เห็นรอยยิ้มยั่วเย้าที่ฉู่เหินส่งมาให้แล้ว ซางเจ๋อ หลินไห่ และซินเหวินก็หนาวไปทั้งใจ
นี่มันเทือกเขาไร้กระดูก สัตว์ปีศาจมากมาย คนตายที่นี่ทุกปีไม่รู้กี่ศพ แม้ว่าฉู่เหินจะสังหารพวกเขาก็ไม่มีผู้ใดมาตามสืบแน่
ซินเหวินเสียใจภายหลังเพราะหลงนึกว่าตนฉลาดโดยแท้
เพียงคิดว่าจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ความหวาดกลัวทุกรูปแบบก็ครอบงำหัวใจ น้ำตาเอ่อท่วมหยาดน้ำใสคลอหน่วยอย่างไม่อาจควบคุม
พอเห็นท่าทางน่าสังเวชเสียนี่กระไรของอีกฝ่ายแล้วฉู่เหินก็อดลอบขำไม่ได้
ทั้งสามมันก็แค่ ‘เสือกระดาษ’ เท่านั้นปะไร ภายนอกดูแข็งกร้าวเบ็ดเสร็จความจริงแล้วก็แค่หนุ่มสาวที่เพิ่งออกจากอ้อมอกมารดาอีกอย่างฉู่เหินก็ไม่ได้มีความแค้นฝังลึกอันใดกับพวกนี้ ยังไม่ถึงขั้นต้องลงมือปลิดชีพสถานเดียวแต่อย่างใด
“ช่างมัน ใครใช้ให้พ่อใจดีมีเมตตากันล่ะวะวันนี้จะปล่อยพวกแกทั้งหลายไปแล้วกัน”
อะไรนะ?
เพียงได้ยินดังนั้น ทั้งสามก็มองฉู่เหินอย่างเหลือเชื่อ
แต่พวกเขายังไม่ทันได้ดีใจ ฉู่เหินก็หยุดลงแล้วว่าต่อ “แต่ว่านา! ถูกพวกแกไล่ล่ามาเสียตั้งนาน ต้องทวงค่าทำขวัญสักหน่อยเป็นไร? ส่งแหวนเก็บของพวกแกมาเสีย!”
ส่งแหวนเก็บของพวกแกมาเสีย?
ปล้น!
นี่มันปล้นกันหน้าด้านๆ
“อย่าแม้แต่จะคิด!” ซางเจ๋อกำหมัด หว่างคิ้วเต็มไปด้วยโทสะ
“เฮ้ย แกจะเลือกไม่ส่งมาให้ก็ได้” ฉู่เหินหัวเราะเยียบเย็นมุมปากยกเป็นยิ้มสนุกสนาน “แน่นอน ข้าเองก็เลือกจะคืนการตัดสินใจที่จะปล่อยพวกแกไปเมื่อครู่ได้เช่นกัน”
“แก...”
“ข้าไม่มีเวลาว่างมาเสวนากับพวกแกมากนัก แหวนเก็บของสามวงแลกกับชีวิตสามชีวิตคุ้มจะตายชัก”
ทั้งสามสบตากันอย่างไม่ยินยอม พวกเขาอยู่เทือกเขาไร้กระดูกมาใกล้สองเดือนรวบรวมทรัพย์สมบัติวิเศษไว้นับไม่ถ้วน ไหนจะพืชพันธุ์อัศจรรย์ แก่นสัตว์ปีศาจ...
ยามนี้กลับต้องส่งให้ทั้งหมด นี่มันขูดเลือดขูดเนื้อกันชัดๆ
แต่ความจริงก็เป็นเช่นนี้ หากไม่ยอมส่งให้มีหวังฉู่เหินได้เอาชีวิตพวกเขาแน่
“ได้ ข้าให้แก...”
คนแรกที่ยอมประนีประนอมคือหลินไห่เขายอมถอดแหวนเก็บของออกมาอย่างเจ็บใจยิ่งนัก ก่อนจะโยนให้ฉู่เหินฉู่เหินรับแหวนเก็บของมาไว้ในมือ ไม่สำรวจดูของข้างใน บุรุษหนุ่มคลี่ยิ้มบาง“ของพวกเจ้าทั้งสองเล่า!”
