
อ่านจนจบ มี Ebookให้ซื้อแล้วน้า
หนิงเทียนใช้มือตบไปยังเสื้อผ้าของมัน บริเวณที่ถูกปีกของผึ้งโจมตีใส่ พร้อมกับสำรวจร่างกายของตัวเอง พบว่าไม่มีส่วนใดที่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่แห่งเดียว
มันยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจในกายาเทพอสูรของตัวเอง
ระหว่างนั้นอี้เหวินตงรีบดึงสติของมันกลับมาและกล่าวถามออกด้วยความเป็นห่วง “คุณชายหนิงเทียน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?!!!??”
หนิงเทียนส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นอะไร” กล่าวจบมันแหงนมองไปยังการต่อสู้บนท้องฟ้าด้วยรอยยิ้ม
ไห่จิ้งอิ้งไห่จิ้นอิ้งเป็นคนแรกที่สะบัดหลุดวงล้อมของฝูงผึ้งออกมาได้ มันง้างคันศรกระดูกมังกรพร้อมใช้ออกด้วยลูกศรสีทองห้าเล่ม
ประกายแสงสีทองพุ่งกวาดฝูงผึ้งนับสิบตัวอย่างพร้อมเพียงพร้อมเพรียง ก่อนมันจะม้วนตัวกลับมายืนบนหลังของวิหคปีกไม้ด้วยใบหน้าที่ซีดขาวพลังลมปราณมากกว่าแปด8ใน10สิบส่วนถูกใช้ออกไปกับการต่อสู้
ส่วนของกั่วฉานมันไล่ฆ่าจนฝูงผึ้งพลบตะวันในบริเวณของมันจนบางเบาลงไปมาก พลังในดินแดนทรราชของมัน สะกดข่มจิตสำนึกของเดรัจฉานพวกนี้จนหมดสิ้น พวกมันไม่แม้แต่จะบินเข้าโจมตีกั่วฉานอีก
ฝูงผึ้งจึงเปลี่ยนทิศทางไปหาลู่เอินที่กำลังเข่นฆ่าอย่างเมามัน
เมื่อเวลาผ่านไปใบหน้าที่เหี้ยมกระหายของลู่เอินก็ค่อยๆๆ หุบยิ้มลงเพียงเพราะจำนวนผึ้งพลบตะวันที่ล้อมรอบตัวมันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ปราณในร่างของไห่จิ้งอิ้งไห่จิ้นอิ้งนั้นเหลือไม่มากแล้ว มันนั้นใช้คันศรกระดูกมังกรกวาดฝูงผึ้งไปเกือบสามสิบตัว นี่้เป็นจำนวนในการสังหารสัตว์อสูรระดับสามที่มากสุดในชีวิตที่มันเคยทำได้
แต่ครั้นจะให้ฝ่าวงล้อมของฝูงผึ้งเข้าไปช่วยลู่เอินก็ไม่ใช่เรื่องที่มันจำเป็นจะต้องเสี่ยงเพื่อผู้อื่น
กั่วฉานเห็นเช่นนั้น มันรีบทะยานกายออกไปอีกครั้งหมายที่จะช่วยเหลือลู่เอิน แต่ทว่ามันกลับต้องถอยออกมาเมื่อถูกกำแพงอสูรนับร้อยๆๆ ตัวขว้างไว้
“น่าแปลก น่าแปลกเกินไปแล้ว” กั่วฉานหรี่ตาลงพร้อมพึมพำออกมา
ใบหน้าของไห่เทียนตี้เริ่มคลายความกังวลลงเมื่อพบว่าบนศีรษะของมันไม่มีฝูงผึ้งพลบตะวันบินวนอยู่เลยแม้แต่ตัวเดียว “ท่านพ่อ พวกมันเลิกโจมตีพวกเราแล้ว”
กลับกันใบหน้าของเด็กสาวชุดดำเต็มไปด้วยความวิตกกังวลเมื่อมองไปยังบิดาของมันที่กำลังถูกรุมล้อมจากสัตว์อสูรลมปราณระดับที่สาม3 มากกว่าหนึ่งร้อยตัว
