ตอนที่ 37
หลังจากที่นิลกาฬได้ดูดซับพลังจักรวาลจากหินต้นกำเนิดจักรวาล เขารู้สึกว่าพลังของเขาเพิ่มมากขึ้น นนทกเองก็ดูดซับพลังจักรวาลด้วยเช่นกัน
ทั้ง 2 ใช้เวลาเกือบทั้งคืนกว่าจะดูดซับพลังจักรวาลจนหมด ขณะที่กำลังจะเช้านั้นเอง นิลกาฬที่นั่งสมาธิอยู่ร่างกายของเขาก็ค่อยเปล่งแสงสีทองออกมาผิวของเขาทั้งหมดกลายเป็นสีทองอร่าม กลางหน้าผากของเข้ามีจุดสีแดงขึ้นมาตรงกลางระหว่างคิ้ว และด้านบนหัวของเขาได้มีวงกลมสีเหลืองขนาดเท่าลูกบาสเกสบอลลอยอยู่เหนือหัวของเขา
จู่ๆนิลกาฬเขาก็รู้สึกตัวว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องของตัวเอง
“ที่นี้ที่ไหนกัน” นิลกาฬมองไปรอบอย่างสงสัย ที่ๆเขามานั้นเป็นอารามสีทองขนาดใหญ่ สิ่งของทุกๆอย่างภายในนี้เป็นสีทองทั้งหมด
“โยมหนุ่มน้อย ไม่ได้พบกันเสียนานยังจำอาตมาได้หรือไม่”
“กราบนมัสการพระคุณเจ้า” นิลกาฬรีบก้มลงกราบพระพุทธองค์ทันที
“เมื่อโยมสามารถเข้ามาที่ได้นั้นแสดงว่าโยมสามารถบรรลุศารตราเทวะขั้นที่ 2 แล้ว ในคร่านี้โยมก็สามารถใช้พลังของราหูโดยที่ไม่โดนครองงำจิตใจได้แล้ว แต่โยมก็อย่าได้หลงระเริงกลับพลังที่ได้มามากเกินไป มันจะทำให้ราหูสามารถครอบงำจิตใจโยมได้ง่ายขึ้น อาตมามีเรื่องจะบอกกับโยมเพียงเท่านี้ ขอให้โยมยืดมั่นตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า กระทำความดี ละเว้นกรรมชั่ว เช่นนั้นก็ขอให้โยมโชคดี”
“กราบขอบพระคุณ พระคุณเจ้าที่ช่วยชี้แนะข้าพเจ้า” นิลกาฬตั้งใจฟังคำสอนทุกอย่างของพระพุทธองค์ และกราบขอบคุณพระพุทธองค์ที่ช่วยสอนสั่งแก่เขา หลังจากนั้นภาพทั้งหมดก็ค่อยๆเลือนลางหายไป ส่วนนิลกาฬเองก็ยังคงทำสมาธิเพื่อทบทวนหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
ภายในจิตของนิลกาฬเองก็มีการเปลี่ยนแปลง พื้นที่ทั้งหมดในจิตของเขาตอนแรกที่เหมือนกับจักรวาลขนาดใหญ่ ตอนนี้ในห่วงจิตของเขาได้เปลี่ยนกลายเป็นสีทองทั้งหมด นนทกที่พื้นจากการดูดซับพลังจักรวาลเสร็จเมื่อนางลืมตาขึ้นมาก็ตกใจเป็นอย่างมาก ที่ภายใจจิตของนิลกาฬทุกอย่างเปลี่ยนเป็นสีทองทั้งหมด และมีพระพุทธรูปทองคำทั้งหมด 82 รูป แต่ละพระพุทธรูปจะมีพระพุทธจริยาวัตรที่แตกต่างกันออกไป ล้อมรอบภายในห่วงจิตของเขา
“มันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหนูกับแน่” นนทกสงสัยกับเหตุการณที่เกิดขึ้น
