ตอนที่ 2
“นี่ข้าอยู่ที่ไหน" จักรพรรดิ์มารฟ้าอยู่ในอาการสับสน ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือ ภาพของวิญญานตนเองถูกดูดเข้าไปในห้วงมิติ
เขาลองสำรวจร่างกายและสิ่งรอบข้าง พบว่าเป็ร่างกายของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ช่างแปลกตาเสียเหลือเกิน กำแพงสีขาวรอบตัว และเตียงพิลึกที่ทีมีโลหะกั้น
ขณะกำลังมึนงงกับสิ่งรอบข้าง ประตูก็ถูกเปิดเข้ามา “เทียนเอ๋อ!" หญิงวัยกลางปรี่เข้ามากอดเขาทั้งน้ำตา ‘นี่คงจะเป็แม่ของเ้าหนูนี่สินะ' จักรพรรดิ์มารฟ้าคาดเดา
‘วิญญานของเ้าหนูนี่ไม่ได้อยู่ในร่าง แสดงว่า ดวงวิญญานสูญสลายไปก่อนที่ ดวงวิญญานของข้าจะมาเข้าร่าง เพราะถ้ายังอยู่ข้าก็คงััได้' จักรพรรดิ์มารฟ้าได้ค้นเอาความทรงจำบางส่วนออกมาเพื่อศึกษา ‘นี่มัน...ดาวดวงนี้ช่างหน้าอัศจรรย์นัก แม้ผู้คนจะไม่มีลมปราน แต่กลับพัฒนามาได้ไกลเช่นนี้'
เขาดึงสติกลับมา จากนั้นก็มองไปยังแม่ที่ยังคงร้องไห้ฟูมฟาย ต้องพูดให้นางรู้สึกสบายใจสินะ “ข้าไม่เป็ไรท่านแม่ โคจรพลังรักษาสักระยะก็คงจะดีขึ้น"
ชิงอันที่รับฟังเงียบไปสักพัก จากนั้นก็ร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม “ฮืออออ...ลูกแม่สมองกระทบกระเทือนไปแล้วเหรอลูก..." จักรพรรดิ์มารฟ้าได้ยินเช่นนั้นก็เค้นเอาความทรงจำอีกรอบทันที
“เอ่อ....ผมไม่เป็ไรครับแม่ พักรักษาตัวไม่กี่วันเดียวก็หาย" ชิงอันที่ได้ยินเช่นนั้น จึงค่อยคลายกังวน
‘นี่ข้ายังต้องเรียนรู้การใช้ภาษาของดาวดวงนี้ด้วยหรือ? ช่างวุ่นวายเสียจริง' จักรพรรดิ์มารฟ้าคิด
“เดียวแม่ไปบอกพยาบาลก่อนนะว่าลูกฟื้นแล้ว" ชิงอันเดินออกจากห้องไป
“ข้ามาอาศัยร่างนี้อยู่คงเป็ชะตาฟ้าลิขิต จากความทรงจำเ้าเด็กนี่ ทำอะไรไม่ได้เื่สักอย่าง เช่นนั้นข้าจะดูแลครอบครัว และแก้ไขสิ่งที่คนรอบข้างดูถูกเ้าให้แล้วกัน ข้าตัดสินใจแล้วจักรพรรดิ์มารฟ้าได้ตายไปแล้วจากนี้ข้าคือ ชิงเทียน" เขาตั้งปฏิญาณ (*ต่อจากนี้จะแทนชื่อจักรพรรดิ์มารฟ้าว่าชิงเทียนนะครับ)
ชิงเทียนเหลือบไปเห็นกล่องสีดำขนาดเหมาะมือวางอยู่ข้างเตียง เขาหยิบขึ้นมาพบว่ามีปุ่มอยู่เต็มไปหมดจึงลองกดไปทุกปุ่ม จากนั้นวัตถุคล้ายกระจกสีดำสนิท ก็พลันมีภาพขึ้นมา