ซินเหวินกัดปาก ยอมถอดกำไลประดับข้อมือวงหนึ่งออกแล้วโยนไปข้างเท้าฉู่เหิน
ภาชนะเก็บของหาได้มีเพียงแหวนไม่
ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น กำไล เข็มขัด สร้อยคอ เป็นต้น...เครื่องประดับร่างกายธรรมดาสามารถทำเป็นภาชนะเก็บของได้ทั้งหมด
เห็นสหายทั้งสองยอมก้มหัวประนีประนอมแล้ว
แม้จะเป็นซางเจ๋อผู้มีนิสัยอหังการสักปานใดก็ทระนงตนไม่อยู่ เขากัดฟัน ระงับความโกรธแค้นเต็มอกถอดแหวนเก็บของให้ฉู่เหินไป
“เหอะๆ ขอบคุณมรดกจากท่านทั้งสาม ผู้น้อยต้องขออำลาไปก่อน”ฉู่เหินเก็บภาชนะเก็บของทั้งสามกลับเข้าแหวนเก็บของตนเองไปอย่างสง่าผ่าเผยแล้วจึงหันหลังเดินจากไป
มองดูแผ่นหลังของฉู่เหินที่ทำตามสัญญาเลือนรางลับไป ทั้งสามก็โล่งอกไปพร้อมกับสะกดกลั้นเพลิงที่รุมสุมอกไปด้วย
น้ำพักน้ำแรงตลอดสองเดือนกลับต้องมากลายเป็นค่าสินไหมให้คนอื่นไปเสียนี่
“ไอ้ระยำต่ำช้าเอ๊ย ข้าไม่มีวันยอมให้จบง่ายๆ เยี่ยงนี้แน่” ซางเจ๋อกำหมัดจนเกิดเสียงดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
หลินไห่ถอนหายใจด้วยจนใจมองซินเหวินที่สีหน้างุนงงและน้อยใจแล้วจึงเอ่ยเสียงเคร่ง“กลับสำนักแรดวิญญาณก่อนค่อยว่ากันเถิด! คนผู้นี้ต้องเป็นศิษย์สำนักยุทธขั้นสูงสักสำนักแน่ต้องตามหามันเจอในสักวันเป็นแน่”
...
นครหลวง!
ยี่สิบกว่าวันผันผ่านมา ในที่สุดฉู่เหินก็ได้กลับมายังมหานครอันอู้ฟู่หรูหรา
ปฏิบัติการบุกป่าเข่นฆ่าสัตว์ปีศาจมาตลอดหนึ่งเดือน...ดลให้กลิ่นอายของฉู่เหินหนักแน่นมั่นคงขึ้นหลายส่วนโครงหน้าอันทรหดเผยกลิ่นอายเฉียบแหลมคมกล้าอันไร้ตัวตน
หอประคองเมฆ!
ฉู่เหินมาเครือการค้าประคองเมฆก่อนเป็นอันดับแรกเขานำสิ่งที่ได้มาจากเทือกเขาไร้กระดูกมาส่งก่อนพร้อมทั้งนำแก่นสัตว์ปีศาจที่รวบรวมได้มาส่งไปพร้อมกันด้วย
“สวัสดีเจ้าค่ะ มีการใดให้ข้าช่วยท่านหรือไม่?”
เขตหมายเลขห้าแผนกซื้อขายหญิงสาวหน้าตาสะสวยต้อนรับฉู่เหินน้ำเสียงไพเราะอ่อนหวาน
“ข้ามาส่งของ” ฉู่เหินตอบ
“ส่งภารกิจหรือส่งของธรรมดาเจ้าคะ?”
“ทั้งคู่เลย!”