ผึ้งพลบตะวันนั้นไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ของสัตว์อสูรระดับที่สาม3แต่อย่างใด มันออกจะอ่อนแอเป็นอันดับต้นๆๆ ในหมู่ของสัตว์อสูรลมปราณระดับสาม3ด้วยซ้ำ
แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้มันอยู่บนจุดสูงสุดของนักล่าในดินแดนวีรชนก็คือจำนวน จำนวนของพวกมันมีมากเกินกว่าร้อยหรือสองร้อยตัว ด้วยจำนวนขนาดนี้และการไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มก็เพียงพอแล้วที่จะให้มันกลายเป็นราชาในระดับวีรชน
อี้เหวินตงมองไปยังลู่เอินที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ มันกล่าวออกมาอย่างติดตลกว่า “ดูเหมือนว่าเลือดของหยกทะลายหิมะหยกทลายหิมะจะมีรสชาติคล้ายน้ำผึ้งถึงได้เรียกความสนใจพวกมันได้มากมายขนาดนี้”
หนิงเทียนได้ยินเช่นนั้นมันก็ยกยิ้มพร้อมกล่าวออก “ผึ้งพลบตะวันนั้นชื่นชอบแสงของตะวันในยามเที่ยงตรงเป็นที่สุด ไม่ว่ามันจะอยู่ที่แห่งใด หรือกำลังทำสิ่งใดอยู่
เมื่อตะวันขึ้นกลางศีรษะพวกมันจะออกมา ร้องเล่นกับแสงเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้มันจึงได้ชื่อว่าผึ้งพลบตะวัน
แต่ทว่าแสงของตะวันที่ร้อนแรงนั้นกลับทำลายดวงตาของพวกมัน ยิ่งมันเข้าใกล้แสงของตะวันมากเพียงใด ดวงตาของพวกมันจะยิ่งบอดสนิทลง
จนในที่สุดเผ่าพันธุ์ของพวกมันก็ได้ไร้ซึ่งดวงตาในการมองเห็นอีกต่อไป พวกมันใช้เพียงสัมผัสของกลิ่นเท่านั้นในการแบ่งแยกศัตรูและพวกพ้อง...
อย่างที่ข้าเคยบอกไปในตอนแรก ผึ้งพลบตะวันนั้นชื่นชอบโลกันต์โลกันตร์ตาเดียว แต่ทว่าเมื่อมีสิ่งที่ชอบก็ต้องมีสิ่งที่เกลียด ผึ้งพลบตะวันพวกนี้เกลียดต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า กิ่งก้านกลืนแสง ที่คอยแย่งแสงตะวันจากพวกมันไป
และถ้ามันได้กลิ่นของต้นกิ่งก้านกลืนแสงเมื่อใด พวกมันจะรวมกลุ่มกันทำลายต้นไม้นั้นจนสลายหายไปหมด ดุจศัตรูที่ไม่สามารถอยู่ร่วมโลกกันได้”
กล่าวจบหนิงเทียนก็มองไปยังลู่เอินด้วยรอยยิ้ม ในครั้งที่หนิงเทียนได้กระเด็นจากแรงโจมตีของผึ้งพลบตะวันไปทางลู่เอิน เป็นตอนนั้นเองที่มันได้ฉวยโอกาสป้ายกลิ่นของต้นกิ่งก้านกลืนแสงไปที่แขนเสื้อของลู่เอิน
ด้วยเหตุนี้ มันจึงสามารถตอบคำถามได้เป็นอย่างดีว่า เพราะอะไร ทำไมฝูงผึ้งพลบตะวันถึงได้เข้าโจมตีแต่ลู่เอินอยู่เพียงผู้เดียว
เวลานี้ร่างของลู่เอินเต็มไปด้วยบาดแผล รอยแผลที่ถูกเหล็กในของผึ้งพลบตะวันทิ่มแทงค่อยๆๆ กลายเป็นสีดำจากพิษเหล็กใน
