ลอเรน่าคิดคิดว่านี่ต้องเป็ฝีมือของซอมบี้แต่กับนทีที่มีประสบการณ์กับสภาพาแของหญิงสาวและชายหนุ่มนั้น เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกมันไม่ได้โดนซอมบี้ปกติจู่โจมอย่างแน่นอน
หลังจากที่พวกเขาสงบสติอารมณ์ได้แล้วพวกเขาก็เดินเข้าไปในลิฟต์เพื่อที่จะไปยังชั้น 60 แต่ยังไม่ทันที่จะกดชั้นที่จะไป ลอเรน่าก็เอ่ยขึ้นมา
" นทีดูนั่นสิ นั่นมันรอยของการถูกยิงหรือเปล่า ? " ลอเรน่าชี้ไปยังบริเวณท้องของซอมบี้หญิงสาว
" ฮืม..อาจจะใช่ ดูจากรูแผลที่พรุนแบบนั้นแล้วน่าจะมาจากการถูกยิง แต่แปลก..รูนี่มันใหญ่กว่าะุทั่วไปมากเลยนะ" นทีตอบ แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าต้องเป็ปืนประเภทไหนที่สามารถทำให้ท้องเป็รูพรุนในลักษณะนี้
'บางทีอาจจะเป็ปืนลูกซองก็ได้ แต่เดี๋ยวก่อน หากซอมบี้พวกนี้ถูกจัดการด้วยปืนก็หมายความว่า มีคนที่ยังมีชีวิตอยู่น่ะสิและเขาอาจจะอยู่ชั้นที่เรากำลังจะไป! ' นทีคิด
หากซอมบี้พวกนี้ถูกจัดการด้วยอาวุธปืนก็หมายความว่ายังมีคนที่ยังมีชีวิตรอดอยู่
" ลอเรน่า คนที่คุณกำลังจะไปเจอใช้อาวุธปืนเป็มั้ย? " นทีถาม
" ไม่นะ... ฉันไม่คิดว่าเธอจะใช้ปืนเป็ ทำไมนายถึงคิดว่าเธอจะใช้ปืนเป็ล่ะ ? " ลอเรน่าถามกลับ
จากนั้นนทีก็อธิบายความคิดทั้งหมดของเขาให้ลอเรน่าฟัง ในตอนแรกนั้นเธอดีใจที่ซอมบี้ถูกจัดการและยังมีผู้ชีวิตเหลือรอด แต่เมื่อนึกถึงคนที่รอดนั้นมีปืนเธอก็หน้าถอดสีอีกครั้ง เพราะเธอคิดว่าคนรู้จักของเธอนั้นไม่มีทางใช้ปืนเป็
' ไม่นะ! เธออาจจะตกอยู่ในอันตรายหรือเธออาจจะโดนข่มขู่โดยคนที่มีอาวุธปืนนั่น ' ความคิดของลอเรน่าเตลิดเปิดเปิง
ลอเรน่าเหมือนดั่งคนที่เปิดกู๋เก้อเพื่อค้นหาอาการปวดท้องแล้วจบลงที่กู๋เก้อบอกว่าพวกเขาเป็มะเร็ง สีหน้าของเธอซีดลงเรื่อย ๆ มือของเธอก็เริ่มสั่นอย่างไม่อาจควบคุม ก่อนที่ลอเรน่าจะสติแตกไปมากกว่านี้ นทีก็ยื่นมือไปกุมมือเธอไว้ ลอเรน่าค่อยๆ หันมาสบตากับนที
" ไม่ต้องห่วง คนคนนั้นจะต้องปลอดภัยแน่ ๆ เราจะไปหาเธอด้วยกัน ผมสัญญา " นทีเอ่ยพร้อมบีบมือของลอเรน่าให้แน่นขึ้น
ลอเรน่าที่สภาพเหมือนคนจะเป็ลมก็ค่อย ๆ กลับมาปกติ มือที่สั่นของเธอก็ค่อย ๆ สงบลงภายใต้มืออันอบอุ่นของนที เธอมองหน้าเขาก่อนที่จะจ้องไปยังดวงตาสีฟ้าที่มั่นคงคู่นั้น แล้วเธอก็เผยรอยยิ้มที่นทีจะจดจำไปได้อีกแสนนาน
" ไปกันเถอะ ไปหาเธอกัน " นทีพูดขณะที่ยังกุมมือลอเรน่าอยู่
" อื้อ! ไปชั้น 60 ! " เธอตอบรับพร้อมสั่งการให้ลิฟต์ไปยังชั้นหกสิบ
ลิฟต์เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วภายในพริบตาพวกเขาก็มาถึงยังชั้นหกสิบ
ติ๊ง ขอให้เพลิดเพลินกับค่ำคืนที่แสนสงบ
เสียงลิฟต์ต้อนรับดังขึ้นเมื่อพวกเขามาถึงยังชั้น 60
