ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 49 กำหนดรายจ่ายขั้นต่ำพื้นฐาน

    บทที่ 49 

    กำหนดรายจ่ายขั้นต่ำพื้นฐาน


    “นี่มันเป็นไปไม่ได้!”


    เซลล์สาวถึงกลับเปล่งเสียงออกมาราวกับเห็นผีจนผู้ดูแลคนสวยข้างๆถึงกับตกใจเธอไปด้วย อู๋ตี้วางบัตรลงและดึงใบเสร็จมาเซ็นโดยใช้ปากกาที่อยู่ข้างๆเขาเซนต์อย่างรวดเร็ว 


    หลังจากที่เขาเซ็นต์แสดงความเป็นเจ้าของเสร็จแล้ว เขาก็ส่งมันให้กับเซลล์สาวและพูดด้วยเสียงเบา “ส่วนของผม 200,000 หยวนจัดการเรียบร้อยแล้ว เหลือส่วนของเธออีก 25,000 แล้ว อย่าบอกนะว่าเธอจ่ายไม่ได้?”

    ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับกันไปหมด เซลล์สาวกลายเป็นฝ่ายที่ทำอะไรไม่ถูกแทน เธอยังคงยืนนิ่งๆไม่ขยับไปไหนและไม่รับเครื่อง POS กับใบเสร็จนั้นด้วย 


    อู๋ตี้ยิ้มเย้ยและยังส่งเครื่อง POS นั้นต่อ 

    “เอาไปสิ ในเมื่อเธอกล้าพูดแบบนั้น ผมก็กล้าที่จะทำ เพราะงั้นผมจ่าย 200,000 หยวนให้แล้ว หากเธอไม่ยอมจ่ายส่วนที่เหลืออีก 25,000 หยวน ผมจะแจ้งเรื่องนี้ไปที่ห้างและบังคับให้พวกเขาไล่เธอออกซะ!”


    ชัดเจนเลยว่าอู๋ตี้นั้นไม่ยอมปล่อยเซลล์สาวนี่ไปง่ายๆแน่ นั่นเพราะว่าสิ่งที่เธอทำก่อนหน้ามันหนักหนาเกินไป 


    ใครก็ตามที่เข้ามาแตะต้องส่วนลึกสุดของจิตใจอู๋ตี้ คนคนนั้นย่อมไม่สามารถจบเรื่องกับอู๋ตี้ดีๆได้หรอก 


    ในครานี้ เขาต้องการจะมอบบทเรียนราคาแพงให้แก่เธอผู้ที่ซึ่งดูถูกเหล่าคนงานก่อสร้างทั้งหลายนั่นแหละ! 


    “คุณผู้ดูแล...”


    พนักงานสาวหันไปมองผู้ดูแลคนงามที่ยืนอยู่ข้างๆเธอเพื่อขอให้ช่วย เธอนั้นเป็นเพียงพนักงานขายตัวเล็กๆ เงินเดือนนั้นก็แค่ 5,000 หยวน เพราะงั้นแล้วไอ้จำนวนที่มากกว่า 20,000 หยวนนั่นน่ะ มันมากเกือบจะเท่าเงินเดือนครึ่งปีเธอเลยนะ 

    เมื่อมองไปยังพนักงานสาวของเธอแล้ว ด้วยท่าทีที่น่าสมเพชนั้น ผู้ดูแลสาวก็เกิดใจอ่อนขึ้นมานิดๆ แต่เมื่อเธอเตรียมที่จะพูดอะไรบางอย่างกับอู๋ตี้ดีๆ เธอก็ต้องกลืนคำพูดนั้นลงไปและไม่พูดออกมา 


    นั่นก็เพราะว่าเธอเห็นได้ชัดเจนเลย ถึงใบหน้าของอู๋ตี้ที่ชี้ขาดสุดๆ และเธอก็ต้องตาโตขึ้นเมื่อเขามองมาที่เธอด้วย 


    ชัดเจนเลยว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะขอให้ลูกค้าคนพิเศษวันนี้ของเธอ ยอมปล่อยผ่านเรื่องในวันนี้ 


    “ให้เธอจ่ายส่วนที่เหลืออีก 25,000 ซะ ไม่งั้นผมจะไม่ซื้อเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย!”

