ร้านขายของเก่าหมายเลข 10

    ตอนที่ 38 อุปสรรครัก

    “พวกเจ้าเป็นใครกันน่ะ และต้องการอะไร” ฝ่าบาทตรัสถามคนร้ายทั้งห้า

    “ท่านเจ้าวังต้องการตัวแม่นางเหรินซวง นางมีหนี้ที่ต้องชดใช้พะย่ะค่ะ” ชายชุดดำคนหนึ่งกล่าว

    “เป็นความจริงอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงสงสัย

    “อย่ามัวพูดมาก เจ้าจงไปกับพวกเราเดี๋ยวนี้” ชายชุดดำวรยุทธ์สูงคนหนึ่งรีบชิงตัวเหรินซวงและล็อคตัวจับกุมนางได้สำเร็จ

    “ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า” เหรินซวงพยายามดิ้นรนขัดขืน

    “ปล่อยเหรินซวงเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาททรงกำลังจะเข้าไปช่วย แต่ทว่าชายชุดดำรีบใช้ดาบจ่อไปที่คอของเหรินซวง พระองค์ทรงจำต้องชะงักเพราะกลัวเหรินซวงเกิดอันตราย

    “ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ องค์รัชทายาท” เหรินซวงยังคงตะโกน

    ชายชุดดำคนที่จับกุมตัวเหรินซวงได้ใช้ระเบิดควันและหนีหายไปพร้อมกับชายชุดดำอีกสี่คนทันที

    ********************************************

    ณ ห้องนอนห้องหนึ่งที่จัดอย่างสวยงาม

    เหรินซวงตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่มเพียงลำพัง พอมองเห็นว่ามีชายคนหนึ่งอยู่ภายในห้องด้วย นางก็เลยรีบลุกขึ้นนั่ง

    “เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงถึงจับข้ามา องค์รัชทายาททรงไม่ยอมปล่อยเจ้าไว้แน่” เหรินซวงรีบขู่

    “น่ากลัวจังเลย กว่าองค์รัชทายาททรงตามหาเจ้าเจอ เจ้าก็คงตกเป็นอนุภรรยาของข้าไปแล้ว” ท่านเจ้าวังกล่าว

    “หรือว่าเจ้าคือชายคนที่ยอมช่วยพาข้าเดินทางไปหนานโจว” เหรินซวงนึกขึ้นได้ นางเคยไหว้วานให้จอมยุทธ์คนหนึ่งช่วยพานางไปส่งที่หนานโจวเพื่อติดต่อเหลียงกังและหวนเจิน

    “จำได้แล้วหรอ ใช่! ข้าคือชายคนนั้นจริงๆ และข้าก็ต้องการตัวเจ้าเป็นสิ่งตอบแทน” ท่านเจ้าวังทวงบุญคุณ

    “ข้าเป็นคนมีสามีแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะนะ” เหรินซวงพยายามขอร้องอ้อนวอน

    “ยังไม่ทันเข้าหอไม่ใช่หรือ” ท่านเจ้าวังให้ลูกน้องไปชิงตัวนางหลังพิธีไหว้ฟ้าดิน

    “นี่เป็นการแต่งงานครั้งที่สองของข้าแล้ว ข้าตั้งครรภ์กับองค์รัชทายาทไปแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะนะ” เหรินซวงกล่าวอ้างเพื่อให้ฝ่ายชายเลิกสนใจในตัวนาง

    “อย่าโกหกข้าเลย เจ้าเป็นหญิงพรหมจรรย์ ข้าแยกกลิ่นออก” ท่านเจ้าวังสูดดมหญิงสาว จนเหรินซวงต้องรีบถอยหลังหนี

    “ข้าจ่ายอัฐให้ท่านไปแล้วนะ” เหรินซวงกล่าวอ้าง

    “แต่ข้าต้องการตัวเจ้าด้วย” ท่านเจ้าวังไม่ยอม

    “ข้าจะมีสามีเพียงคนเดียวเท่านั้น” เหรินซวงกล่าวคำมั่น

    “วันมะรืน ข้าจะแต่งงานกับเจ้า” ท่านเจ้าวังไม่สนใจ

    “ก็บอกว่าไม่ไงล่ะ” เหรินซวงกล่าวเสียงแข็ง แต่แล้วคำพูดนั้นก็ไม่มีผลอะไร เพราะท่านเจ้าวังเดินออกไปจากห้องทันที แถมเขายังตะโกนสั่งการให้เด็กรับใช้ช่วยกันจัดเตรียมงานแต่งงานในวันมะรืนนี้อีกด้วย

