หลังจากพิษส่วนใหญ่และแก่นพิษถูกอู๋เซิ่งชักนำออกมาแล้วพิษจำนวนที่เหลือในร่างของหยุนซานล้วนแต่อ่อนแอด้วยพลังของหยุนซานสามารถขับพิษออกมาได้ไม่นานของเหลวที่เป็นพิษทั้งหมดก็ถูกขับออกมาหยุนซานลืมตาขึ้นกลิ่นอายที่แข็งแกร่งทำให้อู๋เซิ่งหวาดกลัวแผ่ออกมาแต่พริบตาก็หายไป
“หลานแสนปีแล้วในที่สุดข้าก็สามารถจัดการพิษนี้ได้”หยุนซานกล่าวพร้อมกับดวงตาส่องประกายแต่เดิมก็สิ้นหวังและรอวันตายแล้วกลับไม่คิดว่าในแดนมนุษย์แห่งนี้จะทำให้เขาได้พบโชคแบบนี้
“ยินดีกับผู้อาวุโสด้วย”อู๋เซิ่งกล่าว
“ฮ่าฮ่า หากไม่ได้เจ้าข้าก็คงไม่สามารถจัดการกับเจ้าพิษนี่ได้ เมื่อเทียบกันแล้วเรื่องที่ข้าช่วยเจ้านั้นเล็กน้อยมาก”หยุนซานอารมณ์ดีมาก
“ตอนนี้พวกเราก็หายกันแล้วข้าจำเป็นต้องขอตัวเพราะข้าไม่รู้ว่าคนสนิทของข้าจะคิดว่าข้าตายไปแล้วหรือเปล่า”อู๋เซิ่งกล่าว
“จากชุดของเจ้าคงมาจากหุบเขาเฟยเซียงสินะเอางี้ข้าจะช่วยส่งข้อความให้คนของเจ้าเอง ส่วนเจ้าฝึกฝนอยู่กับข้าสักพักเถอะถือว่าเป็นการตอบแทนเจ้าด้วย ไม่งั้นตระกูลหยุนจะต้องติดค้างตระกูลอู๋ของเจ้าอีกเรื่องแน่”หยุนซานกล่าว
“บอกว่าเถอะว่าเจ้าอยากให้ข้าส่งข้อความให้ใครข้าสามารถเข้าออกหุบเขาเฟยเซียงได้โดยไม่มีใครรู้”หยุนเหยาเองก็อารมณ์ดีมาก ขอแค่มีเวลาอีกนิดปู่ของนางก็จะฟื้นฟูจนเหมือนเดิมตอนนั้นพวกนางก็จะสามารถแก้ไข่สถานการณ์ของตระกูลหยุนได้
“ประมุขหุบเขาเฟยเซียงเมี่ยวอิงเยว่ ฝากข้อความนี้ให้นางก็แล้วกัน” อู๋เซิ่งเขียนข้อความใส่กระดาษก่อนจะส่งให้กับหยุนเหยา
“ไม่มีปัญหาในแดนมนุษย์แห่งนี้ไม่มีที่ไหนที่ข้าไปไม่ได้” หยุนเหยากล่าวด้วยความมั่นใจก่อนร่างจะกลายเป็นลำแสงพุ่งหายไป
“นางเป็นเซียนหรือราชาเซียนงั้นเหรอ”อู๋เซิ่งกล่าว
“นางนั้นเป็นอัจฉริยะที่มากพรสวรรค์ของตระกูลหยุนพรสวรรค์ของนางนั้นเทียบได้กับบรรพชนเลยทีเดียวด้วยอายุ 100 ปีนางบรรลุขั้นราชาเซียนแล้ว”หยุนซานกล่าวด้วยความภารภูมิ
“ไม่น่าเชื่อแต่สมแล้วที่มาจากแดนอมตะเทียบกับอัจฉริยะจากแดนเซียนแล้วถือว่าห่างชั้นมาก” อู๋เซิ่งกล่าวขนาดกู่หลางมีอู๋เซิ่งคอยช่วยเหลือยังใช้เวลา500 ปีในการบรรลุขั้นราชาเซียน 1000 ปีบรรลุจักรพรรดิเซียนความยากลำบากในแต่ละขั้นอู๋เซิ่งเข้าใจดี
ขนาดตัวเองมีความทรงจำจากชาติที่แล้วอู๋เซิ่งก็ยังพบกับความยากลำบากในการฝึกฝนเลยเพราะการฝึกฝนจำเป็นต้องก้าวไปทีละก้าวอย่างช้าๆอย่างมั่นคงเหมือนกับการสร้างหอคอยขึ้นมาหากรากฐานไม่มั่นคงหอคอยสูงก็จะถล่มได้ง่ายๆหากเจอเข้ากับพายุ
