ปัง!
หลังจากหมัดปะทะกันอยู่ครู่หนึ่งก็เกิดแรงระเบิดผลักให้ทั้งสองถอยกลับไปด้านหลังเฮยอี้ผานก้มมองหมัดของตัวเองอย่างงุนงงจนถึงตอนนี้เขายังรู้สึกด้านชาเล็กน้อยสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังหมัดของเย่ฉีนั้นแทบไม่ด้อยไปกว่าเขาเลยเผ่าอสูรโทสะนั้นขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งของผิวกาย แม้ว่ากล้ามเนื้อภายในของเผ่าอสูรโทสะจะไม่ได้แข็งแกร่งมากทว่าผิวกายสีทองแดงนั้นเปรียบเสมือนเกราะอันแข็งแกร่งที่ยากจะถูกทำลายยิ่งไปกว่านั้นจิตวิญญาณหมัดของเฮยอี้ผานยังอยู่ในระดับลึกล้ำด้วยเขาไม่เข้าใจจริงๆว่าเหตุใดเพียงหมัดธรรมดาของเย่ฉีถึงสามารถทัดเทียมกับเขาได้
กลับกันริมฝีปากของเย่ฉียกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างตอนนี้พิสูจน์แล้วว่าพลังกายเนื้อสมบูรณ์แบบของเชายอดเยี่ยมกว่าที่คิดไว้เสียอีกเฮยอี้ผานไม่เพียงผสานจิตวิญญาณหมัดเข้ามาแต่อย่าลืมว่าเหล่าลูกหลานเชื้อสายราชันย์พวกนี้ล้วนอาบโลหิตเทพชำระกายกันทั้งนั้นต่อให้ระดับโลหิตเทพของเผ่าอสูรโทสะจะเทียบกับหลี่หลิงเทียนไม่ได้แต่ก็ยังนับว่าเป็นโลหิตเทพอยู่ดี
“ฮึ่ม!ต่อให้เจ้าจะมีพลังกายเนื้อแข็งแกร่งแต่ยังไงระดับพลังก็ต่างกันเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะอาศัยความได้เปรียบด้านอื่นมากลบทับได้!”
เฮยอี้ผานพลันแค่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจตอนนี้หากต้องการจัดการกับเด็กชายตรงหน้าเขาจำเป็นต้องทุ่มพลังทั้งหมดออกมาขณะที่ระฆังโบราณของเขาสั่นส่งเสียงดังกังวานนั้นปราณสีดำที่เกิดจากพลังสายเลือดก็พรั่งพรูออกมาไม่หยุดยั้งกลิ่นอายของเฮยอี้ผานตอนนี้แทบจะเทียบได้กับบรรพชนโบราณแล้ว!
“โอหยางเก๋อเตียวผิง หากพวกเจ้ายังไม่ลงมืออีกเช่นนั้นข้าก็จะยอมแพ้แล้ว!”
เฮยอี้ผานเร่งเร้าพลังออกมาจนถึงจุดสูงสุดแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะทุ่มสุดตัวอย่างไรก็ตามเขาไม่ใช่คนที่จะเสียเปรียบผู้อื่นตอนนี้เขาแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงของตนแล้วหากสองคนนั้นยังคิดทำตัวเป็นชาวประมงรอรวบแหเช่นนั้นเขาก็จะยอมแพ้จริงๆต่อให้ทรัพย์สมบัติถูกชิงไปแต่อย่างน้อยก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บมีสหายร่วมทางอัปยศย่อมดีกว่าเขาสูญเสียคนเดียวอยู่แล้ว
โอหยางเก๋อกับเตียวผิงมองเฮยอี้ผานพลางถอนหายใจออกมาคนผู้นี้ดูว่าใจร้อนวู่วามแต่ที่จริงกลับไม่ได้ไร้สมองค่ายกลเจ็ดดาราถูกใช้เพราะสองสาเหตุ หนึ่งคือป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหลบหนีได้สองคือเพื่อทุ่นแรงของพวกเขา ตอนนี้เย่ฉีไม่เพียงไม่คิดหนีแต่ยังจะปล้นชิงพวกเขาด้วยอีกทั้งหากเฮยอี้ผานทุ่มสุดตัวเช่นนั้นพวกเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าการร่วมมือของสามผู้นำทัพรุ่นเยาว์จะสู้เด็กจากโลกระดับต่ำคนหนึ่งไม่ได้
“สหายน้อยหากเจ้ายอมรามือไปตอนนี้พวกเราจะทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นโลกมนุษย์ของเจ้าผูกความแค้นกับสามโลกระดับสูงไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย”
หลังจากตัดสินใจก้าวออกมาแล้วเตียวผิงก็กล่าวขึ้นพร้อมกับมองเย่ฉีอย่างจริงจังคำพูดของเขานั้นมีเหตุผล หากเรื่องจบลงเพียงเท่านี้ย่อมเป็นผลดีกับทุกฝ่ายนี่ก็แค่การแข่งขันในแดนศักดิ์สิทธิ์หาใช่ศึกสงครามที่ต้องสู้รบเป็นตายเสียหน่อยไม่มีเหตุผลเลยที่เย่ฉีจะดึงดันปล้นชิงแหวนมิติของพวกเขาแลกกับการเป็นศัตรูกับโลกระดับสูงทั้งสาม
อย่างไรก็ตามความคิดของเย่ฉีไหนเลยที่พวกเตียวผิงจะเข้าใจได้?หลังจากสิ้นคำของเตียวผิงนั้นเย่ฉีก็หัวเราะออกมา
“อย่างพวกเจ้าสามารถเป็นตัวแทนของโลกระดับสูงได้งั้นหรือ?นี่ออกจะสำคัญตัวเองมากไปหน่อยกระมัง?”