" สงบก็แย่แล้ว " เสียงชายหนุ่มและหญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกัน พวกเขาหันมามองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " นทีและลอเรน่าหัวเราะราวกับลืมไปว่าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดขนาดไหน
นทีบอกให้ลอเรน่ายืนรออยู่ในลิฟต์ก่อน เขาอยากจะออกไปตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีซอมบี้หรือสิ่งที่เขากลัวว่าจะมีอยู่จริง ๆ แต่เมื่อเขาจะก้าวขาออกจากลิฟต์ลอเรน่าจับมือของเขาไว้แน่น ราวกับว่าหากปล่อยมือจากเขาไปตอนนี้แล้ว เธอจะเสียใจไปตลอดชีวิต
ดังนั้นนทีจึงเดินออกมาพร้อมกับลอเรน่า ภาพโถงทางเดินสีฟ้าครามก็ปรากฏให้เห็นแก่ทั้งคู่ ดนตรีที่คลอดั่งสายน้ำในริมธารที่หลั่งไหลไปไม่รู้จบให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
แต่สถานการณ์จริงของทั้งสองคนไม่ใช่แบบนั้น พวกเขาสอดส่องหาอันตรายรอบด้าน เกรงกลัวเหลือเกินว่าหากกะพริบตาครั้งเดียวก็อาจจะโดนจู่โจมจนถึงแก่ความตายได้ หลังจากที่พวกเขาเช็กความปลอดภัยเรียบร้อยแล้วนั้น ลอเรน่าก็เดินจูงมือนทีไปยังประตูบานหนึ่ง หน้าประตูสลักอักษรไว้ว่า 'Lorena' นทีก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือห้องของเธอ จากนั้นเธอจึงรีบนำมือไปสแกนเพื่อเปิดประตู
" ไลล่า พี่กลับมาแล้ว!! " ลอเรน่าะโทันที พร้อมวิ่งเข้าไปในห้อง
'คนสำคัญของเธอก็คือน้องสาวนี่เองสินะ' นทีคิดก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเดินตามเข้าไป
ในตอนแรกที่ลอเรน่าบอกกับเขาว่าเธอมีคนสำคัญรออยู่นั้นนทีก็คิดว่าอาจจะเป็ครอบครัวของเธอ แต่เมื่อเธอเอ่ยถึงพ่อของเธอ ท่าทางที่แสดงออกนั้นกลับบอกนทีว่าไม่ใช่ จึงเหลือตัวเลือกแค่เพียงพี่น้องและสุดท้ายนั่นคือแฟนของเธอ หากเป็น้องสาวหรือพี่สาวนทีก็คงไม่ต้องกังวล แต่ถ้าเกิดกลับกลายเป็แฟนของเธอล่ะก็เขาคงรู้สึกเจ็บใจอยู่บ้าง
ถึงแม้สำหรับลอเรน่านั้นนทีก็แค่เด็กที่มาขโมยอ่านหนังสือในร้านของเธอ แต่กลับกันสำหรับนทีนั้น เขาแอบชื่นชมความสวยสง่าและการวางตัวของเธอมาตลอด แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเขาในตอนนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การจีบสาวหรือต่อให้เขาเข้าไปทำความรู้จักกับเธอในตอนนั้นมันก็ไม่มีทางเป็ไปได้เลย
การที่เด็กกะโปโลไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อหนังสือจากร้านของเธอนั้นจะมีโอกาสจีบเธอติด และความตั้งใจของเขาตอนนั้นคือเขาจะต้องพลิกชีวิตให้ยืนด้วยขาของตัวเองให้ได้ ความสัมพันธ์ของเขากับลอเรน่านั้นก็เป็ได้เพียงแค่คนรู้จักหรืออาจจะแค่คนเคยผ่านตาเพียงเท่านั้น