“ในตอนนี้นิลกาฬได้บรรลุศาสตราเทวะขั้นที่ 2 แล้ว อาตมาไม่จำเป็นที่จะต้องปิดผนึกราหูภายในตัวของเขาอีกต่อไปแล้ว จากนี้ไปหน้าที่ของอาตมาได้จบลงแล้ว โยมนนทกอาตมาขอฝากนิลกาฬไว้กลับเจ้าด้วย อาตมาเลี้ยงเขามาตั้งแต่เขายังเด็กๆเขาเป็นเด็กที่หน้าสงสารชีวิตของเขาตเองเจอกับมรสุมรุมเร้า ทำให้การใช้ชีวิตของเขายากลำบากมาก แถมเขายังสูญเสียคนที่เขารักอีก อาตมาเพียงแค่อยากให้โยมค่อยเตือนเขาให้เดินในหนทางที่ถูกต้องก็พอ” พระพุทธองค์กล่าว
“ไม่ทราบว่าท่านคือใครกัน ถึงได้รู้เรื่องของเจ้าหนูไปซะหมดทุกเรื่อง”
“ฮ่า~ อาตมาก็เป็นเพียงพระองค์นึงเท่านั้น ถึงโยมจะไม่อยากรู้แต่อาตมาจะให้โยมได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดเอง” พระพุทธองค์ได้แบมือออกและมีก้อนกลมๆเล็กๆส่องแสงสีทองลอยมายังหน้าผากของนนทก
“นิท่านทำอะไรข้า..” จู่ๆนนทกก็เห็นภาพแปลกๆปรากฏขึ้นในหัวของนาง
นนทกเห็นเด็กน้อยดวงตาสีแดง ผมดำเงางาม ผิวขาวเนียนคนนึงถูกทิ้งไว้ในตะตร้าหวายอย่างดี มีเครื่องรางป้องกันต่างๆว่างไว้ใกล้ๆกับเด็กน้อย และได้มีพระองค์นึงเก็บเด็กน้อยคนนั้น และรับเลี้ยงเด็กคนนั้นจนเติบใหญ่ พระองค์ตั้งชื่อให้กับเด็กน้อยคนนั้นว่านิลกาฬ
พระองค์ตั้งชื่อของเด็กน้อยตามชื่อที่เขียนติดไว้ข้างตะกร้าหวาย ท่านเลี้ยงดูเด็กน้อยอย่างทะนุถนอม สอนหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ฝึกให้นั่งสมาธิควบคุมสติ สอนวิชาความรู้ต่างๆ แต่แล้ววันนึงก็ได้มีทหารมารับตัวเด็กน้อยไปฝึกอบรม พระองค์ไม่ได้เจอเด็กน้อยอีกเลยเป็นเวลากว่า 3 ปี ช่วงที่ท่านกำลังเดินบิณฑบาตรตอนเช้า พระองค์ก็ได้พบกับเด็กน้อยคนนั้นอีก แต่ว่าเด็กน้อยในตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยคนเดิมที่พระองค์รู้จักอีกต่อไป เด็กน้อยในตอนนี้เต็มไปด้วยความกระหายเลือดกำลังไล่ฆ่าผู้คนมากมาย พระองค์มองเห็นภายในดวงตาของเด็กน้อยกำลังเศร้าโศกเสียใจ และครุ่นคิดครุ่นแค้น
พระองค์คิดว่าเขาจะต้องหยุดเด็กน้อยให้จงได้ จึงได้พุ่งเข้าไปห้ามเด็กน้อยไม่ให้ทำร้ายผู้อื่นแต่ว่า เด็กน้อยได้ใช้มือของเขาแท่งทะลุหัวใจของพระองค์ พระองค์ค่อยๆเดินไปกอดเด็กน้อยและบอกกับเขาว่า “ตอนนี้เจ้ากำลังเดินในหนทางที่ผิดอยู่ เจ้าไม่ควรเลือกเดินในหนทางแห่งความมืด อย่าให้มารในใจเจ้าครอบงำเจ้าได้ เจ้าจะต้องเป็นคนครอบงำมารในใจเจ้า อาตมาจะสอนวิธีนั้นให้แกเจ้าเอง” จู่ๆร่างของพระองค์ก็กลายเป็นสีทอง และมีมือสีทองขนาดใหญ่ 2 ข้างโผล่ออกมาจากอากาศบีบรัดเด็กน้อยเอาไว้ไม่ให้ดิ้น ร่างของของเด็กน้อยในตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีดำไปทั้งตัว ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด และมีออร่าสีดำจางๆถูกปล่อยออกมาจากตัว ราวกับปีศาจกระหายเลือดผู้บ้าคลั่ง กำลังดิ้นอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้หลุดจากมือที่บีบเขาเอาไว้
