ตอนที่ห้า แนะแนวทางการศึกษาพัฒนาอาชีพ
อาจารย์อเลสเตอร์อึ้งไปเล็กน้อย
“เธอ เอ่อ องค์ชายจะมาทางนี้จริงๆหรือ? นี่คืองานของคนที่ไม่มีที่ไปนะ”
อาจารย์อเลสเตอร์กล่าวอย่างแปลกใจที่คนในราชวงศ์จะหากินด้วยตนเอง
ผมถอนหายใจ
“อาจารย์อาจจะพอสังเกตว่าผม ได้มีการกินอยู่อย่างประหยัด และการใช้จ่ายต้องผ่านเคซี่ ผมคิดว่า อยากหารายได้เสริมบ้าง หากทักษะความรู้ของผมอาจจะเป็นประโยชน์กับผู้คนพอที่จะเปลี่ยนเป็นตัวเงินได้บ้าง” ช่วยผมด้วยนะทุนนิยม ผมภาวนาจากหัวใจตอนกล่าวกับอาจารย์อเลสเตอร์
“เอ่อ อืมม หากองค์ชายมีความรู้สอบผ่านการเป็นมาสเตอร์ได้ก็สามารถทำการสอนให้กับขุนนางหรือพ่อค้าเศรษฐีต่างๆได้แบบอาจารย์นี้ และหากมีทักษะด้านการประดิษฐ์อุปกรณ์เวทมนตร์ก็อาจจะรับจ้างผ่านทางสมาคมในการประดิษฐ์อุปกรณ์เวทมนตร์เพื่อแลกกับค่าจ้างโดยสมาคมจะหักค่าใช้จ่ายในด้านการดำเนินการในบางส่วน หรือไม่ก็อาจจะไปเสี่ยงชีวิต เอ่อ... เป็นนักผจญภัยตามดันเจี้ยน”
โอ้มุกคลาสสิคสินะ ไปเสี่ยงในชีวิตในดันเจี้ยนเพื่อตัวเงินหรือสมบัติที่อาจจะได้มา แลกกับการต้องไปหลบขวานขนาดยักษ์ของมิโนทอร์หรืออะไรแบบนั้น
ผมใช้พลังจิตบังคับปากกาจดคำกล่าวของอารย์อเลสเตอร์ไว้ด้วยความรวดเร็ว
“ขอบคุณมากครับอาจารย์ เฮ้อ ผมอาจจะศึกษานักเล่นแร่แปรธาตุ ผลิตน้ำยาได้หรือเปล่าครับ?”
อาจารย์อเลสเตอร์จ้องมองการบังคับปากกาด้วยพลังจิตของผมอย่างประหลาดใจ
ผมแค่พยายามใช้พลังเวทย์ทำเรื่อง่ายๆให้ได้ตลอดเวลาเพื่อให้เคยชินกัยมันเท่านั้นเอง
“อืม สมาคมนักเวทย์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องความสัมพันธ์กับนักเล่นแร่แปรธาตุ alchemist อยู่ แต่แม้จะมีการส่งข้อมูลต่อกัน คนที่จะทำน้ำยาขายหรือรับงานจากสมาคมนักเล่นแปรธาตุได้ ต้องมีใบอนุญาตของพวกเขาอีกทีหนึ่งนั่นเอง” สมกับเป็นเกมส์ที่สร้างมาโดยคนญี่ปุ่น เน้นเรื่องใบอนุญาต สมาคมและระเบียบพิธีการอย่างมาก
หากเป็นอเมริกา การลงทะเบียนฮีโร่คงทำให้เกิดสงครามกลางเมือง Civil war ไปแล้ว
ในโลกนี้การลงทะเบียนและสมาคมคือเรื่องธรรมดา ที่ทำให้ผมต้องคิดเรื่องนี้ให้ตระหนักว่า ไม่ใช่โลกตะวันตกแบบที่มองเห็นภายนอก แต่มีความนับถือแนวคิดด้านธรรมเนียมและองค์กรตำแหน่งอยู่มากๆนั่นเอง
ผมคงต้องเอาเรื่องนี้มาคิดพิจารณาด้วย หากอยากหารายได้ การเข้าสมาคมและทดสอบความรู้ต่างๆน่าจะดีที่สุด
“ส่วนฉันที่เป็นจอมเวทย์ดินระดับสามเหลี่ยมนอกจากจะเป็นอาจารย์สอนวิชาเวทมนตร์พื้นฐานได้แล้ว ยังสามารถรับงานอย่างก่อสร้างบ้าน ทำถนน หรือแม้แต่ทำลายปราสาทและกำแพงในสงครามก็ได้...หากเธอชอบงานที่ต้องออกแรงมากว่าการทำงานด้านวิชาการล่ะก็นะ” อาจารยิอเลสเตอร์ไม่ค่อยชอบทำงานกลางแดดเท่าไรตามแนวความรู้สึกของขุนนางที่มองว่าการต้องออกแรงคือเรื่องของพวกไพร่
แม้แต่ในวงการอัลเคมิสต์นักเล่นแร่แปรธาตุ การจับดินหรือวัตถุดิบอุปกรณ์โดยไม่ใส่ถุงมือ นอกจากจะเป็นเรื่องของการทำผิดขั้นตอนการเล่นแร่แปรธาตุแล้ว ยังแสดงออกถึงการเป็นผู้ใช้แรงงาน ไม่ใช่การกระทำที่เหมาะที่ควรของคนที่เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุนั่นเอง
“หากพ่อของผม ให้ที่ดินบางที่ผมไปปกครองก็น่าจะดี แต่หากไม่ให้ผมคงต้องออกมาใช้ความสามารถและทักษะหาเลี้ยงชีพล่ะครับอาจารย์”
อาจารย์อเลสเตอร์ผงกศีรษะกล่าวว่า