ใบหน้าของมันซีดขาวด้วยอาการบาดเจ็บ ผมที่เคยเป็นสีขาวสยายค่อยๆๆ คืนสภาพเป็นสีดำเกินครึ่งหัว ร่างแปลงอสูรหิมะของมันใกล้จะสิ้นสภาพคืนกลับสู่ร่างมนุษย์แล้ว
กั่วฉานได้แต่ส่ายหน้ามองด้วยความลระเหี่ยใจ แม้มันจะอยู่ในแดนทรราชขั้นที่หนึ่งแต่มันก็ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะฝ่าฝูงผึ้งนับร้อยเข้าไปช่วยเหลือลู่เอินได้
ไห่จิ้งอิ้งไห่จิ้นอิ้งก็เช่นกัน มันทำได้เพียงแต่ยิงลูกศรสีทองออกช่วยเหลือลู่เอินจากระยะไกลเท่านั้น ตอนนี้พลังโจมตีจากคันศรกระดูกมังกรเองก็เหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของปกติด้วยซ้ำ
ทั้งกั่วฉาน ไห่จิ้งอิ้งไห่จิ้นอิ้งและอี้เหวินตงต่างคิดออกเหมือนกันว่า “หยกทะลายหิมะหยกทลายหิมะลู่เอินคงจะสิ้นชื่อในวันนี้แน่”
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ท่านพ่อ” เด็กสาวในชุดคลุมสีดำร้องออกด้วยความเป็นห่วง นางมันกล่าวเรียกซ้ำๆๆ อยู่หลายครั้ง
ได้ยินเช่นนี้มุมปากของหนิงเทียนก็ยกยิ้มขึ้นมาพร้อมกล่าวออกไปว่า “แม่นางลู่ เจ้าต้องการช่วยบิดาของเจ้าหรือไม่?”
ได้ยินเช่นนั้นไม่เพียงแต่เด็กสาวชุดดำ ไห่จิ้งอิ้งไห่จิ้นอิ้งและกั่วฉานก็หันมองหนิงเทียนเป็นสายตาเดียวกัน
เด็กสาวชุดดำกล่าวถามออกอย่างรีบร้อน “ทะ...ท่านมีวิธี!!!”
“แน่นอน ข้ามีวิธีช่วยบิดาเจ้าออกจากฝูงผึ้งนับร้อย แต่นั้นแต่นั่นมันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะทำการค้ากับข้าหรือไม่?” ขณะที่หนิงเทียนกล่าวออก ร่างของลู่เอินนั้นเปียกชุ่มไปด้วยเลือดสีม่วง ความผยองเดชในคร่าแรกคราแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น
เด็กสาวชุดดำมองไปยังบิดาด้วยใบหน้าวิตกกังวล พร้อมกันนั้นนางรีบกล่าวอย่างร้อนรน “ถ้าท่านมีวิธี ไม่ว่าสิ่งใดข้าจะยอมแลกเปลี่ยนมันกับท่าน”
“ดี เช่นนั้นง่ายมาก เจ้าจงทำตามที่ข้าบอก แล้วข้าจะนำตัวบิดาเจ้าออกมาจากฝูงผึ้งเอง อย่างแรกจงถอดผ้าปิดหน้าและเสื้อผ้าออกมาให้หมด” คำสั่งของหนิงเทียนนั้นคล้ายกับโจรตัณหา มันเลือกเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดของเหยื่อเพื่อจะข่มเหงรังแกโดยไร้ซึ่งทางต่อต้าน
คำกล่าวของหนิงเทียนนั้นทำให้ใบหน้าของไห่จิ้งอิ้งไห่จิ้นอิ้งและกั่วฉานบิดเบี้ยวทันที กั่วฉานรีบกล่าวออก “หนุ่มน้อย นี่้ไม่ใช่เวลามาล้อเล่น ถ้าเจ้ามีวิธีจงรีบช่วยคนก่อน”
“ข้าไม่ได้ล้อเล่น ถ้านางไม่ทำตามก็ลืมคำพูดของข้าไปได้เลย ...หรือไม่เจ้าก็ลองออกไปช่วยมันดูอีกสักรอบเป็นไง?....”