    ********************************************

    วันต่อมา เหรินซวงไม่ยอมทานอะไรเลย เพราะกลัวว่าท่านเจ้าวังจะแอบวางยาในอาหาร จนกระทั่งตกกลางคืน

    “องค์รัชทายาท! พระองค์ทรงมาช่วยหม่อมฉันงั้นหรือเพคะ” เหรินซวงดีใจที่ได้เห็นหน้าคนรัก

    “ใช่! เจ้าปลอดภัยดีใช่มั้ย” องค์รัชทายาทตรัส

    “หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ พวกเรารีบหนีออกไปจากที่นี่ดีกว่า” เหรินซวงรีบจูงมือฝ่ายชายให้หนีไปด้วยกันอย่างร้อนรน

    “ช้าก่อน” องค์รัชทายาททรงรั้งมือหญิงสาวไว้

    “ทำไมล่ะเพคะ” เหรินซวงไม่เข้าใจ

    “พวกเรามาเข้าหอกันที่นี่ดีกว่า” องค์รัชทายาททรงชวน

    “นี่มันหน้าสิ่วหน้าขวานนะเพคะ จะมามัวทำเรื่องอย่างว่ากันได้อย่างไร” เหรินซวงเตือน

    “ก็ท่านเจ้าวังนั้นชอบเสาะหาหญิงสาวพรหมจรรย์มาเป็นอนุภรรยา หากเจ้าตกเป็นของเราแล้ว เขาก็จะหมดความสนใจในตัวเจ้าไปเอง” องค์รัชทายาททรงอธิบาย

    “ก็ได้เพคะ” เหรินซวงยอมทำตามพระทัย

    เหรินนั่งคร่อมบนตักของฝ่ายชาย จากนั้นก็ค่อยๆ โอบคอ นางกำลังจะจุมพิต แต่อยู่ดีๆ นางก็ชะงัก และรีบลุกจากตัวชายตรงหน้า

    “ทำไมล่ะ” องค์รัชทายาททรงสงสัย

    “เข้าหอทั้งที พวกเราก็ควรดื่มเหล้ามงคลเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยไงเพคะ” เหรินซวงกล่าวอ้าง

    “ก็ได้! แล้วจะเอาเหล้ามาจากไหนล่ะ” องค์รัชทายาททรงทอดพระเนตรเห็นแต่กาน้ำชา

    “น้ำชานี่ก็ได้เพคะ หม่อมฉันกระหายพอดี” เหรินซวงชี้ไปที่กาน้ำชา

    องค์รัชทายาททรงคล้องแขนกับเหรินซวง พอดมน้ำชาแล้วค่อยเสวยจนหมดจอก

    เหรินซวงรับจอกเปล่าจากฝ่ายชายไปวางบนโต๊ะดีๆ

    องค์รัชทายาททรงลุกไปหาหญิงสาวและกอดจากทางด้านหลัง

    “อย่ารอช้าเลยนะ หลังเข้าหอเสร็จ พวกเราจะได้รีบหนีออกไปจากที่นี่กันไงล่ะ” องค์รัชทายาทตรัส

    เหรินซวงรีบแกะแขนฝ่ายชายออก และกล่าวว่า “หม่อมฉันถอดฉลองพระองค์ให้นะเพคะ”

    เสร็จแล้วหญิงสาวก็ผลักให้ฝ่ายชายนอนลงบนเตียงดีๆ

    “คืนนี้หม่อมฉันจะปรนนิบัติพระองค์เองเพคะ” หญิงสาวเอามือมาลูบไปตามพระวรกายขององค์รัชทายาทอย่างช้าๆ และใจเย็น

    ฝ่ายชายใจร้อนจึงเป็นฝ่ายพลิกตัวหญิงสาวให้นอนบนเตียง และรีบคร่อมตัวหญิงสาวอย่างเอาแต่พระทัย

