หลังจากเหตุการณ์ที่ลำธารในวันนั้นเื่ราวของคนทั้งสามก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จากวันเป็เดือน จากเดือนเป็ปี เผิงหลงยังคงเก็บงำความแค้นอยู่ภายในใจเสมอมา ทว่า...มันก็มิได้คิดจะถอดใจเื่ของหลิวซินแต่อย่างไร หากแต่เฝ้ารออะไรบางอย่างอยู่มากกว่า
เผิงหลงเฝ้ารออยู่นานแสนนาน จนวันเวลาที่เหมาะสมก็มาถึงในที่สุด ยามนั้นมันมีอายุได้ 20 ขวบปีพอดี ซึ่งนับว่าเป็่เวลาแห่งการมีคู่ ออกเรือน หรือภาษาชาวบ้านก็คือการมีเมียนั่นแหละ และสตรีที่มันหมายปองก็ย่อมไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก หลิวซิน ผู้ที่มันหลงรักมาั้แ่ยังเยาว์ เผิงหลงจึงหมายใจที่จะให้ผู้เป็บิดาอย่าง หวู่ฟู่ไชไปสู่ขอนาง มันมั่นอกมั่นใจว่างานนี้จะต้องสำเร็จลุล่วงไปได้ดี เพราะบิดาของหลิวซินนั้น เป็คนละโมบโลภมาก และติดการพนันเป็อย่างหนัก หากมีเงินค่าสินสอดก้อนโตไปล่อ มันย่อมยอมขายบุตรสาวกินเป็แน่
หวู่เผิงหลงเฝ้ารอเื่เช่นนี้มาตลอด มันต้องทนเก็บความรู้สึกพ่ายแพ้มายาวนาน คราวนี้แหละมันจะเอาชนะจ้าวหยุนได้สักที พอแผนการทุกอย่างเตรียมพร้อม มันจึงเดินตรงไปเอ่ยปากขอบิดา ทว่า....
คำตอบกับผลลัพธ์กลับไม่ใช่อย่างที่เผิงหลงคิดไว้แม้แต่น้อย
“มะ....ไม่ได้? เหตุใดท่านพ่อจึงไปขอหลิวซิน มาเป็เมียข้าไม่ได้”
“ข้ารู้ว่าเ้าแอบรักนางมาแต่ไหนแต่ไร แต่เื่จะเอานางเข้ามาเป็สะใภ้ของสกุลเรา มันคนล่ะเื่กัน” หวู่ฟู่ไชเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมสีหน้าเคร่งขรึม
“เพราะนางมีฐานะต่ำต้อยกระนั้นหรือ...เื่นั้นไม่เห็นเป็ไรเลย ท่านพ่อเป็ผู้มีอำนาจในเมืองนี้จะมีผู้ใดกล้าติฉินนินทา พวกมันล้วนต้องพึ่งเงินของเราทั้งนั้น ได้โปรดไปขอนางมาเป็เมียให้....”
“ข้าบอกว่าไม่ได้อย่างไรเล่า!! เ้าฟังคำข้าไม่รู้เื่กระนั้นหรือเผิงหลง!!” คราวนี้ หวู่ฟู่ไชตวาดเสียงแข็งใส่บุตรชายของมัน
“พวกมันจะแอบพูดลับหลังข้าอย่างไร ข้าไม่สนใจ แต่ถ้าเื่นี้รู้ถึง เจียงเว่ยละก็ข้ายอมไม่ได้”
“เจียงเว่ย? หมายถึงท่านลุงเจียงเว่ยนะหรือ? ท่านลุงเกี่ยวอันใดกับเื่นี้ ข้าไม่เข้าใจ”
หวู่ฟู่ไชถอดถอนหายใจยาว ๆ ก่อนจะสั่นหน้าไปมาแล้วเอ่ยว่า
“ไม่เกี่ยวไม่ได้หรอกเผิงหลง เพราะพ่อกับเขาได้ตกลงกันมานานแล้ว ว่าเราทั้งสองสกุลจะเป็ทองแผ่นเดียวกันดังนั้น อีกสองปีเ้าต้องแต่งงานกับ หลานซิ่วอิง บุตรสาวของท่านลุงเจียงเว่ยสหายพ่อ เข้าใจหรือไม่” พอเผิงหลงได้ยินเช่นนั้นก็ตาโต อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง มันไม่คิดเลยว่าจะถูกบิดาจับคลุมถุงชนเช่นนี้
“นะ...น้องซิ่วอิงก็งดงามไม่น้อย ตะ...แต่ข้าไม่ได้รัก หรืออยากแต่งงานกับนาง ผู้ที่ข้าอยากแต่งด้วยคือ...”
“พอ! เ้าไม่ต้องพูดอันใดอีก ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้ตัดสินใจกันแล้ว ถ้ากลับคำพูด แล้วต่อไปจะมองหน้า จะคบค้าสมาคมกันได้อย่างไร เ้าจงตัดใจจากหลิวซินซะ!! อ๋อ แล้ววันนี้ก็จงไปเก็บของใช้ส่วนตัวของเ้าด้วย พรุ่งนี้เช้าจะได้ออกเดินทาง”
“ออกเดินทาง? ไปไหน? ไปทำอะไร?”
