[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    41 ลดระดับชุดเกราะ

    “ระบบ ซื้อสกิลดับเบิ้ลสแลช”


    [ทำการแลกเปลี่ยนฟอสเนอร์จี้ 1,000 หน่วยกับสกิลดับเบิ้ลสแลช]


    “เอาทริปเปิ้ลสแลชด้วย”


    [ทำการแลกเปลี่ยนฟอสเนอร์จี้ 1,000 หน่วยกับสกิลทริปเปิ้ลสแลช]


    หลังจากแอชเชอร์อัพเกรดระบบเป็น 3 ดาวเขาก็เห็นสกิลใหม่ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์จึงซื้อมาทั้งสองสกิล 


    สกิลแรกดับเบิ้ลสแลชมีความสามารถในการซ้อนทับการโจมตีได้ 2 ครั้ง  มันไม่ยึดติดกับอาวุธ ขอเพียงแค่เขาถืออาวุธมีคมในมือก็สามารถใช้งานสกิลได้


    สกิลที่สองทริปเปิ้ลสแลชเป็นการโจมตี 3 ครั้งซ้อนกันติด แอชเชอร์เลือกซื้อสกิลนี้มาก็เพราะว่าเขาต้องการจะทำสร้างรูปแบบการโจมตีต่อเนื่องขึ้นมา อาศัยเพียงแค่ความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธยังไม่พอจะทำให้เขาฆ่าได้รวดเร็ว


    โดยรูปแบบการโจมตีต่อเนื่องที่เขาจะสร้างขึ้นในการโจมตี 2 วินาทีมันจะประกอบไปด้วยสกิลลำแสงอาวุูธที่จะทำให้การโจมตีรุนแรงมากขึ้นจากมานาตามต่อด้วยสกิลโจมตีต่อเนื่องที่ทำให้เขาโจมตีได้ 3 ครั้งใน 1 วินาที จากนั้นเขาจะใช้งานสกิลดับเบิ้ลสแลชและทริปเปิ้ลสแลชต่อท้าย ด้วยความเร็วการออกสกิลของทั้งสองใช้เวลารวมกันเท่ากับ 1 วินาที หากศัตรูเปิดช่องว่างเพียง 2 วินาทีการโจมตีเต็มกำลังของเขาจะส่งไปยังมันจนบาดเจ็บสาหัสแน่นอน


    “แอชเชอร์ วันนี้รูปแบบการฝึกจะเปลี่ยนไป ในเดือน 4 ที่อยู่ในค่ายฝึกนี้นายจะต้องลดระดับชุดเกราะมาเป็นมาร์คเซเว่นเช่นเดิม”


    “ไม่ใช่ว่าผมจะได้สู้กับมอนสเตอร์ 7 ดาวเหรอครับ”


    พี่เลี้ยงอธิบายสิ่งที่แอชเชอร์จำเป็นต้องทำในการเริ่มต้นเดือนใหม่ มันเป็นเหมือนที่เขาคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดว่าทางค่ายฝึกไม่มีทางนำเขาไปเสี่ยงล่ามอนสเตอร์ 7 ดาวอย่างแน่นอน


    เนื่องจากว่าเหล่าคนที่สามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์ 7 ดาวไม่อยู่ในค่ายฝึก การล่าจำเป็นต้องมีระดับ S ในการดูแลแล้วต้องมีระดับ A อีกนับร้อยเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเขา 


    “ไม่ เราจะไม่ทำแบบนั้นเพราะคนดูแลไม่เพียงพอ ทางค่ายฝึกจึงจะลดระดับชุดเกราะเป็นมาร์คเซเว่นแล้วให้นายต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาว หากสามารถฆ่ามันได้ก็หมายความว่านายมีโอกาสสูงในการฆ่ามอนสเตอร์ 7 ดาวเมื่อสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอท”


    “เข้าใจแล้วครับ แล้วทางนักวิจัยมีสกิลใหม่ๆออกมาหรือยังครับ”


    “มีแล้ว แต่คนที่ใช้ได้เป็นแนวหน้า มันยังไม่เพียงพอที่จะแจกจ่ายให้นักเรียน นายต้องรอไปก่อน”


    แอชเชอร์เงียบ เขาเพียงแค่ถามไปเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแค่เขาจะหาข้ออ้างในการใช้สกิลที่เขาซื้อมาจากระบบเพียงเท่านั้น เมื่อการพูดคุยจบลงพวกเขาก็ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังเขตที่มอนสเตอร์ 6 ดาวอาศัยอยู่ทันที ลีโอและมอแกนที่เป็นระดับ S ต่างก็แยกย้ายกันไปยังเขตอื่นๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ล่าในเขตเดียวกัน