    “ว๊าย! ทรงจะทำอะไรเพคะ” เหรินซวงตกใจเพราะตั้งตัวไม่ทัน

    “เราไม่ไหวแล้ว มาเริ่มกันเถอะนะ” องค์รัชทายาททรงกำลังจะจูบปากหญิงสาว

    เหรินซวงรีบผลักพระพักตร์ออกและกล่าวว่า “เดี๋ยวก่อนเพคะ หม่อมฉันยังไม่พร้อม”

    ฝ่ายชายรีบจูบไซร้ซอกคออย่างตะกละตะกลาม จนฝ่ายหญิงทนไม่ได้ต้องดิ้นรนขัดขืนสุดฤทธิ์

    “เจ้าไม่ชอบเราหรือเหรินซวง” องค์รัชทายาททรงยังไม่ยอมหยุดล่วงเกินหญิงสาว แม้หญิงสาวจะขัดขืนเพียงใด

    “ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า เจ้าไม่ใช่องค์รัชทายาท ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” เหรินซวงทั้งตีและข่วนฝ่ายชายไม่ยั้ง

    “เจ้าช่างฉลาดจริงๆ ที่กล้าวางยาในน้ำชา แต่เผอิญว่าข้าไม่ได้กลืนน้ำชาเข้าไป ดังนั้นคืนนี้เจ้าต้องตกเป็นของข้า” ท่านเจ้าวังที่ปลอมตัวเป็นองค์รัชทายาทได้เผยตัว

    “อย่านะ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” เหรินซวงยังคงดิ้นไม่หยุด

    สักพักฝ่ายชายก็สลบไปทับไปบนตัวหญิงสาว

    เหรินซวงรีบผลักฝ่ายชายออก “โอ๊ย! ยาออกฤทธิ์ช้าจัง ดีนะที่ยานี้แค่ดมกลิ่นก็ออกฤทธิ์แล้ว”

    เหรินซวงจัดสภาพตัวเองให้เรียบร้อย และรีบวิ่งหนีเข้าป่าแบบไร้จุดหมาย จนกระทั่งนางไปเจอกระท่อมหลังหนึ่งที่อยู่กลางป่าโดยบังเอิญ พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นผู้หญิงถูกจับมัดอยู่ในกระท่อมแห่งนี้

    “หวนเจิน! ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่” เหรินซวงเจอคนรู้จัก

    “อื้อ อื้อ” หวนเจินถูกมัดปากทำให้พูดไม่ได้

    เหรินซวงรีบแกะผ้าปิดปากออก และแกะเชือกให้จอมยุทธ์หญิง

    “ท่านเจ้าวังต้องการแก้แค้นซานชุย เขาก็เลยจับข้ามาเป็นตัวประกันน่ะสิเจ้าคะ” หวนเจินเล่า

    “แก้แค้นเรื่องอะไรกัน” เหรินซวงไม่เข้าใจ

    “ก็ซานชุยได้แอบขโมยและทำลายคัมภีร์อายุวัฒนะที่มีความเชื่อแปลกๆ ว่า หากพรากพรหมจรรย์ของหญิงสาวได้จะมีอายุยืน โดยหลังจากย่ำยีหญิงบริสุทธิ์จนครบจำนวน 100 คน และฝึกวิทยายุทธ์ในคัมภีร์ คนที่ฝึกก็จะเป็นอมตะน่ะสิเจ้าคะ” หวนเจินเล่าอีก

    “ข้าเองก็เกือบเป็นเหยื่อหรือนี่” เหรินซวงกล่าว

    “ท่านเจ้าวังเกือบข่มขืนท่าน อย่างนั้นหรือเจ้าคะ” หวนเจินสงสัย

    “เขาใช้วิธีสกปรกปลอมตัวเป็นองค์รัชทายาทแกล้งมาช่วยข้า และแทนที่เขาจะพาข้าหนี กลับอ้างว่าข้าควรมีอะไรกันกับเขาเพื่อไม่ให้ท่านเจ้าวังได้กลิ่นของหญิงสาวพรหมจรรย์อะไรนี่แหละ” เหรินซวงเล่าบ้าง