“เจ้าเองก็มาจากแดนอมตะไม่ใช่หรือยังไงอย่างน้อยรากฐานของตระกูลอู๋ก็อยู่ที่แดนอมตะ” หยุนซานกล่าว
“ผู้อาวุโสในเมื่อท่านอยู่ในยุคเดียวกับตอนที่ตระกูลอู๋ถูกล้อมโจมตีตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นแล้วผลลัพธ์มันเป็นอย่างไร”อู๋เซิ่งอยากจะรู้เรื่องนี้มานานแล้วแม้จะได้สืบข่าวมาบ้างแต่ส่วนใหญ่เป็นคำพูดปากต่อปากมีความจริงมากแค่ไหนไม่มีใครรู้ได้
“ส่วนใหญ่ก็เหมือนกับที่พวกเจ้าได้ยินในตอนนั้นตระกูลอู๋สายรองได้ก่อกบฏขึ้นพวกเขานั้นแอบร่วมมือกับแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เพื่อที่จะยึดครองตระกูลอู๋และแย่งชิงมรดกที่จักรพรรดิอู๋ซูทิ้งเอาไว้”
“มรดกงั้นเหรอ”เรื่องนี้อู๋เซิ่งยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
“มรดกชิ้นแรกเจ้าได้ฝึกฝนไปแล้วไม่ใช่เหรอ”หยุนซานยิ้มออกมา
“บงกชส่องสวรรค์!!!!!!!!!!”
“ใช่แล้วทักษะบงกชส่องสวรรค์นั้นล้ำค่ามากมันช่วยให้จักรพรรดิอู๋ซูไปถึงระดับเต๋าบรรพกาลได้กลายเป็นหนึ่งในจักรพรรดิของจักรวาลอันกว้างใหญ่”
“จักรพรรดิของจักรวาล”อู๋เซิ่งพึมพำออกมาเขานึกไปถึงนามของจักรพรรดิกระบี่ซึ่งเป็นหนึ่งในจักรพรรดิเช่นกัน
“ตามตำนานและบันทึกที่บรรพชนของข้าบันทึกเอาไว้ในจักรวาลอันกว้างใหญ่จักรพรรดิมีทั้งหมด 9 คน ซึ่งผู้ที่ได้รับนามจักรพรรดินั้นล้วนแต่เป็นเต๋าบรรพกาลที่ดดเด่นเหนือใครคนแรกนั้นลึกลับไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใคร รู้แค่ว่าเขาคืออาจารย์ของจักรพรรดิอู๋ซู ลองลงมาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดจักรพรรดิกระบี่ เรื่องนี้เจ้าน่าจะเคยได้ยินมาบ้างใช่หรือไม่” หยุนซานกล่าว
“ในตอนที่ตระกูลอู๋กำลังถูกทำลายล้างตระกูลหนึ่งกระบี่ทะลวงกาลเวลาตกลงสู่ตระกูลทำร้ายผู้นำแดนศักดิ์สิทธิ์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส”อู๋เซิ่งกล่าว
“ผิดแล้วกระบี่เล่มนั้นไม่เพียงแต่ทำร้ายจนทั้งสี่คนบาดเจ็บสาหัสแต่ยังตัดโชคชะตาทำให้พวกเขาไม่อาจไปถึงระดับเต๋าบรรพกาลได้และยังตัดโชคชะตาของแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ทำให้แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เริ่มตกต่ำลงและเพื่อฟื้นฟูโชคชะตาแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่จึงสร้างสาขาที่แดนเซียนรวบรวมโชคชะตาเพื่อฟื้นฟูให้กับแดนศักดิ์สิทธิ์หลักของตัวเองส่วนผู้นำทั้งสี่เหอะ ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะมีภาพแบบไหน” หยุนซานเค้นเสียง
