เมื่อเฌอปรางเห็นครามพูดดังนั้น และตั้งท่าเตรียมเหาะ
“เ้าจะไปไหน ให้ข้าพาเ้าไป จะได้เร็วกว่า” เฌอปราง พูดพลางหงายฝ่ามือ พลันพรมวิเศษหนึ่งม้วนก็ปรากฏขึ้นมา เธอโยนมันไปข้างหน้ามันก็กางออกกลายเป็ผืนสี่เหลี่ยมจตุรัสสีเหลืองขนาดประมาณด้านละ 2 เมตร เธอชวนครามให้ขึ้นมานั่งด้วยกัน เพราะเห็นว่าเขายังควบคุมการบินได้ไม่ดีพอพอ
แม้ครามจะออกอาการบ่ายเบี่ยงใน่แรก แต่ก็ทนการรบเร้าของเฌอปรางไม่ได้ และนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้นั่งบนพรมวิเศษ
แรกก้าวขึ้นไปมันจะดูยวบลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ยากเย็นอะไร เมื่อทั้งสองนั่งและออกตัวมันจะเริ่มตึงขึ้นทันที ความเร็วของมันก็ไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป ด้วยความเร็วประมาณนี้ไม่นานนัก ทั้งสองก็ไปถึงถ้ำเล็กๆ ถ้ำหนึ่ง
ครามให้เฌอปรางรอที่หน้าปากถ้ำ เขาเดินเข้าไปชั่วครู่เดินออกมาพร้อมหญิงสาวนางหนึ่ง
สาวน้อยในชุดสีส้ม นางมีอายุมากว่าครามสามปี เดิมทีนางแต่งตัวคล้ายผู้ชาย บัดนี้นางเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็ชุดผู้หญิงสีสดใจ ที่ไหล่ข้างหนึ่งปล่อยผ้าแพรบางสีแสดจางๆ บางจนเห็นท่อนแขนยาวเรียวรำไร ทิ้งชายไว้ด้านหลังเกือบถึงปลายเท้า คาดทับด้วยสังวาลย์สีทองตรงกลางมีอัญมณีสีเหลือง กระโปรงผ้าไหมของเธอเข้ารูปเห็นทรวดทรงชัดเจน ประดับด้วยลวดลายถักทออันวิจิตร
ผมที่เคยมัดเป็จุกไว้ บัดนี้ถูกปลดเปลื้องพันธนาการให้พริ้วไสวตามสายลม
เมื่อเฌอปรางเห็นถึงกับอ้าปากค้าง!!!
“อ้า พี่อชิรา ท่านอยู่ที่นี่ ข้าตามหาพี่มาหลายวัน” เฌอปรางรีบโถมตัวเข้าไปกอด
“ข้าไม่เป็อะไร แต่ท่านพ่อ…” หญิงสาวในชุดสีส้มกัดริมฝีปากแดงระเรื่อของเธอ พลางเล่าเื่ราวทั้งหมดให้เฌอปรางฟัง
“ไม่เป็ไรท่านพี่ ท่านยังมีข้าและท่านพ่ออยู่ พวกเราจะช่วยท่านเอง” สตรีในชุดสีแดงพูดพลางใช้นิ้วหัวแม่มือปาดคราบน้ำตาที่แก้มของอชิรา แล้วเปลี่ยนอารมณ์หันควับไปทางคราม
“ท่านไม่ได้ถูกหมอนี่ล่วงเกินใช่ไหม ท่านพี่”
เอ๊ะ!!! สตรีในชุดสีส้มออกอาการงุนงง
“ข้าเคยล่วงเกินใครที่ไหน” ครามชักสีหน้าขึ้นมา
เฌอปรางหัวเราะคิก ทำเอาอชิราหัวเราะไปด้วย เมื่อทั้งสองเห็นสีหน้าของคราม
อย่างไรก็เถอะเวลานี้ครามก็แทบไม่ต่างกัน
ยิ่งเห็นรอยยิ้มของดรุณีสองนาง ทำให้เขาเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว !!!
“ท่านพี่อชิราไม่รีบกลับสำนักใช่ไหม”
“ไม่ ข้าส่งสารกลับไปยังสำนักแล้ว ตอนนี้ข้าอยากจะสืบข่าวของผู้เสพิญญาต่อ พวกนี้เป็ภัยของพิภพเราข้าเชื่อว่าพวกมันกำลังวางแผนบางอย่างอยู่เป็แน่ เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่เพียงสำนักพิรุณแน่นอน
“ข้าจะช่วยเ้าอีกแรงหนึ่ง” เฌอปรางยิ้ม เมื่อเห็นพี่สาวไม่ได้จมดิ่งสู่ความโศกเศร้าจนมากมาย “แต่ เอ๊ะ ดูเหมือนว่าพี่ท่านจะก้าวหน้า แม้เวลาผ่านไปไม่นาน”
“ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้ข้าบรรลุนักบำเพ็ญระดับ 2 แล้วล่ะ”
นักบำเพ็ญระดับสอง!!! ท่านพี่ฝึกศาสตราวุธไม่ใช่รึ!!! หากบอกว่าบรรลุระดับนักศาสตรา ข้าจะไม่แปลกใจเลย ทำไมถึงมาฝึกข้ามสายเล่า
“ท่านพี่ฝึกมาั้แ่เมื่อไรกัน ทำไมข้าไม่เห็นรู้เื่เลย ผู้าุโท่านใดสอนท่านกัน”
อชิรานิ่งไปครู่หนึ่งใช้นิ้วแตะปลายคราง แล้วเอ่ยว่า “ผู้าุโคงคราม เป็ผู้าุโคนล่าสุดของสำนักข้า เป็ผู้สอน”
“ข้าไม่ยักกะเคยได้ยิน” เฌอปรางทำท่านึก
ครามหันไปสบตากับอชิรา พลางชี้นิ้วใส่หน้าตัวเอง “ข้ารึ”
อชิราหัวเราะคิก พลางพยักหน้า
เฌอปรางถลึงตาคู่งาม “ท่านพี่หมายถึงหมอนี่เป็คนของสำนักพิรุณอย่างนั้นรึ ั้แ่เมื่อไร”
“เมื่อครู่” อชิราหัวเราะ
“อ้า ท่านจะแต่งตั้งคนตามอำเภอใจไม่ได้นะ”
“ใครว่าล่ะ เอาเป็ว่าท่านพ่อและเหล่าผู้าุโต่างเห็นด้วยก็แล้วกัน”
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็โล่งใจ เอ๊ะ แต่ท่านพ่อของท่านนั้น….”
“เอาอย่างนี้ช่างเถอะ” อชิราร้องสั่ง “เขาเป็ผู้าุโสำนักข้านับั้แ่บัดนี้” อชิราพลางยื่นป้าผู้าุโให้กับครามเพื่อความชัดเจน ครามรับมาไว้ แล้วเอากำมือ พริบตาก็หายเข้าไปในกำไรแสงจันทร์
“ข้าต้องขอขอบใจเ้าสำหรับโอสถเม็ดนั้น” อชิรากระซิบเบาๆ ข้างหูของคราม
เฌอปรางหันกลับมาเห็นเข้าพอดี พลางหรี่ตาเล็กน้อย
“ข้าว่าท่านทั้งสองไปคุยกันต่อบนพรมดีกว่า ตอนนี้ท่านพ่อรอพวกเราอยู่”
ทั้งสามรีบขึ้นพรมวิเศษเหาะไปรวมกลุ่มกับเ้าสำนักศิลา แต่ตอนกลับนี่สิ ดูออกจะเบียดกันสักหน่อย