ในสายตาของเย่ฉีเด็กน้อยกลุ่มหนึ่งไหนเลยเลยจะเป็นตัวแทนของโลกทั้งใบได้?ต่อให้เขาสังหารผู้สืบทอดของราชันย์นรกไปคนหนึ่งแต่เจ้านรกทั้งสามสิบสามคนจะเห็นด้วยหรือไม่หากราชันย์นรกจะประกาศสงครามกับโลกอื่น?ในสังคมที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์เช่นนี้ชีวิตของรุ่นเยาว์คนหนึ่งไม่อาจเทียบได้กับทรัพยากรมากมายที่ต้องสูญเสียหากเกิดสงครามขึ้นอยู่แล้วแน่นอนว่านี่คือความคิดของชนชั้นปกครองแต่ไม่ใช่กับอัจฉริยะรุ่นเยาว์เหล่านี้คำพูดของเย่ฉีมากพอที่จะกระตุ้นโทสะของพวกเขาจนเดือดดาล
“ในเมื่อเจ้าไม่ดื่มสุราคารวะเช่นนั้นก็ดื่มสุราจับกรอกไปแล้วกัน!”
เตียวผิงกับโอหยางเก๋อสะกดอารมณ์ต่อไปไม่ไหวแล้วถึงอย่างไรคนรุ่นนี้ก็อยู่ในวัยที่บ้าบิ่น พวกเขาจะยอมโดนดูถูกได้อย่างไร? ดวงตาของโอหยางเก๋อส่องสว่างคล้ายดวงดาวในจักรวาลยามเขาสะบัดแขนเสื้อก็ปรากฏลูกแก้วสีเงินสามสิบสองลูกกระทบกันลอยวนอยู่รอบตัวเขาส่วนเตียวผิงนั้นเป็นสายเลือดปีศาจมายาที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังจิตตรานุภาพอาวุธของเขาคือเข็มเงินหนึ่งร้อยแปดเล่มที่บางเฉียบยากจะมองเห็น
“พวกเจ้าที่เหลือไปจัดการสองคนนั่น”
เตียวผิงกล่าวเสียงเย็นในเมื่อต้วนหลิงเทียนกับเสวี่ยชิงล่อเย่ฉีมาที่นี่ได้ก็หมายความว่าสองคนนี้มีความสำคัญต่อเขาหากจะสู้กันแล้วย่อมต้องทำทุกอย่างให้ได้เปรียบเหนืออีกฝ่ายความปลอดภัยของต้วนหลิงเทียนกับเสวี่ยชิงย่อมส่งผลรบกวนสมาธิของเย่ฉีขณะต่อสู้แน่นอน
“อาจารย์อาไม่ต้องสนใจพวกเราหากเป็นแค่คนพวกนี้ข้ากับชิงเอ๋อร์จัดการได้”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นแม้ว่าระดับการฝึกตนของพวกเขาจะด้อยกว่าหลายขั้นแต่ตอนนี้หลังติดตามหลี่หลิงเทียนพวกเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
“ดี! อย่าทำให้อาจารย์ของพวกเจ้าต้องผิดหวัง!”
เย่ฉียิ้มออกมาขณะมองชายหญิงทั้งสองคนเพียงแค่เห็นแววตาของพวกเขาก็ทำให้เย่ฉีพึงพอใจแล้วยังไม่ต้องพูดถึงว่าทั้งสองคนเป็นศิษย์ของราชันย์สวรรค์เลยเอาแค่ในฐานะศิษย์ของนิกายมังกรนพเก้าก็ควรจะมีท่วงท่าเหี้ยมหาญเช่นนี้ถึงจะถูก
ขณะเดียวกับที่ต้วนหลิงเทียนและเสวี่ยชิงถูกล้อมทางด้านเย่ฉีการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นแล้วมีเฮยอี้ผานเป็นผู้นำบุกสังหารเข้าด้านหน้าส่วนโอหยางเก๋อก็ใช้พลังจิตควบคุมลูกแก้วสีเงินกระทบกันเสียงดังระรัวเข้าล้อมเย่ฉีลูกแก้วสีเงินนี้นับเป็นของชั้นสูงที่หายาก คุณสมบัติของมันคล้ายกับธงค่ายกลแต่ดีกว่ามากเพราะสามารถควบคุมปรับเปลี่ยนได้ตามใจนึกส่วนเตียวผิงที่อยู่ด้านหลังก็ใช้พลังจิตสร้างภาพมายารบกวนเย่ฉีและคอยหาช่องว่างโจมตีด้วยเข็มเงิน
การผสานของสามอัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้งสามนี้ต่อให้เป็นเย่ฉีก็ยังชื่นชมอยู่หน่อยยังไม่ต้องพูดถึงว่าสามารถสอดประสานกันได้อย่างดีแต่พรสวรรค์ของพวกเขาก็นับว่าอยู่แนวหน้าของจักรวาลนี้จริงๆเสียดายก็แต่คู่ต่อสู้ในครั้งนี้ของพวกเขาก็คือเย่ฉี!
