บทที่ 43 นินพิมเปิดใจคุย
ที่ผ่านมานินไม่เคยมีความรู้สึกเรื่องรักๆ กับผู้หญิงมาก่อนแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไร้เดียงสาหรอกนะเพราะการที่เขาเป็นสายลับบางครั้งต้องแทรกซึมเข้าไปยังเป้าหมายด้วยทุกวิถีทางดังนั้นผู้หญิงของเป้าหมายก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการได้ข้อมูลของเป้าหมาย แต่ความรู้สึกรักหรือชอบแบบชายหญิงนั้นเขาไม่เคยมีมากก่อน แต่ตอนนี้นินใจเต้นมากเมื่อจองหน้าของพิมต้องบอกว่าพิมสวยจนตะลึงขนาดที่ผู้ชายอย่างเขายังต้องหวั่นไหวจริงๆ ทั้งสองจ้องตากันอยู่นานจนเสียงของฟักเรียกสติเขา
” ขอโทษขอรับพอดีมันมืดกระผมไม่เห็นก้อนหินคุณนินคุณพิมเป็นอะไรไหมขอรับ “เสียงฟักดังมาจากด้านนอกทั้งสองจึงรีบแยกกัน
นิน” ไม่เป็นไรระวังหน่อยแล้วกัน” นินนวดจมูกตัวเองพิมก็คลึงหน้าผาก
นิน” คุณเจ็บไหมยังไม่ได้ตอบผมเลย “พิมส่ายหน้า
พิม” ไม่เป็นไรนายล่ะเป็นไรไหม “นินส่ายหน้า
นิน “เจ็บนินหน่อยน่ะแต่สบายมาก” เขาส่งปิ่นคืนนาง
นิน “คุณปักเองดีกว่า” พิมมองเขา
พิม” ไม่อยากปักให้ข้าแล้วหรือ “นินมองพิมอย่างจริงจัง
นิน” คุณอยากให้ผมทำให้หรือ” พิมพยักหน้า
พิม “อืมม” นินจึงโน้มตัวไปอีกครั้งและครั้งนี้ก็ไม่ทำให้พิมผิดหวังพิมหยิบกระจกจากกล่องข้างๆ ขึ้นมาดูก็พยักหน้า
พิม “อืมมม แน่ใจนะว่าไม่เคยปักปิ่นให้ผู้หญิงอื่นมาก่อน” นินหน้ากระตุก
นิน “คุณเป็นคนแรกเลยจริงๆ” พิมพยักหน้า
นิน “ไม่สิคุณไม่ใช่ว่าหึงหรอกนะ” พิมกลอกตามองเขา
พิม “นายอยากโดนต่อยหรือ” นินหน้ากระตุกไม่รู้ทำไมเขาที่แกร่งกล้าขนาดนี้แต่พออยู่ต่อหน้าพิมเหมือนว่าความสามารถของเขาจะหายไปทั้งหมดอย่างนั้นผู้หญิงคนนี้มันอันตรายจริงๆ นินมองพิมอีกครั้ง
นิน “พิม “เธอเงยหน้ามองเขานินกล่าวต่อ
นิน “อีกไม่กี่วันเราจะหมั้นกันแล้วถ้าคุณไม่เต็มใจผมจะไปบอกลุงเอง” พิมขมวดคิ้ว
พิม “ทำไมนายไม่อยากหมั้นหรือ” นินพยักหน้า
นิน “ใช่หากผมจะต้องแต่งงานอย่างน้อยก็ต้องไม่ฝืนใจอีกฝ่ายสิ” พิมขมวดคิ้ว
พิม “รู้ได้ไงว่าข้าไม่เต็มใจ” นินชะงักไป
นิน “อย่าล้อเล่นน่าเราเจอกันแค่เดือนเดียวเองอีกอย่างผมก็ไม่ได้ดีขนาดที่ผู้หญิงอย่างคุณมาสนใจ” พิมเริ่มสนใจ
พิม “แล้วผู้ชายแบบไหนข้าถึงต้องสนใจ” นินคิดสักพัก
นิน “อย่างน้อยๆ ก็ต้องรูปงามมีความสามารถครอบครัวชาติตระกูลดีเช่นหมื่นเทพไงไม่ก็พวกคุณชายหน้าตาดีอย่างพวกหมื่นอินหรือหมื่นไวยพวกนี้กระมัง” พิมหน้ากระตุก