“พ่อจะให้เ้าไปเมืองหลวง และอาศัยอยู่กับท่านลุงเจียงเว่ยชั่วคราว ที่นั่นเ้าจะได้เรียนรู้เื่การค้าขายจากเขา แถมยังได้ทำความสนิทสนมกับซิ่วอิงเพิ่มขึ้น พอครบสองปีก็แต่งงานกันพอดี” คำสั่งของหวู่ฟู่ไชคล้ายสายฟ้าฟาดลงกลางใจของหวู่เผิงหลง แค่บิดาไม่ยอมไปสู่ขอสตรีที่หมายปองมาเป็เมียก็ว่าหนักแล้ว แต่นี่มันยังต้องถูกส่งให้ไปอยู่เมืองหลวงถึง 2 ปีอีก นั้นเท่ากับว่าเผิงหลงจะไม่ได้เห็นหน้าหลิวซินไปอีกนานแสนนาน และกว่าที่มันจะกลับมา นางกับจ้าวหยุนก็คง....
เผิงหลงนั่งคุกเข่าก้มหน้า กำหมัดแน่นด้วยเ็ป แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น เพราะมันมิอาจขัดคำสั่งของผู้เป็พ่อได้
“ไปเมืองหลวง อยู่กับท่านลุงเจียง ครบสองปีแต่งงานกับน้องซิ่วอิงสินะ...ข้าเข้าใจแล้ว” หวู่เผิงหลงเอ่ยเสียงแ่ ก่อนจะลุกขึ้น จากนั้นจึงหมุนกาย เดินออกจากห้องไป ปากเอ่ยรับคำสั่งบิดา แต่ใจนั้นไม่ยินยอมแม้แต่น้อย ความเกลียดความแค้นเพิ่มทวีคูณ เผิงหลงตั้งปณิธานชั่วร้ายว่า ‘จากนี้อีกสองปี ห้าปี สิบปี มันจะต้องหาทางชิงหลิวซินมาให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องใช้แผนการชั่วร้ายเลวทรามแค่ไหนก็ตาม...’
เช้าวันต่อมา เผิงหลงกับผู้ติดตามอีกจำนวนหนึ่งก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง ขบวนใหญ่ทีเดียวซึ่งก็สมกับฐานะของหวู่ฟูไช่มหาเศรษฐีประจำเมือง ยามนั้นมีชาวบ้านร้านตลาดมายืนดู พร้อมส่งเสียงเจื้อยแจ้ว หลายคนทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนหลายคนก็ไม่ทราบ รู้เพียงมหาเศรษฐีหวู่ฟู่ไชกำลังขนข้าวขนของไปขายที่ไหนสักที่เหมือนอย่างเคย
หวู่เผิงหลงนั่งทำหน้าเบื่อหน่าย พร้อมมองออกนอกหน้าต่างรถม้าด้วยจิตใจที่ว่างเปล่า ทว่า....ในเวลานั้นเอง สองตาของก็พลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด เพราะภาพที่เห็นก็คือ... หลิวซินกำลังโบกไม้โบกมือให้มันอยู่หลังชาวบ้านสองสามคน ก่อนที่นางจะหันไปสนทนากับคนผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างกาย ซึ่งคนผู้นี้นี่แหละที่ทำให้ไฟแห่งความเกลียดชังของมันลุกโชน จนสามารถแผลเผาทุกอย่างรอบข้างเป็จุณได้ จ้าวหยุนนั้นเอง...
“เจ็บใจยิ่งนัก... ไอ้จ้าวหยุนมันพาหลิวซินมาเพื่อเยาะเย้ยข้าเป็แน่ ยามนี้ข้าทำอันใดไม่ได้ แต่อีกสองปี ข้าจะกลับมาทวงสิ่งที่ควรเป็ของข้ากลับคืนมา...” เผิงหลงคิดในใจด้วยความเคียดแค้น ก่อนที่รถม้าจะเดินทางออกนอกเมืองไปในที่สุด...
หลายวันผ่านไปในที่สุดเผิงหลงก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงในที่สุด ที่นี่ผู้คนพลุกพล่าน มากไปด้วยตึกรามบ้านช่อง สองข้างถนนเต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลาย มีความเจริญยิ่งกว่าเมืองที่เผิงหลงจากมายิ่งนัก
รถม้านำมันตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์หลังงาม ขนาดของมันใหญ่โตกว่าของหวู่ฟู่ไชหลายเท่านัก คงเพราะซุนเจียงเย่เป็ผู้มั่งคงอันดับต้น ๆ ผู้หนึ่งของเมืองหลวงกระมัง เขาทำการค้าสี่ทิศ เหนือ ใต้ ออก ตก แถมยังมีเส้นสายในวังหลวงอีกด้วย ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยที่จะร่ำรวยถึงเพียงนี้ ซุนเจียงเย่มีบุตรสาวหนึ่งคนนามว่า หลานซิ่วอิง นางอายุสิบห้าขวบปี รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณจัดว่างดงามเป็อันดับหนึ่งของเมืองหลวง หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หลายคนต่างหมายปอง พ่อค้าเศรษฐี และขุนนางหลายคน อยากได้นางไปเป็ลูกสะใภ้ ทว่า...เพราะซุนเจียงเย่กับหวู่ฟูไชซึ่งเป็สหายกันมานาน ได้เคยตกลงกันไว้ในอดีต ว่าจะให้บุตรชายกับบุตรสาวแต่งงานกันเพื่อสืบทอดทุกอย่างของสองสกุล ซุนเจียงเย่จึงมิอาจยกหลานซิ่วอิงให้กับผู้อื่นได้...
จบตอน