“โอ้...ชั่งคล้ายกับลูกแก้วจักษุ์ ของวิเศษของข้านัก อืม....ในความทรงจำสิ่งนี้เรียกว่าโทรทัศน์สินะ ข้าต้องเรียนรู้โลกนี้มากยิ่งขึ้น!" หลังจากพยาบาลมาตรวจอาการ และแม่ของชิงเทียนกลับไปแล้วเขาก็มีความใคร่ที่จะฝึกวิชา
“ลมปราณบนดาวเคราะห์ดวงนี้ช่างเบาบางนัก ข้าล่ะสงสัยจิงๆว่าจะสามารถฝึกลมปรานณได้หรือไม่ และจะไปถึงระดับไหน" เขาเริ่มโคจรพลังปรานทันที
“เศษศิลาผนึก์ที่เ้า 3 คนนั้นได้ไปเป็เพียงศิลาเปล่า เคล็ดวิชาได้ถูกข้าดูดซับ มาประทับในวิญญานข้าเรียบร้อยแล้ว"
สาเหตุที่เขาไม่ยอมให้เคล็ดวิชากับสหายนั้นก็เพราะ เขาคิดว่ามันไร้ประโยชน์สำหรับสหายรวมถึงตตวเขาเองด้วย มันเป็เคล็ดวิชาเพื่อการจุติใหม่ การที่มหาเซียน์จะไปเริ่มต้นใหม่ ั้แ่แรกแลดูเป็การสิ้นเปลืองเวลามาเกินไป
ชิงเทียนใช้เวลาหลายหมื่นปี เพื่อที่จะมาถึงจุดนี้ อีกทั้งการเติบโตย่อมมีความเสี่ยง อาจเสียชีวิตั้แ่ยังไม่บรรลุชั้นเซียนเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากแดนเซียนนั้นช่างโหดร้ายและผู้อ่อนแอมักถูกสังหารดังมดปลวก ผู้ที่มาถึงระดับมหาเซียนขึ้นไปอาศัยแค่ความสามารถนั้นยังไม่พอ ยังต้องพึ่งดวงและชะตากรรมอีกด้วย เขาจึงคิดว่าวิชาลับนี้ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี
“วิชา ผนึกเทพมีด้วยกันทั้งสิ้น 7 วิชา การจะฝึกต้องเรียนวิชาแรกเพื่อผ่านเงื่อนไข โดยวิชาแรกมีชื่อว่า ‘ทวิวิญญาน' เป็การแยกวิญญานหลักออกจากร่างเพื่อจุติใหม่ แต่วิญญานอีกดวงนั้นไม่สามารถคงอยูู่ได้นานนักเนื่องจากขาดวิญญานหลัก คล้ายจะเป็การสละทุกสิ่งเพื่อจุติใหม่ โดยแยกวิญญานรองไว้สะสางสิ่งที่ค้างคา" ชิงเทียนครุ่นคิดสักพักก็นำวิชาที่เหลือมาพิจารณา
ระดับพลังในตอนนี้ข้าสามารถรับฝึกได้เพียงหนึ่งวิชา ไหนดูซิ เคล็ดวิชาเนตรสะกดเทพ เคล็ดวิชากระบี่สังหารเทพ เคล็ดวิชาดัชนีพิฆาตเทพ" ชิงเทียนใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจ
กระบี่ดีๆ ที่ทรงพลังพอจะรองรับพลังได้ ข้ายังไม่รู้จะไปหาจากที่ใด ส่วนการฝึกดัชนีนั้น บุคคลทั่วไปในแดนเซียนก็สามารถทำได้ แต่วิชาเนตรต้องมาพร้อมกับการสืบทอดทางสายเื แต่นี่ไม่ต้องมีพลังทางสายเืก็สามารถฝึกได้ ช่างน่าสนใจโดยแท้" เขาตัดสินใจเลือกที่จะฝึกวิชาเนตรสะกดเทพ
เนตรสะกดเทพมีด้วยกัน 3 ขั้น สะกดร่างกาย สะกดสรรพธาตุและสะกดเวลา "ขั้นที่สามถึงกับสะกดให้เวลาหยุดเดินได้เชียว!" ชิงเทียนตะลึงในสรรพคุณของเคล็ดวิชามาก