    “แล้วท่านรู้ทันเขาได้อย่างไรเจ้าคะ” หวนเจินสงสัย

    “กลิ่นเครื่องหอมที่องค์รัชทายาททรงใช้เป็นกลิ่นดอกไม้ป่าจำเพาะที่มาจากแคว้นเปอร์เซีย ทำไมข้าจะจำไม่ได้” เหรินซวงฉุกคิดได้ก็เลยว่า “ว่าแต่ท่านเจ้าวังจับเจ้ามาเพื่อเป็นตัวล่อให้ซานชุยมาที่นี่อย่างนั้นหรือ”

    “ใช่แล้วเจ้าค่ะ! ท่านเจ้าวังตั้งใจจะทำลายวรยุทธ์ของซานชุย หากซานชุยขัดขืน ท่านเจ้าวังจะฆ่าข้าและลูกเจ้าค่ะ” หวนเจินกล่าวแผนการของท่านเจ้าวัง

    “งั้น พวกเรารีบหนีกันเถอะ ก่อนที่ท่านเจ้าวังจะฟื้น เพราะยาสลบที่เหมยซูให้ข้า มันออกฤทธิ์ได้ไม่นาน” เหรินซวงนึกขึ้นได้

    “งั้นไปกันเถอะเจ้าค่ะ” หวนเจินเห็นด้วย

    “ช้าก่อน! ข้าว่าเจ้าเป่านกหวีดเรียกสามีดีกว่า หากพวกเราเจอพรรคพวกของท่านเจ้าวัง พวกเราคงสู้ไม่ไหว” เหรินซวงประเมินแล้ว นางเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอคนนึง ในขณะที่จอมยุทธ์หญิงก็อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์

    “ก็ดีเหมือนกันเจ้าค่ะ” หวนเจินจึงเป่านกหวีดตามคำแนะนำของเหรินซวง แต่ทว่า

    “555 ขอบใจมากที่ส่งสัญญาณให้ข้ามาหาเจ้าที่นี่” ท่านเจ้าวังปรากฏตัว

    “ทำอย่างไรดี! แทนที่จะเรียกสามีเจ้า กลับเรียกให้ท่านเจ้าวังมาหาที่นี่” เหรินซวงตกใจสุดขีด

    “พวกเรารีบเผ่นหนีกันเถอะเจ้าค่ะ” หวนเจินกล่าว

    “อย่าหนีเสียให้ยากเลย พรรคพวกของข้าล้อมกระท่อมหลังนี้ไว้หมดแล้ว หนีไปก็เท่านั้น” ท่านเจ้าวังกล่าว

    “ท่านเลิกก่อกรรมทำเข็ญเสียทีเถิด ถึงท่านจะรักสุขภาพและอยากมีอายุยืนยาวนานยังไงก็ตาม ท่านก็ไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อนแบบนี้นะ” เหรินซวงกล่าว

    “ข้ารักเจ้าจริงๆ นะเหรินซวง” ท่านเจ้าวังกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาอยากได้เหรินซวงมาเป็นอนุภรรยาของเขาจริงๆ

    “เจ้ารักคนไปทั่วน่ะสิ นี่ทำร้ายหญิงสาวบริสุทธิ์ไปกี่คนแล้ว ไม่ใช่จะครบร้อยไปแล้วงั้นหรือ” เหรินซวงไม่เชื่อ

    “ถ้ารวมเจ้าไปหนึ่งก็จะครบร้อยพอดี” ท่านเจ้าวังยอมเผย

    “คัมภีร์ถูกเผาไปแล้ว เจ้าจะหาสาวพรหมจรรย์ไปทำไมอีก” เหรินซวงไม่เข้าใจ

    “ครั้งนี้ข้าชอบเจ้าจริงๆ นะเหรินซวง รับรองว่าข้าจะรับผิดชอบแต่งงานกับเจ้า” ท่านเจ้าวังกล่าว

    “ขออนุญาตข้าแล้วหรือยัง” นางมารลู่เฟยหรือฮูหยินของท่านเจ้าวังกล่าว

    “หะ ฮูหยิน! เจ้ามาได้อย่างไร” ท่านเจ้าวังตกใจสุดขีด

    “ข้าได้ยินเต็มสองรูหู ว่าเจ้าจะแต่งอนุภรรยา” นางมารลู่เฟยโกรธจัดที่สามีนอกใจ

    “เจ้าได้ยินผิดหรือเปล่า” ท่านเจ้าวังรีบแก้ตัว

    “เจ้ามันเจ้าชู้ไม่เปลี่ยนเลยนะ” นางมารลู่เฟยหลงคิดว่าตนจะสามารถเปลี่ยนนิสัยคนรักได้

