ตำรวจที่โรงพักเห็นคนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาในสถานีก็พากันตื่นตัว "ชาวบ้านมีเื่อะไรกันเรอะออกไปดูสิ" ตำรวจสองนายเดินออกมาถามก่อนที่กลุ่มลุงและป้าจะเข้าไปในสถานี
“มากันเยอะแยะอย่างนี้มีอะไร”
“คุณตำรวจมีคนมาแจ้งความเื่คนหายหรือยัง” ป้าหลินรีบถาม
เมื่อตำรวจทั้งสองนายได้ยิน นายหนึ่งก็รีบเดินเข้าไปในสถานีบอกตำรวจนายอื่นๆ ที่อยู่ข้างใน นายเวรก็รีบเปิดดูสมุดแจ้งความ อีกนายก็พาลุงและป้าทั้งหลายเข้ามาในสถานีอย่างสงบ จัดแจงให้ทุกคนนั่งลง ตำรวจที่นี่รู้ว่าจะต้องทำยังไงถ้าไม่อยากให้ชาวบ้านโวยวาย
“วันนี้ยังไม่มี จะมาแจ้งความคนหายเรอะ”
“ใช่”
“แล้วหายไปนานหรือยัง”
“อาอิง แม่หายไปั้แ่กี่โมง” ป้าหลินหันมาถามเชนเม่ยอิง
“ตื่นขึ้นมาหนูก็ไม่เห็นแม่แล้วค่ะ” เชนเม่ยอิงตอบ
จากนั้นตำรวจถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะบอกว่า “ต้องรอหน่อยนะ เพราะมันยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง”
“รออะไรคุณตำรวจ นี่มันผิดปกติมากนะ ถ้าหากว่ารอแล้วไม่ทันการณ์ใครจะรับผิดชอบล่ะคุณตำรวจ” ตำรวจหลายนายมองหน้ากัน
“ตำรวจมีตั้งเยอะตั้งแยะ จะออกไปช่วยชาวบ้านหาคนหายสักนายสองนายก่อน 24 ชั่วโมงมันคงไม่ผิดหรอกใช่ไหม พวกเราว่าไหม” ป้าหลินเอ่ยขึ้นอีก
“ใช่” เสียงคนอื่นๆ พร้อมใจกันพูดขึ้น ผู้กำกับจึงสั่งให้ลูกน้องสองนายออกไปช่วยชาวบ้านตามหา
เชนอันยูเลิกงานกลับมาบ้านก็เห็นแต่หมานผิงเดินเป็หนูติดจั่นรีบเดินเข้ามาหาเขา
“คุณค่ะ ฉันร้อนใจจังเลยค่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้ อาอิงกับอันเกา พากันไปถึงไหน ฉันพยายามห้ามไม่ให้ไปแล้วนะคะ แต่ว่าอาอิงไม่ฟังฉันเลยค่ะ”
“หมานผิงคุณค่อยๆ พูดอธิบายให้ผมฟังอีกทีสิ” ถึงเขาจะร้อนใจแต่ก็ไม่วู่วาม หมานผิงจึงปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้สามีเพื่อนฟังว่าเธอ
พยายามแค่ไหนที่จะช่วยลูกของเขาทั้งสองคนตามหาแม่ แต่เด็กทั้งสองก็ดื้อดึงที่จะพากันออกไปตามหาเอง เชนอันยูรีบเดินออกไปตามหาลูกทั้งสอง เขาเดินไปถามเพื่อนบ้าน
“คงจะอยู่ที่โรงพัก” เพื่อนบ้านที่ไม่ได้ไปโรงพักกับคนอื่นๆ บอก
เชนอันยูเอ่ยขอบคุณแล้วก็รีบไปโรงพัก เขาคิดไว้แล้วว่าถ้าคืนนี้ภรรยาไม่กลับบ้านเขาก็จะแจ้งความ เพื่อนบ้านก็หันมานินทาเื่ครอบครัวของเขาต่อ “ยายถิง แกเห็นผู้หญิงที่มาอยู่ที่บ้านของเฟยหลิงไหม”
“เห็นทำไมเหรอ”
