บทที่1
ตอนสังหารเทพ
หลายพิภพเชื่อมมา เผ่าเทพ เผ่าเซียน เผ่าปีศาจเผ่ามารและเผ่ามนุษย์ ทุกดินแดน ทุกเผ่าย่อมเกิดาพอหลังาบางเผ่าก็ญาติมิตร ดีต่อกัน แต่คำว่ามิตรและศัตรูมักจะแปรเปลี่ยนได้เสมอสามวันดีสี่วันร้าย ยกทัพตีกันไม่รู้จบ
มีเพียงเผ่ามนุษย์เผ่าเดียวที่สุขสงบกว่าทุกเผ่าต่อให้มีเผ่าใดเผ่าหนึ่งคิดจะยึดเผ่ามนุษย์จะต้องคิดใหม่เพราะดวงจิตของเทพาที่แท้จริงไม่เคยขึ้นตรงกับเผ่าใดย่อมเห็นถูกผิดเป็สำคัญเผ่าใดยกทัพโดยไร้มูลเหตุเทพาที่สืบทอดกันมานานย่อมไม่นิ่งดูดายต่อให้เทพาอาศัยอยู่เผ่าเทพแล้วอย่างไร ถ้าเป็เผ่าเทพก็ไม่เว้นเช่นกัน
ดั่งเช่นาใหญ่เมื่อคืนวานสตรีเทพนางหนึ่งควงทวนคู่กายฟาดฟันบนหลังม้าเพื่อจบาใหญ่ที่เผ่ามาร สตรีผู้นั้นทั้งเก่งกาจทั้งสง่างาม และเด็ดขาดยิ่ง
สมแล้วที่ท่านเป็เทพา…ท่านอาจารย์ของข้า
แต่ผิดที่ข้าที่ไม่อาจช่วยท่านไว้ได้…
เทพหนุ่มยืนเหม่อมองป้ายสำนักิจิวของตัวเองป้ายชื่อสำนักนี้อาจารย์เป็คนตั้งให้เองกับมือก่อนนำทัพออกรบเพียงแค่วันเดียว
ถ้าจบศึกเทพผู้นี้ได้ตกลงกับท่านอาจารย์ไว้ดิบดีว่าหลังกลับมานั้นต้องให้ท่านอาจารย์ชี้แนะเื่รับศิษย์เข้าสำนักิจิวของตนสักหน่อย
สุราในมือถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากกลิ่นหอมสุราจากป่าท้อช่างชวนให้ผ่อนคลาย
“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ยังเหลือสุราจากป่าท้อให้ข้า…”
เทพหนุ่มกระดกสุราหมดในทีเดียวทุกหยดที่เข้าปากไหลลงคอพาให้เมามายเอ่ยวาจาในใจไม่เกรงกลัวฟ้าดิน
“ท่านอาจารย์…ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่าท่านเปรียบเสมือนมารดาของข้า…”เทพหนุ่มกลั้นน้ำตาสุดจะทน พร่ำเพ้อหาผู้จากไป “ตอนข้ายังเยาว์วัยท่านช่วยข้าจากกลุ่มโจรที่พิภพมนุษย์…ข้ายังจำได้ ถ้าโจรพวกนั้นรู้ว่าข้าเป็เด็กจากพิภพเทพคง…แต่มารดาที่แท้จริงของข้ากลับตายจากไปก่อน…ข้าคงไม่รอดถูกนำไปขายหรือถูกฆ่าตายแน่ๆ”น้ำเสียงแหบพร่าน้ำตาคลอเบ้า “ท่านอาจารย์…ท่านดูแลข้ามาอย่างดีปานนี้แต่ข้ากลับช่วยท่านไม่ได้…แม้แต่ดวงจิติญญาของท่านข้าก็ไม่มีความสามารถปกป้องไว้ได้…ท่านอาจารย์ข้าขอโทษ…”