    “โอ๊ย! เจ็บๆ เจ็บๆ ปล่อยหูข้าก่อนสิฮูหยิน ข้าเจ็บนะ” ท่านเจ้าวังโดนบิดหู เขาจำต้องเดินตามฮูหยินกลับเข้าไปในวังป่าดิบ

    เหรินซวงและหวนเจินถึงกับอึ้ง พวกนางนึกไม่ถึงว่าท่านเจ้าวังจะกลัวภรรยามากถึงขนาดนี้

    “รีบไปกันเถอะ” ซานชุยปรากฏตัว

    “ซานชุย! เจ้าจริงๆ ด้วย” หวนเจินเดินเข้าไปกอดสามีร้องไห้

    “ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่นี่แล้ว” ซานชุยกอดภรรยาตอบ

    “ท่านเป็นคนไปตามฮูหยินท่านเจ้าวังมาที่นี่งั้นหรือ” เหรินซวงสงสัยก็เลยถามซานชุย

    “ใช่แล้ว! นี่ข้าต้องเดินทางไปถึงชายแดน กว่าจะพบนาง” ซานชุยกล่าว

    “ท่านเจ้าวังเจ้าชู้ซะขนาดนี้ ฮูหยินของเขาทนไหวได้อย่างไร” เหรินซวงรู้สึกสงสารฮูหยินของท่านเจ้าวัง

    “ทนไม่ไหวหรอก นางมารลู่เฟยเป็นคนขี้หึงขี้หวงมาก นางสั่งห้ามไม่ให้ท่านเจ้าวังมีอนุภรรยา นี่ท่านเจ้าวังก็คงเก็บกดมานาน พอนางมารไม่อยู่ไปทำธุระที่ชายแดน ท่านเจ้าวังจึงปล่อยตัวเต็มที่ นี่ก็ถึงขั้นไปสรรหาคัมภีร์ที่มีความเชื่ออุตรินั่นมาอ่าน และไล่ล่าขืนใจหญิงบริสุทธิ์ตามคัมภีร์ ยังดีที่ข้าได้เผาทำลายคัมภีร์ไปแล้ว แต่ข้าคงทำลายช้าเกินไปเพราะท่านเจ้าวังล่าผู้หญิงจนครบ 99 คนแล้ว ขาดเพียงแต่เจ้าเท่านั้นแหละเหรินซวง” ซานชุยอธิบาย

    “รีบไปกันเถอะ ก่อนที่ท่านเจ้าวังจะตามไล่ล่าพวกเรา” เหรินซวงกลัว

    ซานชุยจึงรีบประคองฮูหยินและพาหนี แต่ทว่าป่าแห่งนี้กลับเป็นป่าวงกต เส้นทางสลับซับซ้อน ยากที่จะหาทางหนีออกไปได้

    “ทำไมเจ้าถึงพาวนไปวนมา แล้วเมื่อไหร่พวกเราจะออกไปจากที่นี่ได้กันล่ะ” เหรินซวงบ่น

    “เอ่อ คือ ข้าหลงทางน่ะ” ซานชุยสารภาพ

    “อะไรนะ!” หวนเจินตกใจ

    “ทำไมเจ้าไม่เตรียมพร้อมแบบนี้” เหรินซวงบ่นอีก

    “ป่าแห่งนี้ซับซ้อนจะตายไป หากใครเข้ามาก็คงหลงทางแบบข้านั่นแหละ” ซานชุยกล่าวอ้าง

    “เหรินซวง! เจ้าปลอดภัยดีใช่มั้ย” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว

    “องค์รัชทายาท! ไม่ใช่สิ เจ้าเป็นใครกันแน่” เหรินซวงรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังหวนเจินทันที

    “เราคือองค์รัชทายาท จะเป็นคนอื่นได้อย่างไร” องค์รัชทายาทตรัส

    “ข้าไม่เชื่อหรอก องค์รัชทายาทจะเสด็จเข้ามายังป่าซับซ้อนแห่งนี้ได้อย่างไร” เหรินซวงไม่เชื่อ