พิม “หากข้าสนใจพวกเขามีหรือที่ข้าจะยังไม่ออกเรือนจนถึงวันนี้” นินสีคางไปมา
นิน “นั่นก็จริงแต่ถึงอย่างไรผมก็แค่คนออกมาจากป่า” พิมหน้าตึก
พิม “คนมาจากป่าที่ไหนจะสามารถเขียนตำราเรียนได้แล้วก็อย่าหาข้ออ้างแบบนี้อีกมันไร้สาระข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือที่ผ่านมาข้าเคยแสดงความรังเกียจนายไหม” นินชะงักไป
นิน “เอ่อนั้นมัน “พิมยิ้มเย็นชา
พิม “พูดมาสิจะอ้างอะไรอีก” นินกล่าว
นิน “ทำไมล่ะปกติชนชั้นสูงไม่ได้ดูถูกคนบ้านนอกหรือ” พิมขมวดคิ้ว
พิม “ข้าไม่เหมือนคนอื่น” นินสีคางไปมาต้องใช้ไม้ตายผู้หญิงที่ไหนก็คงไม่ชอบผู้ชายขี้เกียจหรอกจริงไหม
นิน” ผมบอกไว้ก่อนนะว่าแม้ผมเหมือนจะทำอะไรมากมายแต่เป้าหมายของผมคือการเป็นปลาเค็มกินๆ นอนๆ แล้วก็เล่นไปวันๆ “พิมมุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้ม
พิม “เอาสิเวลาที่นายเล่นก็มักจะสร้างของน่าสนใจขึ้นมาทุกครั้งนี่ “นินหน้ากระตุกผู้หญิงคนนี้อันตรายจริงๆ ไม่ทันไรก็รู้ความคิดเขาแล้วใช่การเล่นของเขาคือการทำของแปลกๆ ขึ้นมาอย่างเช่นยาสีฟันหรือของอื่นๆ อีกหลายอย่างที่เขาวางแผนจะทำในอนาคต
นิน” คุณเอาจริง “พิมเอามือเท้าคางแล้วจ้องมองเขาด้วยดวงตาคมกริบ
พิม” บอกตามตรงข้าสบายใจถ้าเป็นนายที่หมั้นกับข้า “นินประหลาดใจ
นิน” ทำไมเล่าเธอไม่ได้ชอบฉันนี่ “พิมหรี่ตาลง
พิม” เพราะนายไม่อยากแต่งกับข้าไงการทรมานนายมันก็สนุกดี “แน่นอนว่าพิมไม่พอใจที่เขาพยายามจะยกเลิกการหมั้นทำอย่างกับนางขี้เหร่และน่ารังเกียจอย่างนั้นแหละอีกอย่างที่นางยอมหมั้นก็มีเหตุผลอยู่บ้างคนที่พ่อนางแนะนำอย่างน้อยจิตใจย่อมไม่เลวร้ายนางจึงยอมรับได้เร็วและหลังจากที่รู้จักกันมาหนึ่งเดือนนินเป็นคนที่นางอยู่ด้วยแบบไม่รู้สึกเบื่อหรือรำคาญเลย นินถึงกับหน้ากระตุก
นิน” คิดอยู่แล้วว่ายายนี่ร้ายกาจต้องการเอาชนะเขางั้นสินะ “พิมเก็บรอยยิ้ม
พิม” เรื่องนี้ตัดสินแล้วเราสองคนอย่างไรก็ต้องหมั้นกันช่วยทำตัวดีๆ หน่อยอย่าให้รู้นะว่าไปหอโคมเขียวอีก “นินหน้ากระตุก
นิน” นี่เธอรู้ได้ไงเดี๋ยวนะแอบส่งคนตามผมหรือ “พิมกลอกตา
พิม” ตามนายข้าไม่ทำเรื่องเสียเวลาแบบนั้นหรอกอย่าลืมว่าลุงย้อยไปส่งนายเมื่อวานพวกเขาคุยกันนินหน่อยก็รู้กันไปทั้งเรือนแล้ว “นินยิ้มแห้งๆ แอบด่าลุงย้อยในใจลืมไปว่าหน่วยข่าวกรองเต็มบ้านขนาดนี้