“แกไม่คิดเหรอว่าการที่เฟยหลิงหายตัวไป อาจจเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ก็ได้”
“จริงด้วย ฉันก็คิดเหมือนแก” ป้าอีกคนพูดขึ้น
“เออจริง บางครั้งฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นออกมาซื้อของ ไปร้านเสริมสวย ชอบแต่งตัวอ่อยผู้ชายอยู่นา”
“แล้วแกรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร”
“ฉันเคยถามเฟยหลิงๆ บอกว่าเป็เพื่อนมาขออยู่ด้วยชั่วคราว”
“ชั่วคราวแต่ฉันเห็นมาหลายเดือนแล้วนา”
“เออจริงด้วย ฉันก็สังเกตเห็นมาอยู่หลายเดือนแล้ว เห็นมีลูกติดมาด้วย ดูท่าจะหยิ่งๆ หน่อย ทั้งแม่ทั้งลูก”
สักพักก็เห็นเชนอันยูเดินนำหน้าลูกทั้งสองกลับมา เพราะทั้งสองไม่ยอมให้พ่อจับมือ
“หยุดพูดได้แล้ว เดินมาโน่นแล้ว” เพื่อนบ้านที่นั่งอยู่ในศาลาพักใจพากันหยุดพูดเมื่อเห็นคนที่ยกโขยงกันไปโรงพักพากันเดินกลับมา
เชนอันยูเอ่ยขอบคุณเพื่อนบ้านทุกคนก่อนที่จะพาลูกเข้าบ้าน ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาหมานผิงก็รีบเดินเข้ามาจะโผกอดเด็กทั้งสองคน แต่เชนเม่ยอิงและน้องชายต่างพากันหลบ และรีบเดินเข้าห้องของตัวเอง
หมานผิงทำหน้าเศร้าและถามเชนอันยูด้วยความเป็ห่วงว่าเป็อย่างไร เจอเยว่เฟยหลิงไหม เชนอันยูส่ายหน้า
หมานผิงรู้ว่าไม่ควรที่จะซักไซ้ถามอะไรมากในตอนนี้ ต้องปล่อยให้เชนอันยูมีที่ว่างให้เขาได้หายใจหายคอ เธอจึงเดินเข้าครัวไปเอาน้ำเก็กฮวยที่ต้มไว้มาให้เขาดื่ม เชนอันยูนังลงที่โซฟาและดื่มน้ำเก็กฮวยที่หมานผิงเอามาให้
หมานผิงนวดที่คอของเขาเบาๆ เมื่อเห็นเขาหลับตาและรู้สึกผ่อนคลายแล้วเธอจึงหยุดและเดินมาถอดถึงเท้าให้เขา ตอนแรกเชนอันยูใคิดว่าหมานผิงจะมาชวนเขาทำอะไรอย่างว่าในตอนนี้
“ฉันแค่จะถอดถุงเท้าและล้างเท้าให้คุณไม่ทำอะไรมากไปกว่านั้นค่ะ เพื่อคุณจะได้นอนพักผ่อน” หมานผิงเอ่ยขึ้น เชนอันยูจึงปล่อยให้เธอทำ น้ำอุ่นและมือที่นวดเท้าของเขาด้วยน้ำหนักพอดี ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายจนเผลอหลับไป
“แม่หนูหิว” หมานลี่ฮุยบอกแม่ของเธอ หมานผิงรีบจุ๊ปากให้ลูกสาวเบาเสียง แล้วก็มองนาฬิกาจะทุ่มนึงแล้ว เธอจึงดึงมือลูกให้เข้าไปในครัวสองแม่ลูกหาอะไรง่ายๆ กินกันสองคน เพราะไม่อยากทำเสียงดังเดี๋ยวจะรบกวนคนที่นอนอยู่ กินเสร็จแล้วสองคนแม่ลูกก็แปรงฟันเข้าห้อง
เชนเม่ยอิงและเชนอันเกาออกมาหาอะไรกิน ทั้งสองมองพ่อที่นอนหลับอยู่ก่อนที่จะเดินเข้าไปในครัวต้มมาม่ากิน แล้วก็กลับเข้าห้อง