ตลอดเวลาเขาไม่สามารถดูเนื้อหาในเคล็ดวิชาได้เนื่องจากไม่ผ่านเงื่อนไขการฝึกเคล็ดวิชา ถ้ารู้แต่แรกเขาคงไม่ลังเลที่จะสละร่างกายเพื่อเกิดใหม่ "แต่ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการรวบรวมลมปราณเสียก่อน" ชิงเทียนเริ่มโคจรพลังทะลวงชำระเส้นลมปรานและควบแน่นจุดตันเถียน ของเหลวสีดำถูกขับออกมาพร้อมกลิ่นฉุนเตะจมูก
ขณะเดียวกันมีหมอ 2 คนเดินผ่านหน้าห้องชิงเทียน “เหม็นว้อย นี่แกตดงั้นเหรอเหม็นชะมัดยาด แหวะ!" หมอคนแรกพูด “แกนั่นแหละอย่ามาตีเนียนโยนความผิดให้คนอื่น" หมออีกคนทำหน้าไม่พอใจ ทั้งสองคนโยนความผิดให้กันไปมาไม่หยุด
เวลาผ่านไปจนถึงเช้า ชิงเทียนลืมตาขึ้น ร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลง ผิวพรรณ ร่างกายล้วนดูดีขึ้นและมีสายลมอ่อนๆรอบตัว "รวบรวมปราณขั้นกลาง หลังจากที่ลองฝึกพลังก็ได้พบความจริงบางอย่าง พลังปราณของที่นี่อยู่ที่ใจกลางดาวเคราะห์สินะ การจะดึงมาฝึกจึงค่อนข้างยากและต้องใช้วิธีเฉพาะอาจมีเขาแค่คนเดียวที่ใช้วิธีนี้ได้" ในตอนนี้เขาสามารถชกต้นไม้ธรรมดาให้หักได้เลยทีเดียว
ชิงเทียนรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เพราะกลิ่นนั้นเกินจะบรรยาย มันคือของเสียในตัวเขานั่นเอง “ต่อไปก็ฝึกวิชาเนตรสินะ" ชิงเทียนโคจรพลังทั่วร่างมาไว้บริเวณดวงตาทั้งสองข้าง จากนั้นควบแน่นพลังที่ได้จากวิชาผนึกเทพที่ดูดซับไว้ในร่างเสริมเข้าไปเป็หนึ่งเดียว
ท้องฟ้าเหนือโรงพยาบาลแปรปรวน มีพายุฟ้าคะนองเกิดขึ้นกระทันหัน สายฟ้าหลายสิบสายผ่าลงมาทั่วบริเวณ แต่กลับไม่มีประชาชนที่ได้รับอันตรายอย่างน่าประหลาด สายฟ้าที่ผ่าลงมาระเหยเป็ไอสีฟ้าสวยงามแทรกซึมไปในอากาศหลั่งไหลเข้าไปในห้องของชิงเทียน จากนั้นผสานรวมไปในดวงตาของเขา ชิงเทียนลืมตาขึ้นช้าๆ ตาทั้งสองข้างมีประกายสายฟ้าก่อนจะเลือนหายไป
“ยอดเยี่ยมจริงๆ" ชิงเทียนกล่าวอย่างพอใจ อย่างน้อยขั้นแรกก็มีความสามารถในการสะกดร่างกาย เขาไพ่ตายชั้นดีอยู่ในมือ
ไม่นานหลังจากนั้น แม่ของเขาเดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวคนหนึ่ง 'ช่างเป็สาวงามล่มเมืองโดยแท้ ดูเหมือนว่าเธอจะชื่อ เย่วหนิงเอ๋อ' ชิงเทียนคิด
“ชิงเทียนดูสิว่าใครมา หนิงเอ๋อเป็ห่วงลูกมากนะรู้มั้ย" เย่วหนิงเอ๋อเดินเข้ามาหาเขา "ขอบคุณนายมาก ถ้าไม่ได้นายช่วยไว้ฉันคงตายไปแล้ว" เย่วหนิงเอ๋อ กล่าวพร้อม ความรู้สึกขอบคุณจากใจจริง
