หลังจากนั้นไท่ฟูเหรินก็ส่งชิงหย่ามาใกล้ชิดเฟิงหลงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอ้างว่านางให้ชิงหย่าทำของบำรุงร่างกายมาให้เฟิงหลงเพื่อเขาให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม
และนั่นก็ทำให้เธอกันชิงหย่าออกจากเฟิงหลงได้ยากขึ้นชิงหย่าใช้โอกาสนี้ตามดูแลเฟิงหลงตอนที่ไม่ได้อยู่เรือนกลางกับเธอไม่ว่าเฟิงหลงจะอยู่ส่วนไหนของจวนนางก็ตามไปเสนอไม่ขาด
นอกจากนี้ไท่ฟูเหรินยังพยายามดึงเฟิงหลงไปกินข้าวเย็นเกือบทุกวันและพยายามหาข้ออ้างต่างๆ นานากันไม่ให้เธอตามไปด้วย
ยังดีที่เฟิงหลงกลับมาหาเธอทุกคืนแม้ว่าหลายครั้งจะอยู่ในสภาพมึนงงจากสุราห้าบรรจบสูตรพิเศษจนเธอต้องช่วยเขาระบายความปรารถนาอันเข้มข้นของชายฉกรรจ์ออกเกือบทุกวัน
แม้แรก ๆ เฟิงหลงจะมีท่าทีระวังความใกล้ชิดกับชิงหย่าพอสมควรแต่พอเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ความคุ้นเคยก็ทำให้เฟิงหลงลดความระวังกับชิงหย่าลงอย่างเห็นได้ชัดเจน
และวันนี้ก็เหมือนกับทุกวันชิงหย่ายังคงอ้างคำสั่งของไท่ฟูเหรินบังหน้าและเอาใบชาบำรุงร่างกายกับของว่างมาดักรอเฟิงหลงที่กำลังจะไปทำงานเหมือนที่ทำอยู่ทุกเช้า
เธอยืนมองภาพความสนิทสนมของคนทั้งคู่ด้วยใจที่หนักอึ้งแต่พอได้เห็นแววตาเอ็นดูของเฟิงหลงที่มองชิงหย่าแล้วก็ได้แต่กัดปากแน่นเพราะเธอรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มตำหัวใจของเธอ
“องค์หญิง เราไปหานายท่านกันดีหรือไม่เจ้าค่ะ”แรงยุจากจื้อหลานทำให้เธอกะพริบตาเบา ๆ ไล่ความร้อนแผ่วที่ดวงตา ก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ล่ะเจ้าไปเตรียมชุดให้ข้าหน่อย ข้าจะไปโรงหมอ”
“แต่ว่า...”
“ไปทำตามที่ข้าสั่ง จื้อหลาน”น้ำเสียงเข้มดุของเธอทำให้จื้อหลานจำต้องล่าถอยออกไป
เธอหันกลับไปมองแผ่นหลังของเฟิงหลงที่กำลังเดินไปยังหน้าและเหลือบมองชิงหย่าที่ยืนยิ้มหวานอยู่ใต้ต้นไม้แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ถึงตอนนี้เฟิงหลงจะยังไม่ได้แสดงออกว่าเขาสนใจชิงหย่าในเรื่องชู้สาวหรือไม่อีกไม่นาน ไท่ฟูเหรินก็คงเอ่ยปากเรื่องรับชิงหย่าเป็นอนุ
ถึงตอนนั้นเฟิงหลงจะตอบรับหรือปฏิเสธกันนะ...
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆแล้วกำหมัดแน่นพลางกดความรู้สึกที่หนักหน่วงจนหายใจไม่ออกลง หรือว่า...มันถึงเวลาที่เธอต้องยอมรับความจริง!
เฟิงหลงกวาดตามองไปทั่วเรือนกลางที่ยังคงเงียบกริบแล้วขมวดคิ้วอย่างสงสัย
นี่องค์หญิงยังกลับจากโรงหมออีกหรือ?
เขาเดินวนไปรอบเรือนกลางก่อนที่จะมานั่งบนตั่งยาวในห้องรับแขกแล้วถอนหายใจยาวออกมา
ช่วงหลัง ๆ มานี้องค์หญิงหมิงจูดูเงียบไปถึงแม้ว่านางจะยังปฏิบัติกับเขาเหมือนเดิมแต่เขาก็รับรู้ได้ถึงกำแพงที่มองไม่เห็นและนับวันนางก็ยิ่งผอมลงเรื่อย ๆ
วันนี้เขาเลยตั้งใจกลับมากินข้าวเย็นเป็นเพื่อนนางแต่นางกลับไม่ยอมกลับจวนเสียนี่...
อันที่จริงเขาก็ไม่คิดเลยว่าแค่ช่วงเวลาหกเดือนที่เขาไปรบนางกล้าหนีออกไปเปิดร้านเครื่องประทินผิวกับโรงหมอจนกิจการมั่นคงได้ขนาดนั่น
นี่ถ้าเขาไม่เห็นว่าองค์หญิงชอบและเก่งด้านนี้เขาคงไม่ปล่อยให้นางไปตะลอน ๆ อยู่ข้างนอกแบบนั้นแน่
แต่การออกไปตะลอนข้างนอกจนลืมเวลาแบบนี้มันน่าโดนตียิ่งนัก ถึงเขาจะยอมหลับตาให้ข้างนึงแต่ก็ไม่ได้ว่าเขาจะยอมให้นางเล่นสนุกจนลืมสามีเช่นนี้!