    “เราไปค้นแผนที่วังป่าทึบของท่านเจ้าวังจากหอตำรา เพื่อตามหาเจ้าไงล่ะ นี่ไงแผนที่” องค์รัชทายาทแสดงแผนที่ดู

    “เจ้าอาจเป็นท่านเจ้าวังที่ปลอมตัวเป็นองค์รัชทายาทมาหลอกข้าอีก ข้าไม่หลงเชื่อเจ้าหรอก” เหรินซวงก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

    “แล้วทำยังไงเจ้าถึงจะเชื่อ” องค์รัชทายาททรงสงสัย

    เหรินซวงลองสูดกลิ่นตัวของฝ่ายชาย แล้วกล่าวว่า “เจ้าไม่ใช่องค์รัชทายาทแน่ๆ กลิ่นตัวของเจ้าไม่มีกลิ่นเครื่องหอมของดอกไม้ป่าประจำแคว้นเปอร์เซียเลยสักนิด”

    “เราห่วงเจ้ามากจนไม่มีเวลามาประทินเครื่องหอมใดๆ ทั้งสิ้น พอเราเจอแผนที่ เราก็รีบมุ่งตรงมาหาเจ้าเลยนะเหรินซวง” องค์รัชทายาททรงอธิบาย

    “ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก” เหรินซวงยังคงดื้อรั้น

    “มีวิธีอื่นมั้ยที่จะพิสูจน์ว่าชายคนนี้คือองค์รัชทายาทน่ะ” ซานชุยกล่าวช่วย

    “ถ้าเจ้าตอบคำถามข้าได้ ข้าถึงจะเชื่อว่าเจ้าคือองค์รัชทายาทตัวจริง” เหรินซวงกล่าว

    “งั้นถามมาได้เลย” องค์รัชทายาทตรัส

    “ข้าชอบสีอะไร” เหรินซวงกล่าวคำถามแรก

    “สีม่วงไงล่ะ” องค์รัชทายาททรงจำได้

    “ตอนอยู่แคว้นฝาง เจ้าแข่งอะไรเพื่อชิงตัวข้าบ้าง” เหรินซวงถามคำถามที่สอง

    “ขี่ม้า ประลองต่อสู้ และเอ่อ ยิงธนู ไม่ใช่สิ เราไม่ได้แข่งยิงธนู เพราะท่านอ๋องทรงยอมเป็นฝ่ายยอมแพ้เสียเอง” องค์รัชทายาทตรัส

    “แล้วข้าชอบ…?” และแล้วเหรินซวงก็ยิงทำถามต่อไปเรื่อยๆ จากที่ยืนถามก็เปลี่ยนเป็นนั่งถาม

    จนผ่านไปสองชั่วยาม ซานชุยที่นั่งและให้หวนเจินนั่งซบไปที่ไหล่ของเขา ก็เลยบ่น “เลิกถามได้แล้วล่ะ เหรินซวง! ชายคนนี้คงจะเป็นองค์รัชทายาทตัวจริง ไม่มีชายคนไหนรู้เรื่องราวของเจ้าได้ละเอียดเท่านี้อีกแล้ว”

    “ข้ามั่นใจมากว่าท่านนี้ต้องเป็นองค์รัชทายาทอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” หวนเจินช่วยพูด

    “งั้น คำถามสุดท้าย ของแทนใจระหว่างเราสองคนคืออะไร และเจ้าเอามาด้วยหรือเปล่า” เหรินซวงกล่าวคำถามสุดท้าย

    “ปี่เซียะคู่ เจ้ามีอันนึง และข้าก็มีอันนึง” องค์รัชทายาททรงยื่นปี่เซี่ยะที่อยู่กับพระองค์ให้ดู

    “องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์จริงด้วยๆ” เหรินซวงวิ่งเข้าไปกอดองค์รัชทายาทด้วยความดีใจ

    “ไม่เป็นอะไรแล้วนะ เจ้าปลอดภัยแล้ว” องค์รัชทายาททรงกอดตอบและปลอบหญิงสาว

    “ฮือฮือ หม่อมฉันกลัวมากเลยเพคะ ท่านเจ้าวังได้ปลอมตัวเป็นพระองค์มาหลอกหม่อมฉันด้วยเพคะ” เหรินซวงฟ้อง

