยู่ข้างหลังเกาเทียนแล้วขยายขนาดขึ้น ก่อนฟาดเถาลงบนตัวหมาซอมบี้
เวลานั้นเกาเทียนบังคับโลหะพุ่งออกไปเ้าหมาตัวนั้นเสริมเนื้อของมันด้วยโลหะ โลหะของเขาเลยเจาะไม่ได้ถ้าพูดเื่ประสบการณ์เกาเทียนมีประสบการณ์โชกโชน แต่ถ้าพูดเื่ระดับพลังเขายังสู้มันไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรับมือไม่ได้เลย
เขาเพ่งสมาธิบิดเกลียวโลหะเป็สว่านแล้วพุ่งใส่ซอมบี้หมา แต่มันเหมือนจะไม่สะท้าน มันแยกแสยะปากจนเห็นฟันซี่แหลมคมก่อนที่ซอมบี้หมาตัวนั้นจะทันรู้ตัว โลหะเล็ก ๆ ก็พุ่งผ่านอากาศมาด้วยความเร็วปักเข้าที่ตาของมัน
เสียงคำรามดังก้อง
กรร
ขณะที่การต่อสู้ดุเดือดเกาเทียนจำได้ว่าในนี้มีสุนัขทั้งหมดสามตัวอีกตัวหนึ่งมันต้องซุ่มอยู่แถวนี้เพื่อรอโจมตีเวลานี้เขาจะได้เวทีในการแสดงแผนพลาดให้สาวเห็นใจ แต่ถ้าเธอไม่ช่วยหรือเฮ่อจื่อชงไม่ลงมือ นาทีสุดท้ายเขาจะหลอมร่างของเขาเป็ไฟ
แม้ชาติที่แล้ว เขาจะไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอารถสำหรับเดินทาง เวลานั้นเขาอาศัยขอติดรถคนอื่นไปเรื่อย ๆ
แต่ก็พอรู้ว่าหมาซอมบี้ที่นี่มันหลุดออกไปและอาละวาดแถบนี้จนต้องทิ้งบอมบ์ที่นี่
และก็จริง เวลานั้นในเงามืดมีเสียงหอบหายใจ และหยดน้ำลายที่รินไหลดวงตาสีแดงก่ำที่จ้องผ่านความมืดมา ก่อนมันจะพุ่งออกมาขณะที่เถาวัลย์กำลังจัดการซอมบี้หมาตัวหนึ่ง ด้านข้างอีฝั่งของเกาเทียนเปิดโล่ง
“มันมีซอมบี้หมาอีกตัว” แย่แล้วเฮ่อจื่อชงปลดปล่อยพายุฝนเข็มลอยพุ่งออกไป
เกาเทียนกำลังจะหลอมร่างของเขาเป็เปลวเพลิง รู้ตัวอีกทีเขาก็เข้ามาในมิติหนึ่งในนี้มีเพิงเล็ก ๆ มีกล่องลังสินค้า สวนผลไม้ สวนผัก เล้าไก่ เล้าเป็ด คอกหมูแม้แต่กรงง่ายๆ ที่ขังนกกระทา ทุ่งข้าวเหลืองอร่าม
หรือนี่คือมิติลับของซือหย่า ?