เทพหนุ่มหวนนึกถึงวันที่เสียอาจารย์ไปเขาจำได้ว่าท่านอาจารย์ไม่ได้พลาดท่าให้เผ่ามาร แต่ท่านอาจารย์ถูกสังหารกลางสนามรบ “เป็ผู้ใดกัน…ตราบชั่วชีวิตนี้ข้าจะลากคอมันมาให้ได้ท่านอาจารย์…เพื่อแก้แค้นให้ท่าน…”
“แต่…เฮ้อ…แก้แค้นหนนี้คงมิอาจทำการโจ่งแจ้งได้…เป็คนของแดนเทพ…”
เป็คนของแดนเทพต้องทำตัวให้น่านับถือน่าเลื่อมใสไร้ที่ติ แต่….นับจากวันที่ได้กลับมายังเผ่าเทพเพียงก้าวแรกชื่อเสียงอันน่านับถือของเทพผู้นี้ ก็ไม่เหมือนเดิมคำครหามากมายลอยเข้าหูตลอดเวลาจำต้องกัดฟันปล่อยไปไม่สนใจวันรับศิษย์สำนักก็มีเพียงเทพสตรีตัวน้อยไร้บิดามารดาอายุเพียงห้าร้อยปีวิ่งมาหาเขาพร้อมชี้หน้าพลันเอ่ยว่าข้าจะกราบท่านเป็อาจารย์
นางเป็เพียงคนเดียวที่เอ่ยกับข้าเช่นนั้น…
ข้ามีเพียงศิษย์ตัวน้อยที่กล้าพูดคุยกับข้าแม้แต่ศิษย์น้องของข้าเขายังไม่เอ่ยปากพูดคุยกับข้าเลยท่านอาจารย์…เขาเกลียดข้าถึงเพียงนั้นเลยรึ? ตอนท่านมีชีวิตเขาก็บอกไม่ชอบหน้าข้า…พอท่านจากไป…ท่านอาจารย์ข้าจะ…ข้าจะได้พูดคุยเปิดอกกับพวกเขาหรือไม่…ให้พวกเขาได้รู้ว่าข้าพบเจออะไรมา…ให้พวกเขาได้รู้ว่าข้าไม่ได้เป็คนทำ…
จิตใจพร่ำเพ้อคร่ำครวญ สองฝีเท้าเดินย่างกายจนก้าวเข้าเรือนตนเองเสร็จสรรพไหสุราในมือถูกวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างขอไปทีคนร่างสูงโปร่งกำยำคานเข้าใต้ผ้าห่มอย่างหมดแรงก่อนจะเหม่อมองเพดานจนน้ำตานองหน้าไร้ทางปิดกลั่นสองมือยกขึ้นปิดตาตนเองช่างหน้าขายหน้ายิ่งนัก
ไม่ว่าวันข้างหน้าข้าจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรเ้าเป็ศิษย์พี่ใหญ่ เ้าต้องค่อยปกป้องดูแลศิษย์น้องทุกคนปกป้องในที่นี้ของข้าหมายถึงเ้าอย่าละทิ้งพวกเขาเหมือนผีไร้ญาติขาดมิตรเข้าใจหรือไม่
ข้าเข้าใจขอรับข้าจะปกป้องพวกเขาไม่ให้ผู้ใดมารังแกพวกเขา
ผิดแล้วเ้าต้องให้พวกเขาถูกรังแกบ้างถูกเอารัดเอาเปรียบเสียบ้างพวกเขาจะได้แก้ไขปัญหาเองเป็…
ขอรับท่านอาจารย์ ถ้าพวกเขาเจอปัญหาข้าจะคอยอยู่ข้างๆไม่ละทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลัง…
คำสอนเช่นนี้ท่านอาจารย์มักเอ่ยกับเขาั้แ่ยังเยาว์ก่อนไปออกรบทุกครั้งเขาจดจำขึ้นใจไม่เคยลืม
“ท่านอาจารย์ถึงข้าจะถูกตราหน้าเป็คนเช่นไร…ข้าก็ยังจะคอยปกป้องพวกศิษย์น้อง…ข้าจะไม่มีวันละทิ้งพวกเขาเด็ดขาด”
