ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 34 : สัญญารัตติกาลหนี้โลหิต

    จารึกที่ 34 : สัญญารัตติกาลหนี้โลหิต : ความลับมีราคาแต่ความไว้ใจแพงกว่า

    ท่ามกลางความเงียบช่วงเวลาดึกสงัดที่ไก่ป่ายังไม่ทันได้ขยับปีกขัน และน้ำค้างเริ่มจับตัวหนาบนยอดหญ้า แสงจันทร์สาดส่องมากระทบผิวน้ำของลำธารใสสะอาดที่ไหลเอื่อยๆ อยู่บริเวณชายป่ารอยต่อระหว่างหุบเขาเมฆาม่วงและเขตสำนักหมึกวารี บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรขับขานบทเพลงแห่งพงไพร


    อาเจียนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินใหญ่ เบื้องหน้าของเขามี องครักษ์ศิลา "เจ้าสัว" ยืนสงบนิ่งเป็นยามเฝ้าระวังภัย ส่วนหลินชิงเสวี่ยที่ได้กินยาและพักผ่อนมาตลอดทาง กำลังนั่งเดินลมปราณเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายอยู่ไม่ไกล


    "เอาล่ะ... ถึงเวลาชำระบัญชี" อาเจียพึมพำ หยิบสมุดบัญชี (ที่ทำจากกระดาษเยื่อไผ่ราคาถูก) ออกมากาง พร้อมพู่กันธรรมดา


    "ค่าเดินทาง... ค่ายา ระดับสวรรค์... ค่าจ้างผู้คุ้มกัน (เจ้าสัว)... ค่าทำขวัญ..."


    เขาขีดเขียนตัวเลขยิกๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังทำสงคราม


    "อาเจีย..." หลินชิงเสวี่ยลืมตาขึ้น น้ำเสียงของนางดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "เจ้ากำลังทำอะไร?"


    "ทำบัญชีหนี้สินของเจ้าไง" อาเจียตอบโดยไม่เงยหน้า "รวมทั้งหมด... 1,500 ตำลึงทอง! ข้าลดให้ในฐานะลูกค้าประจำ เหลือ 1,499 ตำลึงทอง... ห้ามต่อรอง!"


    หลินชิงเสวี่ยหลุดขำออกมาเบาๆ รอยยิ้มของนางงดงามดุจดอกไม้แรกแย้ม ท่ามกลางแสงจันทร์ นางดูไม่เหมือนศิษย์พี่หญิงผู้เย็นชาคนเดิมอีกต่อไป


    "ข้าไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกในตอนนี้" นางตอบตามตรง


    "งั้นก็ผ่อนจ่าย!" อาเจียยื่นสมุดให้ "ลงนาม ซะ... ดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบต่อเดือน!"


    หลินชิงเสวี่ยรับสมุดไป แต่นางไม่ได้ลงนามทันที นางจ้องมองตาอาเจียด้วยแววตาที่จริงจัง


    "อาเจีย... ข้ารู้ว่าเจ้าเห็นเงินเป็นพระเจ้า... แต่สำหรับข้า ชีวิตที่เจ้าช่วยไว้มีค่ามากกว่าทองคำกองเท่าภูเขา" นางวางมือทาบลงบนอกเสื้อ หยิบป้ายหยกประจำตัวศิษย์สายในออกมา "ข้าขอสาบานด้วยเกียรติของตระกูลหลิน... ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด หากไม่ขัดต่อคุณธรรม ข้าจะหามาให้เจ้าจนครบทุกอีแปะ!"


    อาเจียชะงัก เขาไม่คุ้นเคยกับคนประเภทที่ "จริงจัง" ขนาดนี้ ปกติเจอแต่พวกเบี้ยวหนี้ไม่ก็พวกขี้โกง


    "เออๆ... รู้แล้วน่า" เขาแสร้งทำเป็นรำคาญเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน "รีบๆ ประทับตรา เถอะ ข้าจะได้สบายใจ"


    เมื่อจัดการเรื่องหนี้สินเสร็จ อาเจียก็หันมาจัดการปัญหาใหญ่ข้อต่อไป... "เจ้าสัว"


    "ข้าพาเจ้านี่เดินเข้าสำนักไม่ได้แน่" อาเจียเกาหัวแกรกๆ "ขืนคนเห็นว่าข้ามี อสูรศิลาบรรพชน เดินตามต้อยๆ มีหวังโดนพวกผู้อาวุโสยึดไปอ้างว่าเป็น 'สมบัติสำนัก' แน่ๆ"


    [ใช้แหวนสิ] มู่เฉิน แนะนำ [แหวนวงนี้คือ 'แหวนมิติ (空间戒指 - คงเจียนเจี้ยจื่อ)' ระดับสูง... ภายในกว้างขวางดุจโลกใบเล็ก เจ้าแค่อัดพลังปราณเข้าไป แล้วสั่งเก็บมัน]


    อาเจียพยักหน้า เขายกมือข้างที่สวมแหวนหัตถ์เทวะขึ้น จ่อไปที่ร่างของอสูรยักษ์


    "จงกลับสู่ความว่างเปล่า... เจ้าสัว!"


