ตอนนี้คนแจวเรือคนอื่นๆก็ล้อมเข้ามาแล้ว ทุกคนต่างคุกรุ่นไปด้วยจิตสังหาร พวกเขาเคยทำเรื่องแบบมาไม่น้อย
เมื่อหญิงชราเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกสิ้นหวัง ดูเหมือนไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไร้ทางรอดแล้วนางรีบส่งสายตาให้ฟ่านเสวี่ยหลียอมถอยและขอโทษคนแจวเรือทั้งหลาย
มันเป็นวิธีเดียวที่นางคิดออก
ฟ่านเสวี่ยหลีกลับยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดกับหญิงชราว่า“ท่านผู้อาวุโส ท่านรู้ตำแหน่งของเผ่ามนุษย์เงือกทะเลทรายหรือไม่” หากหญิงชราผู้นี้สามารถควบคุมเรือข้ามฟากได้ด้วยก็เป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก
หญิงชราสีหน้าซีดเซียว ฟันสั่นกระทบและส่ายหน้าอย่างต่อเนื่องนางจะรู้ได้อย่างไรเล่า
เมื่อเห็นท่าทีไม่แยแสของฟ่านเสวี่ยหลี คนแจวเรือก็เกรี้ยวโกรธและพูดเสียงแข็ง“เจ้าหนูเจ้าไม่รู้ว่าข้าเป็นใครสินะ ข้าคือคนแจวเรือชุดเงินของหอเฟินตู้ อยู่ใต้บัญชาของปีศาจตะพาบยักษ์!"
ปีศาจตะพาบยักษ์เป็นราชาของบริเวณแถบนี้ เขาเชื่อว่าเมื่อฟ่านเสวี่ยหลีได้ยินเช่นนี้จะต้องตกใจจนหน้าซีดคุกเข่าอ้อนวอนและถูกเขาฆ่าตามใจชอบ
เมื่อหญิงชราได้ยินเช่นนี้ก็สั่นเทาไปทั้งตัว เมื่อนางนึกถึงความน่ากลัวของปีศาจตะพาบยักษ์แล้วก็รู้สึกเสียใจหากนางเตือนเขาเสียก่อนหรือไม่เอ่ยถึงที่แห่งนี้เลย พวกฟ่านเสวี่ยหลีคงไม่ต้องเจอกับภัยอันตรายเช่นนี้!
เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีได้ยินคำว่าปีศาจตะพาบยักษ์ก็นิ่งงันพร้อมกับราชาบัลลังก์ทมิฬเขาคาดไม่ถึงว่าที่แห่งนี้จะเป็นถิ่นของปีศาจตะพาบยักษ์ เขาถึงกับหลุดยิ้มออกมา
เมื่อคนแจวเรือเห็นสีหน้าของฟ่านเสวี่ยหลีก็ตกตะลึงอีกฝ่ายคงไม่ได้โง่เขลาจนไม่รู้จักแม้กระทั่งปีศาจที่ทรงพลังที่สุดในบริเวณนี้หรอกนะสีหน้าของเขาในตอนนี้ยิ่งดูเย้ยหยัน จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ฟ่านเสวี่ยหลีอย่างไม่ปรานี
“หึๆ กลิ่นเนื้อมนุษย์อันหอมหวาน...”