เรือนไผ่หลังสำนักิจิวลายล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่นับสิบๆต้นในยามค่ำคืนเงียบสงบมีเพียงเสียงลมพัดผ่านให้ชวนฝันบรรยากาศเย็นสบายช่างสันโดษกว่าที่ใดทั้งหมดบนแดนเทพ
ร่างเทพหนุ่มสงบนิ่งใต้ผ้าห่ม ผมดำสยายยาวนอนหลับฝันพักใจจากโลกความจริงร่างกำยำดูหล่อคมสง่ายามหลับใหล ไร้การป้องกันประหนึ่งเด็กชายในวัยเยาว์
ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเทพหนุ่มนิ่งสงบแต่จู่ๆกลับติดขัดเหมือนสำลักอะไรบางอย่างกลิ่นที่จมูกได้รับนั้นทำให้เทพหนุ่มลืมตาตื่นพลิกกายลงเตียงทันใด “ข้าไม่เคยใช้กำยาน…เป็ผู้ใดกัน!”ฝ่าเท้าััพื้นไม้ไม่ทันได้ก้าวเท้าเดิน สองขาพลันทรุดลงหมดแรงเทพหนุ่มใช้แรงที่มีอยู่น้อยนิดงัดพลังเทพเฮือกสุดท้ายปัดกำยานที่จุดอยู่บนโต๊ะไม้กลางห้องให้หล่นลงพื้น
แม้จะมีลมหายใจแต่ถึงอย่างไรพลังเทพกลับถูกกดทับจนไร้พลังไม่อาจทำอย่างอื่นได้แต่ในเมื่อคิดจะหาที่มาของกำยานนี้ก็ต้องใช้แรงกำลังเฮือกสุดท้าย นี้แล้วเทพหนุ่มพยายามตะเกียกตะกายคว้าผงกำยานที่พื้น
พิษผงกำยานนี้มีพิษกักพลังเทพอยู่หลายชนิดทว่าพิษชนิดนี้…เทพหนุ่มม่านตาเบิกกว้างใบหน้าถอดสีจิตตกไปชั่วขณะ
“พิษทลายต้นจิต!สำนักฟางหรู!”
พิษทลายต้นจิตเป็พิษสังหารเทพเซียนได้ดีที่สุดพิษชนิดนี้ไร้กลิ่นเมื่อสูดดมไปมากกว่าครึ่งเค่อพิษไร้กลิ่นย่อมไปกดทับโสตประสาทควันที่ล่องลอยนั้นเมื่อเข้าปอดพิษจะแพร่กระจายในร่างพลังต้นจิตจะค่อยๆถูกระงับภายในหนึ่งเค่อ!
“เป็ผู้ใด…กัน!”เท้าของคนผู้หนึ่งค่อยๆย่างกรายเดินออกมาจากมุมมืดเทพหนุ่มพยายามเพ่งตามองใบหน้าใต้เงาแสงจันทร์ของเงาตรงหน้าก่อนจะเห็นว่ามือขวาของคนผู้นั้นถือกระชับกระบี่ชิงจิวของตน!
“ศาสตราวุธของข้า…”
เทพหนุ่มเอ่ยเสียงแหบพลางยันร่างอ่อนแรงพิงขอบเตียง
“ฮึ…” เสียงอันคุ้นหูเล็ดรอดออกจากริมฝีปากของคนผู้นั้นอย่างสะใจ “กระบี่ชิงจิวเล่มนี้ ข้าเคยได้ยินมาว่าเพียงาแเดียวก็ทำให้ไร้โชคชะตาอยู่ดั่งคนไร้ตัวตน”คนใต้เงาผู้นั้นยกกระบี่เล่มงามขึ้นมาเชยชมเหล็กกล้ากระทบแสงจันทร์สะท้อนเป็เงางาม “แต่ข้าอยากรู้นักว่าถ้ากระบี่เล่มนี้ได้สังหารเทพ มันจะส่งผลต่อเทพอย่างไร”
“เ้า!”
