เมื่อดินแดนร้อยแคว้นไร้ผู้นำอย่าง ผู้เฒ่าชราเทียนชางอีกต่อไป ดินแดนแห่งนี้ก็เข้าสู่ กลียุค ความวุ่นวาย อย่างสมบูรณ์ ผู้คนที่จงรักภักดี ต่อดินแดนร้อยแคว้น ต่างสละชีวิตหมายฆ่าสังหารเทพสวรรค์อย่างบ้าคลั่ง ภายใน2วัน เหล่าจอมยุทธ์ชรา ขั้นพลัง เทวะ ล้วนตายตกไปแทบสิ้นแผ่นดิน มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่ถูกฆ่าสังหาร แต่ก็ถูกจับขังสอบสวน
ฟ้าดินต่างร่ำไห้ ให้กับการจากไปของ เหล่าจอมยุทธ์ขั้นพลังเทวะ จนท้องฟ้าวิปริตเป็นสีแดงฉานไม่ขาดสายไปถึงสองวันเต็ม เลือดที่หลั่งไหล อาบย้อมปฐพีจนแดงฉาน
หมู่มารคนไม่ดี เริ่มออกอาละวาด ทำตามคำสั่งของเทพสวรรค์ หาอาวุธล้ำค่ามาบรรณาการ แม้แต่สมุนไพรระดับสูง ยังถูกส่งไปให้เทพสวรรค์บนบัลลังก์ สาวงามที่สุดภายในดินแดนเองก็ถูกส่งเข้าไปภายในพระราชวังสีทองนั้นด้วยเช่นกัน
เพียงเวลา5วัน แคว้นตงก็ถูกสถาปนาให้เป็น ขี้ข้าผู้มีอำนาจที่สุดภายในดินแดนร้อยแคว้น เปรียบเสมือนมือขวาของเทพสวรรค์ทำเรื่องสกปรกเลวทราม
เมื่อพวกเขาได้รู้ความจริงจากปากของ เทพสวรรค์ ว่าอาวุธนั้นแบ่งประเภทได้เพิ่มอีก 2ประเภท มันก็ทำให้พวกเขาประหลาดใจ ไม่คิดคนดินแดนเบื้องบนจะแบ่งของล้ำค่าพวกนี้ไม่เหมือนกับพวกเขา มันไล่ตั้งแต่ ระดับ สามัญ ระดับ ศักดิ์สิทธิ์ ระดับ เทพ ระดับ เซียน แล้วก็ระดับ จักรพรรดิ ส่วนโอสถเองก็แบ่งออกเป็น 1-9 ระดับ ซึ่งมันแตกต่างจากคนดินแดนเบื้องล่างเป็นอย่างมาก และที่พวกเขาสามารถกลั่นหลอม โอสถออกมาได้ก็มีเพียง โอสถระดับ4เท่านั้น ซึ่งเทพสวรรค์ไม่ชายตามอง
ภายในดินแดนร้อยแคว้นเต็มไปด้วยการกดขี่ข่มเหง เมื่อพวกเขารู้ว่ามี การแบ่งของล้ำค่าเช่นนี้ ก็ต่างพากันควานหาของล้ำค่า ไปบรรณาการเทพสวรรค์ จนทั้งดินแดนแห่งนี้ลุกเป็นไฟผู้คนล้มตายไปถึง 6ส่วนในไม่กี่10วัน กลายเป็นดินแดนไร้อารยธรรมในทันที
ผู้คนถูกกดขี่โดยสมบูรณ์ให้หมอบคลานอยู่กับพื้นดินเบื้องล่าง ห้ามบินทะยานอีกต่อไป แม้แต่ผู้คนที่พูดจานินทาเทพสวรรค์ ยังถูกฟ้าดินลงทัณฑ์ จากโทษทัณฑ์สวรรค์ เหล่าชาวบ้านถูกปกครองด้วยความหวาดกลัว ปราณพลังฟ้าดินเองก็จวนจะสลายไปจนสิ้น แทบไม่หลงเหลือ ยุคของการฝึกฝนอีกต่อไป
ผู้เฒ่าผู้แก่ต่างถอนหายใจ โลกแห่งนี้กำลังจะทอดทิ้งความหวังในการปลดแอกของพวกเขา หากไร้ซึ่งการฝึกฝนเช่นนี้ ก็เท่ากับประตูความหวังทั้งหมดถูกปิดลง ไร้ผู้ใดผงาดค้ำฟ้ามาปลดปล่อย ความเจ็บปวดไปจากพวกเขาได้
.....หลังเหตุการณ์ผ่านไปได้12วัน อยู่ๆ ด้านหน้าพระราชวังในยามนี้กลับมีเด็กน้อยอายุราวๆ 15ปี บินทะยานเข้ามาใกล้ ที่ประทับของเทพสวรรค์ ซึ่งเด็กคนนี้แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ปราณพลังในร่างกายของเขาไม่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายแม้แต่น้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา แต่ก็แฝงไปด้วยแววตาขี้เล่น ใบหน้าคล้ายหญิงสาวเป็นอย่างมาก แต่กลับเป็นชายชาตรี ผู้สง่างาม