    “เอ่อ ความจริงเจ้าน่าจะถามคำถามของแทนใจเป็นคำถามแรก และให้องค์รัชทายาททรงแสดงปี่เซียะให้เจ้าดูตั้งแต่แรกนะ ไม่เห็นต้องถามคำถามหลายคำถาม จนเวลาล่วงเลยมาสองชั่วยามเลยนะ” ซานชุยบ่น

    “ข้าจะได้หมดข้อสงสัยและเลิกระแวงไงล่ะ” เหรินซวงกล่าวแก้ตัว

    “ท่านเจ้าวังและพรรคพวกล่ะ” องค์รัชทายาทตรัสถาม

    “เขาคงกำลังถูกฮูหยินเทศนายกใหญ่อยู่น่ะสิพะย่ะค่ะ ทรงอย่าห่วงเลยพะย่ะค่ะ นางมารลู่เฟยสามารถกำราบท่านเจ้าวังได้” ซานชุยกล่าว

    “เราจะต้องจุดพลุส่งสัญญาณให้พรรคพวกมาที่นี่เสียก่อน เพราะตอนนี้องครักษ์ในวังหลวงได้แยกย้ายกันออกตามหาชายาเหรินซวงไปทั่วทั้งป่าแล้ว” องค์รัชทายาททรงเป็นห่วงพรรคพวกที่มาด้วยกัน

    หลังจากออกมาจากป่าวงกตตามแผนที่ได้ ซานชุยก็รีบบังคับรถม้าพาหวนเจินกลับสำนักเหมินฟางทันที ความจริงแล้วเขาได้เดินทางไปรับหวนเจินที่หนานโจว แต่เพราะหวนเจินถูกท่านเจ้าวังลักพาตัวไปเสียก่อน ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาจะต้องทำก็คือการตามหาฮูหยินของท่านเจ้าวังหรือนางมารลู่เฟยให้เจอ เพื่อให้นางมารพาเขามาที่วังป่าดิบแห่งนี้ ในตอนนั้น ซานชุยกำลังติดตามนางมารเข้าไปในวังป่าดิบ แต่เขาได้ยินเสียงนกหวีดเสียก่อน เลยพานางมารมาที่กระท่อมที่ซ่อนตัวหวนเจิน ทำให้เขาสามารถมาช่วยหวนเจินและเหรินซวงได้ทันเวลาพอดี

    ส่วนองค์รัชทายาทที่ตอนนี้ทรงกำลังทรงม้าพร้อมกับทหารองครักษ์ที่ติดตามมาจำนวนห้าคน พวกเขาขี่ม้านำหน้ารถม้าของเหรินซวงซึ่งได้นั่งหลับสัปหงกอย่างเหนื่อยล้าอยู่ในนั้น โดยมีทหารนายหนึ่งบังคับรถม้าให้

    เมื่อถึงพระราชวัง เหรินซวงจึงถูกพาตัวไปที่ตำหนักขององค์รัชทายาท นางกำนัลคอยดูแลปรนนิบัติเหรินซวงในฐานะพระชายา

    พอพระชายาทรงสรงน้ำแต่งฉลองพระองค์เสร็จ พระนางก็ทรงไปนั่งอยู่บนพระแท่นบรรทมด้วยความตื่นเต้น

    “หวังว่าคืนนี้จะไม่มีอุปสรรคอะไรอีกนะ” องค์รัชทายาททรงประทับนั่งข้างๆ เหรินซวง

    เหรินซวงทำได้เพียงยิ้มอย่างเอียงอาย

    องค์รัชทายาททรงเชยคางหญิงสาว และจูบกับนางอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน ก่อนที่จะประคองให้หญิงสาวนอนราบไปบนเตียงนุ่ม และจัดการปล่อยผ้าม่านลงและปิดอย่างมิดชิด

    ค่ำคืนอันแสนรัญจวนใจยังคงอีกยาวไกล กว่าที่ทั้งสองจะดับไฟปรารถนาลงได้ก็ถึงเช้าของวันถัดไป