    ครั้งนี้ผู้ดูแลคนสวยเริ่มจะเป็นฝ่ายลุกลี้ลุกลนบ้างแล้ว ราคาของทั้ง 200,000 นั่น ถ้าเกิดพลาดไปละก็ต้องอกแตกตายแน่ๆ 


    “เสี่ยวจ้าว ในเมื่อเธอสัญญากับเขาแล้ว เธอก็ต้องจ่ายนะ ให้เร็วเลย”


    ได้ยินดังนั้น เซลล์สาวก็แทบจะร้องไห้ออกมาโดยไม่มีน้ำตาเลย เมื่อเธอเห็นผู้ดูแลสาวสวยไม่สามารถช่วยเธอได้ เธอก็ทำได้แค่ยื่นมือออกไปและรับเครื่อง POS มาด้วยความสั่นเทา 


    อู๋ตี้นั้นยืนมองท่าทีของเธอตั้งแต่รูดการ์ดจนกระทั่งเครื่องพิมพ์ใบเสร็จออกมา สิ่งนี้มันทำให้เขาพอใจมากๆพร้อมกับพยักหน้าออกมา


    ในตอนนี้ เขาสามารถนั่งลงไปบนโซฟาได้แล้ว แถมผู้ดูแลคนสวยเองก็รินน้ำให้เขาดื่มด้วย 


    เซลล์สาวคนนั้นเกือบจะทำเสร็จทุกอย่างแล้วพร้อมๆกับร้องไห้ไปด้วย จนกระทั่งท้ายสุด เธอก็ส่งใบเสร็จนั้นให้เขาด้วยสองมือซึ่งแสดงออกถึงความเคารพ 


    อู๋ตี้เขียนที่อยู่ลงไปในแบบฟอร์ม เขาบอกให้ส่งของพวกนี้ไปยังห้อง 802 ยูนิท 1 อาคาร 5 เขตหลงจูอี้ปิน จากนั้นจึงออกไปอย่างชาญฉลาด 


    อู๋ตี้นั้นขึ้นไปยังชั้น 2 แล้ว และเมื่อเห็นดังนั้น เซลล์สาวก็ไม่สามารถยืนต่อได้อีกต่อไป เธอทรุดก้นจ้ำเบ้าลงไปกับพื้นพร้อมกับร้องไห้ออกมา


    “ฮืออออออ มากกว่า 20,000 หยวนอีก ทั้งๆที่เงินเดินฉันก็ริบหรี่เหมือนแสงจันทร์อยู่แล้ว นี่ยังต้องมารูดบัตรเครดิตเพิ่มอีก ฉันจะทำยังไงล่ะทีนี้ ฮือออออ”


    ผู้ดูแลคนสวยที่อยู่ข้างๆเองก็บ่นและตำหนิเธอเบาๆเช่นกัน “โอเคน่า เธอน่ะยังอ่อนประสบการณ์ ครั้งนี้ถือว่าทำงานโดยไม่รอบคอบนะ จำไว้ว่าชีวิตเธอยังอีกยาวไกล ตอนนี้เธอก็คงรู้แล้วว่า อย่าตัดสินคนจากภายนอก เพราะงั้นไม่ต้องร้องไห้ ไหนๆเธอก็ทำยอดไปกว่า 200,000 หยวนแล้ว เพราะงั้นเธอยังได้ค่าคอมมิชชั่นราวๆ 20,000 กว่าหยวน หลังจากหักค่านู่นค่านี่ที่เธอจ่ายไปก็น่าจะยังเหลืออีกหลายพัน อย่าลืมเรื่องนี้ซะล่ะ นี่เป็นบทเรียนสำคัญของเธอเลย ว่าอย่าละเลยลูกค้าทุกๆคนในอนาคตอีก”


    ได้ยินเรื่องค่าคอมมิชชั่น เซลล์สาวก็ปาดน้ำตาแล้วค่อยๆยืนขึ้น

    “ผู้ดูแลคะ ที่ที่เขาให้เอาของไปส่งน่ะ มันอยู่ในย่านที่ระดับสูงสุดๆและก็ค่อนข้างเป็นที่นิยมในหลายปีมานี้เลยไม่ใช่เหรอคะ?”


    ผู้ดูแลสาวประหลาดใจไม่น้อย เธอเองก็จำได้ว่าอู๋ตี้นั้นบอกให้ส่งเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างไปยังย่านหลงจูอี้ปินด้วยเหมือนกัน 


    “อ่า ใช่แล้ว ไม่คาดคิดเลยแฮะว่าคนหนุ่มที่น่าจะอายุแค่ 20 ต้นๆแบบนั้นจะมีห้องขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่นในเขตหลงจูอี้ปินเช่นนี้ ห้องที่นั่นตอนนี้ราคาก็สูงใช่ย่อยเลย เหมือนว่าห้องนึงก็ 3-4 ล้านหยวนแล้ว หรือบางทีเขาอาจจะเป็นลูกเศรษฐีที่ไม่เปิดเผยตัวตนก็ได้นะ”