นิน” เข้าใจผิดแล้วผมไปส่งสหายที่นั่นเท่านั้นเอง “พิมกลอกตา
นิน” เดี๋ยวนะทำไมผมต้องเกรงใจคุณด้วยลูกผู้ชายอย่างผมทำอะไรทำไม่ต้องกลัวคุณด้วยเนี่ย…เหอะ…รู้ไหมว่าตอนนี้ผมฝึกพลังภายในแล้วนะ “พิมกลอกตา
พิม” อยากตายหรือกล้ามาขู่ข้า “นินหน้ากระตุก
นิน” ช่วยกลัวผมสักนิดได้ไหมเนี่ย “พิมหัวเราะในลำคอแล้วจ้องมองนอนด้วยสายตาคม
พิม” ข้าถามจริงๆ นะข้าไม่สวยหรือ “นินถึงกับอึ้งไปแล้วคิดเธอมีแผนอะไรหรือเปล่า
นิน “หมายความว่าอย่างไร” พิมยืดตัวขึ้นแล้วหาวออกมาท่าทางดูเซ็กซี่แบบไม่ได้ตั้งใจมาก
พิม “ก็แค่แปลกใจที่นายไม่ชอบข้าน่ะ” นินยิ้มเจ้าเล่ห์มองนางนี่นางคงภูมิใจกับความสวยมากสินะได้เลย
นิน “ใช่ไม่สวยสักนิดผมถึงไม่อยากแต่งงานไ…ง…โอ้ยยย “พิมเตะหน้าแข้งของเขา
นิน” เธอบ้าหรือไงเนี่ยผมเจ็บนะ “พิมทำหน้าตึงไม่มองหน้าเขาอีกตอนนี้เธอโกรธจริงๆ แล้ว
นินมองหน้าพิมที่โกรธเขารู้สึกมีความสุขขึ้นมาที่ได้เอาคืนเธอบ้างแล้วเขาแกล้งพูดขึ้นมาแบบไม่ตั้งใจ
นิน “วันนี้ผมคงไม่กล้ากินข้าวที่บ้านแล้วล่ะชีวิตผมอาจไม่ปลอดภัย “พิมกลอกตาไม่กล่าวอะไร ขบวนรถม้าจากบ้านท่านเจ้าคุณก็มาถึงที่ท่าเรือตามกำหนด พิมดำเนินตามขั้นตอนโดยมีนินคอยช่วยตลอด เว่ยหมิงเต๋อก็มาเช่นกันยังมีเรือจากจีนที่เขาต้องดูแลอีกสองลำ
นิน” พี่เว่ยเป็นอย่างไรบ้างหลับสบายไหม “เว่ยหมิงเต๋อหัวเราะ
เว่ยหมิงเต๋อ” แน่นอนๆ สบายตัวเชียวเสียดายต้องตื่นเช้าไม่อย่างนั้นวันนี้ข้าคงยังไม่ออกจากที่นั่น “นินหัวเราะนินเรียกพิมมาแล้วแนะนำ
นิน” ข้าจะแน่นนำให้ท่านรู้จังนี่คือพิมคู่หมั้นของข้า “เว่ยหมิงเต๋อถึงกับตกใจกับความงามของพิม
เว่ยหมิงเต่อ “มิน่าเล่าเจ้าถึงไม่เข้าหอโคมเขียวเพราะมีเสียสวยอย่างนี้เอง” นินยิ้มแห้ง
นิน “ที่สำคัญคือนางเป็นลูกสาวท่านเจ้าคุณเรืองนั่นแหละ” เว่ยหมิงเต๋อยิ่งหัวเราะที่ไม่เขาเพราะกลัวพ่อตานี่เอง
เว่ยหมิงเต๋อ “ฮ่าๆ เหมาะกับเจ้าแล้ว” เขารีบทักท่ายพิม
“แม่นางสวยมากยินดีที่รู้จัง” นินแปลให้ฟัง
พิม “เช่นกันเจ้าค่ะ” หลังทักทายกันพอประมาณก็ทำงานกันต่อ เมื่อเรือเทียบคนเรือจากของฝั่งจีนที่มาก็ส่งใบรายการให้ท่านเจ้าคุณตรวจสอบผ่านไปสักพักนินประหลาดใจ
นิน “นี่มันอะไรครับเขียนว่าแร่ดำ” เว่ยหมิงเต๋อยิ้มเจื่อนๆ
เว่ยหมิงเต๋อ “เราก็ไม่ทราบเหมือนกันแค่ลองเอามาขายดูที่จีนมีพวกมันมากเราเลยลองเอามาที่ไทยเพื่อรอกระจายไปยังประเทศอื่นๆ ดูว่าเพื่อว่ามีคนรู้ว่ามันเอาไปทำอะไรได้” นินสนใจขั้นมา