    เช้าวันรุ่งขึ้น พระชายาเหรินซวงทรงหลับใหลภายใต้อ้อมกอดของพระสวามี

    “ฝันดีนะ ชายาของเรา” องค์รัชทายาททรงจูบหน้าผากหญิงสาวก่อนที่จะนิทราไปด้วยกัน

    ********************************************

    ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พระชายาเหรินซวงทรงจะต้องติดตามพระสวามีไปทุกที่ แม้กระทั่งองค์รัชทายาททรงออกว่าราชการตรงบริเวณชายแดน พระนางก็ทรงต้องติดตามไปด้วยทุกครั้ง

    สามเดือนต่อมา

    “พระองค์ทรงให้หม่อมฉันติดตามมาทำไมเพคะ หม่อมฉันรังแต่จะเป็นตัวถ่วงเสียเปล่าๆ” ตอนนี้พระชายาทรงตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว

    “ปี่เซียะจะต้องอยู่เป็นคู่ถึงจะโชคดีใช่มั้ย ดังนั้นปี่เซียะจะอยู่เป็นคู่ได้ พวกเราก็ต้องอยู่ใกล้กันน่ะสิ” องค์รัชทายาทตรัสอ้าง

    “หม่อมฉันมอบปี่เซียะอีกอันให้พระองค์ก็ได้นะเพคะ” เหรินซวงกล่าว

    “เจ้าไม่อยากอยู่กับเราอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทตรัสอย่างน้อยพระทัย

    “อยากก็อยากเพคะ แต่มีแต่คนนินทาว่าหม่อมฉันนั้นหวงพระองค์มากเกินไป พวกเขาเข้าใจว่าหม่อมฉันกีดกันไม่ให้หญิงสาวคนอื่นๆ เข้าใกล้พระองค์เพคะ” เหรินซวงอยากลบข้อครหา

    “เป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว! แค่เจ้าคนเดียว เราก็รับมือแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ

    “ทรงว่าหาว่าหม่อมฉันวุ่นวายใช่มั้ยเพคะ” เหรินซวงกล่าว

    “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เจ้าเองก็รู้ว่าเราหวงเจ้ามาก ดังนั้นเพื่อความสบายใจของเรา สู้ให้เจ้าอยู่ในสายตาเราตลอดเวลาดีกว่า” องค์รัชทายาทตรัสตรงๆ

    “แล้วถ้าหม่อมฉันท้องใหญ่กว่านี้ล่ะเพคะ” อีกไม่นานเหรินซวงก็ต้องเดินอุ้ยอ้าย เดินไปแต่ละทีก็ลำบาก

    “อย่าห่วงเลย ช่วงนี้เหมยซูกำลังน้อยใจพ่อค้าเหลียงกังอยู่ นางจึงอยากไปไหนไกลๆ ดังนั้นเราก็เลยวางแผนให้เหมยซูคอยติดตามดูแลเจ้าไปทุกที่” องค์รัชทายาททรงมอบหมายให้หมอหลวงเหมยซูเป็นผู้ดูแลพระชายาอย่างใกล้ชิด โดยที่พระชายายังคงติดตามองค์รัชทายาทไปทุกที่เหมือนเดิม

    “แบบนี้เมื่อไหร่พวกเขาจะได้คืนดีกันซะทีล่ะเพคะ” เหรินซวงเป็นห่วงชีวิตคู่ของท่านหมอเหมยซู

    “นั่นก็ต้องมาดูฝีมือการง้อของพ่อค้าเหลียงกัง” องค์รัชทายาทตรัส

    “งั้นหม่อมฉันไปบอกนางกำนัลจัดเตรียมพระกระยาหารดีกว่านะเพคะ” เหรินซวงกล่าวเปลี่ยนเรื่อง

    “เรายังไม่หิวเสียหน่อย” องค์รัชทายาทแสร้งตรัสเพื่อแกล้งพระชายา

    “หม่อมฉันกับลูกหิวแล้วนะเพคะ” เหรินซวงยกลูกมาอ้าง เพราะองค์รัชทายาททรงพระทัยอ่อนเสมอเมื่อได้ยินคำว่าลูก

    “เราเห็นแก่ลูกก็แล้วกัน รีบไปที่โต๊ะอาหารกันเถอะ” องค์รัชทายาททรงประคองเหรินซวงไปที่โต๊ะอาหาร

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของเก่าหมายเลข 10 ที่คุณอ่าน