ก่อนเขาจะหลับตาลืมตาอีกทีก็มาอยู่ด้านในรถ ตำแหน่งคนขับด้านนอกเถาวัลย์ก่อตัวขึ้นจนแน่นขนัด ปิดกั้นพวกเขาจากซอมบี้หมา
“พี่เกาที่หายตัวได้” เฮ่อจื่อชงเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“เรารีบออกจากที่นี่ก่อนเถอะค่ะ” ซือหย่าตัดบท เธอยังไม่หายใเลย ภาพเกาเทียนคนยุค 70 ที่ถูกหมูป่าพุ่งชนจนลอยละลิ่วยังติดตาเธออยู่เลย
เธอกลัวว่าเกาเทียนคนนี้จะหายไปเช่นกันเลยไม่รู้ว่าดึงเกาเทียนเข้าไปในมิติได้อย่างไร
เกาเทียนสตาร์ตเครื่องก่อนจะบังคับโลหะพุ่งนำออกไปแล้วทำลายประตูตรงทางออก ด้านนอกมีซอมบี้อยู่ไม่น้อย ซากโลหะที่เริ่มรวมกันพุ่งออกไปตามรายทางกวาดซอมบี้ออกขณะที่รถวิ่งออกไป
และที่ติดตามมาคือเถาวัลย์ที่ทำหน้าที่เก็บคริสตัลเหมือนชอปปิงของลดราคาพอรถวิ่งออกมาสักพัก เกาเทียนหันมามองซือหย่า
“มิติ ? ”
“ค่ะ” ซือหย่าพยักหน้า
ตอนนี้ก็ยืนยันแน่ชัดแล้วว่า เธอสามารถพาคนอื่น ๆ เข้าไปในมิติได้
จากนั้นตลอดการเดินทางทุกคนต่างก็เงียบเกาเทียนพารถกลับมาจนถึงชุมชนที่อยู่ ขับผ่านประตูทางเข้าชุมชน เข้าไปในซอยด้านหลังมีซอมบี้ตามมาเป็ฝูง พอเข้ามาถึงเขาก็เลี้ยวเข้าไปในประตูไม้นำรถไปจอดที่ลานกลางบ้าน
ปูเฮ่อรออยู่ในบ้านอย่างไม่สบายใจนัก เพราะคนออกไปไม่แน่ว่าจะได้กลับมาพอมีรถแล่นผ่านรั้วไม้เข้ามา ก็เริ่มสบายใจ เข็นรถเข็นมาต้อนรับทั้งสามเผื่อต้องรักษาาแจากการออกไปข้างนอก
เฮ่อจื่อชงที่ได้ออกไปวาดลวดลายพลังมา กระโจนลงมาจากรถทั้งคุยโม้เื่สู้กับซอมบี้ และอวดเื่ที่เขาได้ขี่รถ
ขณะที่เมื่อลงจากรถ เกาเทียนก็คว้าแขนของซือหย่า “ปะ ! ไปคุยกันหน่อย”
เขาพาซือหย่ามาในห้องแล้วปิดประตูก่อนจะหันมามองเด็กสาวใบหน้าใสซื่อ
“อย่าพาใครเข้าไปในมิติแบบนั้นอีกไม่รู้หรือไงว่าไว้ใจใครไม่ได้”
“ฉันไว้ใจคุณ”
หัวใจของเกาเทียนเต้นแรง เขาที่ถูกแฟนหักหลังมา ถูกเพื่อนหักหลังซ้ำๆ แต่พายุฝนเข็มของเฮ่อจื่อชงที่พุ่งออกมาเพื่อจัดการซอมบี้หมา ตอนที่เขาพลาด และซือหย่าที่ดึงเขาเข้าไปในมิติมันทำให้จิตใจหยาบกระด้างของเขาอ่อนโยนลงนิดหนึ่ง
เกาเทียนที่เป็โคชจีบสาวในจินตนาการเมื่อชาติก่อนเวลานี้รู้สึกเหมือนเด็กไม่ประสา กระแอมไอ แถมอบรมไปสักหน่อย “ฉันรู้แหละนังหนูว่าหน้าฉันชวนไว้ใจแต่ต่อไปอย่าทำแบบนั้นกับคนไม่รู้จักล่ะ”
ซือหย่าพยักหน้า ได้แค่คิดว่าปัญญาชนเกาช่างดีจริง ๆ
“พาฉันเข้าไปในนั้นอีกทีสิเราต้องวางแผนกันใหม่หมด”