พลังต้นจิตค่อยๆแตกร้าวจากภายในเืสีแดงสดตีขึ้นลำคอกองเืกระอักออกปากไม่น่าดูอย่างยิ่งเส้นเืภายในกายท่านเทพเกรงตึงจนปูดขึ้นมาให้เห็นได้ชัด
เทพหนุ่มพลันตั้งสติจ้องมองคนใต้เงาแววตาคมเผยแรงอาฆาตแค้นถึงขีดสุด แต่ก็ยังต้องคุมอารมณ์กัดฟันเอ่ยถามเสียงแหบ
“เ้าเป็ใครกัน?เ้ากับข้ามีความแค้นอะไรกัน?!”
“ฮึ!…ความแค้นเช่นนั้นรึ?”
คนผู้นั้นก้าวเท้าเดินออกมาจากเงามืดแสงจันทร์สาดส่องเสื้อผ้าอาภรณ์สีฟ้าดำชุดนี้เขาจำได้ ยิ่งวงหน้างดงามนี้ที่ดูเ็าเป็ทุนเดิมไหนจะแววตาจิ้งจอกคู่นี้อีกเทพหนุ่มคุ้นเคยเป็อย่างดี ทว่ารอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้านั้นเทพหนุ่มกลับไม่เคยได้พบเห็นมาก่อนแต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มมุมปากเช่นนี้ช่างน่าขนลุกสิ้นดี
กริยาท่าทางหยิ่งผยองแฝงไปด้วยความสะใจของคนตรงหน้าเทพหนุ่มไม่เคยพบเห็นมาก่อนเช่นกัน
เทพหนุ่มหายใจหอบส่ายหน้าไปมาเหมือนจะปฏิเสธภาพตรงหน้าว่าไม่ใช่อย่างที่เห็น
“แล้วศิษย์พี่ใหญ่คิดว่าข้ากับท่านมีความแค้นอะไรต่อกันหรือไม่เล่า?”
“ศิษย์น้อง…ทำไมกัน?”เทพหนุ่มมองศิษย์น้องของตนจนมีน้ำตาเอ่อคลอ “ข้าไม่เคย…มีความแค้นอะไรกับเ้า”
ศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้ค่อยๆกลืนน้ำลายอย่างทรมานแต่ถึงจะทรมานอย่างไรเขาก็ขอพูดต่อ…พูดออกมาจากใจจริง…“ไป๋ชางหลิน…ข้าเอ็นดูศิษย์น้องอย่างเ้า…มากที่สุด…”
ไป๋ชางหลินแสยะยิ้มมองต่ำพลางก้าวตรงมายังร่างที่กึ่งนอนกึ่งนั่งของศิษย์พี่ใหญ่ชางหลินนั่งคร่อมกายกำยำของอีกฝ่าย กระบี่ในมือแทงลงพื้น
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งชุ่น กายท่อนล่างนั่งทับกายท่อนล่างของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัวพลางกล่าว
“ศิษย์พี่ใหญ่เก่งกาจหาญกล้าแทบทุกสิ่งกระทั่งกายเบื้องล่างของท่านยังอวบใหญ่ยิ่งกว่าข้า…ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก”
“หา?” เทพหนุ่มขมวดคิ้วกล่าวเสียงหลง “อย่าบอกนะว่าเ้าจะสังหารข้าเพราะ…เื่แค่นี้”