ว่าจบก็หอบข้าวของมากองไว้บนโต๊ะคิดเงิน พืชพันธุ์อัศจรรย์ใหญ่น้อยสมบัติของล้ำค่า แก่นสัตว์ปีศาจ...กองเต็มโต๊ะในพริบตาเดียวแสงแก่นอันสุกใสส่องประกายแวววาวดึงดูดสายตาประหลาดใจจากทุกผู้ทุกนามในทันที
“นี่คือดีงูของงูเก้าส่วน”
“นี่คือเห็ดหลินจือดำแฝด”
...
ฉู่เหินเอ่ยพลางแยกของออกจากกันพลาง
หญิงสาวที่รับหน้าที่ต้อนรับตรงข้ามกันปากอ้าตาค้าง ปากน้อยๆอ้ากว้างจนยัดไข่ไก่เข้าไปได้
“คุณชายท่านนี้ เชิญท่านพักผ่อนที่นี่ก่อนสักครู่เถิดการนี้พวกเราจะจัดการเองเจ้าค่ะ”หญิงสาวอีกนางเอ่ยพลางเรียกบุคคลภายในของเครือการค้าอีกสองสามคนเข้ามา
เมื่อพวกเขาได้เห็นแก่นและสมบัติเลอค่ากองทั่วทุกแห่งหนแล้วก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
“คุณชายท่านนี้โปรดวางใจให้พวกเราจัดการเถิดเจ้าค่ะสิ่งของในบัญชีภารกิจพวกเราจะบันทึกซื้อขายให้ท่านทีละชิ้นๆ ไปสิ่งของนอกเหนือจากภารกิจ พวกเราก็จะให้ราคาที่น่าพอใจแด่ท่าน”
ชายกลางคนกล่าวอย่างเคารพนบนอบอย่างยิ่ง
ฉู่เหินพยักหน้า แย้มยิ้มบาง “ได้เลย”
“คุณชายเชิญดื่มน้ำชาที่เขตพักผ่อนก่อนได้จะเลือกดูสินค้าอื่นของพวกเราต่อก็ย่อมได้เช่นกัน”
“ข้ารู้แล้ว”
เทียบกันกับคราวแรกที่มาแล้ว ท่าทางเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทีเดียว
พวกเขาเริ่มคิดคำนวณสมบัติและแก่นสัตว์บนโต๊ะคิดเงินอย่างชำนาญแน่นอนว่าฉู่เหินได้คำนวณของเหล่านี้มาตั้งแต่ก่อนเข้าเมืองแล้ว
ไม่เพียงแต่สมบัติล้ำค่าและแก่นสัตว์ที่ตัวเขารวบรวมมาได้เท่านั้น...
ยังมีของที่โจรหัวโล้นและศิษย์สำนักแรดวิญญาณสามคนเก็บรวบรวมไว้แก่นและสมบัติที่ห้าคนรวบรวมมา บวกกันย่อมจะได้จำนวนที่น่าตกใจเป็นธรรมดา
ยามฉู่เหินคำนวณด้วยตนเองอยู่นั้น เขาก็เก็บสิ่งของที่คิดว่าน่าใช้ประโยชน์ได้เอาไว้ด้วย
เขายังเก็บโกมลผลึกกุหลาบโลหิตเอาไว้อยู่แรกเริ่มเดิมทีฉู่เหินคิดจะนำโกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาแลกกับหินผลึกหยวนขั้นสูงสิบห้าก้อนเพื่อจะซื้อหอกเกล็ดแสลงเหลือมทองมา
ทว่า ฉู่เหินมีวาสนาได้หอกพิชิตมารสะท้านวิญญาที่ผู้อาวุโสหอกปีศาจฟางปู้ฝานทิ้งไว้ให้โดยบังเอิญแล้วจึงไม่จำเป็นต้องซื้อหอกเกล็ดแสลงเหลือมทองอีก
นับประสาอะไรกับที่ โกมลผลึกกุหลาบโลหิตเป็นสมบัติที่มิอาจประเมินค่าได้และขาดตลาด
เขาเคยแต่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกว่าจะได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาไม่ใช่เรื่องง่ายไม่แน่ว่าจากนี้อาจมีเรื่องให้ใช้มันก็ได้ ด้วยเหตุนั้นไม่ว่าสภาพการณ์จะเป็นเช่นไร เก็บไว้ต้องเป็นการดีแน่
...