หมานผิงยังแอบดูว่าเมื่อไหร่เชนอันยูจะตื่น เธอจะได้ไปเอาอกเอาใจเขา เมื่อเห็นฝ่ายชายขยับเธอก็รีบเดินมานั่งที่เก้าอี้อีกตัวที่อยู่ไม่ไกล เชนอันยูลืมตาขึ้นเห็นว่ามีผ้าห่มคลุมตัวอยู่ เมื่อหันมองไปรอบๆ ก็เห็นหมานผิงนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้ ก็ลุกขึ้นไปปลุกเธอให้ตื่น
“คุณตื่นเข้าไปนอนในห้องเถอะ” หมานผิงทำเป็งัวเงียตื่น
“คุณตื่นแล้วเหรอคะ” เชนอันยูพยักหน้า
“คุณจะทานอะไรไหมคะเดี๋ยวฉันจะไปทำมาให้” เชนอันยูพยักหน้าอีกครั้ง หมานผิงอยู่ที่นี่มาเกือบห้าเดือนแล้วเธอจึงรู้ว่าผู้ชายคนนี้ชอบอะไร
หลังทานอาหารเสร็จเธอก็เก็บถ้วยจานไปล้างบอกราตรีสวัสดิ์ เธอต้องเว้นจังหวะให้เขาเครียดและเหงาสักพัก
วันรุ่งขึ้นเชนเม่ยอิงปลุกน้องชายให้ตื่นแต่เช้า เธอทำไข่เจียวให้ตัวเองและน้องทานก่อนที่จะพากันออกจากบ้าน เชนอันยูตื่นขึ้นมาก็เห็นแค่หมานผิงกำลังทำอาหารเช้า เมื่อหมานผิงเดินมาบอกว่าอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินไปเคาะประตูห้องของลูก ไม่มีเสียงตอบเขาจึงเปิดประตูเข้าไป ไม่เจอลูก จับผ้าห่มเปิดขึ้นดูก็ไม่เจอ เขาเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่ดี หมานผิงเห็นก็รีบเข้ามาถามด้วยสีหน้าเป็ห่วง แต่ในใจกระหยิ่มยิ้มย่อง ไปแล้วไม่กลับมายิ่งดี
“ลูกๆ ผมไม่รู้หายไปไหน”
“อย่าพึ่งใไปค่ะ เด็กๆ อาจจะไปหาเพื่อนบ้านก็ได้นะคะ”
เชนอันยูรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปถามเพื่อนบ้าน
“ฉันเห็นอาอิงกับอาเกา พากันเดินไปโรงพักั้แ่เช้าแล้ว” เชนอันยูจึงรีบตามไปที่โรงพัก
เมื่อไปถึงก็เห็นลูกสองคนอยู่กับตำรวจ “ครูใหญ่มาก็ดีแล้ว พาลูกกลับบ้านไปก่อนนะ เพราะเด็กสองคนนี้อยากจะออกตามหาแม่ที่แม่น้ำเอง แต่เรากลัวว่าเด็กจะได้รับอันตราย เพราะกระแสน้ำเชี่ยว เื่ตามหาภรรยาของคุณเราได้ประสานงานออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว”
“ครับๆ ขอบคุณมากครับ” เชนอันยูรีบจูงมือลูกทั้งสองกลับบ้าน เชนเม่ยอิงชักมือออกจากอุ้งมือของพ่อ เชนอันยูมองหน้าลูกสาว แต่ไม่ว่าอะไรเพราะคิดว่าลูกคงเป็ห่วงแม่
เมื่อกลับถึงบ้านเชนอันยูก็บอกให้ลูกกินข้าวอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน เชนเม่ยอิงไม่อยากไปโรงเรียนแต่ก็ต้องไปเธอเดินหน้ามุ่ยและไม่ตั้งใจเรียนเลยทั้งวัน จนคุณครูประจำชั้นต้องเตือน