ทะลุมิติสตรีพิษพิชิตฟ้า

    ตอนที่32 หากไม่ล้ำเส้นข้า ข้าก็ไม่คิดล้ำเส้นคนอื่น

    ตอนที่32 หากไม่ล้ำเส้นข้าข้าก็ไม่คิดล้ำเส้นคนอื่น

     

    “จวิ๋นหลี่หวง! นังสารเลว!ข้าจะฆ่าเจ้า!!”

     

    เมื่อได้ยินเสียงสามีเอ่ยขานนามอีกฝ่ายหานชิงก็หันควับจับจ้องหลี่หวงตาเขม็งขึงขัง

     

    “ท่านแม่?”

     

    จวิ๋นอี้ที่เดินจูงมือหลี่หวงอยู่กระนั้นก็เอ่ยเสียงอ่อนขึ้นคำหนึ่ง

     

    ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ภายนอกเท่าไหร่

     

    ส่วนฮั่วหยางเดินหลบไปมุมหนึ่งเปิดทางให้หลี่หวงเดินผ่าน

     

    ฮั่วหยางเหลือบหน้าไปมองหลี่หวงเจือสีหน้าสงสัยว่าเจ้านายของมันคิดจะทำอะไร แต่พอเห็นนางเหลือบหางตาพร้อมพยักหน้าให้มันก็ทำอะไรอื่นไม่ได้นอกจากต้องถอยออกไปอย่างเชื่อฟังและถอดถอนเพลิงบัวโลหิตที่อยู่รอบกายออกไป

     

    พอหานชิงเห็นว่าสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ถอนเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ขวางเส้นทางออกไปแล้วนางก็พุ่งปรี่เข้ามาราวกับอยากฆ่าหลี่หวงจนอดใจไม่ไหว

     

    เบื้องหน้าเห็นว่าจวิ๋นอี้กำลังเดินจูงมือกับหลี่หวงเข้ามาทันใดนั้นนางพลันหยุดชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคู่แดงก่ำจับจ้องอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง

     

    “จวิ๋นหลี่หวง! ส่งอี้เอ๋อร์คืนมา!”

     

    นางไม่กล้าขยับเขยื้อนต่อแม้เพียงก้าวเดียวเพราะกลัวหลี่หวงจะทำร้ายบุตรชายของนาง

     

    “...”

     

    หลี่หวงอยากจะกลอกตามองบนใส่สักที

     

    สักพักจวิ๋นจ้านเองก็เดินตามมาด้วยเช่นกัน

     

    สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนดูจริงจังชั่วขณะพร้อมเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาว่า

     

    “หลี่หวงลุงจ้านได้ยินมาว่าเจ้าเป็นสตรีพิษ นี่เรื่องจริงหรอกรึ?”

     

    สีหน้าการแสดงออกของหลี่หวงยังดูเย็นชาไม่แปรเปลี่ยน

     

    “ใช่ แล้วจะทำไม?”

     

    ส่วนประโยคคำกล่าวของหานชิงนางหาได้สนใจไม่เลย

     

    “ท่านแม่...ข้าไม่เป็นไร”

     

    แม้จะได้ยินแค่เสียงแต่จวิ๋นอี้รู้สึกสงสารแม่ของตนอย่างมาก

     

    หานชิงจับจ้องไปที่จวิ๋นอี้แววตาของนางค่อยๆ เผยแววตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้น

     

    “อี้เอ๋อร์! แม่อยู่ตรงนี้!เจ้ากำลังมองไปไหน? อี้เอ๋อร์...ตาเจ้าเป็นอะไรไป?”

     

    จวิ้นจ้านที่รู้ความจริงอยู่แล้วว่าดวงตาของจวิ๋นอี้มีปัญหา เขาจึงรีบหยุดไม่ให้หานชิงพุ่งเข้าไปหาทั้งสอง

     

    “ลุงจ้าน ท่านไม่ได้บอกกับนางรึ?”

     

    หลี่หวงเอ่ยถามน้ำเสียงเย็นประโยคหนึ่ง

     

    “แต่ยามนี้ถือว่าเหมาะสมแล้วที่จะบอกความจริงยังไงเสียตระกูลหานก็สูญสิ้นไปแล้ว ลุงจ้านไม่จำเป็นต้องกังวลอันใดอีกแล้วกระมัง?”

     

    “นี่เจ้าเป็นคนฆ่าหานกวงจริงๆ ด้วย!”