    “เราไม่ได้ไปด้วยกันกับระดับ S คนอื่นเหรอครับวันนี้”


    “ใช่แล้วล่ะ มอนสเตอร์ 6 ดาวที่เราพอจะควบคุมได้ลดน้อยลง จึงแยกกันไปเพื่อให้พอต่อการฝึกซ้อม อีกอย่างวันนี้เราต้องไปขอพื้นที่จากระดับ A ที่กำลังฝึกล่าเช่นเดียวกัน”


    “ผมต้องช่วยอะไรพวกเขาไหมครับ”


    “ไม่ พวกเขาก็ฝึกในส่วนของพวกเขา เราก็ฝึกในส่วนของพวกเรา หากมอนสเตอร์แห่ไปหาฝั่งไหนฝั่งนั้นก็รับผิดชอบเอง”


    “เข้าใจแล้วครับ”


    แอชเชอร์มองจ้องไปยังรถหุ้มเกราะที่วิ่งตามหลังมาหลายคัน จากนั้นเขาก็เริ่มทำสมาธิเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการล่า ชุดเกราะที่เขาสวมใส่ในตอนนี้ถูกลดความสามารถลงมา หากเขาไม่มีสมาธิเขาจะตายได้อย่างแน่นอน ถึงจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแล มันกลับไม่ใช่การดูแลเขาโดยไร้รอยขีดข่วน การช่วยเหลือจะเริ่มหลังจากที่เขาถูกโจมตี ดังนั้นเขาจะต้องมีบาดแผลแน่ แล้วการโจมตีของมอนสเตอร์ 6 ดาวก็รุนแรงพอจะเจาะการป้องกันของชุดเกราะมาร์คเซเว่นเข้าไปได้ง่ายๆ


    การที่กองทัพไม่นำชิ้นส่วนมอนสเตอร์ 7 ดาวที่ใช้ในชุดเกราะมาร์คเอทมาผลิตชุดเกราะมาร์คเซเว่นเพื่อให้มีการป้องกันที่สูงขึ้นนั่นก็เพราะว่าชิ้นส่วนมอนสเตอร์มันมีข้อจำกัดในการใช้งาน หากชิ้นส่วนมอนสเตอร์ 7 ดาวนำมาสร้างชุดเกราะมาร์คเซเว่นที่มีมานาเท่ามอนสเตอร์ 6 ดาว มานาในชุดเกราะที่ถูกหุ้มเอาไว้ด้วยชิ้นส่วนมอนสเตอร์ระดับสูงกว่าจะเกิดความไม่เสถียร ด้วยเหตุนี้ชุดเกราะแต่ละรุ่นจึงต้องใช้งานชิ้นส่วนมอนสเตอร์แต่ละดาวไม่มีการข้ามขั้น


    “แอชเชอร์ จำเอาไว้ วันนี้การล่าจะต่างออกไป พวกเราต้องการเห็นเพียงแค่นายจัดการมอนสเตอร์ 6 ดาวได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่จำเป็นต้องเน้นจำนวน วันนี้ขอเพียงแค่นายฆ่ามันให้ได้สักตัวก็พอแล้ว”


    “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”


    เดิมทีการสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอท เขาจะล่ามอนสเตอร์ 6 ดาวอย่างต่ำวันละ 10 - 12 ตัว วันนี้เขากลับจะต้องล่าเพียงแค่ 1 ตัวแล้วต้องฆ่ามันให้ได้ด้วยตัวคนเดียวเหมือนตอนสวมใช่ชุดเกราะมาร์คเอท สำหรับเขามันไม่ใช่การฝึกที่ยากเกินไป ด้วยสกิลของเขาและพลังต่อสู้ที่มี สามารถเอาชนะมอนสเตอร์ 6 ดาวได้แน่  แต่จะติดตรงเวลาการฆ่า สิ่งที่เขาต้องทำในเดือน 4 นี้ก็คือ การฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวให้มีความเร็วเท่าตอนสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอท ดังนั้นในแต่ละวันเขาจึงต้องโฟกัสไปยังเวลาฆ่า ยิ่งฆ่าได้เร็วเท่าไหร่ก็บอกเขาได้ว่าตัวเองมีความเชี่ยวชาญที่มากยิ่งขึ้น


    “ผมไปล่ะ”


    พี่เลี้ยงวิ่งใกล้แอชเชอร์มากกว่าตอนที่เขาสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอท คงเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวด้วยชุดเกราะมาร์คเซเว่น อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่เขาที่ใช้งานชุดเกราะมาร์คเซเว่นเพื่อต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาว นักเรียนทีมที่มากับเขาก็สวมใช่ชุดเกราะมาร์คเซเว่นเช่นเดียวกัน เพียงแต่ทางฝั่งนั้นพวกเขายังคงใช้รูปแบบการโจมตีเป็นทีม ยังไม่ถึงขั้นเชี่ยวชาญพอถึงขั้นที่พี่เลี้ยงให้พวกเขาต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับมอนสเตอร์ 6 ดาว


    พรึ่บ~!