เหล่าทหารที่เฝ้าหน้าพระราชวัง พวกเขาที่เห็นใบหน้าเด็กชายอายุ15 ปีถึงกับกลืนน้ำลายไปคำใหญ่ ไม่คิดผู้ชายคนนี้จะงดงามราวหญิงสาว มากถึงเพียงนี้ เขาก็คือสุยเยว่หนาน แห่งตำหนักเทพ ถึงกายาของเขาจะเป็นผู้ชาย แต่จิตใจของเขาก็คือหญิงเต็มตัว
"เจ้าหยุดเดียวนี้ ที่แห่งนี้คือที่ประทับของเทพสวรรค์ ซานหลง หากเจ้ายังไม่อยากตายรีบถอยไปจากที่แห่งนี้เสีย"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน เมื่อนางได้ยินคำพูดของเหล่าทหารที่เฝ้าพระราชวัง มันก็ทำให้ตัวเขา ยกยิ้มขึ้นมา "เจ้าช่าง ชอบฝึกสุนัข ไว้เฝ้าบ้านเสียจริงๆ ซานหลง"
เหล่าทหารที่เฝ้ายามเมื่อพวกเขาได้ยิน ถึงกับหน้าเขียวคล้ำ เตรียมที่จะจัดการเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าคล้ายกับหญิงสาวในทันที "เจ้าชักจะโอหังเกินไปแล้ว เป็นแค่เด็กแท้ๆ กลับมากำเริบเสิบสาน"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ตัวนางไม่แม้จะสนใจ เหล่าทหารที่เฝ้ายามแม้แต่น้อย ก่อนชี้นิ้ว ปล่อยดัชนีชี้จันทรา เข้าใส่ร่างของยามเฝ้าประตูทางเข้า จนแตกสลาย กลายเป็นเถ้าธุลีในทันที เหล่าทหารที่เฝ้ายามคนอื่นๆ ต่างตัวแข็งค้าง กายาหนาวเย็นด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าเอ่ยพูดคำใดออกมาอีกต่อไป
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน เอ่ยคำพูด คล้ายกับน้ำเสียงของหญิงสาวออกมา "ซานหลง เจ้าไม่คิดจะ เชิญชวนข้าเข้าไปภายในรังรักของเจ้างั้นหรือ"
เทพสวรรค์ ซานหลง ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ของพระราชวัง ตัวเขาถึงกับหน้าเขียวคล้ำ ไม่คิดเทพสวรรค์ตนอื่นๆ จะเข้ามากล้ำกรายสอดมือยังดินแดนที่เขาปกครองอยู่ ตัวเขาตอนนี้ยังบาดเจ็บหนักอยู่กายาเองก็ยากที่จะสมานในเร็ววัน ยังดีที่เขามีอาวุธ ระดับ จักรพรรดิไว้ในครอบครอง ยังพอต่อต้านเทพสวรรค์ตนอื่นๆ ได้ "เจ้าเข้ามาได้ สุยเยว่หนาน"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ที่ได้ยินเขายกยิ้ม ก่อนก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในพระราชวังด้วยความไม่เกรงกลัว ภายในพระราชวังเต็มไปด้วยหญิงสาว งดงามมากหน้า ลายตา แม้แต่ด้านข้างของพระราชวังแห่งนี้ยังมี เชลยศึกอีกนับร้อยคน ถูกกักขังภายในพระราชวังแห่งนี้
"เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน เจ้าต้องการอะไร ถึงมาหาข้าในยามนี้ เจ้าก็น่าจะรู้ดีอีกไม่ช้า พวกเราเทพสวรรค์ทั้ง4องค์ อาจต้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อเป็นผู้นำของโลกแห่งนี้ หากเกิดความบาดหมางขึ้นมาเกรงว่าเจ้าคนเดียวก็ไม่อาจรับมือได้"
สุยเยว่หนาน ขำออกมาน้อยๆ เมื่อเห็น เทพสวรรค์ ซานหลงบาดเจ็บอย่างหนัก จากภายใน หากเขาไม่ใช่ เทพสวรรค์เขาคงตายตกไปแล้วเป็นแน่ "เจ้ายังจะพูดจา ปากดีได้อีกหรือ ซานหลง เพียงแค่เจอจอมยุทธ ขั้นพลังเทวะ เจ้าก็บาดเจ็บเจียนตายเสียแล้ว ไม่คิดละอายใจในฐานะของ เทพสวรรค์แท้จริง บ้างเลยหรือ"