     

    จวิ้นจ้านที่ได้ยินแบบนั้นก็ชี้หน้าคำรามใส่หลี่หวงทันทีฟังจากน้ำเสียงเขาดูโกรธเกรี้ยวอย่างมาก

     

    “ใช่ เป็นข้าเอง”

     

    ทว่าหานชิงกลับไม่ได้สนใจในจุดนั้นนางรีบหันมากระชากเสื้อของจวิ้นจ้านโดยตรงและเอ่ยถามว่า

     

    “ท่านพี่ที่หลี่หวงกล่าวมาหมายความว่าอย่างไร? ท่านทราบรู้แล้วรึว่า...ดวงตาของอี้เอ๋อร์มัน...มัน...”

     

    น้ำเสียงของหานชิงสั่นเทา

     

    “ใช่ ข้าทราบแต่แรกแล้ว”

     

    “สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ตนนั้นเคยกล่าวไว้ว่าการจะขับพิษออกช่างง่ายดายแต่ทว่า...ดวงตาของอี้เอ๋อร์กลับถูกพิษดังกล่าวกัดกินจนเสียหายและไม่สามารถรักษาได้อีกต่อไป...”

     

    หานชิงโผลงตาเบิกกว้างจับจ้องไปที่จวิ๋นจ้านตัดสลับมายังจวิ๋นอี้เป็นระยะ นางพูดไม่ออกเลยสักคำ

     

    “ไม่! มันไม่ต้องแบบนั้น!ทั้งหมดเป็นฝีมือของนังสารเลว!!”

     

    หานชิงรีบดึงสติกลับมาและชี้นิ้วอันสั่นเทาไปทางหลี่หวงยามนี้ดวงตาคู่นั้นสาดสะท้อนแววรังเกียจอย่างชัดเจน

     

    “มันเป็นฝีมือของเจ้า!เพราะเจ้าคือสตรีพิษ! เจ้าวางยาพิษใส่อี้เอ๋อร์! แถมยังฆ่าพี่ชายข้าอีก!ข้าจะเอาชีวิตเจ้าเสียเดี๋ยวนี้! เอามาเซ่นดวงวิญญาณของพี่ชายข้า!!!”

     

    หลี่หวงกะพริบตาปลิบหนึ่งอย่างไม่แยแสผลักจวิ๋นอี้ไปหลบด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะใช้ฝ่ามือตบใส่หานชิงที่วิ่งเข้ามากระเด็นล้มคะมำกับพื้น

     

    “พี่ชายเจ้าคิดลอบสังหารข้าเมื่อคืนผู้ใดมีจิตสังหารต่อข้า ข้าไม่คิดเว้นชีวิตแต่พิษที่จวิ๋นอี้โดนกลับหาใช่ฝีมือของข้า”

     

    “หลี่หวงเช่นนั้นเจ้าอธิบายให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่?หรือเจ้าสามารถไปเชิญนักหลอมโอสถท่านนั้นออกมา? การที่เจ้ากล่าวปากเปล่าออกมาเฉกเช่นนี้กลับเป็นเรื่องยากนักที่จะทำให้ป้าหานของเจ้าเชื่อถือ”

     

    จวิ๋นจ้านก้มตัวไปผยุงร่างของหานชิงขึ้นมาพลางกล่าวถาม

     

    ชั่วขณะแวบหนึ่งเชาเหลือบมองไปทางจวิ๋นอี้ซึ่งเป็นบุตรชายที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังหลี่หวงทว่าสายตาของเขากลับเต็มไปด้วยแววความผิดหวังและยอมแพ้กับเด็กคนนี้แล้ว

     

    “ข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ใครฟังจะเชื่อหรือไม่กลับหาใช่ธุระของข้า”

     

    หลี่หวงแอบเบี่ยงสายตาเฝ้าสังเกตจวิ๋นอี้ที่ทำได้เพียงยืนนิ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลยใจหนึ่งก็รู้สึกสงสารกับชะตากรรมของเด็กน้อยคนนี้

     

    “เสี่ยวอี้ เจ้าเลือกได้รึยัง?”

     

    หลี่หวงเอ่ยถามคำหนึ่งออกไปนางสังเกตเห็นใบหน้าที่ดูจะทำอะไรไม่ถูกของจวิ๋นอี้ก็รู้สึกปวดใจ แต่แล้วอย่างไรจะเลือกอนาคตแบบไหนกลับเป็นเส้นทางที่ตัวเด็กน้อยคนนี้ตัดสินใจเองแล้ว

     

    จะออกไปข้างนอกและกลับไปหาคนพวกนั้นหรือจะเลือกอยู่กับนางต่อไป

     

    โอกาสเดียวเท่านั้นที่เด็กคนนี้จะมีสิทธิ์ถือครองด้วยมือตัวเองแล้ว

     

    จวิ๋นอี้ลังเลอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

     

    “อี้เอ๋อร์! เจ้ากลับมานี่เร็ว!กลับมาหาแม่!”