    สกิลวิ่งเร็วเปิดใช้งานเต็มกำลังตามด้วยสกิลหลบหลีกสิ่งกีดขวางกระทั่งการวิ่งของแอชเชอร์มุ่งหน้ามาถึงตำแหน่งมอนสเตอร์ 6 ดาวรูปร่างคล้ายช้างเพียงแต่มันกำลังยืนด้วยท่าทางเหมือนกอลิล่า มีขาหลังและขาหน้าที่ยาวต่างกัน ด้วยการหันหน้าของมันมองมายังเขาที่บุกเข้าหา แอชเชอร์ก็ได้รับการแจ้งเตือนจากทางระบบที่ระบุจุดอ่อนของมันด้วยแสงสีแดงที่ป้ายลงไปบนตัวของมัน  


    แอชเชอร์ที่เข้ามาใกล้ระยะการโจมตีเขาจึงสไลด์ตัวลอดใต้หว่างขาขนาดใหญ่ยักษ์พร้อมกับตวัดดาบในมือขวาและมีดในมือซ้ายตัดไปยังข้อพับของมันด้วยสกิลดับเบิ้ลสแลชที่มีสกิลลำแสงอาวุธเปิดใช้งานก่อนแล้ว ทำให้ระยะการโจมตีของแอชเชอร์กว้างขึ้นจนส่งการโจมตีไปถึงข้อพับของมอนสเตอร์ 6 ดาวได้ 


    ทันทีที่มันถูกฟันไปยังตำแหน่งข้อพับน้ำหนักตัวที่มีมหาศาลก็ได้ทิ้งลงไปนั่งบนพื้นดินจากการถูกทำให้เสียหลัก แอชเชอร์ที่ลดความสูงของมันลงมาได้นั้นเขาจึงใช้แรงกระโดดขึ้นไปเหยียบบนหัวของมันแล้วใช้มีดปักไปบนใบหูแล้วทิ้งตัวรูดลงมายืนบนพื้นดิน จังหวะที่เขาปล่อยตัวมาพร้อมกับแทงมีด ใบหูใหญ่ยักษ์ของมอนสเตอร์ก็ถูกผ่าจนหลุดร่วงลงมาพร้อมกันกับแอชเชอร์เผยให้เห็นจุดอ่อนเป็นหนังสีขาวภายใต้ใบหูของมันที่ใช้ปกปิดเอาไว้ 


    ทางฝั่งพี่เลี้ยงที่พบเข้ากับการเคลื่อนไหวของแอชเชอร์ที่รวดเร็วทั้งที่ชุดเกราะลดระดับลงมา จึงมองต่อไปก่อนจะเห็นแอชเชอร์ค่อยๆกระโดดไต่ไปตามตัวของมอนสเตอร์มุ่งหน้าสู่ตำแหน่งหูที่เปิดกว้าง ในตอนที่เขาไต่ขึ้นไปถึงตำแหน่งที่สามารถโจมตีไปยังจุดอ่อนได้นั้น การโจมตีต่อเนื่องของเขาก็เปิดใช้งานด้วยการใช้สกิลหลายอย่างในเวลาไล่เลี่ยกัน สกิลลำแสงอาวุธ สกิลโจมตีต่อเนื่อง สกิลดับเบิ้ลสแลช สกิลทริปเปิ้ลสแลช ถูกฟาดฟันออกจากมือทั้งสองข้าง ด้วยการโจมตีของแอชเชอร์ที่ส่งออกไปนั้นสร้างความตกใจให้กับพี่เลี้ยงไม่น้อย


    ตึง~!


    ร่างใหญ่ยักษ์ของมอนสเตอร์ 6 ดาวร่วงลงมานอนกองบนพื้นดินพร้อมกับชีวิตของมันหมดลง แอชเชอร์จึงขโมยฟอสเอนเนอร์จี้จากมันอีกเช่นเคย ก่อนที่เขาจะลงมือจัดการมอนสเตอร์ที่อยู่รอบๆจนการต่อสู้ทางฝั่งของเขาสงบไป


    “แอชเชอร์ นายสร้างสกิลได้แล้วอย่างนั้นเหรอ”


    แอชเชอร์ทำหน้าสงสัย เขาไม่รู้ว่าการสร้างสกิลเองคืออะไร ตั้งแต่มาใช้ชีวิตใหม่เขาได้ยินแค่ว่านักวิจัยสร้างยาที่จะทำให้มีโอกาสได้รับสกิลผ่านการฝึก