    วูบ!


    แหวนเปล่งแสงสีดำวาบ ร่างโลหะมหึมาขององครักษ์ศิลาบิดเบี้ยวกลายเป็นลำแสงพุ่งหายวับเข้าไปในหัวแหวนอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า


    "สะดวกสบาย!" อาเจียลูบแหวนด้วยความรักใคร่ "มีเจ้านี่... ข้าก็ขนสินค้าหนีภาษี... เอ้ย ขนสินค้าได้ไม่อั้นเลยสิ!"


    [ในแหวนยังมีของดีอีกเยอะ...] มู่เฉินกล่าวเสียงเรียบ [แต่ระดับพลังเจ้าตอนนี้ยังเปิดดูส่วนลึกไม่ได้... สิ่งที่เจ้าเอาออกมาได้ตอนนี้มีแค่ 'ตำราพื้นฐานศัสตรา' กับ 'เศษวัตถุดิบมาร' บางอย่างเท่านั้น]


    "แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับเริ่มต้น" อาเจียยิ้มกริ่ม


    เมื่อดวงตะวันเริ่มทอแสงอุ่นขับไล่ความหนาวเหน็บของหมอกยามเช้าจนจางหาย ทั้งสองเดินทางกลับมาถึงมาถึงประตูหน้าของสำนักหมึกวารี สภาพของพวกเขามอมแมมเหมือนไปคลุกฝุ่นมาสิบปี


    ทว่า... บรรยากาศหน้าประตูสำนักกลับดูคึกคักผิดปกติ ศิษย์สายนอกจำนวนมากกำลังมุงดูป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่เพิ่งถูกนำมาติดตั้ง


    "เกิดอะไรขึ้น?" หลินชิงเสวี่ยถามศิษย์น้องคนหนึ่ง


    "ศิษย์พี่หญิงหลิน!" ศิษย์คนนั้นทำความเคารพอย่างตกใจ "ท่านหายไปไหนมา! ...มีประกาศสำคัญจากเจ้าสำนักขอรับ! การประลอง 'ศึกชิงจ้าวอักขระ' ประจำปีนี้จะถูกจัดขึ้นเร็วกว่ากำหนด 1 เดือน! และรางวัลปีนี้... คือสิทธิ์ในการเข้าสู่ 'หอคัมภีร์ลับชั้น 7'!"


    "หอคัมภีร์ลับชั้น 7?" อาเจียหูผึ่ง ไม่ใช่เพราะอยากอ่านหนังสือ แต่เพราะเขาจำได้ว่ามู่เฉินเคยบอกว่ามี "ชิ้นส่วนวิญญาณ" ของเขาถูกผนึกไว้ที่นั่น!

    [ใช่...] มู่เฉินยืนยัน [ข้าสัมผัสได้... ชิ้นส่วนความทรงจำส่วนสำคัญของข้าอยู่ที่นั่น... อาเจีย เจ้าต้องชนะการประลองนี้!]


    "ชนะ?" อาเจียหัวเราะแห้งๆ "ข้าเนี่ยนะ? ข้าเป็นแค่ศิษย์สายนอกระดับรากหญ้านะปู่! ให้ไปสู้กับพวกปีศาจสายใน... ข้า ตายอนาถ แน่!"


    "ไม่ต้องห่วง..." หลินชิงเสวี่ยเอ่ยขึ้น นางมองอาเจียด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น (ที่น่าขนลุก) "ข้าจะ เคี่ยวเข็ญ ให้เจ้าเอง... เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดมาเก็บเงินข้าได้"


    อาเจียกลืนน้ำลายเอือก รู้สึกเหมือนเพิ่งเซ็นสัญญาทาสซ้อนสัญญาหนี้


    "นี่ข้า... คิดผิดหรือเปล่าที่ช่วยนางไว้?"


    ทันใดนั้น เสียงระฆังของสำนักก็ดังกังวานก้อง บอกเวลาเริ่มวันใหม่... และเริ่มนับถอยหลังสู่สงครามครั้งใหม่ของ "พ่อค้าอักขระ" ผู้ที่ไม่ได้อยากเป็นจอมยุทธ์แต่อย่างใด