    ฟังคำพูดของผู้ดูแล เซลล์สาวก็กะพริบตาปริบๆพร้อมน้ำตาเลย 


    “ผู้ดูแลคะ! ให้ฉันออกไปส่งของกับเด็กส่งของนะคะ! ฉันอยากจะไปขอโทษคนคนนั้นกับสิ่งที่ฉันพลาดพลั้งลงไป ฉันไม่อยากให้เขาจดจำเรื่องแย่ๆของร้านเราเพียงเพราะเรื่องที่ฉันทำน่ะค่ะ”


    ฟังที่เซลล์สาวพูดแล้ว ผู้ดูแลคนสวยก็รู้สึกถึงความสมเหตุสมผล เพราะงั้นเธอจึงพยักหน้าและพูดขึ้น “ก็ได้ แต่เธอต้องใส่ใจเขาให้ดีนะ ห้ามไปทำเรื่องบาดหมางกับเขาอีกล่ะ”


    “ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณผู้ดูแล! ฉันจะจัดการกับความผิดพลาดของฉันเองให้ได้ และฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ!” เธอให้คำสัญญา


    อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นหันไปมองทางที่อู๋ตี้จากไป สายตานั้นก็เปล่งประกายระยิบระยับด้วยความต่างออกไป 


    อีกฟากหนึ่ง อู๋ตี้ผู้ที่ซึ่งกำลังขึ้นไปยังชั้นสองหลังจากซื้อเฟอร์นิเจอร์เสร็จแล้ว ในตอนนี้เขาอยากจะได้พวกเครื่องใช้ในครัวเรือนเพิ่มอีกสักหน่อย 


    ที่เมืองแห่งเฟอร์นิเจอร์ ฮั่วเชียง แห่งนี้ถือเป็นตลาดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ในคราบของห้างสรรพสินค้า ที่ซึ่งรวบรวมทั้งของตกแต่งบ้านต่างๆรวมถึงของใช้ภายในบ้านด้วย 


    เครื่องซักผ้าเอย ตู้เย็นเอย ทีวีเอย แอร์ เครื่องทำน้ำร้อน และอีกสารพัดอย่างที่ไม่สามารถพูดจนหมดได้ 


    หลังจากที่เขาเลือกของไว้มากมาย อู๋ตี้ก็สั่งของพวกนี้ทั้งหมด และเมื่อเขามองเวลา ก็พบว่ามันเกือบจะบ่าย 2 เข้าไปแล้ว 


    ท้องของเขาเริ่มส่งเสียงร้องโครกครากออกมา เขายังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยนี่นา 

    เพราะงั้นแล้ว เขาจึงเริ่มมองหาสถานที่ที่จะช่วยเติมเต็มช่องว่างในกระเพาะของเขาได้ที่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้า 6 ชั้นแห่งนี้แทน ไม่งั้นล่ะก็ กว่าจะกลับไปถึงโรงอาหารที่มหาลัย มีหวังได้ไม่มีอะไรกินกันพอดี 


    เขาขึ้นลิฟต์แก้วที่อยู่ตรงกลางห้างไปยังชั้นที่ 6 โดยตรง 


    ในทันทีที่ออกมาจากลิฟต์ สายตาของเขาก็เบิกกว้าง ที่นี่มันดีสุดๆไปเลยนี่นา 


    ที่ชั้น 6 นี้เป็นชั้นที่หลังคาถูกเปิดออกให้รับลมสบายๆ แล้วไหนจะยังมีร้านอาหารมากมายที่ซึ่งแต่ละร้านล้วนมีคุณภาพอยู่ในระดับสูงมากๆกันด้วย แถมการตกแต่งภายในของที่นี่ก็ยังดูหรูหราอีก 


    การที่หลังคานั้นถูกเปิดออก มันเลยทำให้แสงแดดสามารถสาดลงมาได้อย่างพอดิบพอดี ซึ่งสิ่งนี้มันทำให้ผู้คนรู้สึกสบายตัวสุดๆ 


    ทั้งสองฝั่งทางเดินนั้นมีดอกไม้มากมายถูกจัดทรงไว้เหมือนเตียงเล็กๆขนาบไปตลอดทาง ในฤดูร้อนนี้ ดอกไม้เหล่านั้นก็ส่งกลิ่นหอมออกมาซะยิ่งกว่าน้ำหอมอีก 


    นี่มันเป็นอะไรที่เขาไม่คาดคิดเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสถานที่แห่งนี้อยู่บนชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เช่นนี้ มันทั้งสะอาด งดงาม และหรูหรา เขาคงจะมีความสุขไม่น้อยถ้าได้มาดินเนอร์ที่นี่ 