แต่เหมือนโชคชะตาไม่ได้ลิขิตให้ชีวิตของนทีเป็ไปดั่งทางที่เขาตั้งใจไว้ เพียงเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้ชีวิตของเขาพลิกผันไปอย่างที่เขาไม่แม้แต่จะคิดจะฝันถึง การที่โลกแท้จริงเผยออกมา ซอมบี้ออกอาละวาด ระบบที่ทำให้เขากลายเป็ผู้เล่น ทำให้เขาต้องเริ่มเส้นทางใหม่แต่จุดมุ่งหมายของนทีก็ยังคงเดิม นั่นคือการยืนหยัดได้ด้วยขาของตัวเอง
อาจจะเรียกว่าโชคชะตาลิขิตก็อาจจะไม่ถูกนักเพราะนทีนั้นตั้งเป้าหมายเพียงแค่การเอาชีวิตรอดเพียงเท่านั้น หากแต่เขากลับเลือกทางที่จะเข้าไปช่วยลอเรน่า ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถที่จะเลือกไม่ใส่ใจเสียงร้องขอความช่วยเหลือและสนใจเพียงเื่ของตัวเองก็ได้ แต่ภายในจิตใจของนทีนั้น เขายังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอยู่ ความรู้สึกอยากตอบแทนต่อความผิดที่เขาเคยกระทำ นำพาให้นทีและลอเรน่าได้ใช้เวลาด้วยกันเพียงระยะสั้น ๆ แต่มันก็มากพอให้เขามีความรู้สึกดีต่อเธอ
ถึงแม้นทีจะยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนคืออะไร แต่เพียงแค่การที่เขาได้อยู่ใกล้เธอก็เพียงพอแล้วนั้น ก็พอจะบอกให้เขารับรู้ได้ว่าเขาได้ชอบเธอเข้าแล้ว
' ให้มันเป็เื่ของอนาคตแล้วกัน เอาเื่ที่มันสำคัญก่อน' นทีคิด พร้อมเอามือตบที่หน้าเบา ๆ เพื่อเรียกสติ
" ไลล่า อยู่ในห้องเหรอ พี่เข้าไปนะ " ลอเรน่ายังคงเรียกตามหาน้องของเธอต่อไป
' แปลก..ถึงที่นี่จะใหญ่โตและมีหลายห้องแค่ไหน แต่ลอเรน่าก็เรียกเธอสักพักแล้วทำไมเธอถึงยังไม่ออกมา...หรือว่า?!' นทีคิดถึงความเป็ไปได้อย่างหนึ่ง
"ลอเรน่า คุณหาน้องที่นี่ไปก่อนนะ ผมจะไปตรวจดูว่ามีซอมบี้หลงเหลืออยู่ในชั้นอีกมั้ย แล้วผมจะรีบกลับมา" นทีะโบอกพร้อมเดินไปที่ประตู ลางสังหรณ์ของเขากำลังบอกว่าอาจมีเื่เลวร้ายเกิดขึ้น
" เดี๋ยว!! นายเอาคีย์การ์ดนี่ไป รีบไปรีบมานะ แล้วก็...ระวังตัวด้วย " ลอเรน่าวิ่งพร้อมนำคีย์การ์ดมาให้ เธออยากจะตามเขาออกไป แต่เธอก็เป็ห่วงน้องสาวของเธอ เธออยากจะหาไลล่าให้พบก่อน
" โอเค..ผมจะรีบไปรีบกลับ คุณอย่าออกจากห้องนะ ต่อให้ได้ยินเสียงต่อสู้ก็อย่าออกมา โอเคมั้ย? " นทีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
" โอเค... " ลอเรน่าขานรับพร้อมก้มหน้างุด
นทีลูบหัวเธอเบา ๆ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องแล้วปิดประตู เขากลับมายังโถงทางเดิมที่มีเสียงดนตรีคลอที่เดิม สถานที่แรกที่นทีไปคือบันไดหนีไฟ เขา้าตรวจสอบให้แน่ใจว่าทางหนีไฟจะยังใช้ได้หากในกรณีที่ลิฟต์เสีย เมื่อเช็กเรียบร้อยว่าทางหนีไฟยังสามารถใช้ได้ปกติ
เขาเดินกลับมายังโถงทางเดินแล้วเดินตรงไปยังประตูที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของลอเรน่า ถึงแม้ว่าจะบอกว่าตรงข้าม แต่ระยะห่างนั้นไกลกว่ายี่สิบเมตรเลยทีเดียว โถงทางเดินนี้มีความกว้างเป็อย่างมาก