“ฮ่าๆ!” ไป๋ชางหลินหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลางส่ายหน้ากุมท้องตัวเอง“ท่านนี่เป็นคนตลกเสียจริง”ใบหน้าหล่อเหล่าโน้มเข้าหาเทพหนุ่มพร้อมฉีกยิ้ม “ข้าจะสังหารท่านด้วยเื่แค่นี้ได้อย่างไรศิษย์พี่ใหญ่หลี่ชงหยวน”
“แล้วมันเื่อะไรเล่า!?…เ้ามีความแค้นอะไร?!” หลี่ชงหยวนตวาดอย่างเดือดพล่านไม่อาจระงับ
“ข้าไม่บอก…”
ไป๋ชางหลินกระซิบบอกก่อนที่กระบี่ในมือพลันแทงทะลุหัวใจต้นจิตของหลี่ชงหยวนทันใดชางหลินเอื้อมมือซ้ายไปคว้าสาบเสื้ออาภรณ์ของหลี่ชงหยวนตรงหน้าอย่างไม่ใยดีสองสายตาจับจ้องกันอย่างเดือดดาล ทว่าแววตาของหลี่ชงหยวนกลับค่อยๆหม่นหมองลง
พิษในกายส่งผลได้ทรมานยิ่งนักจากเืสีแดงฉานแปรเปลี่ยนเป็สีดำหลั่งไหลออกจากเบ้าตา จมูก หู และปาก
ไป๋ชางหลินยิ้มชอบใจก่อนจะดึงกระบี่เทพออกจากกายชงหยวนพร้อมโยนทิ้งไว้ข้างๆ “ฮึ…ศิษย์พี่ใหญ่ที่ข้าไม่บอกท่านเพราะข้าอยากให้ท่านตายอย่างไม่เป็สุขจะได้ไม่ต้องหวนกลับไปเกิดใหม่อีกท่านจะได้เอาเวลาที่ล่องลอยไปคิดว่าท่านทำสิ่งใดพลาดไป”
“ไป๋ชางหลิน…ทำไม…”หลี่ชงหยวนคว้าแขนศิษย์น้องไว้แน่นแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามพลันมีน้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงหยดสู่พื้นห้องคำกล่าวสุดท้ายที่หลี่ชงหยวนพูดนั้นหาใช่คำสาปแช่ง แต่เป็เพียง… “…ชางหลิน”
ิญญาล่องลอยอยู่สามวัน
เื่ราวในสามวันที่ผ่านมานี้ช่างเปิดหูเปิดตาให้เทพชะตาอย่างหลี่ชงหยวนได้ดียิ่ง
คืนนั้นหลังถูกสังหาร
ดวงิญญาดวงนี้มีแต่ความยึดติดความสงสัยและยังตายไม่ดี ร่างเทพย่อมไม่สลายไปอย่างสงบแต่หลังจากถูกสังหารมีหรือที่ศิษย์น้องจะปล่อยร่างตนไว้ให้ผู้อื่นมาสืบความได้ชงหยวนรู้ดีศิษย์น้องผู้นี้เป็คนรอบคอบมาแต่ไหนแต่ไรคิดจะกำจัดศพเทพองค์เดียวก็ทำได้ง่ายยิ่งกว่าเปิดตำราเรียน
ิญญาของหลี่ชงหยวนยืนมองท่าทีศิษย์น้องหันศพไร้ิญญาของตนอย่างเืเย็นกระบี่ชิงจิวหั่นเนื้อสับกระดูกเ้าของอย่างยากลำบาก ทว่าเพียงครู่เดียวก็แล้วเสร็จหลี่ชงหยวนเย็นสันหลังวาบเมื่อพอจะคาดเดาจุดประสงค์ว่าเหตุใดต้องสับร่างตนเทพแซ่ไป๋ผู้นี้สับร่างตนเพื่อไม่ให้เทพองค์ใดคิดเรียกิญญากลับคืนร่างเดิม
ในเมื่อกายหยาบถูกสับไม่เหลือชิ้นดีย่อมมิอาจเรียกกลับได้
ช่างรอบคอบเสียจริง!