    อู๋ตี้นั้นไม่ได้หาของกินในทันที แต่เขานั้นเลือกที่จะเดินเล่นก่อน 


    เขาเดินมาเรื่อยๆจนถึงทางใต้นี้ เขาก็เห็นร้านอาหารจีนที่ทำขึ้นจากไม้ รูปแบบของมันนั้นดูแปลกตาจนเป็นเอกลักษณ์ กำแพงนั้นมีซุงมาวางเรียง ด้วยความโดนเด่นนี้มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหยุดและมองดู


    อู๋ตี้ที่หยุดเดินและกำลังดูเจ้าสิ่งนี้อยู่นั้นรู้สึกสุขใจกับการที่ได้เห็นโครงสร้างเช่นนี้ตรงหน้าเขามากๆ ไม้เพียวๆพวกนี้ทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่กับธรรมชาติ 

    “เอาล่ะ ที่นี่ละกัน”


    อู๋ตี้เดินเข้าไปด้านใน แต่บริกรหนุ่มที่น่าจะอายุราวๆ 20 ปีที่อยู่ด้านหน้าประตูซึ่งตอนนี้กำลังตกใจอยู่ เขารีบมาหยุดอู๋ตี้ไว้โดยการยืนขวาง 


    “สวัสดี มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ?”


    บริกรหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสุภาพและเป็นมืออาชีพ แต่กลับกัน สีหน้าเขานั้นกลับไม่ได้สื่อไปทางเดียวกับสิ่งที่พูดเลย 


    อู๋ตี้ที่โดนหยุดไว้ก็ประหลาดใจก่อนจะพูดติดตลก “ผมมาทำอะไรที่นี่ได้บ้างนะครับ? แน่นอนว่าผมมาหาอะไรกินอยู่แล้ว ฮ่ะๆๆ”


    “เอ๋?”

    ในตอนนี้ บริกรหนุ่มแสดงท่าทีประหลาดใจออกมาโดยไม่ปิดบังเลย เขามองอู๋ตี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า และทันใดนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคัก แต่เมื่อเขาคุมสติได้และรู้ว่ามันไม่เหมาะสม เขาก็รีบปิดปากเอาไว้ 

    เขาไอ 2 ครั้งเพื่อให้คอโล่งก่อนจะพูดด้วยเสียงขรึม “เพิ่งจะมาที่นี่ครั้งแรกสินะครับ?”


    “ใช่ครับ ครั้งแรกเลย”


    ภายในหัวของอู๋ตี้ตอนนี้มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก? นี่อย่าบอกนะว่าเป็นโรงแรม? แต่ป้ายก็บอกชัดเจนนี่ว่าเป็นร้านบ้านไม้เก่า 

    ได้ฟังอู๋ตี้บอกว่ามาเป็นครั้งแรก บริกรหนุ่มก็พยักหน้าและเดินออกไป “ไม่แปลกใจเลย คุณคงจะไม่รู้สินะครับว่าร้านของเรามีการกำหนดรายจ่ายขั้นต่ำเอาไว้”


    “เอ๊ะ? อะไรล่ะนั่น?” สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันทำให้อู๋ตี้สงสัยสุดๆ 

    ขณะที่อู๋ตี้กำลังคุยกับบริกรหนุ่ม คน 2 คนก็เดินเข้ามา 


    “ที่ร้าก~ วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลย แล้วก็หิวด้วย ที่รักต้องรีบสิ่งอาหารที่เน้นการบำรุงมาให้ฉันเร็วๆเลยนะ แล้วก็เอาแพงๆอีก 1 จาน ไม่งั้นแล้วเดี๋ยวจะโดนดูถูกเอา ฉันไม่ยอมแน่ๆ”


    “เฮ้ๆ ไม่ต้องกังวลไปที่รัก คิดว่าฉันจะให้เธอถูกดูถูกเหรอ? ไม่มีทาง ฉันซื้อห้องให้เธอได้ถ้าเธอต้องการ ไหนจะเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดวันนี้ แถมยังซื้อแบรนด์ที่ดีที่สุดให้เลยนา เพราะงั้นเธอคิดว่าเธอจะมาถูกมองผิดๆเพราะมื้ออาหารเนี่ยนะ? เอางี้ดีกว่า เดี๋ยวพอเธอเข้าไปแล้ว เธอก็เลือกเอาหอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล รังนก หรือจะอะไรก็ได้ตามใจเธอเลยละกัน”

    “ว้าว! จริงเหรอที่รัก? มันเยี่ยมไปเลย ฉันรักคุณน้า~”


    คล้ายกับเรื่องระบบแลกเปลี่ยนไขมัน ที่คุณอ่าน