เมื่อนทีเดินมาถึงหน้าประตู บนบานประตูสลักอักษรไว้ 'Robert' เขาใช้หูแนบกับประตูเพื่อฟังเสียง เมื่อแน่ใจว่าข้างในนั้นเงียบสงัดแล้วเขาก็ลองผลักประตูปรากฏว่ามันล็อค เขาจึงเดินต่อไปยังยูนิตที่อยู่ติดกันกับยูนิตนี้ ห้องถัดมานั้นหน้าประตูห้องกลับไม่มีอักษรสลักไว้ นทีคาดว่านี่น่าจะเป็ห้องว่างที่ยังไม่มีผู้อยู่อาศัย เขาจึงเดินมายังห้องสุดท้ายซึ่งก็คือที่ติดกับห้องลอเรน่านั่นเอง
หน้าประตูบานสุดท้ายนั้นสลักชื่อ ' Arthit ' นทีพยายามจะทำอย่างเดิมคือการเงี่ยหูฟัง แต่เมื่อหูของเขาทาบกับประตูแล้ว ประตูก็ค่อย ๆ เปิดออก นทีกลับมายืนตัวตรงพร้อมกำคทาในมือแน่นทันที
' หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่เรากลัวทีเถอะ ขอร้องล่ะ ' นทีภาวนา
ทันทีที่นทีก้าวขาเข้าไปในห้อง เซนเซอร์ไฟบริเวณทางเข้าห้องก็สว่างขึ้น ใจของนทีที่สั่นอยู่แล้วก็หล่นวูบ เมื่อเขามองไปที่พื้นก็เห็นรอยเืลากเป็ทางยาวเข้าไปยังห้องทางด้านขวาที่ไฟติดอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
ดูจากลักษณะนทีคาดว่าน่าจะเป็ห้องน้ำ เขาก้าวเดินอย่างเงียบเชียบไปที่นั่น มือที่กำคทาเวทย์แน่นพร้อมร่ายทักษะทันทีหากพบว่าสิ่งที่รอคอยเขาอยู่คือซอมบี้
เมื่อนทีก้าวเข้าไปในห้องน้ำสิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาของเขาคือ สาวน้อยผมชมพูที่ดูเหมือนจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขานอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น เธออยู่ในชุดนอนลายหมีแต่สิ่งที่เตะตาเขาคือเืที่ไหลเจ่อนองบริเวณที่เธอนอนอยู่ และปืนสีขาวหนึ่งกระบอกที่ลักษณะไม่เหมือนปืนทั่วไปที่นทีรู้จักแต่คล้ายกับปืนในหนังอวกาศไซไฟซะมากกว่า
นทีเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเพื่อเช็กว่าเธอยังมีชีวิตหรือไม่ เขานำนิ้วไปอังที่ปลายจมูกของเธอ
' ยังหายใจอยู่..แต่แผลที่ท้องนั่น.. ' นทีสังเกตเห็นต้นกำเนิดของเืที่เจ่อนอง
บริเวณเอวของเธอนั้นปรากฏเป็รอยกัด เมื่อดูจากรอยกัดแล้วนทีคาดว่าอาจจะเป็ซอมบี้ แต่น่าแปลกเพราะจากประสบการณ์ของนทีที่เจอมาจากซอมบี้จอร์จนั้น หากโดนซอมบี้กัดแล้ว เชื้อสีดำก็ควรจะแผ่ขยายออกมาจากาแ แต่ของเธอนั้นกลับเป็เหมือนแผลาเ็ทั่วไปเท่านั้น
' เธออาจจะเป็ผู้เล่นเหมือนกับเรา หรือเธออาจจะมีภูมิคุ้มกันก็ได้ ' นทีคิด
ในระหว่างที่นทีคิดนั้นเขาก็สำรวจในช่องเก็บของ เขาพยายามควานหาสิ่งที่สามารถเพิ่มค่าพลังชีวิตได้ หากเธอเป็ผู้เล่นแล้วล่ะก็ การรับประทานก็อาจจะยื้อชีวิตหรือช่วยเธอเอาไว้ได้
' หวังว่าเธอจะเป็ผู้เล่นเหมือนกับเรา ' นทีคิดขณะที่หยิบขนมปังออกมาจากช่องเก็บไอเท็ม