ทันใดนั้นก็มีเสียงอันเย็นเยือกดังสนั่นมาจากระยะไกลมีบุรุษที่ห้อยหัวกลับด้านและสองเท้าลอยอยู่กลางอากาศคนหนึ่งบินเข้ามา
บุรุษผู้นี้แลบลิ้นที่ยาวหนึ่งจั้งกว่าออกมา สีของมันแดงราวกับหมึกชาดและดูดุร้ายอย่างยิ่งราวกับกลืนกินมนุษย์ทั้งคนได้อย่างง่ายดาย
คนแจวเรือเหล่านั้นต่างคำนับบุรุษผู้นั้นอย่างเคารพ“คารวะท่านหัวหน้าหอ”
คนแจวเรือที่กำลังจะลงมือก็เผยสีหน้าผิดหวังแล้วคำนับอย่างเคารพ
ถ้าหากเมื่อครู่นี้เขาสังหารฟ่านเสวี่ยหลีเร็วกว่านี้หนึ่งก้าวก็คงได้ลิ้มรสเนื้อมนุษย์แต่ตอนนี้หมดสิทธิ์แล้ว
ผู้มาเยือนคือปีศาจกินคนที่เป็นผู้นำหอเฟินตู้ ซึ่งมีนิสัยใจร้อนผู้ใดที่ล่วงเกินเขาหรือกระทั่งลูกน้องของเขา เขาจะสังหารทิ้ง
เมื่อหญิงชราเห็นปีศาจกินคนปรากฏตัวขึ้น สีหน้าก็สิ้นหวังยิ่งกว่าเดิมปีศาจกินคนตนนี้เป็นถึงขุนพลใต้บัญชาการของปีศาจตะพาบยักษ์ ซึ่งแข็งแกร่งและห้าวหาญอีกทั้งยังชอบกินสตรีทั้งเป็นที่สุด ดูท่าพวกฟ่านเสวี่ยหลีคงหมดหนทางรอดแล้ว
เมื่อปีศาจกินคนมาถึงตรงหน้า ร่างกายยังคงห้อยกลับด้านสายตาที่มองมายังเนี่ยชิวอวี่แฝงด้วยความกระหายเล็กน้อย จมูกสูดดมกลิ่นอย่างแรง กระทั่งยังน้ำลายไหลแล้วพูดว่า“เนื้อดี เนื้อที่ดี!”
เขาไม่สนใจคนแจวเรือทั้งหลายที่อยู่โดยรอบแม้แต่น้อยท้ายที่สุดคนแจวเรือเหล่านี้สถานะห่างชั้นกับเขาอย่างยิ่ง
เหล่าคนแจวเรือต่างยืนอย่างเคารพ สายตาที่มองไปยังฟ่านเสวี่ยหลีเปี่ยมด้วยความเย้ยหยันเมื่อหัวหน้าหอปรากฏตัว เขาต้องกลืนกินมนุษย์เหล่านั้นจนกลายเป็นเศษซากแน่นอน ไม่เหมือนพวกเขาที่อย่างน้อยยังเหลือศพสภาพสมบูรณ์ไว้
เมื่อเห็นปีศาจกินคนจ้องมองเนี่ยชิวอวี่อย่างกระหายฟ่านเสวี่ยหลีก็เผยสายตาเย็นเยือกและพูดอย่างเย็นชาว่า “แม้แต่ปีศาจตะพาบยักษ์ของพวกเจ้ายังต้องทำตัวเคารพเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า แค่หัวหน้าหอเฟินตู้อย่างเจ้าจะมีค่าอะไร”ตอนนี้เขาเตรียมตราหมื่นอัคคีไว้ในมือแล้ว
เขาเห็นจุดบกพร่องบนตัวอีกฝ่ายนานแล้ว ประกอบกับเนื้อกายขั้นสี่สูงสุดของเขาทันทีที่ใช้ตราหมื่นอัคคีก็ถือเป็นท่าไม้ตายในการหยุดยั้งอีกฝ่าย
“เหลวไหลสิ้นดี!” ปีศาจกินคนหุบยิ้มแล้วจ้องมองฟ่านเสวี่ยหลี ไม่รู้เพราะเหตุใดเขาจึงรู้สึกว่ากลิ่นอายของฟ่านเสวี่ยหลีชวนให้รู้สึกไม่ปลอดภัยเล็กน้อยซึ่งกลิ่นอายแบบนี้ไม่เคยมีอยู่บนตัวปีศาจตะพาบยักษ์
แต่เขาก็ส่ายหน้าในและขจัดความกังวลภายในใจทิ้งทันทีคำพูดของอีกฝ่ายช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี ปีศาจตะพาบยักษ์สถานะสูงส่ง อย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของราชาปีศาจแห่งไหลเสวียหลี่เขาจะเคารพมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างไร ช่างน่าขันสิ้นดี!