ซือหย่าพาเกาเทียนเข้าไปในมิติพืชด้านในมีพื้นที่ขยายออกไปอีก ดังนั้นแปลงผัก แปลงนาเลยมากระจุกอยู่ที่เดียวบนต้นไม่มีผลไม้ดกเต็มต้น ที่แปลงนาเวลานี้ข้าวสุกหมดแล้วอีกมุมหนึ่งซือหย่าทำเป็ลานตากข้าว ตากผลไม้ ตากผัก บ่อน้ำที่ใช้รากธัญพืชขุดอยู่ด้านหลังเพิงเล็กๆ
“พวกนี้เธอทำ”
“ค่ะฉันใช้เวลา่เช้ามาปลูกผักลงแปลงนาไม่ได้ลำบากอะไรเลย ข้าวพวกนี้โตเร็วมากเมื่อวานพึ่งลงแปลงไปตอนนี้ก็ออกรวงอีกแล้ว”
“พื้นที่พวกนี้มีขนาดเท่านี้มาแต่แรกเลยเหรอ”
“ไม่ค่ะ ตอนที่ได้คริสตัลมา ต้นอ่อนจะดูดควันสีเหลืองออกไปจากนั้นพื้นที่จะขยายกว้างขึ้น ส่วนคริสตัลก็จะกองเอาไว้”
มิติลับแบบนี้ใน่ก่อน เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเขาทำงานกับกองทัพ กองทัพตรวจเพื่อเฟ้นหาคนที่มีพลังพิเศษทุกวันแม้แต่มิติลับก็ยังสามารถตรวจ และสแกนจนพบว่าเอาอะไรติดตัวมาบ้าง
“เคยคิดจะเอาบ้านเข้ามาในนี้ไหม”
ซือหย่าไม่ได้คิดเื่พวกนั้นเดิมทีก็เพียงอยากมีที่นาปลูกข้าวปลูกผักเท่านั้นเธอไม่คิดว่าโลกจะกลับมาโกลาหลกว่ายุคของเธอ โชคดีที่ในมิติยังมีพื้นที่ให้สานฝันสร้างคอมมูนแปลงนาได้
“ก่อนออกเดินทาง ฉันจะลองขุดบ้านหลังนี้เธอนะแม่หนู ลองควบคุมนำมันเข้ามาในมิติดูว่าพอทำได้ไหม ถ้าไม่ได้เราจะช่วยกันสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมา”
ในอดีตซือหย่าเคยมีคนมาเสนอบ้าน และครอบครัวอบอุ่นให้อยู่เหมือนกันแต่ไม่ได้อบอุ่น และหล่อแบบนี้ เวลานี้เพียงมองเธอก็ราวกับถูกปัญญาชนเกาคนนั้นมาเชื้อเชิญเธอไปเป็สะใภ้ในบ้าน
ใบหน้าก็แดงระเรื่อ
“บ้านไม่ได้สำคัญขนาดนั้นค่ะ ฉันแค่อยากทำแปลงนาปลูกผัก เลี้ยงสัตว์เท่านั้น”
“ฉันจำได้ว่าทางออกจากเมืองเอฟมีศูนย์เครื่องมือทางเกษตรตอนออกไปเราแวะไปเอารถแทรกเตอร์ ฉันจะช่วยเธอทำนาเอง”
ยิ่งเกาเทียนเอ่ยมากเท่าไหร่ หัวใจของซือหย่าก็มีท่าทีไม่เท่านั้นแบบนี้มันจะดีหรือ ปัญญาชนเกาเป็ใคร เธอเป็ใครเมื่อก่อนเธอเป็เพียงชนชั้นรากหญ้า ปัญญาชนเกาเป็ปัญญาชนจากในตัวเมือง
ยุคสมัยนี้เกาเทียนคนนี้ก็เป็ถึงชนชั้นผู้นำสกุลใหญ่โต
ไม่เป็ไร เดี๋ยวเธอดูแลเขาเองก็ได้
“ปัญญาชนเกาเื่พวกนี้ให้ชนชั้นแรงงานแบบฉันทำเถอะค่ะ ไม่ได้หนักหนาอะไรคุณเป็ปัญญาชนคงทนไม่ไหว”
เกาเทียนหน้าแดง ไม่มีคนห่วงใยเขาแบบนี้นานเท่าไหร่แล้วค่อยรู้สึกเหมือนว่าจะมีครอบครัว เป็ว่าที่พ่อ ว่าที่แม่หน่อย