พระองค์ได้ใช้พลังทั้งหมดในการสงบสติอารมณ์ของเด็กน้อย โดยไม่สนบาดแผลที่ตัวเองได้รับเลย มือสีทองทั้ง 2 ข้างได้เปล่งแสงสีทองออกมาเพื่อลบล้างออร่าสีดำบนตัวของเด็กน้อย จนทำให้เด็กน้อยกลับมาเป็นปกติ เด็กน้อยค่อยๆหมดสติลง พระองค์ได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายพาเด็กน้อยกลับมายังวัด และได้ถ่ายทอดวิชาศาสตราเทวะให้แก่เด็กน้อย “หลังจากนี้ไปอาตมาจะค่อยปิดผนึกมารในใจของเจ้า จนกว่าเจ้าจะสามารถบรรลุศาสตราเทวะขั้นที่ 2 ได้” พระองค์กลายเป็นลำแสงสีทองและพุ่งเข้ามาในจิตของเด็กน้อย
เมื่อเด็กน้อยตื่นขึ้นมาเขาก็ร้องไห้ และตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกผิดกับเรื่องที่เขาทำไปทั้งหมด เขาจึงได้ปฏิญาณกับตนเองไว้ว่าจะไม่เดินเข้าหาหนทางแห่งความมืดอีกเป็นอันขาด เขาจึงตั้งใจฝึกศาสตราเทวะอย่างหนักจนสามารถบรรลุขั้นที่ 1
นนทกได้สติกลับมาทันที “เป็นท่านเองที่เลี้ยงดูเจ้าหนูนั้นมา”
“อาตมาขอฝากโยมด้วย อาตมาต้องไปแล้ว”
“เดียวก่อนข้ายังไม่ทราบชื่อของท่านเลย”
“อาตมามีนานว่า ธรรมโชติ” หลังจากที่พระอาจารย์ธรรมโชติกล่าวจบท่านก็ค่อยๆจางหายไปทันที
จู่ๆตรงกลางบนลานสีทองในจิตของนิลกาฬ ได้มีประตูมิติขนาดเล็กโผล่ออกมา
“คุคุคุ ในที่สุดข้าก็ได้ออกมาจากการคุมขังของไอ้พระเวรนั้นซะที ที่นี้ละร่างของไอ้หนูนั้นมันจะต้องเป็นของข้า คุคุคุ” เด็กสาวตัวเล็กน่ารักสวมชุดกุมารีสีดำ ผมสีดำสั้น ดวงตาสีแดง ผิวสีคล้ำ เดินออกมาจากประตูมิติ
“ยัยป้าที่อยู่ตรงนั้นนะ แกเข้ามาในจิตของไอ้หนูได้ยังไง รีบๆออกไปจากที่นี้ให้ไวก่อนที่ข้าราหูจะจัดการกับแก ไปซะยัยป้า”
“# แกเรียกใครว่าป้านะ”
“จะมีใครในนี้อีกนอกจากป้า”
นนทกเดินไปจับหัวของราหูและบีบหัวของราหูอย่างแรง
“โอ้ยยย! เจ็บนะยัยป้าทำอะไรของแกเนี่ยข้าหมดความอดทนแล้วนะ [แรงโน้มถ่วง 10 เท่า]”
ตูม~
พื้นที่รอบๆตัวของนนทกมีข่ายวงเวทย์ปรากฏขึ้นมาและมาน้ำหนักมหาศาลกดไปที่นนทก แต่แรงโน้มถ่วงเพียงแค่ 10 เท่าไม่สามารถทำอะไรนนทกได้ เนื่องจากนนทกเองก็เป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งจักรวาลนางเองก็สามารถควบคุมแรงโน้นถ่วงได้ นางยังคงบีบหัวของราหูต่อไป