เขาหมุนตัวและแลบลิ้นสีแดงยาวพุ่งใส่ฟ่านเสวี่ยหลี
เขาต้องกำจัดปัจจัยที่ไม่มั่นคงให้สิ้นซากเสีย
หญิงชราพลันสั่นเทาไปทั้งตัวและตะโกนเสียงหลง “รีบหนีเร็ว!”
ปีศาจกินคนลงมือไม่เคยพลาด อีกทั้งนางยังเคยเห็นฉากที่ปีศาจกินคนกลืนกินมนุษย์กระดูกที่ถูกแทะเหลือกระจัดกระจายไปทั่วพื้น จึงทำให้นางเต็มไปด้วยความทรงจำฝังใจอันเลวร้าย
เนี่ยชิวอวี่รีบพุ่งตัวไปปกป้องตรงหน้าฟ่านเสวี่ยหลีทันทีนางในฐานะผู้ช่วยปรุงยา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปกป้องฟ่านเสวี่ยหลี
“ฆ่ามัน!” ขณะที่เผชิญหน้ากับการโจมตีของปีศาจกินคนฟ่านเสวี่ยหลีก็ใช้จิตวิญญาณสั่งการให้ราชาบัลลังก์ทมิฬมาต้านตรงหน้าทันที!
ทันทีที่ฟ่านเสวี่ยหลีออกคำสั่ง ร่างกายของราชาบัลลังก์ทมิฬก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศทั่วกายเปล่งประกายแสง ประหนึ่งมังกรน้ำพุ่งทะยานและร้องคำรามอีกทั้งยังนำมาซึ่งพลังแห่งอสนีบาตอันสั่นคลอนฟ้าดิน!
ประหนึ่งราชาในความมืดที่ตื่นขึ้นกะทันหัน
เนื้อกายของเขาเป็นรากบัวที่หลอมขึ้นจากวิญญาณน้ำแข็งหมื่นปีซึ่งแข็งแกร่งยิ่งกว่าหยกทอง ชุดเกราะเปลือกหอยบนตัวเป็นเปลือกหอยน้ำแข็งทมิฬแห่งทะเลจิ่วจ่วนแม้แต่พลังอำนาจของเนื้อกายขั้นสี่ก็ไม่อาจสร้างความเสียหายต่อเขา
ดังนั้นการโจมตีของปีศาจกินคนจึงถูกเนื้อกายของเขาต้านทานได้อย่างง่ายดาย!
ฟ่านเสวี่ยหลีพยักหน้าเล็กน้อย ตอนนี้ราชาบัลลังก์ทมิฬหลอมเนื้อกายสำเร็จแล้วซึ่งต้องผ่านต่อสู้อย่างหนักหน่วงระดับพลังจึงจะมั่นคง และควบคุมเนื้อกายนี้ได้อย่างสมบูรณ์แต่ดูจากตอนนี้เหมือนว่าราชาบัลลังก์ทมิฬจะควบคุมเนื้อกายนี้ได้คล่องดั่งใจนึกแล้ว
ปีศาจกินคนเผยสีหน้าตกตะลึง เขาคาดไม่ถึงว่าการโจมตีของตนจะไร้ผลเขาเป็นถึงขุนพลใต้บัญชาการของปีศาจตะพาบยักษ์ ที่ผ่านมามีแต่ผู้อื่นที่ต้องหลบหน้าหาได้เคยเจอผู้ที่มีเนื้อกายแข็งแกร่งกว่าเขา
เขารีบโคจรเคล็ดวิชาอย่างไม่ลังเล ฟ้าดินสว่างจ้าฉับพลันในมือของเขาก็มีทวนที่ยาวสามช่วงตัวคนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเล่ม และพัดม้วนไอทมิฬนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาราชาบัลลังก์ทมิฬ
ไอทมิฬเหล่านี้เป็นลมปราณบริสุทธิ์ของมนุษย์ที่ถูกเขากลืนกินและหลอมเป็นพลังอาคมเมื่อแสดงออกมาจะทำให้รู้สึกมืดฟ้ามัวดิน
เมื่อเหล่าคนแจวเรือเห็นเช่นนี้ก็ถอยหนีอย่างสติหลุดพวกเขาเชื่อว่าหลังจากโดนพลังอาคมนี้เข้าไป พวกฟ่านเสวี่ยหลีที่อยู่ตรงหน้าต้องกลายเป็นเศษซากแน่นอน
แต่ราชาบัลลังก์ทมิฬกลับยิ้มอย่างเย้ยหยัน ตะขอปะการังราชาในมือชูขึ้นฟ้าและฟาดฟันลงมา!