“ดาราที่หนึ่งผสาน!”
สู้กับสามคนนี้ไหนเลยจะใช้เพียงคุณสมบัติของกายเนื้อได้?ดาราสีทองปรากฏขึ้นเบื้องหลังเยฉีพร้อมกับประกายสายฟ้าที่แล่นผ่านด้านในยามผสานเข้าที่กลางแผ่นหลังของเขาก็ทำให้กลิ่นอายทำลายล้างปะทุขึ้นมาจนสีหน้าของเฮยอี้ผานต้องแปรเปลี่ยน
ปัง!
หมัดเล็กๆของเย่ฉีต่อยออกไปคราวนี้แม้ไม่มีจิตวิญญาณหมัดผสานแต่กลับมีสายฟ้าล้อมรอบสร้างแรงระเบิดปะทะอย่างรุนแรงเพียงหมัดปะทะกันเฮยอี้ผานก็รู้สึกราวกับถูกภูเขาทั้งลูกพุ่งชนจนร่างซวนเซยามถอยกลับไปคราวนี้ที่หมัดขวาของเขากลับปรากฏรอยปริแตกของผิวทองแดงด้วย
ขณะเดียวกันที่เฮยอี้ผานกำลังตกตะลึงนั้นเย่ฉีก็กระทืบเท้าครั้งหนึ่งพุ่งตัวออกไปด้านหน้าราวกับลูกศรเป้าหมายของเขาก็คือข่ายอาคมสีทองที่เกิดจากลูกแก้วสีเงินของโอหยางเก๋อชั่วพริบตานั้นที่ข่ายอาคมสีทองปรากฏขึ้นก็ถูกหมัดของเย่ฉีต่อยเข้าไปยังแกนกลางจนพังทลายอย่างรวดเร็วนี่ไม่ใช่แค่พลังทำลายที่มหาศาลแต่เย่ฉียังมองค่ายกลของโอหยางเก๋ออกในพริบตาด้วย
ยามนี้สีหน้าของโอหยางเก๋อยิ่งซีดเซียวเพราะการจะควบคุมของวิเศษชิ้นนี้ต้องเชื่อประสานจิตของเขาเข้าไปค่ายกลพังทลายยังไม่เท่าไหร่แต่แรงหมัดของเย่ฉีที่ถึงขั้นทำให้กายทองแดงของเฮยอี้ผานปริแตกนั้นมีหรือที่พลังจิตของโอหยางเก๋อจะทนทานได้?
อย่างไรก็ตามคนที่อนาถที่สุดนั้นไม่ใช่เฮยอี้ผานกับโอหยางเก๋อแต่เป็นเตียวผิง!
พลังของเผ่าปีศาจมายาย่อมมุ่งเน้นไปที่ภาพมายาแม้ว่าพลังจิตโดยกำเนิดของเผ่านี้จะสูงมากแต่เมื่อเทียบจิตตานุภาพกับเย่ฉีจะสู้ได้อย่างไร?ถึงชีวิตนี้ของเขาจะเริ่มต้นใหม่แต่ก็เป็นแค่ทางด้านกายภาพเท่านั้นแค่ประสบการณ์ที่สั่งสมมาในช่วงชีวิตของราชันย์มังกรก็แทบไม่มีเผ่าปีศาจมายาคนไหนเทียบเท่าเขาได้แล้ว!
อั่ก!
สายโลหิตพลันทะลักออกจากปากของเตียวผิงเพียงแค่เขาสบตากับเย่ฉีเท่านั้นดวงตาที่ทอแสงสีเขียวของเขาพลันดับวูบในพริบตาแม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วขณะเดียวแต่ยามที่เตียวผิงพยายามใช้พลังจิตตานุภาพสะกดเย่ฉีนั้นที่จริงกินเวลาอย่างยาวนานในภาพนิมิตมายาจิตที่ประชันกันไม่รู้ว่าเตียวผิงถูกเย่ฉีฉีกกระชากร่างกายไปกี่สิบครั้ง
ศึกใหญ่ที่สามผู้นำทัพรุ่นเยาว์จากโลกระดับสูงร่วมมือกันเต็มกำลังใครจะไปคาดคิดว่าจะลงเอยเช่นนี้?ตั้งแต่เย่ฉีผสานดาราที่หนึ่งจนถึงตอนนี้พึ่งผ่านไปไม่กี่อึดใจกระทั่งทางฝั่งพวกต้วนหลิงเทียนยังไม่ทันได้สู้กันจริงจังด้วยซ้ำ!