นิน “งั้นขอผมดูได้หรือไม่” เว่ยหมิงเต๋อพยักหน้าจากนั้นเขาก็พานินขึ้นเรือไปดูข้างบนเรือมีรังขนาดใหญ่เรียงเป็นตั้งอย่างกับภูเขาเว่ยหมิงเต๋อพานินไปยังหลังจุดที่เป็นแร่ดำแล้วให้ลูกเรือเปิดโกดังให้เขาดูเมื่อเปิดลังไม้ออกมานินก็ต้องประหลาดใจเพราะนี่แร่ที่มีสีดำเงา
นิน “แร่นี่มันดำได้ขนาดนี้เลยหรือ” เว่ยหมิงเต๋อหัวเราะ
เว่ยหมิงเต๋อ” ใช่น่ะสิเราลองเอาไปทำหมึกแล้วแต่ว่าคุณภาพแย่มาก “นินหยิบมันขึ้นมาดูจากนั้นความรู้เกี่ยวกับแร่นี้ก็เข้ามาในหัวของเขาจนปวดไปหมดเขารู้จักแร่นี่เขาเคยอ่านเจอในหนังสือแต่ยังไม่เคยเห็นของจริงทว่าของที่ทำจากมันเขาเคยใช้แล้ว เว่ยหมิงเต๋อเห็นท่าทางผิดปกติจึงถาม
” น้องชายเป็นอะไรไหม “นินส่ายหน้า
นิน” แค่เมาค้างน่ะครับ “เว่ยหมิงเต๋วหัวเราะ
เว่ยหมิงเต๋อ” ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง “เขาพานินมานั่ง
นิน” พี่แร่นี้ขายอย่างไรหรือ “เว่ยหมิงเต๋อประหลาดใจ
เง่นหมิงเต๋อ” น้องชายรู้หรือว่ามันใช้ทำอะไร “นินส่ายหน้า
นิน” ผมเอ็งก็ไม่มั่นใจแต่ว่ามันมีสีดำน่าจะเอาไปทำใส่ดินสอหรือไม่ก็สีย้อมผ้าได้กระมัง “เว่ยหมิงเต๋อส่ายหน้า
” เราลองทำสีย้อมผ้าแล้วแต่วิธีแบบเก่าได้ผลดีกว่าส่วนดินสอคงยากเพราะมันค่อนข้างเปราะอยู่นะ” นินพยักหน้าแน่นอนว่านินไม่ได้พูดความจริงเพราะแร่นี้มันคือแร่แกรไฟต์ที่สามารถนำมาทำได้หลายอย่างเช่นถ่านไฟฉายแต่นินต้องเก็บอาการดีใจไว้ สุดท้ายเขาก็หาจนเจอ
นิน” แร่พวกนี้มีเยอะหรือไม่ “เว่ยหมิงเต๋อส่ายหน้า
เว่ยหมิงเต๋อ” สองรังใหญ่เท่านั้น “นินขมวดคิ้วสองรับนี้รวมกันก็เท่ากับตู้คอนเทนเนอร์สองตู้เองน้อยไปจริงๆ
นิน” งั้นหรือผมว่ามันน่าสนใจดีเอาแบบนี้พี่ชายให้ผมสักสิบกิโลได้ไหม “เว่ยหมิงเต๋อผิดหวังที่นินซื้อน้อยไป
เว่ยหมิงเต๋อ” น้องชายสิบกิโลมันน้อยไปสักพันกิโลค่อยน่าเจรจาหน่อย “นินคิดว่ามีเหตุเขาหอบของมาหลายเดือนจะแบ่งขายเป็นกิโลมันก็แปลกๆ อยู่
นิน” แต่ผมเองยังไม่รู้เอาไปทำอะไรซื้อมากขนาดนั้นมันก็ไม่ไหว “ท่านเจ้าคุณเดินขึ้นมาเช่นกันเขามาตามนินคนเรือนำทางเขาขึ้นมา
” เอ็งอยู่นี่เอง” นินหันไป
นิน “มีอะไรหรือลุง” ท่านเจ้าคุณกล่าว
“เรือจากโปรตุเกสมาแล้วอยากให้เอ็งไปช่วยแปลหน่อย” นินพยักหน้ากำลังจะเดินไปท่านเจ้าคุณก็ถามขึ้น
“แล้วนี่เอ็งมาดูอะไรกัน” นินจึงกล่าวออกมา