    “อะไรคือการสร้างสกิลอย่างนั้นเหรอครับ”


    “ก็การโจมตีของนายเมื่อครู่ไง มันเป็นสกิลแน่นอน การจะฟันติดต่อกันหลายครั้งในเวลาไม่กี่วินาทียากจะทำได้หากไม่มีสกิลเกิดขึ้นมา นายคงไม่รู้สินะว่าสกิลเกิดขึ้นได้จากความเชี่ยวชาญ”


    “ผมรู้แค่ว่าหากฝึกไปเรื่อยๆก็จะได้สกิล งั้นก็หมายความว่าสกิลที่มนุษย์ควรจะมี มีมากกว่าที่นักวิจัยเปิดเผยให้รู้ใช่ไหมครับ”


    “ใช่แล้วล่ะ สกิลมีมากกว่าที่นายเห็น ทางกองทัพก็มีสกิลที่วิจัยขึ้นมามากมาย ถึงอย่างนั้นกลับมีน้อยที่ฝึกแล้วทุกคนจะได้รับมันแบบ 100 % ส่วนสกิลที่กองทัพไม่ได้ยุ่งเกี่ยวก็คือสกิลของพวกตระกูลใหญ่หรือกลุ่มผู้มีอำนาจ พวกเขาครอบครองวิธีการฝึกศิลปะการป้องกันตัว เช่น วิชาดาบของสำนัก วิชาหอกที่ตกทอดมาของตระกูลอะไรทำนองนี้ ทำให้คนในกลุ่มอำนาจนี้มีสกิลที่ต่างจากกองทัพ จากการฝึกตั้งแต่เด็ก”


    “อ๋อ พอจะเข้าใจแล้วครับ  ”


    “เพราะงั้นสิ่งที่นายแสดงออกมาเมื่อครู่มันจึงเป็นสกิลที่เกิดจากความเชี่ยวชาญของนาย”


    “หมายความว่าต่อจากนี้ไปผมสามารถสร้างสกิลได้หากมีความเชี่ยวชาญที่มากพอ”


    “ใช่”


    แอชเชอร์ไม่คิดจะฝึกหนัก เขามีระบบที่สามารถซื้อสกิลได้ ดังนั้นสิ่งที่เขาจะทำคือหยิบอาวุธใหม่ขึ้นมาสักอย่างเพื่อใช้ตบตาผู้คน ระหว่างนี้เขาก็ซื้อสกิลมาใช้งานเพื่อให้ทุกคนคิดว่าสกิลที่เขาได้มาจากการฝึกฝน


    “ถ้าอย่างนั้นผมสามารถล่าได้อีกใช่ไหม”


    “เดิมทีพวกเราจะให้นายล่าเพียงแค่ 1 - 2 ตัวเพราะต้องการให้นายปรับตัวกับชุดเกราะที่ลดระดับให้เท่ากับมอนสเตอร์ ตอนนี้ไม่แล้ว หากนายคิดว่ายังฆ่าได้เราจะให้นายฝึกต่อไปเหมือนเช่นที่ผ่านมา”


    แอชเชอร์มองหามอนสเตอร์ 6 ดาวพลางมองไปยังกลุ่มของระดับ A 17 คนที่ต่อสู้อยู่ห่างออกไปไม่ไกล พวกเขาเริ่มที่จะใช้รูปแบบทีม 5 ในการฆ่า บางครั้งก็เป็นรูปแบบทีม 3 ดูเหมือนว่าทางฝั่งนั้นจะกดดันไม่น้อยจากความก้าวหน้าของระดับ S อย่างเขาที่แสดงให้เห็น การที่พี่เลี้ยงพาเขามาฝึกในเขตเดียวกันกับระดับ A ดูเหมือนว่าจะมีจุดประสงค์ในการกระตุ้นระดับ A เหล่านี้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้พวกเขารีบพัฒนาให้ทันแอชเชอร์


    พรึ่บ~!


    สองเท้าก้าววิ่งออกไปด้วยความรวดเร็วพลางหักเลี้ยวเข้าหามอนสเตอร์ 6 ดาว ระหว่างทางวิ่งก็ได้ปรากฎมอนสเตอร์มากมายออกมาต้อนรับเป็นสิบตัว แอชเชอร์จึงลงมือฆ่าสังหารพวกมันด้วยสกิลที่มี กระโดดสูง พลิกตัวกลางอากาศ หลบหลีก โจมตีต่อเนื่อง ดับเบิ้ลสแลช ทริปเปิ้ลสแลช ทุกๆอย่างถูกใช้งานผ่านชุดเกราะเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์ที่ขวางทางจนเขามาถึงด้านหน้ามอนสเตอร์ระดับ 6 ดาว






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน