ตอนที่ 53 เตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยง
“นี่อะไร ตังค์หรอ”เชสยืนอยู่หลังหอพร้อมกับรับซองปริศนาสีขาวจากองค์หญิงเจ้าเก่า“ในหัวนายคิดอยู่แค่เรื่องเดียวรึไง”มีน่าปั้นหน้าอารมณ์เสีย ขณะรอคนเบื้องหน้าเปิดซองจดหมาย หยิบของข้างในออกมาปรากฏเป็นบัตรเชิญสีน้ำเงินขลิบทองสวย ตัวหนังสือบนนั้นใช้เวทมนตร์สลักอย่างปราณีต กระดาษใช้กระดาษเนื้อดีมีกลิ่นหอมอย่างมาก แค่ดูก็รู้แล้วว่าราคาต่อแผ่นไม่ใช่น้อยๆ“อะไรล่ะเนี่ย”“บัตรเชิญไง”เชสเบะปากทำหน้าแปลกๆ“บัตรเชิญอีกแล้วหรอ คราวนี้คงไม่มีใครมาตามล่าใช่ไหม”บัตรเชิญจากมังกรดาราเมื่อคราวก่อนยังทำเขาหลอนไม่หาย แม้จะไม่เกิดอะไรขึ้นแต่การที่ต้องตื่นตัวตลอดเวลาหลายวันนั้นทำเอาเขารู้สึกถึงสมัยสงครามที่แค่ได้ยินเสียงเข็มตกหรือ แรงสั่นสะเทือนจากการก้าวเท้าก็ตื่นแล้ว คราวนนี้จึงไม่พ้นจับของในมืออย่างกล้าๆกลัวๆ“มันก็แค่บัตรเชิญไปงานฉลองปีใหม่ทั่วๆไป ไม่ต้องห่วง”“ดีจังนะ บัตรเชิญปกติ~”“แค่คนเชิญเป็นท่านอา อะแฮ่ม…หมายถึงดยุคเลย์นาด ผู้ปกครองโรเซเลีย”“หืม”เชสเงยหน้าขึ้นมามองพาร์ทเนอร์ก่อนจะนึกถึงเจ้าของชื่อและความทรงจำต่างๆ ‘ดยุคเลย์นาด’ ชื่อนี้ใช้เวลานึกไม่นานก็จำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ลุงดยุคใจดีที่เชสเคยช่วยเหลือจากแขกไม่ได้รับเชิญคราวก่อน บอกตามตรงว่าไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกแบบนี้และถ้าจำไม่ผิดอีกฝ่ายเป็นถึงพระอนุชา(น้องชาย)ของกษัตริย์รึก็คือพ่อของมิเนอร์วา ฉะนั้นแล้วทางนั้นจึงมีศักดิ์เป็นอาแท้ๆของมิเนอร์วานั่นเอง“อ๋อ งี้นี่เอง”เขาลงตาเลื่อนกวาดอ่านบัตรเชิญที่เขียนไว้แค่ว่าเป็นงานเลี้ยงเต้นรำ เวลาและสถานที่จัดงาน แต่ไม่ได้บอกว่าทำไมถึงเชิญเขา เหมือนรู้ว่าคู่หูกำลังสงสัยอะไร...“เพราะนายเข้ารอบ32ทีมสุดท้ายไง คนที่ผ่านมาถึงรอบนี้ได้รับบัตรเชิญทุกปีนั่นแหละ”ศรีษะผงกขึ้นลงไม่หยุดราวกับติดสปริง“แต่จะไม่ไปก็ได้นะบางคู่ก็เลือกที่จะไม่ไป”“แล้วเธอต้องการให้ฉันไปไหม”มิเนอร์วามีปฏิกิริยาแปลกๆเมื่อได้ยินคำถาม เชสรู้ตัวมาสักพักแล้วว่าสถานะของเขาไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่นักเรียนจอมเวทธรรมดาไร้คู่หู แต่เป็นถึงผู้ร่วมชะตาชีวิตเดียวกับมิเนอร์วา อารากอน องค์หญิงลำดับที่6 ของวาเลนเซีย...ยิ่งได้รับบัตรเชิญไปงานสังคมแบบนี้ความเห็นของมิเนอร์วาถือว่าสำคัญมากขึ้นชื่อว่างานเลี้ยงปีใหม่คงไม่ได้มีแค่พวกผู้เข้าแข่งขันเท่านั้น มันต้องมีชนชั้นสูง ขุนนางหรือคนดังมาร่วมงานมากมายแน่“ฉันแนะนำให้ไปจะดีกว่า นอกจากจะเปิดประสการณ์แล้ว ยังจะได้รู้สภาพการณ์ภายในของกลุ่มชนชั้นสูงด้วย”“เข้าใจแล้ว ตามนั้นแล้วกัน”“ตกลง วันงานไปพร้อมฉันแล้วกัน”“แต่ก่อนหน้านั้น...” “หืม เล็กขนาดนี้เลยหรอ”“อย่ามาพูดว่าเล็กนะ!!”“สั้นสุดๆ”“นี่เธอ!!”บัดนี้ชายร่างเล็กกำลังถูกจับตัวยกแขนไปมาราวกับหุ่นโดยกลุ่มชายในชุดสูทหลายคน เบื้องหน้าคือมิเนอร์วาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หรูข้างๆเป็นชายวัยชราอายุราว60ปียืนตัวตรงมองเชสอย่างพินิจพิเคราะห์“ข้างหน้าเสร็จแล้วต่อไปข้างหลัง”คนในชุดสูทคนหนึ่งกล่าวพร้อมจดตัวเลขลงบนสมุด“ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย”“ถ้าเธอไม่ทำแล้วจะเอาอะไรใส่ไปงานเลี้ยงของดยุคเลย์นาดกันล่ะ อีกอย่างควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้มาตัดสูทที่นี่...ร้านนี้น่ะใช่ว่าใครจะมาก็มาได้นะ ชนชั้นสูงเท่านั้นถึงมีสิทธิ์ใช้บริการ รู้ไว้ด้วย”“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ พอใจยัง”เชสเอ่ยตอบแบบกวนๆ เป็นเวลาเดียวกับที่การวัดขนาดตัวเสร็จสิ้นลง พนักงานเหล่านั้นยืนสนทนากันสักพักเตรียมจะทำขั้นตอนต่อไปทว่าทันใดนั้นชายข้างกายมิเนอร์วาพลันก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วดึงสมุดออกไปจากมือก่อนกวาดตามองอย่างรวดเร็ว“ปากกา”เอ่ยคำเดียวไม่มีใครกล้าชักช้ารีบยื่นอุปกรณ์ให้ชายชรา เขาขีดฆ่าตัวเลขมากมายบนนั้นและเพิ่มเติมหลายอย่างลงไปอย่างชำนาญ เห็นได้ชัดเลยว่าชายคนนั้นเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์มานานหลายปี ไม่นานก็ยื่นสมุดกลับไปให้กลุ่มคนหนุ่มสามคนพอก้มลงอ่านไม่กี่วินาทีต่อมาพวกเขาพลันเงยหน้าขึ้นมาอย่างงุนงง“ท่านอาจารย์ทำไมถึงให้ตัดใหญ่กว่าขนาดตัวล่ะครับ ทั้งที่เราวัดแล้วแท้ๆ”หนึ่งในนั้นถามขึ้น“เมื่อกี้ฉันดูกล้ามเนื้อและรูปร่างแล้วของคุณผู้ชายท่านนี้แล้ว ร่างกายของเขากำลังเติบโตอย่างรวดเร็วถ้าเราไม่ตัดเผื่อไว้ไม่ถึงเดือนก็คงใส่ไม่ได้แล้ว”“แต่ว่าถ้างั้นงานวันที่31สูทที่เขาใส่อาจจะดูไม่ดี”“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นฉันจัดการเอง ไปเตรียมของซะ”ชายชราสั่งเสียงเด็ดขาดไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งเขาแม้แต่คนเดียวทำเอาเชสอดไม่ได้ว่าคนๆนี้เป็นใครกับแน่“เป็นช่างตัดชุดเบื้องหลังชนชั้นสูงหลายตระกูล แม้แต่พ่อของฉันยังต้องใช้บริการของตระกูลพวกเขา”“สายตาสุดยอดไปเลยนะ เขามาจากตระกูลช่างตัดเสื้องั้นหรอ”“ถูกต้องเขาเป็นน้องชายของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันมาเปิดร้านสาขาที่เมืองนี้ พวกเขาไม่ได้ตัดแค่สูทหรอกนะ ชุดออกรบที่ให้ไปวันก่อนก็ฝีมือเขาคนนี้แหละ”เชสผงกหัว น่าสนใจมาก