โต๊ะคิดเงินหมายเลขสี่!
“อยากได้อาวุธชิ้นใดก็ดูเอานะ”
เสียงอันเมินเฉยของชายชราหลังโต๊ะคิดเงิน เขาก้มหน้าลงเช็ดถูของที่ดูเหมือนแท่นฝนหมึกอย่างละเอียดลออ
ในสายตาของเจ้าของร้านจิน เขาไม่เคยต้องปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างดีเลย
แต่กระนั้น ฝ่ามือเรียวยาวยื่นมาเบื้องหน้าเขาวางหินผลึกหยวนขั้นกลางหลายสิบก้อนเรียงไว้บนโต๊ะ
“หินผลึกหยวนขั้นกลางห้าสิบห้าก้อน พร้อมดอกเบี้ย คืนให้ท่าน”
“หืม?” เจ้าของร้านจินอดทึ่งไม่ได้ เขาช้อนตาขึ้นมองเห็นเป็นใบหน้าหนุ่มแน่นอันคุ้นเคย “เจ้าเองหรือ?”
“เฮอะๆ เจ้าของร้านจินจดจำผู้น้อยได้ด้วย” ฉู่เหินหัวเราะ
“แน่นอนว่าต้องจำได้ ใครติดเงินข้าข้าจำได้ทั้งหมด”เจ้าของร้านจินหัวเราะแผ่วเบาหยิบหินผลึกหยวนห้าสิบห้าก้อนบนโต๊ะคิดเงินเก็บไว้หลังโต๊ะ “ไปทำภารกิจมาแล้วหรือ?”
“อื้อ! ไปเทือกเขาไร้กระดูกมาแล้ว”
“เก็บเกี่ยวเป็นเช่นไรบ้าง?” เจ้าของร้านจินสนทนาเรียบง่ายกับฉู่เหินพลางขัดถูของในมือต่อพลาง“หากข้าจำไม่ผิด เจ้าเหมือนจะต้องใจหอกเกล็ดแสลงเหลือมทองเป็นพิเศษหากเจ้ามีหินผลึกหยวนขั้นสูงห้าก้อนก็เอามันไปก่อนได้ที่เหลือเจ้าค่อยคืนให้ข้าอีกหกก้อนพร้อมดอกเบี้ย...”
ฉู่เหินส่ายหน้ายิ้มๆเขายอมแพ้เจ้าของร้านจินหมาป่าเฒ่าเจ้าเล่ห์ตัวนี้เสียจริง
“แล้วหากข้าคืนไม่ได้เล่า?”
“ให้เวลาสามเดือน หากคืนไม่ได้ก็ยึดหอกเกล็ดแสลงเหลือมทองคืนส่วนหินผลึกหยวนขั้นสูงห้าก้อนที่จ่ายล่วงหน้าก็ยึดไว้ด้วย”
บิดามันเถอะ!
ฉู่เหินด่าทอลับๆ ในใจ
เห็นฉู่เหินไม่พูดอะไรเจ้าของร้านจินก็เห็นว่าอีกฝ่ายคงจ่ายเป็นหินผลึกหยวนขั้นสูงห้าก้อนไม่ไหวท่าทางการพูดจาเลยเย็นชาขึ้นไม่เบา “ไม่มีเรื่องอะไรแล้วข้าก็คงต้องขอตัวก่อน”
“เหอะๆ ตามใจท่านเลย!” ฉู่เหินหัวเราะ
“คุณชายท่านนี้ คิดบัญชีข้าวของที่ท่านนำมาเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”ทันใดนั้นเองที่หญิงสาวแผนกต้อนรับเดินเข้ามาทางฉู่เหินอย่างสุภาพ
“เช่นนั้นหรือ?”
“อื้ม!” นางถือใบรายการมาพร้อมด้วย“สิ่งของภารกิจมีทั้งหมดสามสิบแปดรายการสิ่งของธรรมดามีจำนวนแก่นมหาปีศาจร้อยสามสิบเอ็ดดวง แก่นมหาปีศาจขั้นสี่หกดวงแก่นมหาปีศาจขั้นสามสี่สิบห้าดวง มหาปีศาจขั้นสอง...”
