ช่วงเวลากลางคืน ในห้องนอนเซี่ยปิง
ภาพเว็บไซต์หนึ่งถูกฉายออกมาในอากาศ เซี่ยปิงกำลังนอนกลิ้งอยู่บนเตียง และเปิดดูเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเนื้อสัตว์อสูร และยาเสริมจิตวิญญาณ
เหลือเวลาอีกแค่สามวันจะถึงวันประลอง ตอนนี้ถ้าเขาอาศัยความแข็งแกร่งของนักสู้ขั้นสี่ ไม่ว่ามองจากมุมไหน เขาก็ไม่มีทางติดหนึ่งในสิบอันดับของโรงเรียน
เปรียบกับสงป้าเทียนที่มีพละกำลังแข็งแกร่ง ฐานการฝึกฝนอยู่ในระดับนักสู้ขั้นที่ห้า ทว่ายังไม่เคยติดอยู่ในสิบอันดับแรกของโรงเรียนด้วยซ้ำ แม้กระทั่งนักสู้ขั้นหกและขั้นเจ็ดที่อยู่เหนือกว่าสงป้าเทียนก็ยังไม่มีอยู่ในรายชื่อสิบอันดับ
ด้วยระดับการฝึกฝนปัจจุบันของเซี่ยปิง หากต้องการฝากชื่อไว้บนกระดานสิบอันดับ เขาต้องเร่งยกระดับการฝึกฝนให้สูงขึ้นกว่านี้
“โอสถทองคำ”
เซี่ยปิงเห็นโอสถทองคำปรากฎอยู่ในหน้าแนะนำของเว็บไซต์ โดยรายละเอียดของส่วนผสมนั้นมีหัวใจหมีคลั่ง หัวใจพยัคฆ์เมฆา หมาป่าเขาเดียว รวมถึงแก่นวิญญาณล้ำค่าอีกเจ็ดร้อยกว่าชนิด ยาชนิดนี้มีค่ามาก อัดแน่นไปด้วยพลัง
ถ้าเขาได้รับโอสถทองคำมา การเลื่อนระดับจากนักสู้ขั้นสี่ไปขั้นห้าจะเป็นเรื่องง่ายในทันที แต่ที่น่าเสียดายก็คือยานั้นเป็นยาต้องห้าม
เหตุผลที่ถูกระบุให้เป็นยาต้องห้ามเป็นเพราะว่า พลังที่อยู่ในยานี้มีปริมาณมากเกินไป มันมีทั้งพลังของพยัคฆ์เมฆาทั้งหมาป่าเขาเดียว หากผู้ใช้โอสถทองคำมีรากฐานพลังไม่แข็งแกร่งพอ ร่างของเขาจะถูกระเบิดออกจากกันไม่เหลือแม่แต่เศษซากกระดูก
ทางรัฐบาลกลางจึงออกกฎว่า บุคคลที่สามารถซื้อโอสถทองคำนี้ได้ ต้องอยู่ในระดับนักสู้ขั้นเจ็ดขึ้นไป
“โอสถทองคำมันเหมาะกับฉัน” ดวงตาเซี่ยปิงมีประกายวาบผ่าน คนทั่วไปอาจได้รับผลกระทบร้ายแรงจากมัน แต่เขาคือข้อยกเว้น ซึ่งเป็นผลจากการฝึกวิชาหยางบริสุทธิ์ เขาควบคุมได้กระทั่งพลังแก่นแท้จากดวงอาทิตย์ เมื่อเทียบกับโอสถทองคำมันแทบไม่มีอะไรให้พูดถึง
หากเขาต้องการติดปีกตัวเองก้าวขึ้นเป็นนักสู้ขั้นห้า โอสถทองคำเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่มีสิทธิ์ซื้อมันได้ในตอนนี้ ฉะนั้นคงต้องใช้วิธีอื่นช่วย ตัวเลือกนั้นคือตลาดมืด
“เมืองจันทราทมิฬ”
เซี่ยปิงเปิดกระทู้ที่แนะนำเกี่ยวกับเมืองนี้ “นี่คือเมืองใต้ดินที่โด่งดังที่สุดในเขตหยางโจว และเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างความดีชั่วไว้ด้วยกัน ทั้งบ่อนพนัน โรงค้ากาม สิ่งผิดกฎหมาย และกลุ่มอาชญากร”