     

    หานชิงพยายามทรงตัวขึ้นมาอย่างทุลักทุเลแต่ก็ยังมองจวิ๋นอี้อย่างไม่ละสายตา

     

    “ท่านแม่...”

     

    จวิ๋นอี้เปล่งเสียงดังออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามขึ้นคำว่า

     

    “ท่านแม่เป็นคนสั่งฆ่าพี่หลี่หวงจริงๆเหตุใดท่านแม่ถึงต้องการฆ่าพี่หลี่หวงด้วย?”

     

    “เจ้าเรียกนังนั่นว่าอะไร? พี่หลี่หวงงั้นรึ?! อี้เอ๋อร์! เจ้ามีสติหน่อย!อย่าปล่อยให้นังจวิ๋นหลี่หวงหลอก! นางนั่นแหละคือคนวางยาพิษเจ้าทั้งดวงตาและชีวิตของเจ้าถูกทำลายเพราะนังสารเลวนี่คนเดียว!”

     

    “....”

     

    จวิ๋นอี้ปิดปากเงียบไปโดยปกติแล้วท่านแม่จะเป็นคนที่มีเหตุผลตลอด แต่เพราะเหตุใดไม่ทราบทำไมครั้งนี้ท่านแม่กลับเจ้าคิดเจ้าแค้นพี่หลี่หวงถึงขนาดนี้กัน?

     

    พี่หลี่หวงเป็นคนดีมากในความคิดของเขาคนอย่างนางไม่มีทางลงมือกับตนเด็ดขาด

     

    เฉพาะเวลานี้จวิ๋นอี้เข้าใจได้ทันทีว่าไฉนพี่หลี่หวงถึงยอมพาเขามาที่นี่ ปรากฏว่านางหมดคำพูดสำหรับเรื่องนี้แล้วจึงพาตนมาเผชิญพบด้วยตนเองเป็นการดีกว่า

     

    และมันก็ถูกต้องตามนั้นในตอนนี้ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปเพราะปัจจุบันแม่ของนางไม่สามารถคุยด้วยเหตุผลรู้เรื่องแล้ว

     

    แต่เพราะเหตุใดล่ะ? ไฉนท่านแม่ถึงต้องจ้องล้างจ้องผลาญพี่หลี่หวงอย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนี้?

     

    “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านกลับไปเถอะ”

     

    มือน้อยๆของจวิ๋นอี้กระตุกแขนเสื้อเรียกหลี่หวงเขาหันหน้าไปกล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงใสซื่อว่า

     

    “พี่หลี่หวงต่อแต่นี้ข้าขอพักอาศัยในเรือนบุปผาโปรยปรายร่วมกับท่าน ต้องรบกวนด้วยแล้ว”

     

    หลี่หวงพึงพอใจอย่างมากกับทางเลือกที่เด็กคนนี้ตัดสินใจแต่ท่าทางการตัดสินใจของเด็กคนนี้ยังดูอ่อนโยนเกินไป ปราศจากความเด็ดขาด

     

    อืมหลังจากนี้คงต้องเข้มงวดกับเด็กคนนี้ขึ้นหน่อยแล้ว...

     

    “ฮั่วหยาง ส่งแขก!”

     

    หลี่หวงจูงมือของจวิ๋นอี้หมุนตัวและเตรียมตัวเดินกลับเข้าเรือน

     

    “เดี๋ยวก่อน!”

     

    จวิ๋นจ้านรีบตะโกนเรียกหลี่หวงทันที

     

    “มีอะไรอีกงั้นรึ?”

     

    แม้หลี่หวงจะหยุดฝีเท้าลงแต่หาได้เหลียวกลับมามอง

     

    “หลี่หวง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ที่ผ่านมาอี้เอ๋อร์ก็พักอาศัยอยู่กับลุงจ้านคนนี้ปกติไม่เห็นจะมีปัญหาแต่จู่ๆ ทุกอย่างกลับโกลาหลไปหมดภายในชั่วข้ามคืนนี่เจ้าไม่คิดจะอธิบายอะไรกับลุงจ้านคนนี้เลยรึ?”