นิน “ผมสนใจซื้อแร่น่ะสิแต่ว่าพี่เว่ยต้องการขายในปริมาณมากผมเองก็จนใจ “ท่านเจ้าคุณหน้ากระตุกให้เวรนี่กำลังแสดงไม่ใช่หรือ
” ไหนดูหน่อยว่าแร่อะไร “เขาเดินเข้าไปหยิบดูท่านเจ้าคุณก็ขมวดคิ้ว
” นี่มันเหมือนกับบนเขาที่พิมซื้อเลยไม่ใช่หรือ “นินหันกลับมา
นิน” ว่าไรนะ “ท่านเจ้าคุณเอาแร่ให้นินดู
” เอ็งเคยไปสำรวจมาแล้วนี้มีเขาลูกหนึ่งไม่มีต้นไม้ขึ้นไม่ใช่หรือเพราะมันมีแต่แร่พวกนี้ข้างในนี่แหละ “นินตกตะลึงที่แท้เขาลูกนั้นที่เขายังไม่ได้ไปสำรวจคือเหมืองแร่แกรไฟต์นี่เองแบบนี้ต้นทุนลดลงไปหลายเท่าเลย
นิน “มีเยอะไหมลุง” ท่านเจ้าคุณพยักหน้า
“เขาทั้งลูกเลย” นินแอบดีใจเขาหันมาหาเว่ยหมิงเต๋อ
นิน “งั้นผมขอคิดดูก่อนนะครับพันกิโลมันมากไปจริงๆ “เว่ยหมิงเต๋อพยักหน้าเข้าใจเพราะของที่ยังไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไงหากซื้อจำนวนมากนั้นก็เท่ากับเอาเงินมาทิ้ง
“ไม่เป็นไรข้าเข้าใจ” นินยิ้ม
นิน” แต่ถ้าพี่ขายไม่ได้จริงๆ แล้วไม่อยากขนกลับไปข้าจะช่วยซื้อในราคาเกินทุนเล็กน้อยแล้วกันถือว่าช่วยพี่จะได้ไม่เสียเที่ยว” เว่ยหมิงเต๋อพยักหน้า จากนั้นนินก็ไปยังเรือของทางโปรตุเกสโดยสินค้าพวกนี้ส่วนมากจะเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนดินดำ กำมะถัน และสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น ผ้าแพรพรรณ กระจกส่องหน้า เรื่องประดับและเมล็ดพืช โดยทางโปรตุเกสมักจะแลกเป็นสิ่งของมากกว่าเงินเช่น ไม้กฤษณา ไม้จันทน์ ไม้ฝาง หนังสัตว์ นอแรด ดีบุก ตะกั่ว แน่นอนว่าปืนนี้หลวงเป็นผู้ซื้อได้แต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้วนินช่วยแปลให้สนทั้งสองฝ่ายและพากันเข้าไปคุยต่อในสำนักงานของกรมท่าเรือ
ด้านพิมก็น้ำของทั้งหมดลงในโกดังของทั้งจีนและโปรตุเกสหมดแล้วโดยแลกมากับผ้าและเครื่องประดับที่เป็นระดับสูง จากนั้นค่อยเอาของไปขายเป็นเงินอีกทอดหนึ่งนี่จะได้กำไลมากกว่าแลกเป็นเงินโดยตรง พ่อค้าจากสองประเทศพอใจกับสินค้าของพิมมากเพราะเอาไปขาที่ประเทศของพวกเขาราคาจะเพิ่มเป็นสองสามเท่าเลย
ฟัก” ของขนหมดแล้วขอรับ “พิมพยักหน้าแล้วมองไปรอบๆ
พิม” นินไปไหน “ฟักยิ้มออกมา
ฟัก “คุณนินเหมือนว่าจะขึ้นเรือของพ่อค้าจีนไปขอรับ” พิมพยักหน้า
