บทที่ 26
“พวกเราจะรีบไปครับอาจารย์... อาจารย์เขาว่ามาอย่างนั้นนะ โทษทีนะ เมื่อกี้มนต์จะพูดอะไรหรือเปล่า..” โอ๊ตตอบกลับอาจารย์ไป ก่อนจะหันมายิ้มให้กับทั้งสองคน และเอ่ยถามมนต์ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะพูดอะไรสักอย่างกับเขาอยู่“ปะ..เปล่า.. ไม่มีอะไรหรอก เรารีบเข้าเรียนกันเถอะ” มนต์กล่าวพร้อมกับยิ้มให้กับโอ๊ต ‘โธ่..คุณเพื่อน..’ เฟิร์นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น เธอก็แทบอยากจะตบหน้าผากของตัวเองจริงๆ ทั้งๆที่มันเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วแท้ๆ ทั้งบรรยากาศที่เป็นใจ แล้วอาจารย์ก็เข้ามาทำทุกอย่างพัง เธอลุ้นตัวแทบโก่ง เห็นแล้วนึกสงสารเพื่อนสนิทจับใจ“ถ้าอย่างนั้นมนต์ก็ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน” โอ๊ตกล่าวตอบกลับ แล้วก็เดินนำเข้าห้องเรียนไป ปล่อยทั้งสองสาวนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น จากที่มนต์กำลังยิ้มอยู่ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเมื่อมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินจากไป ‘ฉะ..ฉัน ฉันอยากให้นายเป็นคนดูแลฉันมากกว่า..’ มนต์ได้แต่กล่าวในใจของตัวเอง พร้อมกับก้มหน้าลงแสดงถึงความผิดหวัง ตอนนี้เธอได้รับรู้ความจริงที่แสนจะเจ็บปวดแล้ว“แกเป็นอะไรหรือเปล่ามนต์..” เฟิร์นกล่าวถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเพื่อนมีอาการผิดแปลกไป ในตอนแรกเธอคิดว่าคุณเพื่อนของเธอกำลังมีอาการเขินอายไม่หาย แต่ทว่าเมื่อเธอเห็นน้ำตาที่เริ่มไหลรินของมนต์เธอก็เข้าใจได้ในทันทีว่าตัวเองเข้าใจผิดไป และไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น“แก.. โอ๊ตเขาคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลย.. มันมีแต่ฉันเท่านั้นที่รู้สึกกับเขาอยู่ฝ่ายเดียว” มนต์กล่าวออกมา เธอเพิ่งจะรู้สึกตัวเมื่อสักครู่ที่ผ่านมานี่เอง ทั้งๆที่เธอฝันถึงฉากอย่างนี้กับเขามาทั้งชีวิต ทั้งๆที่เธอเฝ้ารอโอกาสอย่างนี้มาตลอด แต่ท่าทีของเขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มันชัดแล้วว่าเขาไม่ได้มีใจให้กับเธอ“แล้วมันยังไงล่ะ.. แปลว่าแกจะยอมแพ้ให้กับความคิดนี้อย่างนั้นเหรอ แกชอบเขามาจะ 3 ปีแล้วนะ..” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับโอบกอดเพื่อนของเธอเอาไว้อย่างสงสาร“มันแวบเข้ามาในหัวของฉันก่อนที่ฉันจะสารภาพรักออกไป.. ถ้าฉันบอกกับเขา ถ้าฉันบอกชอบเขาไป.. ความสัมพันธ์ของเราจะยังเป็นเหมือนเดิมไหม เขาจะเกลียดฉันไหม.. ฉันควรทำยังไงดี ฮื้ออออ” มนต์กล่าวพร้อมกับร้องปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร เฟิร์นเองก็ได้แต่ปลอบเพื่อนสาวอยู่เงียบๆเท่านั้น ทางด้านของประตูเข้าห้องเรียนเองก็มีชายหนุ่มที่กำลังยืนฟังทุกอย่าง มันไม่ใช่ว่าหัวใจของเขาไม่เต้นแรง ด้วยเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่ใช่ว่าใครจะหลงลืมมันได้โดยที่ไม่คิดอะไร ความรู้สึก กลิ่น เสียง รสสัมผัส ทุกอย่างมันยังก้องเต็มหัวใจของเขา แต่ว่า.. ‘ขอโทษนะ.. แต่เธอควรได้เจอใครที่ดีกว่านี้ สำหรับเราแล้ว....’ โอ๊ตคิดในใจพร้อมกับหลับตา ก่อนที่จะเดินเข้าห้องเรียนไป โดยทิ้งคำพูดในความคิดบางอย่างเอาไว้ให้ชวนคิด.. ..อีกทางด้านหนึ่งที่โรงพยาบาล คณะแพทย์..“ทำหน้าทำตาดูเหมือนจะเครียดๆ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าจ๊ะ คุณ..รุ่น..น้อง..” แพทย์สาวคนหนึ่งที่เห็นว่ารุ่นน้องของเธอกำลังทำหน้าเคร่งเครียด แถมยังเหม่อลอยออกไปไกล มันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามไปด้วยความเป็นห่วง“..รุ่นพี่!.. ก็มีเรื่องที่ต้องใช้ความคิดเล็กน้อยน่ะค่ะ..” หญิงแพทย์สาวเอ่ยตอบกลับรุ่นพี่ของเธอไป“มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็นเรื่องคนไข้ก็ปรึกษารุ่นพี่คนนี้ได้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องเงินล่ะก็ ขอบายจ้า” แพทย์รุ่นพี่สาว ‘พลอย’ เอ่ยกล่าวอย่างติดตลกเล็กน้อย เพื่อให้บรรยากาศไม่ซีเรียสจนเกินไป“ก็เรื่องคนไข้นี่แหละค่ะพี่พลอย.. พอดีหญิงไปเจอเคสที่แปลกเอามากๆ หญิงไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร เครื่องเอกซเรย์ทำงานผิดพลาด หรือว่าหญิงวินิจฉัยโรคของคนไข้ผิดตั้งแต่เเรกกันแน่ แต่ว่า..อาการของคนไข้ เธอมาเมื่อวานมันก็น่าจะวินิจฉัยได้ตรงตัว และสมเหตุสมผลแล้ว..” หญิงกล่าว พลอยที่ได้ยินก็ฟังเงียบๆ เธอไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น“พี่ไม่ค่อยเข้าใจที่เธอพูดสักเท่าไร เอาเป็นแบบลงรายละเอียดกว่านี้ดีกว่านะ..” พลอยกล่าว“คือมันเป็นอย่างนี้ค่ะ... เมื่อวานมีคนไข้ของหญิงถูกของหนักทับที่ขามา หญิงก็ตรวจอาการตามปกตินั่นแหละค่ะ ขาของคนไข้บวมเอามากๆ หญิงเลยวินิจฉัยว่ามันเป็นปัญหาที่กระดูก และกระดูกของเธออาจจะหักหรือร้าวได้ แน่นอนว่าผลเอกซเรย์ก็แสดงว่ากระดูกของเธอร้าวจริงๆ.. หญิงก็เลยส่งตัวเธอไปเข้าเฝือกตามปกติ แต่ว่า..” หญิงกล่าวเล่าเรื่องที่เธอพบเจอ ตั้งแต่ต้นเรื่องของเหตุการณ์แปลกประหลาด“แล้วมันยังไงเหรอ พี่ก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรผิดปกติเลยนี่นา.. แล้วเธอจะเครียดหรือกังวลเรื่องอะไร ไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด” พลอยกล่าวถามอย่างไม่เข้าใจอยู่ดี“เรื่องของเรื่องคือคนไข้คนนั้น.. เธอกลับมาตรวจในวันนี้น่ะค่ะ.. แต่แบบว่าเธอกลับเดินได้เหมือนคนปกติที่ไม่มีอาการบาดเจ็บมาก่อน แถมผลเอกซเรย์เองก็ขัดแย้งกับเมื่อวานเอามากๆ กระดูกต้นขาของเธอจากที่ร้าว ตอนนี้ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของอาการบาดเจ็บมาก่อนเลย มันเป็นกระดูกต้นขาที่เหมือนกับว่าไม่เคยบาดเจ็บมาก่อนเลยด้วยซ้ำ.. ทั้งๆที่เมื่อวานมันบวมเต่งเอามากๆ ผลเอกซเรย์มันก็ฟ้องอยู่เห็นๆ หญิงก็เลยงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น..” หญิงกล่าว“มีเรื่องอย่างนี้ด้วยเหรอเนี่ย.. จะว่าไปคนไข้ของฉัน คุณชุนตงก็มีเรื่องคล้ายกันนะ.. จริงสิ! ชายแก่ที่เธอช่วยเอาไว้เมื่อวานน่ะ เขาเป็นคนไข้ของฉันเอง แต่ว่าอาการป่วยของเขาหายไปแบบไร้ร่องรอยเลยล่ะ แถมยังแข็งแรงราวกับอายุเหมือนชายวัยกลางคนเลย น่าแปลกใจใช่ไหมล่ะ” พลอยที่ได้ยินก็ทำให้เธอนึกถึงชุนตงด้วยเช่นกัน เหตุการณ์มันช่างคล้ายกันราวกับเดจาวู“ห๊ะ! คุณตาคนนั้นน่ะเหรอคะ เป็นคนไข้ของพี่เหรอ แต่ก็น่าแปลกอยู่.. ตอนที่หญิงพบคุณตาเขาครั้งแรก เขาก็ดูแข็งแรงดูอยู่แล้วนี่คะ เขาไม่เหมือนกับคนที่ป่วยเลยสักนิดเดียว..” หญิงกล่าว พลอยที่ได้ยินอย่างนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆให้กับรุ่นน้อง“เธอเข้าใจผิดแล้ว.. คุณชุนตงน่ะ อวัยวะภายในของเขามีปัญหา ตับเสี่ยงต่อการล้มเหลวสูงมาก นอกจากนี้ยังมีหัวใจ ไต ที่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรืออาจจะเรียกได้ว่าอวัยวะภายในทุกส่วนทำงานผิดพลาดหมดเลยก็ว่าได้.. แต่เมื่อวานเขาทำการตรวจโรคตามปกติ แต่พบว่าอาการที่ว่ามานั้น เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย มันหายไปแบบปลิดทิ้งเลยล่ะ เธอคิดยังไงล่ะ..” พลอยกล่าว“ไม่จริงน่า หญิงมั่นใจว่าคุณตาเขาไม่ได้ป่วยตอนที่พบกันครั้งแรก อาการของเขาเหมือนกับคนวัยชราที่เป็นลมแดดง่ายๆเท่านั้น หญิงไม่รู้เลยว่าอวัยวะภายในของเขาจะมีปัญหาอย่างนี้..” หญิงกล่าว“นั่นแหละที่ฉันประหลาดใจ แม้ว่าจะตรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันก็เป็นหมือนเดิม.. แปลกมากจริงๆ แต่ว่าเขาก็ดูเหมือนดีใจ แล้วก็พูดถึงอาจารย์หมอท่านหนึ่งที่ช่วยรักษาเขา แต่เมื่อฉันดูรูปสเก็ตของพวกเขาก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ นอกจากจะไม่รู้จักแล้วเขายังดูเด็กเอามากๆ น่าแปลกประหลาดเนอะ” พลอยกล่าว“นั่นสิคะ.. จริงสิ! ตอนที่หญิงเจอกับคุณตาคนนั้น เหมือนกับว่าจะมีชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ที่นั่นด้วย พี่พลอยมีรูปของเขาอยู่ไหม หญิงขอดูหน่อยได้ไหมคะ..” หญิงกล่าวถาม