     

    “ไฉนจู่ๆ เจ้าถึงวางยาพิษ? ไยต้องฆ่าหานกวง? ไม่สิ...เจ้าเพิ่งเป็นมืออัญเชิญชั้นต้นเท่านั้นในแง่ของระดับวรยุทธ์แล้วเจ้าไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้!แล้วเจ้าไปเป่าหูอันใดถึงทำให้อี้เอ๋อร์เชื่อฟังเจ้าขนาดนี้? ข้าว่าเจ้าต้องอธิบายเรื่องนี้โดยละเอียดให้ลุงจ้านคนนี้ฟังมิฉะนั้น...”

     

    “มิฉะนั้นอะไร? จะจัดการกับข้า? ...มีปัญญารึ? ลุงจ้านท่านจงจำเอาไว้หากท่านไม่ทำอะไรข้า ข้าเองก็จะไม่ทำอะไรท่าน ส่วนคำอธิบายข้าก็พูดความจริงไปหมดแล้ว ไยต้องถามซ้ำให้มากความ?”

     

    ฝีเท้าของหลี่หวงที่หยุดชะงักเริ่มก้าวเดินออกไปอีกครั้งและค่อยๆ เคลื่อนออกไปไกลจากสายตาของจวิ๋นจ้านและหานชิง

     

    “หากไม่ล้ำเส้นข้า ข้าก็ไม่คิดล้ำเส้นคนอื่น”

     

    หลี่หวงทิ้งทวนคำกล่าวสุดท้ายเพียงประโยคสั้นกระชับให้ลอยเคว้งผ่านสายลมโชยดังเข้าไปในรูหูของจวิ๋นจ้าน

     

    ซึ่งประโยคนี้กลับทำเอาจวิ๋นจ้านสั่นสะท้านเสียวสันหลังวาบโดยไม่ตั้งใจ

     

    หากไม่ล้ำเส้นข้าข้าก็ไม่คิดล้ำเส้นคนอื่นเช่นกัน

     

    แม้จวิ๋นจ้านจะดูเป็นชายวัยกลางคนที่ธรรมดามากคนหนึ่งแต่ความจริงแล้ว ชั่วชีวิตของเขาพ้นผ่านประสบการณ์มากมายที่ถาโถมเข้ามาจนเจนจัดดังนั้นจึงฟังออกถึงความขมขื่นที่เร้นซ่อนอยู่ในประโยคคำพูดนี้ของหลี่หวง

     

    “อี้เอ๋อร์!!!”

     

    เข่าทั้งสองข้างของหานชิงทรุดลงกับพื้นอีกครั้งอย่างไร้เรี่ยวแรงได้แต่เฝ้ามองแผ่นหลังของจวิ๋นอี้จากด้านหลังที่ค่อยๆ ห่างไกลออกไปนางกรีดร้องออกมาราวกับคนเสียสติ

     

    ไฉนจู่ๆลูกชายของนางถึงไม่ต้องการแม่คนนี้แล้ว!!

     

    ต้องเป็นเพราะมัน!ลูกชายของเขาต้องโดยนังสารเลวนั่นล่อลวงด้วยคาถาอาคมแน่นอน!

     

    สักวันข้าจะต้องฆ่านังสารเลวตัวนี้ให้ได้!พอถึงตอนนั้นลูกชายของข้าก็จะกลับมาหาข้าเอง!

     

    “หานชิง พวกเรากลับกันเถอะ”

     

    จวิ๋นจ้านพยุงร่างของหานชิงที่ทรุดอยู่กับพื้นขึ้นมาและรีบจากออกไปทันทีภายใต้สายตาอันฉุนเฉียวของฮั่วหยาง

     

    “เจ้าแน่ใจแล้วกระมัง?”

     

    เมื่อกลับมาถึงวานกว้างด้านหลังเรือนหลี่หวงก็ปล่อยมือน้อยๆ ของจวิ๋นอี้

     

    “ข้า...”

     

    จวิ๋นอี้ปริปากขึ้นมาแต่ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี

     

    “รู้สึกเสียใจ?”

     

    “...เปล่า ข้ารู้สึกโล่งมากเลยต่างหาก”

     

    คำตอบนี้ของจวิ๋นอี้ทำให้หลี่หวงประหลาดใจเล็กน้อยแต่พอครุ่นคิดดูให้ดี มันกลับไม่ได้รู้สึกอัศจรรย์ใจเท่าไหร่เลยน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติสตรีพิษพิชิตฟ้า ที่คุณอ่าน