ในเมืองจันทราทมิฬแห่งนี้ การทรยศหักหลัง การต่อสู้ กลิ่นคาวเลือดและความตายมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง แต่ข้อดีของสถานที่แห่งนี้คงหนีไม่พ้น....ผลประโยชน์ สิ่งของต้องห้าม อาวุธ เนื้อสัตว์อสูร ทักษะการต่อสู้ ยาชนิดต่างๆ สมุนไพรวิญญาณ รวมสิ่งของทุกหลักแหล่ง ตราบใดที่มีเงิน คุณสามารถซื้อขายทุกสิ่งที่ต้องการโดยปราศจากเงื่อนไข
ที่นี่คือสวรรค์แต่ก็เป็นประตูสู่นรก เหล่าอาชญากรและกลุ่มคนชั่วร้าย ต่างรวมตัวกันอยู่ในเมืองจันทราทมิฬแห่งนี้ คนดีไม่ควรเหยียบเท้าเข้ามา หากไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิต
ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เหตุใดทางรัฐบาลกลางจึงยอมให้เมืองที่ชั่วร้ายแบบนี้มีอยู่อย่างเปิดเผย บางทีอาจมีข้อตกลงบางอย่างอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้
“เดี๋ยวนะฉันกำลังเห็นอะไรอยู่ น้ำยาทองคำราคาห้าแสนเหรียญ ทำไมแพงหูฉี่ขนาดนี้ นี่มันปล้นกันชัดๆ” เซี่ยปิงเห็นราคาแล้วอดกัดฟันไม่ได้
ห้าแสนเหรียญรัฐบาล สำหรับคนชั้นกลางอย่างพ่อของเขา ต้องใช้เวลาทำงานเจ็ดปีโดยที่ไม่ใช้จ่ายอะไรเลยถึงจะเก็บเงินได้ครบห้าแสนเหรียญ
จงอย่าลืมนี่เป็นแค่ยาตัวหนึ่ง มันชี้ชัดว่าตลาดมืดทำกำไรได้มากขนาดไหน ถ้าเขาไม่ได้รับเงินจากการเขียนนิยาย กลัวว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตคงทำได้แค่มองมันเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าฉันต้องลองติดต่อบรรณาธิการเหมิงเฟย เพื่อดูว่าจะพอจ่ายเงินล่วงหน้าได้หรือเปล่า ไม่อย่างนั้นคงซื้อมันไม่ได้”
เซี่ยปิงกดส่งข้อความหาบรรณาธิการเหมิงเฟยทันที เพื่อขอให้เขาจ่ายส่วนแบ่งของนิยายล่วงหน้า
ผ่านไปสิบนาที บรรณาธิการเหมิงเฟยก็ตอบข้อความกลับมา “อาจารย์ครับ ปกติการจ่ายเงินล่วงหน้า ไม่มีอยู่ในนโยบายของเว็บไซต์เรา แต่ละเดือนเราจะจ่ายส่วนแบ่งให้แก่นักเขียนทุกวันที่สิบห้า ซึ่งการจะจ่ายเงินล่วงหน้านั้นมันยุ่งยากมากครับอาจารย์ จะกระทบต่อขั้นตอนต่างๆ ของทางบริษัท โดยเฉพาะการเดินเรื่องเอกสารการเงินและส่วนของภาษี”
“แต่ผมได้หารือเรื่องนี้กับทางผู้บริหารและฝ่ายการเงินแล้ว เพราะเห็นแก่อาจารย์ เราจะยกเรื่องนี้ให้เป็นกรณีพิเศษ ทางเราจะจ่ายล่วงหน้าให้อาจารย์ไปก่อนหนึ่งล้านเหรียญ ส่วนที่เหลือจะรวมกับยอดเดือนหน้า”
นี่มันเยี่ยมมาก!