ชายชราคนนี้ดูท่าคงเป็นมือฉมังค์ในวงการแน่ๆน่าเสียดายที่เขายังไม่มีโอกาสได้ลองประสิทธิภาพที่แท้จริงของชุดนั้นสักที แต่คงอีกไม่นานเกินรอหน้าร้านอยู่ในบริเวณปากทางเข้าชุมชนของชนชั้นสูงทำให้มีผู้ที่สัญจรผ่านไปมาน้อยแต่แลกมาด้วยความเงียบสงบ กระนั้นมันก็ไม่ได้กระทบยอดขายของร้านแม้แต่น้อยเพราะคงไม่มีขาจรหรือคนธรรมดาที่ไหนเดินดุ่มๆเข้ามาซื้อสูทธิ์ที่นี่ ถ้าไม่ใช่ขุนนาง บุคคลมีชื่อเสียง หรือมีจดหมายแนะนำล่ะก็หมดสิทธิ์ พระอาทิตย์สาดแสงสีส้มยามเย็นวันศุกร์ สองวันตั้งแต่เชสแข่งขันรอบก่อนจบลงถ้ามิเนอร์วาไม่พาออกมาตัดชุดป่านนี้เขาคงนอนอุดอู้อยู่ในห้องไม่ก็หาเวลาฝึกเวทมนตร์ เขาถอนหายใจเหนื่อยๆขณะนั่งอยู่บนรถม้าหรูคันเล็กในมือถือกระดาษหลายใบพลางเปลี่ยนแผ่นไม่หยุด“ต้องจำหมดนี่จริงดิ”“นั่นแค่คนสำคัญๆเท่านั้น พวกระดับล่างๆฉันไม่ให้เธอเสียเวลาจำหรอก”“แต่นี่มีตั้ง20คนเลยนะ”“อย่าบ่นน่า ถ้าไปงานที่เมืองหลวงมีมากกว่านี้3เท่ารู้ไว้ด้วย”“ถามจริง”“ไม่ต้องอ่านหมดก็ได้แค่ชื่อ หน้าตา และพวกเขาอยู่ฝ่ายไหนพอ”“จะพยายามแล้วกัน”มิวายถอนหายใจไปอีกรอบ การเตรียมตัวสำหรับเข้าร่วมงานสังคมของชนชั้นสูงไม่ใช่แค่มีสูทดีๆใส่ไปเท่านั้น การไม่ทำตัวเสียมารยาทในงานสำคัญอย่างมากมิฉะนั้นมิเนอร์ว่าอาจเสียหน้าได้ โดยเฉพาะกับคนนิสัยแบบเชสการควบคุมอารมณ์และไม่ไล่ไปฟัดใครมั่วซั่วสำคัญที่สุดใช้เวลาไม่นานสารถีก็เคลื่อนรถม้าเข้าจอดเทียบหน้าสถาบันออโรเรีย ระหว่างทางเชสกวาดตาอย่างเชื่องช้าไถอ่านประวัติแต่ละคนจนเหลือเพียงไม่กี่แผ่นทว่าทันทีที่มาถึงเขาฉีกยิ้มโยนกองเอกสารพุ่งตัวลงจากรถวิ่งหายลับเข้าไปทางประตู“เดี๋ยวสิ เราต้องฝึกเต้นรำด้วยนะ”องค์หญิงตะโกนไล่หลังไปแต่เหมือนเชสจะไม่ได้ใส่ใจใดๆจนเธอตปลงตกตัดการฝึกเต้นรำออกจากเมนูเตรียมตัว ยังไงซะวันจริงหญิงสาวก็ไม่คิดจะให้คู่หูคนนี้เต้นอยู่แล้วโดยที่ไม่รู้เลยว่าจะเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นในงานเธอลงจากรถม้าตามลงมาและปล่อยกองเอกสารกระเกะระกะไว้เป็นหน้าที่สารถีเก็บกวาดด้านในรถหลังจากไร้ซึ่งผู้ใดบนสุดของกองเอกสาร 1ในกระดาษสามใบที่เชสยังไม่ได้อ่านแสดงรูปและชื่อของคนบางคนเอาไว้ หากเชสได้เห็นคงจำได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร ‘วินสตัน บาโรนอฟ’ “ฮ่าฮ่า ลาก่อยนรกเอกสาร ขอไปบวกกับอิกนาเซียสดีกว่าต้องไปนั่งอ่านอะไรแบบนั้น หืม”เชสสาวเท้าตามทางเดินปูด้วยหินสีขาวจนมาถึงโซนหอพักที่ล้อมรอบรูปปั้นของผู้มีพระคุณสูงสุดของตน เบื้องหน้านั่นคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจอ ลูกหลานผู้สืบสายเลือดของบุคคลต้นแบบรูปปั้นลดมือที่กำลังถือบัตรเชิญสีน้ำเงินลงมาและหันมาด้านหลังพอเหมาะกับสายตาทั้งคู่ประสานกัน