ตะขอปะการังราชาได้หลอมรวมกับสมบัติหลอมเนื้อกายจำนวนนับไม่ถ้วนมันเปล่งแสงเจิดจ้า เพียงฟาดลงมาครั้งเดียว ทวนในมือของอีกฝ่ายก็หักเป็นสองท่อน! ส่วนตะขอปะการังราชายังคงฟาดลงตามแรงและแทงทะลุร่างกายของปีศาจกินคนอย่างแรงจนร่างกายเกิดเป็นรูเลือดหลายจุด
ปีศาจกินคนล้มพับลงกับพื้น ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงไอทมิฬทั้งหมดบนตัวของเขาหายไปจนหมดสิ้น
ตะขอปะการังราชาเป็นถึงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ การขจัดไอชั่วร้ายเหล่านี้ย่อมต้องเป็นเรื่องที่ง่ายมาก
ปีศาจกินคนเผยสีหน้าตกตะลึงในทันทีสายตาที่มองไปยังราชาบัลลังก์ทมิฬเปี่ยมด้วยความหวาดกลัว แต่ถึงกระนั้นสายตาของเขายังคงมีความดุร้าย “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ ถึงกล้าลงมือกับข้า ไม่กลัวทำให้ปีศาจตะพาบยักษ์ของพวกข้าพิโรธอย่างนั้นหรือ”
ที่แห่งนี้เป็นถิ่นของปีศาจตะพาบยักษ์ หากเกิดเรื่องขึ้นกับเขาปีศาจตะพาบยักษ์จะต้องฉีกร่างมนุษย์เหล่านี้จนเป็นชิ้นๆ แน่นอน!
มันเป็นสาเหตุความมั่นใจของเขา
เดิมทีเขาคิดว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะต้องหวาดกลัว แต่ฟ่านเสวี่ยหลีกลับแค่พยักหน้าเล็กน้อย “ในเมื่อที่แห่งนี้คือถิ่นของปีศาจตะพาบยักษ์ถ้าอย่างนั้นเจอเสียหน่อยก็ได้”
ฟ่านเสวี่ยหลีคิดว่าในเมื่อปีศาจตะพาบยักษ์เป็นเจ้าถิ่นที่แห่งนี้แสดงว่าต้องรู้จักลมปราณโบราณ เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ และตำแหน่งของเผ่ามนุษย์เงือกทะเลทรายเป็นอย่างดีไว้อีกฝ่ายมาถึงและถามเสียหน่อยก็เป็นเรื่องดี
“เจ้า...” ปีศาจกินคนรูม่านตาหดตัวและพูดอย่างเยือกเย็นว่า“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะเรียกปีศาจตะพาบยักษ์มา หวังว่าถึงเวลานั้นเจ้าจะไม่ตกใจจนฉี่ราด!”