“หนึ่งกระบี่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้ยังไงกัน”อู๋เซิ่งจินตนาการไม่ออกเลยว่าต้องมีพลังระดับไหนถึงทำแบบนั้นได้
“เพราะงั้นในตำนานผู้คนถึงจัดว่าจักรพรรดิกระบี่นั้นคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด”
“แล้วคนอื่นๆละ”อู๋เซิ่งสงสัย
“เอาไว้เจ้าแข็งแกร่งกว่านี้ข้าถึงจะบอกตอนนี้เจ้ารู้มากเกินไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก เอาละเรามาคุยเรื่องของเจ้าก่อนดีกว่าด้วยพรสวรรค์ของเจ้าหากต้องการข้าสามารถพาเจ้ากลับแดนอมตะไปฝึกฝนที่ตระกูลหยุนได้เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะแข็งแกร่งได้รวดเร็วขึ้น”หยุนซานกล่าว
“......”อู๋เซิ่งเงียบลงและขบคิดแน่นอนว่าหากติดตามหยุนซานไปการฝึกฝนจะต้องรวดเร็วมากอย่างแน่นอนและมีหยุนซานหนุนหลังจะต้องปลอดภัยแต่แบบนั้นอู๋เซิ่งจะต้องหลบอยู่ในร่มเงาของหยุนซานไปอีกนาน
“ไม่ดีกว่าเต๋าของข้านั้นอิสระ ข้าไม่ต้องการถูกผูกมัด อีกอย่างข้าอยากจะค่อยๆก้าวไปข้างหน้าด้วยตัวเองอยากจะสร้างตำนานของตัวเองขึ้นมาเหมือนกับจักรพรรดิอู๋ซูและจักรพรรดิกระบี่หากข้าติตดามท่านไปแม้เส้นทางจะราบรื่นแต่ก็ทำให้ข้าสูญเสียความกล้าที่ควรจะมีไปเช่นกัน”อู๋เซิ่งกล่าว
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ยอดเยี่ยมสมกับเป็นตระกูลอู๋ของจักรพรรดิอู๋ซู หากเป็นคนปกติคงตอบรับข้านานแล้วไม่คิดว่าเจ้าจะคิดเส้นทางของตัวเองเอาไว้แล้วดีเช่นนั้นในช่วงที่ข้าฟื้นฟูอยู่ที่นี่ข้าจะชี้แนะการฝึกให้กับเจ้าสงสัยตรงไหนสามารถถามได้ตลอดเวลา” หยุนซานกล่าว
อู๋เซิ่งยิ้มออกมาทันทีจากนั้นก็ระดมคำรามออกไปอย่างต่อเนื่องความรู้ในการฝึกฝนถึงจักรพรรดิเซียนอู๋เซิ่งพอมีประสบการณ์จากชาติก่อนมาบ้างแต่เหนือไปกว่านั้นอู๋เซิ่งไม่รู้อะไรเลย
หยุนซานก็แลกใจที่อู๋เซิ่งถามถึงการฝึกฝนขั้นเทพขึ้นไปแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธและอธิบายทั้งหมดให้กับอู๋เซิ่งฟังพร้อมกับมอบตำราหลายอย่างให้อู๋เซิ่งเลือกนำไปฝึกด้วยตำราบางเล่มเป็นถึงตำราระดับเทพที่เหนือกว่าทำราขั้นเซียนเสียอีก