เมื่อกั่วฉานได้ยินเช่นนั้นมันถอนหายใจยาวและเตรียมจะเปิดปากหว่านล้อมหนิงเทียนอีกครั้ง แต่ในขณะนั้นเอง เสียงร้องของลู่เอินได้ดังขึ้นมา
“อ๊ากกก!!!!” ลู่เอินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หัวไหล่ของมันถูกทะลวงออกจนเป็นรูกว้าง ด้วยการโจมตีของผึ้งพลบตะวันแขนของมันเกือบที่จะขาดออกจากร่างทันที
เด็กสาวชุดดำไม่กล้าที่จะมองไปอีก มันรีบกล่าวกับหนิงเทียนด้วยใบหน้าซีดขาว “ข้ายอม ข้ายอม”
นางกล่าวจบพร้อมกับถอดผ้าคลุมหน้าและค่อยๆๆ ปลดชุดคลุมสีดำออก เผยให้เห็นร่างอันขาวเนียนของเด็กสาวบริสุทธิ์
นางมีเพียงผ้าขาวบางๆๆ ที่ถูกใช้เพื่อปกปิดยอดภูเขาคู่ไม่ให้ตระหง่านออกมาต่อสายตาผู้อื่นเท่านั้น เด็กสาวชุดดำกัดฟันแน่น ดวงตาของนางคลอไปด้วยน้ำใสๆ ๆ มือของนางเลื่อนลงไปที่เอวเตรียมจะปลดกางเกงสีดำ
ถึงตอนนี้หนิงเทียนเปิดปากออก “อี้เหวินตงโยนเสื้อคลุมของเจ้าให้นางไป” อี้เหวินตงสะดุ้งเพราะคำสั่งของหนิงเทียน แต่มันไม่รอช้ารีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกส่งให้เด็กสาวแซ่ลู่เพื่อปิดบังเรือนร่าง
กั่วฉานเห็นเช่นนั้นมันรีบเปิดปากกล่าวออกมา “ข้าและท่านลู่ เราทั้งสองเป็นสหายกันมานาน การที่ข้าไม่สามารถช่วยเขาได้ในตอนนี้นับว่าเป็นความรู้สึกผิดในใจมากพอแล้ว
และไม่ว่าอย่างไรข้าจะไม่ยอมให้บุตรสาวของเขาถูกรังแกอย่างเปล่าประโยชน์เป็นแน่ หนุ่มน้อย ถ้าเจ้าไม่สามารถช่วยท่านลู่ได้อย่างที่พูดมา อย่าได้หาว่าข้าทำร้ายเจ้า”
เวลานี้ร่างของเด็กสาวแซ่ลู่หดตัวอยู่ใต้เสื้อคลุมของบุรุษ กิริยาท่าทางของนางคล้ายกับลูกนกตัวน้อยๆๆ ที่กำลังสั่นกลัวต่อโลกกว้าง
หนิงเทียนโบกมือเก็บชุดคลุมสีดำเข้าสู่แหวนมิติ พร้อมทั้งกล่าวออก “ตกลง การค้าของเราถือว่าประสบความสำเร็จ”
จากนั้นดวงตาของมันก็จับจ้องไปยังกำแพงอสูรนับร้อยตัวที่กำลังขวางกั้นเส้นทางอยู่ แม้แต่ผู้ฝึกตนที่มีพลังระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นที่2ขั้นที่สองของแดนทรราชอย่างกั่วฉานยังไม่มีความสามารถที่จะตัดผ่านเข้าไปช่วยลู่เอินได้
ถ้าหนิงเทียนก้าวเท้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า ผลของมันก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนร่างตัวเองเข้าไปเป็นอาหารของฝูงผึ้งเหล่านี้
หนิงเทียนใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะสะบัดมือนำวัตถุทรงกลมสี่ลูกออกมาจากแหวน มันคีบอยู่ระหว่างนิ้วมือทั้งห้า
วัตถุทรงกลมที่หนิงเทียนกำลังคีบอยู่นั้นไม่ใช่สิ่งอื่นใด มันคือลูกแก้วสวรรค์คำรามที่จินเหล่าต้าสร้างขึ้นมา พลังทำลายล้ร้างของมันเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะใช้กวาดฝูงอสูรนับร้อยๆๆ ตัว
เพียงแค่ลมหายใจเข้าออกเดียวร่างของหนิงเทียนกลายเป็นหมอกดำ พร้อมๆๆ กับเสียงระเบิดกัมปนาทที่ดังขึ้นไปทั่วแผ่นฟ้า
ตูม!!!! ตูม!!! ตูมมมม ตูม!!!! พลังทำลายของจั่วจิงหนานและตี้หูที่ถูกอัดแน่นอยู่ในลูกแก้วสวรรค์คำรามกวาดผ่านฝูสูงผึ้งนับสิบๆๆ ตัวให้ร่วงหล่นสู่พื้นเบื้องล่างราวกับหยาดพิรุณสีดำ
ด้วยแรงระเบิดมันเปิดกำแพงอสูรให้เป็นรูกว้างพอที่ร่างของหนิงเทียนจะแทรกผ่านเข้าไป
ด้วยเก้าวิญญาณท่องนภา เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นหนิงเทียนไปปรากฎปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าร่างที่กำลังต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง เวลานี้ลู่เอินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ใดคือมิตรหรือศัตรู พิษจากเหล็กในทำให้มันคล้ายเป็นคนเสียสติ
หนิงเทียนหรี่ตาลง พร้อมพุ่งร่างเข้าหาลู่เอิน มันใช้หมัดจ้าวอสูรด้วยมือซ้ายเพื่อเข้าปะทะกับกรงเล็บอสูรหิมะและใช้ออกด้วยมือขวา คว้ากุมไปยังลำคอของลู่เอิน
จากนั้นมันออกแรงกระชากร่างของลู่เอินออกมาจากวงล้อมของผึ้งพลบตะวัน
พร้อมกับตะโกนสั่งการออก “อี้เหวินตงรับร่างของมัน” สิ้นเสียงหนิงเทียนก็โยนร่างของลู่เอินคล้ายกับโยนสิ่งของออกไปยังอี้เหวินตงที่ยืนอยู่บนหลังของวิหคปีกไม้
จากนั้นมันก็หันไปมองฝูงผึ้งพลบตะวัน “ข้าไม่รู้ว่า มันคือโชคดีหรือโชคร้ายของพวกเจ้ากันแน่ที่ได้มาพบกับข้าในวันนี้” หนิงเทียนพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา
พร้อมกับไขว้สองมือไปที่หน้าอกของตนเอง ก่อนจะปรากฏลูกแก้วสวรรค์คำรามแปดลูกที่ระหว่างนิ้วมือทั้งสองข้าง จากนั้นมันก็โปรยออกพร้อมทิ้งร่ล่างตัวเองไปยังหลังของวิหคปีกไม้
เสียงดังลั่นขึ้นราวกับท้องฟ้าจะถล่มลงมา มันคำรามก้องซ้ำๆๆ จนสิ้นฤทธิ์ลูกแก้วทั้งแปด ฝูงผึ้งนับร้อยที่เคยบินวนจนท้องฟ้าดำมืดต่างพากันล่วงหล่นร่วงหล่นสู่พื้นดินเบื้องล่ร่าง
แสงของตะวันที่เคยถูกบดบังด้วยร่างของอสูรนับร้อย ได้ทอแสงส่องลงมายังพวกของหนิงเทียนอีกครั้งหนึ่ง
