วันคืนแห่งการฝึกฝนในความสงัดของป่าเงียบสนิท เจี้ยนหลิน (剑林) จมดิ่งอยู่กับการทำความเข้าใจใน "วิถี" (道) แห่งพฤกษาและกระบี่อย่างที่เขามิเคยคาดคิดมาก่อน "กระบี่ไม้มีชีวิต" ที่เขาสร้างขึ้นจากการผสาน "ลมหายใจ" ของพืชสามชนิด บัดนี้กลายเป็นสหายคู่กายในการฝึกฝน ทุกครั้งที่เขาร่ายรำเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" ด้วยความเข้าใจใหม่ เขารู้สึกได้ถึง "กระแสพลัง" ที่ไหลเวียนอย่างกลมกลืนระหว่างตนเอง กระบี่ และธรรมชาติรอบกาย ราวกับว่าพวกเขากำลังขับขานบทเพลงที่ไร้เสียงร่วมกัน
พลังปราณ (灵气) ขั้นรวบรวมปราณระดับห้าของเขา บัดนี้ "หนาแน่น" และ "มั่นคง" อย่างยิ่ง เขาสัมผัสได้ว่าตนเองกำลังยืนอยู่บน "ปากประตู" ของการทะลวงสู่ระดับต่อไปได้อย่างชัดเจน พลังงานที่สะสมอยู่ในตันเถียนนั้นพร้อมที่จะ "ปะทุ" ขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่าได้ทุกเมื่อหากเขาต้องการ
ทว่า...จากการ "หยั่งรู้" ที่ได้รับผ่าน "เสียงสะท้อนจากจิตวิญญาณ" และการสังเกตการณ์วัฏจักรของธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เจี้ยนหลินกลับเริ่มตระหนักถึง "บางสิ่งบางอย่าง" ที่สำคัญยิ่งกว่าการรีบร้อนทะลวงระดับพลัง เขานึกถึงรากไม้ที่ต้องใช้เวลาเนิ่นนานในการหยั่งลึกลงไปในผืนดินเพื่อสร้างความมั่นคง ก่อนที่ลำต้นจะสามารถเติบใหญ่ท้าทายพายุได้ เขานึกถึงเมล็ดพันธุ์ที่ต้องรอคอยฤดูกาลที่เหมาะสมจึงจะผลิบาน มิใช่การฝืนธรรมชาติเพื่อเบ่งบานก่อนเวลาอันควร
'การพัฒนาที่รวดเร็วเกินไป...อาจจะเป็นการ "ตัดราก" ของตนเองโดยมิรู้ตัว' ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจของเขาอย่างชัดเจน 'รากฐานที่แท้จริงมิได้อยู่ที่ระดับพลังที่สูงส่งเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ความ "เข้าใจ" ในแก่นแท้ของพลังนั้นอย่างถ่องแท้'
ด้วยเหตุนี้ เจี้ยนหลินจึงตัดสินใจที่จะ "ชะลอ" การบำเพ็ญเพียรเพื่อเลื่อนขั้นในทันที เขามิได้หยุดการฝึกฝน แต่เปลี่ยน "เป้าหมาย" จากการ "เพิ่มปริมาณ" พลังเป็นการ "เพิ่มคุณภาพ" และ "ความเข้าใจ" ในพลังที่มีอยู่ เขาต้องการจะ "อยู่กับพลัง" เรียนรู้ที่จะควบคุมมันให้ได้อย่างละเอียดอ่อนและเป็นธรรมชาติที่สุด
เขากำหนด "วินัย" ในการฝึกกระบี่ขึ้นมาใหม่ เขาจะฝึกร่ายรำเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" ด้วยกระบี่ไม้มีชีวิตนั้นเพียงวันละไม่เกินสามสิบหกจังหวะ โดยในแต่ละจังหวะ เขาจะทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปที่การ "สัมผัส" ถึงการไหลเวียนของพลัง, การ "รับฟัง" เสียงกระซิบจากกระบี่และธรรมชาติ, และการ "หลอมรวม" เจตจำนงของตนเองเข้ากับทุกการเคลื่อนไหว มันมิใช่การฝึกเพื่อความแข็งแกร่งทางกายภาพอีกต่อไป แต่เป็นการ "ขัดเกลา" จิตวิญญาณและ "หยั่งราก" แห่งความเข้าใจให้ลึกล้ำยิ่งขึ้น
ส่วน "ขาวน้อย" (小白) สหายตัวจ้อยของเขา ก็ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเช่นกัน ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่มัน "ลิ้มรส" กระบี่ไม้มีชีวิตที่เจี้ยนหลินสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันก็ดูจะ "อิ่มเอม" เป็นพิเศษ บางครั้งมันจะนอนขดตัวนิ่งๆ เป็นเวลานาน และเจี้ยนหลินสังเกตเห็นว่าบริเวณท้องของมันดูจะ "ป่อง" ขึ้นเล็กน้อยอย่างผิดปกติ พร้อมกับมีกลิ่นอายบางอย่างที่ "คล้ายจะมีไข่หรือเมล็ดพันธุ์" แผ่ออกมาจางๆ สร้างปริศนาใหม่ให้เขาต้องครุ่นคิดอีกครั้ง พลังงานที่ซึมออกมาจาก "ขาวน้อย" ในบางครั้ง ก็เริ่มสร้าง "ความรู้สึกปะทะ" เล็กๆ กับพลังปราณในร่างของเจี้ยนหลิน ทำให้เขารู้สึก "อึดอัด" หรือ "ไม่สบายตัว" ชั่วขณะ เป็นการบ่งบอกว่าพลังของขาวน้อยนั้นสูงส่งและอาจจะยังไม่สมดุลกับระดับพลังปัจจุบันของเจี้ยนหลิน