พิม “งั้นก็ปล่อยเขาไปเถอะเราเตรียมตัวกลับกันนี่ก็จะบ่ายแล้ว” ทุกพยักหน้าส่วนรายได้ของพิมทั้งหมดวันนี้ขายเป็นเงินแล้วน่าจะประมาณหลักแสนแน่นอนว่าของยังนำออกมาขายไม่หมดยังเหลือส่วนที่ขายให้กับอังกฤษอีกเมื่อคราวที่แล้วพ่อค้าอังกฤษสนใจจึงสั่งทำไว้ห้าสิบชุดต้องบอกว่าพวกงานฝีมือชาวยุโรปนิยมมากราคาขายที่นั่นชุดละหลายพันบาดเลยทีเดียวเป็นของที่ชนชั้นสูงนิยมเล่นกันมากตอนนี้ปั่นราคาไปไกลแล้วอีกหน่อยของพวกนี้จะราคาแพงมากเมื่อพิมเลิกทำเครื่องลายคราม ในจังหวะที่พิมกำลังจะกลับนางเข้าไปในรถม้าแล้วนินก็กลับมาพอดีเขายิ้มถาม
นิน “เป็นอย่างไรราบรื่นหรือไม่” พิมกลอกตาใส่นางยังไม่หายโกรธเรื่องมืองเช้าแสร้งมองไปทางอื่นฟักจึงกล่าวออกมาแทน
ฟัง” เรียบร้อยขอรับท่านเขย “นินพยักหน้าแล้วมองพิม
นิน” จะกลับแล้วหรือ “พิมไม่ตอบแต่ไปขึ้นรถโดยไม่สนใจเขาฟักกระซิบ
ฟัง “นี่ท่านเขยไปทำอะไรผิดมากันแน่คุณพิมถึงได้โกรธขนาดนี้ “นินหัวเราะ
นิน” ไม่นะฉันไม่ได้ทำอะไรเลย “แน่นอนว่าฟักไม่เชื่อสักนิด
นิน” ไปเถอะฉันยังมีงานต้องทำเอานี่ไปด้วยกล่องนี้พวกนายเอาไปแบ่งกันกินสองกลองนี้เอาให้พิมบอกว่าฉันต้องช่วยงานพ่อตาคงกลับเย็นๆ” ฟักพยักหน้า นินจึงกลับไปที่สำนักงานของกรมท่าเรือ ส่วนพิมขึ้นรถม้าเมื่อนินไม่ขึ้นมาบ่าวคนสนิทจึงขึ้นมาด้วย ฟักเปิดประตูรถม้าแล้วส่งของให้ข้าวนางรับกล่องมาจากฟัก
พิม “เอามาข้าดูเอง” นางเปิดกล่องดูกล่องใหญ่มีขนมหวานสิบแปดช่องส่วนอีกกล่องเป็นพัดจีนลวดลายของดอกโบตั๋นสวยมาก มุมปากพิมยกเป็นรอยยิ้มข้าวแอบยิ้ม
ฟัก” ท่านเขยบอกว่าท่านต้องช่วยงานพ่อตาคงกลับพร้อมคุณพิมไม่ได้ขอรับ “พิมพยักหน้า
พิม” งั้นไปเถอะ “ขบวนรถม้าจึงเคลื่นออกจากท่าเรือ
ข้าว “หมู่นี้ของขวัญมาบ่อยน่ะเจ้าคะ” พิมทำหน้าดุ ส่วนนินตอนนี้กำลังดูอาวุธปืนคาบศิลารุ่นใหม่อยู่ พ่อค้าที่นำปืนมาขายชื่อว่า เปโดร หน้าตาของเขาจัดว่าดีเลยทีเดียว
นิน” นี่เปโดรปืนรุ่นใหม่นี้แตกต่างจากของเดิมอย่างไรราคามันถึงเพิ่มขึ้นสองเท่าแบบนี้” นินหยิบมันขึ้นมาลอง
เปโดร “คุณนินปืนรุ่นนี้น้ำหนักเบากว่าและยังแม่นยำกว่าและระยะยิ้มเพิ่มขึ้นถึงยี่สิบเมตรเชียวนะ” นินขมวดคิ้ว
นิน “แล้วการบรรจุลูกกระสุนเล่าเร็วกว่าเดิมหรือเท่าเดิม “เปโดรคิดสักพัก
เปโดร” ความเร็วในการบรรจุกระสุนเท่าเดิม “นินขมวดคิ้ว
นิน” ในสงครามยิ่งไกลสำคัญก็จริงแต่ความเร็วสำคัญกว่าในขณะที่คู่ต่อสู้ยิงหนึ่งครั้งแต่เราสามารถยิ่งได้สองครั้งในเวลาพอๆ กันนั่นดีกว่ามากผมว่าต่อไปคุณพัฒนาด้านนี้น่าจะดีกว่างั้นราคาของมันผมว่าลดลงหน่อยดีหรือไม่ “เปโดรขมวดคิ้วราคานี้พวกเขากำหนดมาแล้วไม่ยอมลดลงแน่นอนนินเผยยิ้มอ่านใจออก