“พอแล้วๆ!” ฉู่เหินรีบหยุดการรายงานของนาง“เจ้าบอกแค่ว่าข้าได้ค่าตอบแทนมากน้อยแค่ไหนก็พอ”
“จากที่พวกเราคำนวณมาท่านได้แลกเปลี่ยนเป็นจำนวนเงินสุทธิยี่สิบเก้าหินผลึกหยวนขั้นสูงกับห้าสิบหินผลึกหยวนขั้นกลางเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ?” เจ้าของร้านจินตกใจแทบกระโจนเพราะตัวเลขนั้นหน้าตาตะลึงงันปิดไม่มิด สงสัยว่าตนฟังผิดไปหรือไม่
“ยี่สิบเก้าหินผลึกหยวนขั้นสูงกับห้าสิบหินผลึกหยวนขั้นกลางหรือ?”
ฉู่เหินพึมพำ ราคาสูงกว่าที่คำนวณไว้หน่อยน่าจะเพราะภารกิจแลกเปลี่ยนกับแก่นของมหาปีศาจได้ราคากระมัง ต้องขอบคุณ ‘ความช่วยเหลือ’ จากคนพวกนั้นแล้ว
ไม่เช่นนั้นลำพังเพียงฉู่เหินคนเดียวคงหาได้แค่ห้าหินผลึกหยวนขั้นสูงก็นับว่าบุญโขแล้ว
“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ คุณชายแต่เพราะจำนวนแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ท่านทำได้ครั้งนี้มากโขนัก เครือการค้าของพวกเราจึงจะมอบหินผลึกหยวนขั้นกลางห้าสิบก้อนให้ท่านเป็นพิเศษการซื้อขายครั้งนี้ท่านจึงได้หินผลึกหยวนขั้นสูงสามสิบก้อนเจ้าค่ะ...”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องรบกวนพวกเจ้าแล้ว ข้าตกลงรับการซื้อขายนี้”ฉู่เหินไม่ลังเลอันใดทั้งสิ้น
“เจ้าค่ะนี่คือใบรายละเอียดการแลกเปลี่ยนซื้อขายกับหินผลึกหยวนขั้นสูงสามสิบก้อน ท่านโปรดพิจารณา”
ดรุณีนำกระดาษในมือและผืนผ้าอันวิจิตรงดงามหนักอึ้งส่งให้ถึงเบื้องหน้าของฉู่เหินฉู่เหินเพียงเปิดผ้าผืนนั้นดูคร่าวๆ แล้วจึงหยิบเข้าแหวนเก็บของไป
“การซื้อขายเสร็จสิ้นลงแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
“คุณชายเดินทางปลอดภัย หวังว่าพวกเราจะได้ร่วมงานกันอีกเจ้าค่ะ”
...
ฉู่เหินเดินไปยังประตูหอประคองเมฆท่ามกลางสายตาอิจฉาและทึ่งมากมาย
ใครก็ไม่นึกว่าชายหนุ่มที่อ่อนเยาว์ถึงเพียงนี้จะทำการซื้อขายได้ถึงสามสิบหินผลึกหยวนขั้นสูงในคราวเดียว
ที่ตะลึงเกินใครย่อมเป็นเจ้าของร้านจิน คราวนี้เขามองคนผิดไปจริงๆใครจะไปนึกเล่าว่าเด็กหนุ่มที่ไม่มีปัญญาจ่ายร้อยห้าสิบหินผลึกหยวนขั้นกลางคราวก่อนจะมาซื้อขายแลกเปลี่ยนตั้งมากมายได้ในวันนี้
สามสิบหินผลึกหยวนขั้นสูง เท่ากับสามพันหินผลึกหยวนขั้นกลาง
ฉู่เหินพอใจเป็นที่ยิ่งอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหินผลึกหยวนไปอีกยาวเลย
………………………………