" นี่..เธอได้ยินไหม ถ้าได้ยินล่ะก็ช่วยส่งสัญญาณอะไรก็ได้ทีนะ อย่างเช่น กะพริบตาก็ได้ " นทีเอ่ยขึ้นหวังจะปลุกให้หญิงสาวตรงหน้า
นทีใช้แขนข้างซ้ายโอบเธอแล้วพยุงเธอขึ้นมา เขาเขย่าเธอเบา ๆ เพื่อไม่ให้าแส่วนท้องนั้นเปิดกว้างไปกว่านี้ หลังจากที่เขาพยายามปลุกเธออยู่เกือบนาที เปลือกตาของเธอค่อย ๆ ลืมขึ้นมาอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นดวงตาสีมรกตที่ตัดกับหยดเืที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้าของเธอ
"เธอฟังผมนะ ผมชื่อนที แล้วก็ตอนนี้เธอาเ็สาหัสมาก อย่าพยาพยามขยับตัวเพราะมันอาจทำให้แผลที่ท้องของเธอฉีกไปมากกว่านี้ " นทีบอกให้เธอฟัง
แต่เหมือนความดื้อรันหรือความไม่อาจเชื่อใจคนตรงหน้าได้เธอพยายามที่จะขยับตัวให้หลุดออกจากอ้อมแขนของนที แต่เธอก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อพบว่าแค่เพียงขยับตัวเพียงเล็กน้อย เธอก็รู้สึกถึงความเ็ปแปลบไปทั่วร่างกาย นทีที่เห็นเธอเลิกพยายามขัดขืนแล้วเขาก็พูดขึ้นต่อ
"ผมบอกแล้วว่าเธอกำลังอยู่ในอาการสาหัส เอาล่ะฟังผมให้ดี เพราะสภาพเธอตอนนี้จะหมดสติเมื่อไรก็ได้ ได้โปรดเชื่อผมถึงแม้มันจะฟังดูไร้สาระ แต่ได้โปรดกินขนมปังนี่ แล้วเธอจะอาการดีขึ้นแน่นอน " นทีกล่าวพร้อมกับยื่นเศษขนมปังที่ฉีกเป็ชิ้นพอดีคำไปที่ริมฝีปากของเธอ
ตาสีมรกตของเธอนั้นสบกับตาสีฟ้าของนทีอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอจะเป็คนที่เชื่อใจคนอื่นยากคล้ายกันกับนที นทีรู้ดีว่าการที่อยู่ ๆ มีคนแปลกหน้ามาให้ความช่วยเหลือนั้นดูจะเป็สิ่งที่ยากจะเชื่อ ยังไม่พอเขายังมาพ่นเื่ไร้สาระอย่างการกินขนมปังแล้วจะดีขึ้นอีก คนคนนี้ต้องเสียสติไปแล้วแน่ ๆ
"เธอ...เธอคือไลล่า น้องสาวของลอเรน่าใช่ไหม? " นทีตัดสินใจถามเสี่ยงดวงออกไป
หากใช่อย่างที่นทีคิด ผู้หญิงผมชมพูตรงหน้าของนทีก็คือน้องสาวของลอเรน่าที่เธอกำลังตามหา ถึงแม้ว่าลอเรน่าจะมีตาสีฟ้าและผมสีบลอนด์ส่วนหญิงสาวตรงหน้าจะมีผมสีชมพูและตาสีมรกต แต่จากสถานการณ์ตรงหน้านั้นหากน้องสาวของลอเรน่าที่เธอพยายามหาอย่างไรก็หาไม่พบในนั้น
ส่งผลให้นทีสงสัยว่าเธออาจะออกจากห้องมาเพราะเหตุผลบางอย่าง เขาจึงได้ออกมาตามหาเธอ สุดท้ายเขาก็มาพบหญิงสาวคนนี้นอนจมกองเือยู่ นทีเลยคาดเดาไว้ว่าหญิงสาวในอ้อมแขนของเขาตรงหน้านี้คือไลล่า น้องสาวของลอเรน่าอย่างแน่นอน
และเพียงเสี้ยววินาทีหลังจากที่นทีเอ่ยชื่อของลอเรน่า ตัวของหญิงสาวก็สั่นเทิ้ม คิ้วของเธอขมวดเป็ปม บ่งบอกถึงอารมณ์ที่แปรปรวนของเธอได้เป็อย่างดี
" ใช่แล้ว เธอคือคือไลล่าใช่ไหม ฟังนะ ผมรู้จักกับลอเรน่าและเดินทางมาพร้อมเธอด้วย เธอมีผมสีบลอนด์และตาสีฟ้าและเธอเป็เ้าของร้านหนังสือในละแวกบ้านของผม ได้โปรด เชื่อผมเถอะนะ" นทีพยายามบอกข้อมูลเพื่อให้เธอนั้นเชื่อใจ