เฟิงหลงเดินออกไปนอกเรือนกลางแล้วปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินไปยังเรือนใหญ่และเฝ้ารอให้องค์หญิงตัวแสบกลับมา
เวลาผ่านไปจนค่ำมืดร่างเล็กในชุดบุรุษคุ้นตาก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูเรือนกลางและก้าวเข้าไปในเรือนอย่างรีบร้อน
เขาตวัดตามองโม่เฉินที่เดินตามนางมาด้วยความไม่พอใจและส่งสายตาให้มู่เหยียนกันราชองครักษ์ออกส่วนเขาก็เดินกระโดดขึ้นไปบนหลังคาเรือนกลางแล้วเลื่อนกระเบื้องหลังคาตรงห้องนอนออก
“เร็วเข้า จื้อหลานเดี๋ยวท่านแม่ทัพใหญ่ก็จะกลับมาแล้วนะ”เสียงหวานที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นพร้อมกับเสียงในน้ำที่ตกกระทบพื้นอยู่ในห้องน้ำ
“องค์หญิง ข้าน้อยก็เร่งมือแล้วนะเจ้าค่ะแต่ท่านต่างหากที่ตรวจคนไข้จนลืมเวลา ข้าเรียกเท่าไร ท่านก็เอาแต่ผลัดจนกลับมาสายนี่ถ้าท่านหมอเจียหยวนไม่ทักท่านก็ไม่ยอมกลับ”
“เฮ้อ...ก็คนไข้เยอะนี่น่า นี่ถ้าข้าไม่ช่วยตรวจ พวกศิษย์พี่คงไม่ได้กินข้าว เอาน่า...เจ้าก็เลิกบ่นได้แล้ว ต่อไปข้าจะระวังให้มากกว่านี้ ไม่มีใครจับได้หรอกน่า”น้ำเสียงมั่นใจขององค์หญิงตัวแสบทำให้เขายิ้มเย็นออกมา
นี่เขาคงตามใจนางมากเกินไปแล้วซินะนางถึงกล้ากลับค่ำมืดขนาดนี้
ได้! ถ้าท่านคิดว่าข้าจะจับท่านไม่ได้ท่านก็หนีให้ได้ตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน!
ปวดเอวชะมัด!
เธอยกมือขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ พลางตวัดตามองคนผีทะเลที่กำลังแต่งตัวอย่างอารมณ์ดีด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ไม่รู้ว่าเมื่อคืนนี้ตาบ้านี่ไปกินอะไรมา ถึงได้ฟัดเธอจนน่วมขนาดนี้...
แล้วแบบนี้เธอจะเอาแรงที่ไหนไปตรวจคนไข้ นอนก็ไม่ได้นอน หลังก็ปวด เพราะตาบ้านี้แท้ ๆ
แต่แล้วจู่ ๆเฟิงหลงก็หันขวับมาหาเธอแล้วเลิกคิ้วคล้ายถาม ก่อนที่มือหนาลากเธอไปกอดแล้วกระซิบถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“เมื่อคืนกระหม่อมปรนนิบัติองค์หญิงไม่ดีหรือพ่ะย่ะค่ะให้กระหม่อมแก้ตัวตอนนี้ดีหรือไม่?” เฟิงหลงไม่เพียงแค่พูด แต่เขายังแนบตัวตนของเขาที่ร้อนรุ่มเข้ากับสะโพกเธออีกด้วย
ไม่จริงน่า... เขายัง...ไม่มีทาง!
เธอดิ้นให้พ้นมือพยัคฆ์ร้ายทันทีแต่ทว่าจมูกโด่งของเขากลับกดลงบนต้นคอเธอแล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอดจนเธอเบิกตากว้าง
“ที่ท่านแม่ทัพใหญ่ปล่อยข้านะ!”
“หึหึ น่าเสียดายที่วันนี้ข้าติดงานคงกลับจวนดึกแต่คืนนี้ข้าจะแก้ตัวใหม่ ท่านก็นอนกลางวันให้เยอะ ๆ เข้าใจหรือไม่? องค์หญิง...”
น้ำเสียงหมายมาดของเขาทำเอาเธอเสียวสันหลังวาบเพราะเมื่อคืนเขาก็แซ่บจนเธอแทบขาดใจแล้วแล้วถ้าคืนนี้แรงกว่านั้นอีก...
เธอตายแน่!
เธอผลักคนตัวโตออกทั้งที่ใบหน้านั้นร้อนผ่าวราวกับไฟก่อนที่จะวิ่งหนีไปไหนก็ได้พลางคิดถึงวิธีที่จะทำให้ตัวเองรอดจากมือเขาคืนนี้
แต่อัญญ่ากลับไม่ได้สังเกตเลยว่าสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนานั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจ้องเหยื่อตาไม่กะพริบและรอตะปบโดยที่เหยื่อไม่มีโอกาสแม้แต่จะคิดหนีด้วยซ้ำ...