และแล้ว วันหนึ่ง หลังจากที่เจี้ยนหลินรู้สึกว่าตนเองได้ "ซึมซับ" และ "ทำความเข้าใจ" ในพลังระดับปัจจุบันได้อย่างเต็มที่แล้ว เขาก็หันความสนใจไปยัง "เมล็ดสีทอง" (金色的种子) ปริศนาที่ "ขาวน้อย" ได้นำไปฝังไว้ใต้รากไม้ใหญ่เมื่อหลายวันก่อน เขาสังเกตเห็นว่า "ขาวน้อย" มิได้ละเลย "ภารกิจ" ของมันเลยแม้แต่น้อย
ในแต่ละวัน "ขาวน้อย" จะใช้เวลาส่วนหนึ่งวนเวียนอยู่บริเวณนั้น มันมิได้เพียงแค่เฝ้ามอง แต่ยังคงใช้หัวเล็กๆ ของมัน "ดุน" ดินเบาๆ จัดเรียงก้อนกรวดเล็กๆ หรือเศษใบไม้รอบๆ อย่างมีระเบียบ และที่สำคัญคือ มันจะค่อยๆ ถ่ายเท "ไอพลังสีขาวนวลจางๆ" จากร่างของมันลงไปเคลือบผิวหน้าดินและรากไม้บริเวณนั้นอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ไอพลังนั้นมิได้มีพลังทำลายล้างใดๆ แต่กลับให้ความรู้สึก "กลมกลืน" และ "ซ่อนเร้น" อย่างน่าประหลาด บัดนี้ บริเวณที่เมล็ดสีทองถูกฝังอยู่ก็ดู "ธรรมดา" และ "ไม่ต่าง" จากพื้นดินและรากไม้รอบๆ เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ามิเคยมีสิ่งใดแปลกปลอมถูกนำมาฝังไว้ ณ ที่แห่งนั้น และคล้ายจะมี "ม่านพลังงานบางเบา" ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าคอยปกป้องคุ้มครองอยู่ เจี้ยนหลินเฝ้ามองการกระทำอันชาญฉลาดของสหายตัวน้อยด้วยความทึ่งระคนประหลาดใจ 'เจ้าตัวเล็กนี่...มัน "พรางตา" ให้เมล็ดสีทองได้อย่างแนบเนียนถึงเพียงนี้เชียวรึ!'
เขานึกถึงคำพูดของอาจารย์ซ่ง (宋长老) ที่ว่า "บางครั้งสิ่งที่ถูกมองข้าม อาจจะซ่อนเร้นศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเอาไว้ก็เป็นได้" บางที...การ "พรางตาโดยเป็นธรรมชาติ" ของ "ขาวน้อย" นี้ อาจจะเป็นวิธีการปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับ "เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง" นี้ก็เป็นได้ เขาจึงตัดสินใจที่จะ "ไว้วางใจ" ในสัญชาตญาณและความสามารถของสหายตัวน้อยนี้ และเลือกที่จะ "รอคอยวันงอกงามโดยไม่เร่งรีบ" โดยมี "ขาวน้อย" เป็นผู้ "พิทักษ์" โดยปริยาย
ขณะที่เจี้ยนหลินกำลังจดจ่ออยู่กับการสังเกตการกระทำของ "ขาวน้อย" และครุ่นคิดถึงอนาคตของ "เมล็ดสีทอง" อยู่นั้นเอง เขาก็พลันรู้สึกถึง "ไออุ่น" (暖意) สายหนึ่งที่พัดมาจาก "แดนไกล" มันมิใช่ไออุ่นจากแสงแดดหรือกองไฟ แต่เป็นความรู้สึก "อบอุ่นในหัวใจ" ที่ยากจะอธิบาย ราวกับมี "สายใย" บางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังเชื่อมโยงเขากับ "บางสิ่ง" หรือ "บางคน" ที่อยู่ห่างไกลออกไป
เขาลืมตาขึ้น มองไปยังทิศทางที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์ที่อยู่ลิบๆ แสงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาอาบร่างของเขา แววตาเต็มไปด้วยความสงบนิ่งและความรู้สึกที่ซับซ้อน 'บางที...อาจจะถึงเวลาแล้วกระมัง' ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจ แม้จะยังมิได้ตัดสินใจในทันที แต่ "เมล็ดพันธุ์แห่งการเดินทางครั้งใหม่" ก็ได้เริ่มหยั่งรากลงในจิตใจของเขาแล้วเช่นกัน
(จบตอน 45)