ิญญาของหลี่ชงหยวนกัดฟันคับแค้นอยู่ในอกแววตาร้อนรุ่มอยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก ทำได้เพียงเก็บความแค้นไว้รอคอยวันปะทุ
เทพแซ่ไป๋เช็ดด้ามกระบี่และตัวกระบี่อย่างใจเย็นก่อนร่ายเวทปกปิดไอสังหารเทพจากตัวกระบี่วิชาปกปิดเป็วิชาพื้นฐานที่สำนักสอนกันทั่วไป แต่ชงหยวนคาดไม่ถึงว่าศิษย์น้องของตนจะเก่งกาจวิชานี้พลังเทพที่ปกปิดนั้นเหมือนบรรลุขั้นสูงสุดของวิชานี้แล้ว
ตัวกระบี่ถูกวางไว้ดั่งเดิมประหนึ่งว่าไม่เคยถูกแตะต้องมาก่อนไป๋ชางหลินหันกายยืนมองซากศพเหมือนกำลังใช้ความคิด
“ฆ่าก็ฆ่าแล้วสับก็สับแล้ว เผา…ไม่ได้กลิ่นไอเทพจะล่องลอยไปเข้าจมูกเหล่าเทพ…อืมเอาเช่นนี้ก็แล้วกัน”
ิญญาเทพชงหยวนลอยตามไปดูทุกการกระทำของชางหลินไม่ตกหล่น
ไป๋ชางหลินนำชิ้นเนื้อกระดูกสับละเอียดไปยังโคนต้นดอกท้อหน้าเรือนของชงหยวนก่อนจัดแจงขุดดินรอบโคนต้นพร้อมนำชิ้นเนื้อสับและกระดูกเทพวางไว้เมื่อทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทางไป๋ชางหลินพลันใช้วิชาเวทปกปิดให้เศษเนื้อเศษกระดูกกลายเป็ปุ๋ยดินโคนต้นท้อก่อนจะถมดินกลบดั่งเดิม
ส่วนโลหิตที่อาบพื้นนั้นไป๋ชางหลินจัดแจงไปยังริมธารน้ำใสนำเือุ่นปล่อยลงลำธารพร้อมใช้เวทปกปิดขั้นสูงเช่นเดิมปกปิดให้เป็ธารน้ำใส
ไป๋ชางหลินยืนเหม่อมองลำธารพลางกล่าวเสียงแ่เบา “หลี่ชงหยวนต้นจิตเทพของท่านถูกพิษกัดกินกายหยาบเป็ปุ๋ย โลหิตเป็น้ำ…ิญญาเป็อากาศธาตุไร้พลังรอวันลงปรโลกเท่านั้น…อยากเกิดใหม่ก็อย่าได้ฝัน”
ิญญาหลี่ชงหยวนยืนอาฆาตแค้นอยู่ตรงหน้าไป๋ชางหลิน
ฮึ! ศิษย์น้องข้าผู้เป็ศิษย์พี่จะพาเ้าไปปรโลกด้วยกันเป็อย่างไร…
กระแสลมพัดผ่านวงหน้าเ็าของไป๋ชางหลินทันใดไป๋ชางหลินแสยะยิ้มมุมปากก่อนหันกายจะเดินจากไป
ทุกอย่างในจวนช่างเงียบสงบไร้เื่ราวน่ากลัวเป็ปลิดทิ้ง
หลี่ชงหยวนยืนอึ้งกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นยามร่างนั้นเดินทะลุิญญาไปชงหยวนแทบอยากจะกระชากคอไม่ให้ศิษย์น้องผู้นี้ได้ออกจากสำนักตนทว่ากลับไร้หนทาง
ยามเหม่าวันต่อมา
ิญญาหลี่ชงหยวนยังคงยืนอยู่หน้าสำนักิจิวไม่อาจหักห้ามใจไปไหนได้จวบจนเห็นกายหยาบของเทพผู้หนึ่งรีบวิ่งทะลุผ่านิญญาตนไปหน้าตาตื่นขอบตาแดงก่ำเสื้อผ้าอาภรณ์ดังคนเพิ่งลุกจากเตียง
ไป๋ชางหลิน…
ชงหยวนกำหมัดแน่นแววตาเคียดแค้นยากจะระงับจ้องไปยังไป๋ชางหลินที่กำลังวิ่งเข้าไปหลังสำนักตรงไปยังเรือนนอนของหลี่ชงหยวน
ทำมาเป็วิ่งหน้าตั้งตาตื่นทำอย่างกะว่าตนเองไม่ได้เป็ผู้กระทำ…ฮึ!รอก่อนเถอะศิษย์น้องข้า สักวันข้าจะกลับมาลากเ้าลงหลุมไปด้วยกัน!