การกระทำของหนิงเทียนนั้นใช้เวลาไม่ถึง10สิบลมหายใจเข้าออก กั่วฉานมองดูภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ความตกตะลึงในใจของมันไม่สามารถกล่าวออกมาเป็นคำพูดได้
ไห่จิ้งอิ้งไห่จิ้นอิ้งรู้จักลูกแก้วที่หนิงเทียนใช้ออกเป็นอย่างดี ในครั้งงานประลองที่ตระกูลมู่มันก็เคยเห็นคุณชายจินใช้ออกมา แต่ทว่าครั้งนี้พลังทำลายของมันกลับมากกว่าเมื่อสามเดือนก่อนราวฟ้ากับเหว
“ถ้าเมืองฉางผิงมีอาวุธที่ทรงพลังเช่นนี้ ตำแหน่งผู้นำสามเมืองใหญ่คงจะต้องถึงคราวเปลี่ยนมือแล้ว”
ร่างของลู่เอินที่กำลังหายใจรวยรินถูกวางลงเบื้องหน้าเด็กสาวแซ่ลู่มู่
“การแลกเปลี่ยนของพวกเราเป็นอันว่าประสบความสำเร็จทั้งคู่๋” น้ำเสียงของหนิงเทียนดังขึ้น พร้อมทั้งหยุดยืนอยู่ด้านหน้าของนาง
กั่วฉานเห็นดังนั้น มันไม่รอช้า รีบเข้าไปดูอาการของสหายมันทันที กั่วฉานรีบถ่ายพลังปราณของมันเข้าสู่ร่างของลู่เอินเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากภายใน
มันใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะเปิดตาขึ้นมาและหันไปกล่าวกับเด็กสาวที่กำลังตัวสั่นอยู่ “ข้าเสียใจด้วย ข้าสามารถช่วยเขาได้แค่อาการบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น
ส่วนพิษเหล็กในผึ้งนั้น ข้าไร้ซึ่งปัญญารักษาจริงๆ ๆ เวลานี้สหายลู่เอินยังใช้พลังปราณยับยั้งพิษเหล็กในได้อยู่ แต่ตราบใดที่ทะเลลมปราณถูกใช้จนหมดสิ้น พิษก็จะแล่นเข้าสู่อวัยวะสำคัญ เวลานั้นเขาก็คงจะจากพวกเราไปแล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น เด็กสาวแซ่ลู่ก็ระเบิดเสียงร้องโฮห ออกมา “ลืมตา...ลืมตาสิท่านพ่อ ลูกไม่ต้องการไปดอยเทพอาคมอะไรนั่้นแล้ว การทดสอบเข้าร่วมอะไรก็ไม่สำคัญอีก
ขอแค่ท่านฟื้นขึ้น เราจะกลับไปอยู่ในสำนักของเราเหมือนเดิม ข้าไม่ต้องการมีอำนาจ ข้าเพียงแค่ต้องการอยู่กับท่านเท่านั้น”
ภาพของเด็กสาวที่กำลังเกาะกุมมือบิดาช่างดูเวทนาเป็นอย่างมาก กั่วฉานและไห่จิ้งอิ้งไห่จิ้นอิ้งได้แต่บิดหน้าไม่มองไปยังภาพดังกล่าว
ขณะที่นางกำลังปล่อยโฮห่ร้องออกมาจนแทบจะสิ้นแรง เสียงของหนิงเทียนได้ดังขึ้นมา
“เอาล่ะ พวกเรามาทำการแลกเปลี่ยนข้อที่สองกันดีหรือไม่? ข้านั้นเรียนรู้วิชาแพทย์มาเล็กน้อย แม้มันจะยากมากแต่ข้าก็พอจะมีวิธีรักษาชีวิตพ่อของเจ้าไว้ได้”