“อย่าคิดมากน่า สุภาพบุรุษต้องช่วยสาวงามเป็เื่ธรรมดา" เย่วหนิงเอ๋อหน้าแดง แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ ปกติชิงเทียนไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรแบบนี้
‘แปลก...แววตาและความมั่นใจที่เขาแสดงออกมานั้นมันต่างไปจากเดิม' เย่วหนิงเอ๋อคิด แต่เดิมนั้นชิงเทียนเป็คนไม่มีความมั่นใจ กล้าๆกลัวๆ แต่ก็ยังถือว่าพึ่งพาได้ในบางเื่ อีกทั้งไม่เคยกล้าสบตาเธอแบบนี้มาก่อน
“ร่างกายฟื้นตัวเร็วมาก!!" หมอจางทำสีหน้าตกตะลึง "ถ้าอาการดีขึ้นมากแบบนี้อีกไม่กี่วันคงออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ" หมอจางหันมาพูดกับชิงอัน
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ ชิงเทียนลูกไม่ได้เข้าเรียนหลายวัน ต้องตั้งใจเรียนตามเพื่อนให้ทันนะรู้มั้ย"
“ครับ..." ชิงเทียนตอบ 'ข้าต้องเรียนรู้โลกนี้ให้มากขึ้น ดูเหมือนว่าในสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์จะมีสิ่งที่เรียกว่า กู.....อะไรสักอย่างนี่แหละ ที่สามารถตอบได้ทุกคำถาม'
***********************
หลายวันผ่านไป บริเวณมุมอับสายตาซอกตึกเรียน “เมื่อไหร่ไอ้เวรชิงเทียนมันจะหายว่ะ ไม่มีคนคอยให้ไถตังเลย ไม่มีตังใช้แล้วเนี้ย" ชายรูปร่างกำยำหน้าคล้ายกอลิล่า กำลังคุยกับเพื่อนอีก 2 คนที่จับกลุ่มสูบบุหรี่อยู่ “ได้ยินว่ามันออกจากโรงพยาบาลวันนี้นี่ ไปดักรอแถวประตูหน้ามั้ยลูกพี่คงเหว่ย" ชายอีกคนออกความเห็น “ดีงั้นไปกันเลย" ชายหน้าเหมือนกอลิล่าที่ชื่อคงเหว่ยหักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บ
เมื่อเดินมาบริเวณประตูหน้าก็เห็น เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เดินไปอ่านหนังสือไป กำลังจะเดินสวนกลุ่มของตน “เห้ย!! ไอ้กากชิงเทียน ่นี้ฉันไม่มีเงินใช้ว่ะ เอาเงินมาให้พวกฉันยืมหน่อยดิ๊"
ชิงเทียนที่เดินผ่านไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาพร้อมใบหน้าที่ชวนขนหัวลุก “ห๊าาาาา........"
--------------------------------------
ประกาศในวันที่ 18/10/21 ไรท์ยอมรับว่า เนื้อหามีการอ้างอิงมาจาก RTWOI ใน่ต้นเื่นะครับ โดยจะมีการวางโครงเื่ใหม่ั้แ่ตอนที่ 30 เป็ต้นไป เพื่อปรับปรุงแก้ไขโครงเื่ในแบบฉบับของตัวเอง ขอบคุณครับ