“เป็ไปไม่ได้!เป็ไปไม่ได้!”
เสียงร้องะโโหยหวนเจือปนเสียงร่ำไห้ดังก้องมาจากหลังสำนัก
“ศิษย์พี่ใหญ่!ท่านอยู่ที่ใด? !ศิษย์พี่ใหญ่! หลี่ชงหยวน!”
ยังหน้าหนามาเรียกหาข้าอีก!ตอนสังหารข้าทำไมไม่คิด! ทรามต่ำช้าเกินแก้คงเป็สันดานธาตุแท้ของเ้าช่างเปิดหูเปิดตาข้าได้ดียิ่งนัก!
“หลี่ชงหยวน!ท่านอยู่ไหน?!” เสียงนั้นเริ่มแหบพร่าร้องไห้ฟูมฟายดั่งคนเสียสติเข้าไปทุกที
ร้องเรียกหาผีตนอื่นไปเถอะ!ชาติภพใดเมื่อข้ามีกายหยาบอย่าหวังว่าเ้าจะรอด ไป๋ชางหลิน!
ิญญาไร้ร่างพลันหันหลังให้สำนักตรงหน้าทำหูทวนลมล่องลอยไร้เป้าหมายไปทั่วแดนเทพ จนเริ่มมีข่าวคราวจากพวกเหล่าเทพพูดคุยกันอย่างออกรสเป็เสียงเดียวกันว่าเทพหลี่ชงหยวนตายไม่ดีหนำซ้ำกายหยาบของท่านเทพยังหายสาบสูญ
ไป๋ชางหลินเ้าลงแรงปกปิดหลักฐานตั้งมากมายไยถึงมีข่าวหลุดออกมาได้เล่า?
“แต่ข้าว่าเทพนิสัยร้ายลึกเช่นนั้นตายไปก็ดีแล้ว”หนึ่งเสียงในกลุ่มเหล่าเทพกล่าวขึ้นมากลางวงสร้างความแตกตื่นไม่น้อย “พวกเ้าไม่ต้องมาทำหน้าเช่นนั้นข้ารู้ว่าในใจพวกเ้าก็คิดเหมือนข้า”
“พวกเ้าก็น่าจะเคยได้ยินเื่ซุบซิบมาทั้งแดนเทพแล้วว่าเทพหลี่ชงหยวนชอบพออาจารย์หญิงของตนและยังมีข่าวอีกว่าทั้งคู่หลับนอนด้วยกันแล้วแต่พอจับจังหวะมีศิษย์ในสำนักมาเห็นพอดีเื่เช่นนี้ถึงได้แดงออกมาอย่างไรเล่า!”