เทพสวรรค์ ซานหลง หน้ามืดทะมึนขึ้นมาทันใด ดวงตาฉายแววบ้าคลั่งกดดันออกไปรอบทิศในทันใด เหล่าสาวงามบางคนถึงกับร่างสั่นเทิ้มล้มลงกับพื้นเบื้องล่างด้วยความหวาดกลัว "ที่เจ้ามาหาข้า หรือว่าเจ้าต้องการจะฆ่าสังหาร ตัวข้ากัน"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ยกยิ้ม "ข้าชอบการฝึกสุนัขของเจ้า ข้าเลยคิดจะยกดินแดน ศักดิ์สิทธิ์ของข้าให้กับเจ้าปกครองอีกหนึ่งดินแดนเป็นเช่นไร ข้อแลกเปลี่ยนของข้ามีข้อเสนอเดียว ส่งของล้ำค่าที่อยู่ใน ระดับ เทพ ให้กับพวกเรา ตำหนักเทพ ส่วนของล้ำค่าอย่างอื่นเจ้าเอาไปได้"
ซีเซียว ตัวนางที่เป็นคนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ถึงกับเดือดดาลขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของ เด็กหนุ่มอายุ15 ที่อยู่ตรงหน้า แต่ใบหน้าช่างเหมือนหญิงสาวเสียยิ่งกว่าอะไร "เจ้าทำอะไรกับคนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้ากัน"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ส่ายหัว "ข้าแค่กวาดล้าง ผู้คนทั้งหมดที่แข็งข้อก็เท่านั้น ...แล้วเจ้าเป็น มเหสีของ เทพสวรรค์ ซานหลง งั้นหรือ" ทันใดที่นางเอ่ยพูดหมดประโยคตัวนางก็หายไปอย่างฉับพลันมาอยู่ด้านข้างบัลลังก์ ที่ซีเซียว นั่งอยู่ในเสี้ยววินาที ยกฝ่ามือจับคอของ ซีเซียวไว้แน่น เพียงเด็กหนุ่มอายุ15 บีบฝ่ามือแรงๆ ซีเซียว นางก็จะตายตกในทันที
เทพสวรรค์ ซานหลง ที่เห็นเขาส่ายหัว "นั้นคือ ว่าที่ มเหสีของข้าแต่ในยามนี้นางยังไม่ยอมข้า ใบหน้าของนางงดงาม ใช่ไหมล่ะ บางทีอาจจะงดงามกว่าเจ้าก็เป็นได้"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ที่ได้ยินเขาถึงกับหนังตากระตุกเล็กๆ ปล่อยมือออกจาก คอของนาง "ใบหน้าของข้า งดงามกว่านาง เจ้านี่ช่างแปลกคนเสียจริง ชมชอบหญิงงามที่ร้องไห้จนเบ้าตาบวมเช่นนี้หรือ"
เทพสวรรค์ ซานหลง ได้ยินเขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเต็มไปด้วย กิเลส ตัณหา "เจ้าไม่สนใจ มาอยู่ข้างกายของข้างั้นหรือ ข้าไม่สนว่าเจ้าจะมีกายเป็นชายหรือไม่ก็ตาม หากเราร่วมมือกันก็สามารถปกครองโลกเบื้องล่างแห่งนี้เอาไว้ได้"
"เจ้าไม่ใช่ สเป็คในสายตาของข้า แล้วอีกอย่าง เหมือนว่าเจ้าในยามนี้จะควบคุมความคิดของตัวเองไม่ได้ เจ้าก็ควร ระวังปราณจิตของเจ้าจะถูก ปราณจิตของชายผู้นั้นที่หลอมรวมกับเจ้า กลืนกินปราณจิตของเจ้า เอาสักวันก็แล้วกัน"
เทพสวรรค์ ซานหลง ส่ายหัว "ข้าเข้าใจแล้วที่เจ้าเอ่ยเตือน แล้วเจ้าจะไปที่ไหนกัน"
เทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน เอ่ยพูดแบบขอไปที "ข้าจะไปตามหาเจดีย์น้อย ของจักรพรรดิ ผู้ร่วงหล่น ข้าได้ข้อมูลว่ามันอยู่ยังดินแดนแห่งนี้" ทันทีที่นางเอ่ยพูดเสร็จ ร่างของนางก็หายไปราวกับหมอกควัน หมายมั่นออกตามหา ของล้ำค่าของจักรพรรดิ ผู้ร่วงหล่น คิดช่วงชิงมันกลับมา ให้กับตำหนักเทพ
ในตัวของเทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน มีลูกแก้วแห่งการสรรหา ที่ได้รับมอบหมายมาจากเจ้าสำนักของตำหนักเทพ โดยตรง การจะหาของล้ำค่านั้นจึงไม่ยากอย่างที่คิด ตำหนักเทพ คาดหวังกับภาระกิจครั้งนี้เป็นอย่างมาก หากได้ เจดีย์น้อย ของจักรพรรดิ ผู้ร่วงหล่น พวกเขาจะมีกำลังที่จะต่อรองกับสำนักอื่นๆ ง่ายขึ้นไปอีกหลายเท่า