เมื่อเขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง หมอกดำกลุ่มหนึ่งก็ลอยขึ้นฟ้าเห็นจากรัศมีหลายสิบลี้ก็ยังชัดเจน
ในความคิดของเขานั้น ปีศาจตะพาบยักษ์ทำได้ทุกอย่างนับประสาอะไรกับแค่มนุษย์ที่อยู่ตรงหน้า!
ถึงเวลานั้นจะต้องให้ปีศาจตะพาบยักษ์กินเนื้อดื่มเลือดของพวกมันจนหมดสิ้นจากนั้นขอให้มอบหญิงสาวผู้นั้นให้ตน เพื่อให้มนุษย์ตรงหน้าสิ้นหวังจนตาย!
หญิงชราเดินไปตรงหน้าฟ่านเสวี่ยหลีอย่างหวาดกลัว และพูดอย่างแผ่วเบาว่า “คุณชาย ว่ากันว่าปีศาจตะพาบยักษ์สามารถกลืนกินดวงดาวและจันทรา เป็นถึงหนึ่งในราชาของปีศาจจำนวนมากบ่มเพาะมานานร้อยปี พวกเจ้ารีบอาศัยเวลานี้หนีไปเถิด” นางคาดไม่ถึงว่าองครักษ์ชุดดำของฟ่านเสวี่ยหลีจะแข็งแกร่งเช่นนี้แต่ต่อให้แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วอย่างไร ที่แห่งนี้เป็นถิ่นของเผ่าปีศาจ ขอเพียงปีศาจตะพาบยักษ์เคลื่อนไหวก็จะมีปีศาจนับพันนับหมื่นตามมาและจะฉีกร่างพวกฟ่านเสวี่ยหลีจนกลายเป็นเศษเสี่ยงในไม่ช้าก็เร็ว
เมื่อเหล่าปีศาจคลุ้มคลั่งจะสามารถปลดปล่อยพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าส่วนฟ่านเสวี่ยหลีเป็นเพียงคุณชายที่อ่อนแอ แม้จะมีองครักษ์ที่แข็งแกร่งก็ยากจะหลุดรอดจากการโจมตีของเผ่าปีศาจ
ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มเล็กน้อย เขามองไปยังแสงทางทิศใต้ที่รายล้อมไปด้วยหมอกควันแล้วพูดว่า “ปีศาจตะพาบยักษ์มาแล้ว”
ในขณะเดียวกัน ปีศาจกินคนก็หัวเราะเสียงดัง “ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเจ้าอยากหนีก็ไม่ทันแล้ว เพราะราชาตะพาบยักษ์ของพวกข้ามาถึงแล้ว!ต่อจากนี้จะเป็นเวลาตายของพวกเจ้า!”
คนแจวเรือหลายสิบคนคุกเข่าหันไปทางทิศใต้พร้อมๆ กันโดยที่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น “ยินดีต้อนรับท่านราชาตะพาบยักษ์!”
ท่าทีของเนี่ยชิวอวี่ราวกับได้พบกับศัตรูตัวฉกาจ เนื่องจากตระกูลเนี่ยของนางเคยล่วงเกินราชาปีศาจตนหนึ่งจึงถูกบีบต้อนให้ต้องหนีจากบ้านเกิดและย้ายมาอยู่เมืองฉางซาน นี่ก็เพียงพอให้เห็นถึงความน่ากลัวของปีศาจตนนี้แล้ว
ตะพาบยักษ์ที่มีขนาดตัวเท่าสามสี่คนและมีขนาดหัวเท่าล้อรถกำลังบินพุ่งมาทางนี้ ทุกหนแห่งที่มันข้ามผ่านล้วนส่งกลิ่นเหม็นกว้างหลายลี้
แม้มันเดินอยู่กลางอากาศ แต่พื้นดินกลับส่งเสียงแกร๊กๆราวกับกำลังแตกออก แสดงให้เห็นถึงตบะอันทรงพลัง