เมื่อเธอเริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องราวต่างได้แล้ว พลอยที่ได้ยินอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้กับเธอไป“แน่นอนสิ! ฉันถ่ายเก็บเอาไว้ในมือถือ.. แป๊บหนึ่งนะ.. นี่ไง รูปของเขาคนนั้น” พลอยเปิดรูปของชายผู้ที่ถูกเรียกว่าอาจารย์หมอให้กับหญิงดู แน่นอนว่าหญิงก็ตกใจเพราะมันเป็นชายคนเดียวกันกับที่เธอพบเจอในที่เกิดเหตุเลยอย่างไม่มีผิดเพี้ยน“ใช่ค่ะ คนนี้แหละ.. เขาเป็นคนรักษาอย่างนั้นเหรอ ดูเหมือนว่าเขายังเด็กอยู่เลยด้วยซ้ำ แต่หน้าตาของเขาไม่คุ้นเลย บางทีเขาอาจจะเป็นแพทย์จากโรงพยาบาลอื่นก็ได้นะคะ..” หญิงกล่าวตอบ พร้อมกับนึกภาพของชายหนุ่มคนนี้ตอนที่ได้เจอกันครั้งแรก อีกอย่างเธอไม่คิดว่าชายหนุ่มคนนั้นจะมีความสามารถทางการแพทย์ที่สูงเอามากๆอีกด้วย“คนเดียวกันอย่างนั้นสินะ.. เขาเป็นใครกันนะ พี่เองก็อยากจะพบเจอเขาดูสักครั้ง.. หรือว่าบางทีเขาอาจจะเป็นคนที่รักษาขาคนไข้ของเธอก็ได้นะ..” พลอยกล่าวออกมาในท่าทางนึกขึ้น“..ฮ่าๆ จะไปเป็นอย่างนั้นได้ยังไงกันล่ะคะพี่พลอย ไม่ว่าจะเป็นหมอที่เก่งกาจแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีใครรักษาอาการกระดูกร้าวในชั่วข้ามคืนหรอกนะคะ..” หญิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะ พลอยที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้หัวเราะตามแต่อย่างใด เธอนั้นรู้ดีว่ามันมีความเป็นไปได้เสมอ อาการของคุณชุนตงไม่ใช่ว่าจะรักษากันง่ายๆนั้นเธอรู้ดี แต่เขาก็ถูกรักษาไปแล้วในเวลาที่เธอไม่ได้เจอเขาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น“เธออย่าได้มั่นใจมากเลย.. คนไข้ชุนตงของฉัน ก่อนที่เธอจะพบตัวเขา เขายังบ่นเรื่องอาการของเขากับฉันอยู่เลย แน่นอนว่าฉันเองก็ตรวจอย่างละเอียดเช่นกัน.. เธอรู้ไหมว่าแค่ภายใน 2 ชั่วโมงที่พวกเราแยกกัน สุภาพที่ตรวจได้ของคนไข้คนเดียวกัน มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ.. ดังนั้นเธออย่าได้มั่นใจอะไรอีกเลย” พลอยกล่าวกับหญิงไป แน่นอนว่ามันทำให้เธอถึงกับชะงัก ไปต่อไม่เป็น มันจะไปมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมาในโลกได้ยังไง ถ้ามันเป็นไปได้จริง ชายคนนั้นจะสามารถพลิกวงการการแพทย์ได้เลยทีเดียว“มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงอยากจะพบเจอเขาสักครั้ง.. เขาใช้วิธีแบบไหนในการรักษากันนะ.. จริงสิ! คนไข้ของเธอคนนั้นน่ะ เธอพูดอะไรมาบ้างล่ะ บางทีเราอาจจะได้เบะแสหาตัวของเขาเจอก็ได้..” พลอยพูดกับตัวเองลอยๆ ก่อนจะหันไปถามกับรุ่นน้องสาว“คือว่า..เธอบอกว่ากินแพนเค้กเข้าไป จากนั้นขาของเธอก็หายน่ะค่ะ..” หญิงกล่าว