“นั่นถูกต้องแล้ว หากองค์ชายไม่ได้ครอบครองดินแดนในการปกครอง ก็ต้องหางานที่เหมาะสมกับสถานภาพของตนเอง องค์ชายช่างเป็นเด็กฉลาดยิ่งนัก” ผมไม่ค่อยดีใจเท่าไร คนเราอายุเป็นผู้ใหญ่แล้ว ได้รับคำชมว่า เป็นผู้ใหญ่จากคนที่อายุไม่ต่างกับตนเองในชาติที่แล้วเท่าไรคงจะดีใจอยู่หรอกนะ
แต่ผมก็รับคำชมเอาไว้
“ขอบคุณที่ชมครับท่านอาจารย์ ผมจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนไม่ให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง”
“ฮะ ฮ่า ไม่ต้องรีบร้อนนักก็ได้ ค่อยๆเรียนไปเถอะ”
อาจารยหัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อน
เห็นอย่างนี้แต่ท่านอาจารย์อเลสเตอร์ก็มีการสอนที่ดีเป็นระบบ อาจจะเพราะว่าเป็นคนที่มีเวทย์สายดินก็ได้มั้ง
“สายของเวทย์ชี้นำนิสัยของเรา หรือนิสัยของเราดึงดูให้เป็นเวทย์สายนั้น เป็นที่ถกเถียงกันในด้านปรัชญาแต่มันสามารถทำนายกันได้พอสมควร อย่างอาจารย์เวทย์สายดิน ชอบความมั่นคง การทำงานเป็นระบบ องครักษ์สายเวทย์ไฟเป็นคนเล่าร้อน สายเวทย์ลมเป็นคนรักอิสระชอบการเพนจรไปมา สายเวทย์น้ำโออุ้มทุกสรรพสิ่งและเป็นสายที่ดีต่อการสร้างน้ำยาโพชั่นและการรักษาด้วย ส่วนสายเวทย์ความมืดของเธอ เอ่อ”
อาจารย์อเลสเตอร์กล่าวอย่างลำบากใจ
“ในวงการของพวกนักบวชมองว่าคนสายเวทย็มืดนั้นเกี่ยวเนื่องกับความชั่วร้าย อันที่จริงเป็นความคิดที่ล้าหลังมาก แต่เป็นแนวคิดที่นิยมในหมู่ของชาวบ้านและโบสถ์คอยสนับสนุนแนวคิดนี้อยู่พอสมควร เพราะคนที่เป็นสายเวทย์ของความมืดแบบเธอนั้น ส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านรู้จักคือเนโครแมนเชอร์ ที่สร้างความหวาดกลัวและเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน วงการเวทย์ของเรามีแนวคิดทีเปิดกว้างกว่า แม้สายความมืดจะมีจำนวนน้อยแต่พวกเราก็มีคนที่วิจัยค้นคว้า การที่มีซากศพโดนเนโครแมนเชอร์ปลุกขึ้นมา ก็มีอาจารย์ที่ใช้เวทย์ความมืดของสมาคมนักเวทย์นี่ล่ะที่สามารถทำให้ซากศพกลับมาในความสงบอีกครั้ง ซึ่งทางโบสถ์ก็อยากจะใช้สายแสงหรือเวทย์ศักดิ์สิทธิ์มากกว่าซึ่ง อะแฮ่ม อย่าห่วงอาจารย์ไม่เชื่อว่าเธอต้องกลายเป็นนักเวทย์เนโครแมนเชอร์แห่งความมืดหรอก”
“ขอบคุณครับท่านอาจารย์ที่ไว้ใจผม ผมจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง”
..
“องค์ชายให้ความสนใจกับสิ่งประดิษฐ์อุปกรณ์เวทมนตร์และการเล่นแร่แปรธาตุ ทำตามคำสั่งตลอดเวลา ไม่เคยละทิ้งการงาน ราวกับจะดูดซับความรู้อันมีจำกัดของข้าฯไปจนหมดสิ้นด้วยความรวดเร็ว เวทย์แห่งความมืดเป็นศาสตร์ที่อันตรายแม้อาจารย์ของพวกเราสมาคมนักเวทย์ก็มีอยู่จำนวนน้อยและเป็นความลับไม่สุงสิงกับใคร นั้นน่าจะเป็นแนวทางที่ให้องค์ชายสามารถศึกษาไปทางนี้ได้หากสามารถได้รับทุนการศึกษาจากทางสมาคมนักเวทย์และมีอาจารย์รองรับ การสอนวิชาของข้าฯที่เป็นนักเวทย์ดินระดับสามเหลี่ยมนั้นมีขีดจำกัดที่จะสอนได้ดั่งที่องค์ราชาทรงทราบดีอยู่แล้ว แต่เมื่อข้าฯได้หนังสือและอุปกรณ์การสอนที่ได้มาจากสมาคมเพิ่มมากขึ้น คงจะมีเนื้อหาที่สามารถสอนองค์ชายไปได้อีกสักพัก ซึ่งช่วงนี้ได้เริ่มมีการสอนบทเรียนทางประวัติศาสตร์แก่องค์ชายเพิ่มมากขึ้นเพื่อเพิ่มเนื้อหาการสอน ดังแบบทดสอบที่แนบมาด้วยนี้...”
อเลสเตอร์ แบรทฟอร์ท นักเวทย์ดินระดับสามเหลี่ยมของราชสำนัก