นิน” งั้นเอาอย่างนี้เป็นไงพวกคุณแถมกระสุนให้กระบอกละร้อยนัดผมว่าก็ไม่เกินไปใช่ไหม “เปโดรคิดสักพักขอเสนอนินนั้นพวกเขารับได้จริงๆ
เปโดร” ได้ตกลงคุณเก่งในการต่อรองจริงๆ ส่วนแนวคิดผมจะลองไปคิดดู “นินเผยยิ้มออกมาแล้วแปลให้ท่านเจ้าคุณฟัง
“ยอดเยี่ยมมากเอ็งนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ ยิ่งกว่าให้ช้างอีก” นินหลอกตาหันไปทางเปโดร
นิน “งั้นเราไปทดสอบปืนกันหน่อยว่าคุณภาพดีอย่างที่คุณบอกไหม “ทุกคนพยักหน้าแล้วไปยังห้องลองปืนที่ได้สร้างไว้ตั้งแต่มีการซื้อขายปืนครั้งแรกแล้ว นินสุ่มปืนขึ้นมาลองยิงดูทั้งแบบสั้นและแบบยาวพบว่าคุณภาพใช้ได้จริงๆ เขาลองสิบกว่ากระบอกก็พยักหน้าท่านเจ้าคนและคนของเขาต่างก็ลองใช้ปืนแล้วพอใจมากพลังทำลายและระยะใช้ได้เลย
นิน” ตกลง “จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ลงนามซื้อขายกันทั้งหมดสามพันกระบอกแบบปืนยาวปืนสั้นอีกห้าร้อยกระบอก และเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก
นิน” ไม่คิดว่าทางหลวงแอบสั่งซื้อปืนในยามบ้านเมืองสงบด้วย “ท่านเจ้าคุณหัวเราะ
” ปืนต้องมีการจัดซื้อทุกสามปีอยู่แล้วและนี่ก็ครบกำหนดพอดีช่างบังเอิญจริงๆ นั่นแหละ “นินขมวดคิ้วบังเอิญหรือหมายความว่าไงเขาจึงถาม
นิน” เมื่อวานผมไปที่ร้านสุรากับพวกพี่เว่ยก่อนไปส่งเขาที่หอโคมเขียวแอบได้ยินมาว่าข้าวกำลังขาดตลาดหรือว่ากำลังจะมีภัยแล้งหรือเปล่า “ท่านเจ้าคุณยิ้ม
” ข้าบอกได้เพียงว่าไม่ใช่เหตุผลนั้น “นินหรี่ตาลงถ้างั้นก็แสดงว่าหลวงกำลังกักตุนเสบียงเพื่อใช้ทำสงครามงั้นสินะงั้นข่าวที่ท่านเจ้าคุณไปสืบมาก็คงพบว่าอังวะมีความเคลื่นไหวสินะ
นิน” เข้าใจแล้ว “ท่านเจ้าคุณยิ้ม
” เอ็งพอจะเดาได้สินะ “นินยิ้มแห้งๆ
นิน” ไม่นะ “ท่านเจ้าคุณกลอกตา
“สีหน้าเอ็งมันบอกหมดแล้วไอ้เวร” นินหัวเราะ
นิน “งั้นจะไม่เป็นไรหรือเรื่องข้าวน่ะ” ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า
“ไม่ต้องห่วงหลวงได้เอามันเทศออกมากระจายออกไปสู่ตลาดแล้วรวมถึงข้าวโพดด้วย” นินพยักหน้า
นิน “งั้นผมก็วางใจแล้ว” จากนั้นเมื่อเสร็จงานพวกนินก็กลับมาที่บ้านทว่าก็มีเรื่องเกิดขึ้นที่บ้านของเขาแม่ทองพับพาคนมาขอเข้าพบท่านเจ้าคุณที่บ้านอย่างไม่เกรงกลัวมีตำรวจอีกหลายนาย…