กล่าวกันตามตรง ถ้านิยายของเซี่ยปิงไม่ได้ดังระเบิดขนาดนี้ ทางเว็บไซต์คงจะหาทางทุกอย่างเพื่อปฏิเสธการจ่ายล่วงหน้า แต่เพื่อต้องการให้นักเขียนที่มีฝีมืออยู่กับเว็บไซต์ พวกเขาจึงต้องยอมยกให้เป็นกรณีพิเศษ
“ขอบคุณมากครับ”
เซี่ยปิงตอบกลับไปเพราะรู้ว่าการขอรับเงินล่วงหน้าเป็นการขอที่น่าเกลียดอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ต้องทำเพื่อซื้อโอสถทองคำ
“เอ่อ...อาจารย์ ไม่ทราบว่าผลงานชิ้นต่อไปจะมาอีกตอนไหนครับ” เหมิงเฟยถามด้วยความร้อนใจ ส่วนหนึ่งมาจากผลงานเรื่องอาจารย์ไป่หรงได้รับความนิยมอย่างมาก
อย่างช่วงเช้านี้ มีคนซื้อนิยายเพิ่มอีกราวสองแสนคน พอมาถึงช่วงบ่ายก็มียอดเพิ่มขึ้นมาเป็นสามแสนคน การเพิ่มขึ้นของยอดขายมันน่าตกใจเกินไปจริงๆ เอาแค่เฉพาะตอนนี้ นิยายเรื่องอาจารย์ไป่หรงทำเงินไปแล้วอย่างน้อยหกถึงเจ็ดล้านเหรียญรัฐบาลกลาง
การสร้างยอดขายสิบล้านเล่ม อาจไม่ใช่แค่เป็นการคาดการณ์ แต่มีสิทธิ์เป็นไปได้สูงทีเดียว
เหมิงเฟยจึงตั้งตารอ อยากจะเห็นผลงานที่มีคุณภาพและหาที่เปรียบไม่ได้แบบนี้อีก
“ตอนนี้ผมยังไม่มีแรงบันดาลใจอะไรใหม่ๆ สำหรับเรื่องต่อไป อย่างน้อยก็น่าจะอีกประมาณหนึ่งเดือน” เซี่ยปิงตอบแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะว่าเขาอยากรอให้นิยายเรื่องนี้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดเสียก่อน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนที่จะเปิดตัวเรื่องใหม่
“ถ้าเป็นแบบนั้น ผมจะเฝ้ารอชมผลงานชิ้นเอกเรื่องต่อไปของอาจารย์ครับ” เหมิงเฟยรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่เขาก็เข้าใจดีว่า การเขียนนิยายออกมาสักเรื่อง มันต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่าง
จบบทสนทนา ทั้งสองก็ตัดการเชื่อมต่อ
“พรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ ดีล่ะ เราเลือกคืนวันศุกร์เป็นวันเดินทางไปเมืองพระจันทร์สีดำ เพื่อโอสถทองคำ!”
เซี่ยปิงคิดแผนเกี่ยวกับสองวันถัดไป
ดิ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเซี่ยปิง เขาเปิดดูโทรศัพท์ก่อนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น “หนึ่งล้านเหรียญรัฐบาลกลางได้ถูกโอนไปยังบัญชีของคุณแล้ว กรุณาตรวจสอบ”
…………………………………………….
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยปิงมาถึงโรงเรียนตามเวลาเดิม จังหวะที่กำลังก้าวเข้าห้องเรียน เท้าสองข้างถูกหยุดด้วยเสียงตะโกนจากด้านหลัง เขาหันกลับไปก็เห็นว่าเป็นเจียงหย่าหรูที่มาพร้อมกับสายตาคมกริบ
“เซี่ยปิง!”
เจียงหย่าหรูกัดฟันแน่น ฟาดฟันเซี่ยปิงด้วยสายตา ราวกับว่าเธอต้องการฉีกร่างไอ้สารเลวตรงหน้าออกเป็นชิ้นๆ