เหล่าเทพต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กบ้างก็พยักหน้ายอมรับว่าเคยได้ยินเื่นี้มาบ้าง
ชงหยวนยืนฟังสีหน้าเดือดดาลแทบจะบันดาลโทสะเผาแดนเทพได้ในคราเดียว
ข้าไปนอนกับอาจารย์บ้านเ้าน่ะสิ!แม้แต่ชายเสื้อของอาจารย์ข้ายังไม่เคยจับ!ก่อนตายข้าน่าจะรู้เื่พวกนี้ก่อนจะได้เย็บปากพวกเ้าทั้งหมดติดกัน!
“ยังมีอีก ยังมีอีก”อีกคนในกลุ่มกล่าวขึ้นมากลางวงจนทำให้ทุกคนเงียบตั้งใจฟัง “เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนข้าไปได้ยินพวกเหล่าเซียนรับใช้เล่ากันว่าเทพหลี่ชงหยวนใกล้จะเปิดสำนักแล้วพอใกล้จบาค่อยสังหารอาจารย์ทิ้งพร้อมยึดสำนักใหญ่แล้วขี้นเป็เทพาแทนอาจารย์ตนช่างร้ายกาจนัก! เท่านี้ก็รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมเทพาท่านถึงไม่รอดกลับมา”
“ยิ่งตอนชนะศึกยังมีหน้ามาบอกว่าตนเป็ผู้หยุดาสังหารจอมมารดีที่ทหารในกองทัพยอมเปิดปากเผยความจริงที่ว่าท่านเทพหวงลู่เหวินเป็ผู้หยุดาหาใช่เขามิเช่นนั้นตำแหน่งเทพาได้ไปอยู่ในมือคนผิดได้เป็เื่ใหญ่แน่”
“ข้าล่ะไม่เคยเห็นเทพองค์ไหนเลวเท่าหลี่ชงหยวนมาก่อนจริงๆสังหารผู้เป็ทั้งอาจารย์และทั้งคนรักได้ลงคอ และยังคิดจะลากแดนเทพให้ตกต่ำอีก”
หลี่ชงหยวนยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกอยู่นานทุกคำพูดที่เข้าหูมานั้น ตนอยากจะแก้ต่างแต่จนใจมิมีผู้ใดได้ยินความแค้นเืขึ้นหน้าอยากจะลากคอเหล่าเทพทั้งหมดมาเค้นถามว่าเื่ราวเลวทรามเช่นนี้ได้ยินมาจากที่ใดแต่ถ้าให้ชงหยวนคาดเดาไป๋ชางหลินคือผู้ที่เป็ไปได้มากที่สุดเพราะดูจากการกระทำของชางหลินที่ตนเผชิญมาเองกับตาแล้วนั้น…
“ไป๋ชางหลิน!ข้าจะฆ่าเ้า!” หลี่ชงหยวนตวาดเสียงดังทว่าไร้ผู้ได้ยิน
พลังแค้นเข้มข้นของเทพหลี่ชงหยวนยากจะระงับท้องนภามืดหม่น สายฟ้า์คำรามประหนึ่งัพิโรธ
กลิ่นอายิญญารุนแรงขึ้นฉับพลันเ้าปรโลกปรากฎกายหมายเรียกิญญาแค้นของเทพตนนี้กลับไปพร้อมตน
ชงหยวนเหลือบเห็นเ้าปรโลกเต็มตาแต่แล้วจู่ๆกลับมีพลังเทพกระชากตนลงจากแดนเทพไปทันใด
หลี่ชงหยวนะโออกมาอย่างเดือดดาล
แค้นนี้ข้าจะจดจำไว้!ถึงเวลาข้าจะมาเอาคืน!
อสนีบาตหนึ่งสายฟาดลงมากลางแดนเทพจนสั่นะเื! ดวงิญญาล่องลอยไร้จุดหมายแต่แล้วิญญาเทพตกอับเช่นเขากลับได้ล่องลอยลงมายังแดนเซียนหนำซ้ำยังไปอยู่ในท้องของสตรีเซียนนางหนึ่งอีก!