“โอ้ย! เจ็บๆๆ ยัยป้านี้ไม่เป็นอะไรเลยยังงั้นหรือ หรือว่าท่าของข้ามันเบาเกินไป [แรงโน้มถ่วง 100 เท่า]”
วงเวทย์เริ่มหมุนเร็วขึ้นและน้ำหนักที่กดลงมาบนตัวของนนทกก็เพิ่มมากขึ้นแต่การยังไม่สามารถทำอะไรนนทกได้ นนทกเองก็เพิ่มแรงบีบมากขึ้นอีก
“โอ้ยๆๆๆ เจ็บๆๆๆ ปวดหัวจะตายอยู่แล้วยัยป้… พี่สาวสุดสวยปล่อยข้าไปเถอะ ข้าผิดไปแล้วยกโทษให้ข้าด้วย”
นนทกจ้องมองมาที่ราหู หลังจากนั้นสักพักนางก็ปล่อยมือ ทำให้ราหูล่วงพื้นดังตูบ
หลังจากที่นนทกปล่อยมือแล้วนั้น
“คุคุคุ คิดว่าข้าราหูจะยอมปล่อยคนที่ทำร้ายข้าให้รอดไปได้อย่างงั้นหรือ [แรงโน้มถ่วง 10000 เท่า]” ราหูใช้พลังเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ใส่นนทก
“ยัยเด็กกระเปี๊ยก พลังของแกมีแค่นี้ใช่ไหม ขนาดพลังของข้าเหลือเพียงแค่ 5% เจ้ายังไม่สามารถทำอะไรข้าได้ ข้าว่าต่อให้เจ้าคืนพลังของเจ้าทั้งหมดก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้ แล้วอีกอย่างแรงโน้มถ่วงจริงๆเข้าต้องแบบนี้ [แรงโน่มถ่วง 100000 เท่า]”
ตูม~
ทั่วทั้งพื้นที่ในจิตของนิลกาฬตกอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงของนนทกทันที ส่วนราหูหน้าทิ้มพื้น และไม่สามารถขยับร่างกายใดของเขาได้เลย ราหูในตอนนี้เหงื่อตกทันที นางคิดว่าหลังจากที่ไม่มีพระเวรองค์นั้นคอยปิดผนึกพลังของนางเอาไว้แล้ว นางคงจะสามารถยึดร่างของนิลกาฬได้อย่างสบายๆ แต่ใครจะคิดว่าภายใจจิตของนิลกาฬจะยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่านาง อาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน
ขณะที่ราหูกำลังคิดอยู่นั้น
พรึบ~ พรึบ~ ตรึง~
พื้นที่ภายในจิตสั่นสะเทือนทันทีราหูมองเห็นมังกรสีดำขนาดใหญ่บินลงมายืนข้างๆนาง มังกรตัวนี้สามารถบินบนแรงโน้นถ่วง 100000 เท่าได้อย่างสบายๆ
“จ๊ากกกก!! ช่วยข้าด้วยข้ายังไม่อยากตาย พี่สาวสุดสวยช่วยข้าด้วยข้ายอมแล้วว ข้ายอมแพ้แล้วววว!!” ราหูตะโกนขอความช่วยเหลือจากนนทกทันทีเมื่อเห็นคุโระมายืนข้างๆนางพร้อมกับจ้องมาที่นางและน้ำลายไหล
“มาม๊า หนูกินได้ไหม”
“จ๊ากกก!! ข้าจะถูกกินแล้วว ช่วยข้าด้วยยยย!!”
“ไม่ได้นะคุโระหนูจะกินอะไรสกปรกแบบนี้ไม่ได้ เดียวมาม๊าจะให้ปะป๊าหาอะไรให้กินนะ” นนทกพูดกับคุโระอย่างอ่อนโยน และเข้าไปลูบหัวของคุโระ
“หนูไม่กินก็ได้ หนูรอปะป๊ามาก่อน”
จู่ๆร่างมังกรของคุโระก็กลายมาเป็น หนูน้อยน่ารักน่าชัง ดวงตาสีดำ ผมสั้นสีดำ ผิวสีขาวราวกับเกล็ดหิมะ สวมชุดเดรสสั้นสีขาว ลอยเข้าหานนทก
“จ๊ากกก!! มังกรแปลงร่างได้”